เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

​บทที่ 09.ความสามารถพิเศษของเพื่อนรัก

​บทที่ 09.ความสามารถพิเศษของเพื่อนรัก

​บทที่ 09.ความสามารถพิเศษของเพื่อนรัก


​บทที่ 09.ความสามารถพิเศษของเพื่อนรัก

​ในขณะเดียวกัน ภายในห้อง

​เสิ่นจืออินครุ่นคิดไปเองว่า ที่เซียวจวินหลินแสดงออกแบบนี้ ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก คงแค่กลัวซูฉานจิ้งยอดดวงใจเข้าใจผิดเท่านั้น

​ท่านซื่อจื่อผู้นี้ยังคงให้ความสำคัญกับความรู้สึกของพี่น้องของนางอยู่ดี

​ตอนนี้ซูฉานจิ้งก็เชื่อใจในตัวเซียวจวินหลินแล้ว ตัวนางเองก็ช่วยแก้ต่างให้จนพ้นมลทิน

​พอคิดได้ดังนั้น เสิ่นจืออินก็กลับมาสวมมาดนางพญาผู้สูงศักดิ์ กอดอกเชิดหน้าขึ้นทันที

​“เอาล่ะ เซียวจวินหลิน เมื่อครู่ข้าช่วยแก้ต่างให้เจ้าต่อหน้าฉานจิ้งไปแล้ว นางคงไม่โกรธเคืองเจ้าอีก ​ทีนี้ เจ้าคงพอใจแล้วสินะ? ​เรื่องในครอบครัวข้า... เจ้าคงรู้นะว่าควรจะทำตัวยังไง?”

​ท่าทีถือดีเช่นนี้ ทำเอาเซียวจวินหลินถึงกับนิ่งอึ้งไป ​ให้ตายสิ คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่คงนึกว่าตอนนี้ข้ากำลังโดนเจ้าบีบไข่อยู่กระมัง?

​แยกไม่ออกหรือไงว่าใครถือไพ่เหนือกว่า?

​เซียวจวินหลินแค่นเสียงหัวเราะ

​“พอใจ?”

​เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิด ร่างสูงใหญ่แผ่กลิ่นอายกดดันรุนแรง จนสัญญาณเตือนภัยในใจเสิ่นจืออินร้องลั่น

​“เสิ่นจืออิน เจ้าคิดว่าข้ายังเป็นไอ้หน้าโง่ที่คอยวิ่งกระดิกหางตามก้นซูฉานจิ้งต้อยๆ อยู่อีกหรือ? ​เจ้าพูดพล่อยๆ ไม่กี่คำ คิดว่าข้าต้องสำนึกในบุญคุณเจ้าจนน้ำตาไหลพรากเลยรึไง? ​คิดว่าไอ้ละครลิงฉากเมื่อกี้ มันจะลบล้างเรื่องที่พ่อเจ้าไปแอบไข่ทิ้งไว้จนมีลูกนอกสมรสได้หรือ?”

​เสิ่นจืออินถูกต้อนจนถอยกรูดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นหลังชนกับขอบโต๊ะเย็นเฉียบ หมดหนทางหนี

​นางเงยหน้ามองผู้ชายที่แผ่รังสีอำมหิตตรงหน้า เสียงเริ่มสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้

​หรือว่าข้าเข้าใจผิด?

​เซียวจวินหลินไม่ได้แคร์ซูฉานจิ้งขนาดนั้น?

​หรือว่าเขาแค่แกล้งทำ?

​เสิ่นจืออินลองหยั่งเชิงถาม “งั้น... งั้นเจ้าต้องการอะไรกันแน่?”

​“ตอนที่เจ้าคุกเข่าอ้อนวอนข้าเมื่อกี้ เจ้าพูดเองไม่ใช่หรือว่า... ต้องการอะไรก็ได้ทั้งนั้น”

​เซียวจวินหลินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไท่ซือ จิบชาอย่างใจเย็น

​เสิ่นจืออินยืนเคว้งคว้างทำอะไรไม่ถูก นางเริ่มเดาอารมณ์สามีของเพื่อนรักคนนี้ไม่ถูกแล้วจริงๆ

​ที่สำคัญ ไม่รู้เขาไปเอาข้อมูลลับในบ้านนางมาจากไหน

​จนทำให้นางต้องตกเป็นเบี้ยล่างอยู่แบบนี้

​“เซียวจวินหลิน เจ้ามีข้อเรียกร้องอะไรก็ว่ามา! ข้ายอมรับว่าเมื่อกี้ข้ากับฉานจิ้งวางแผนจะเล่นงานเจ้าจริง พวกเราผิดเอง... แต่เจ้าก็อย่าให้มันมากเกินไปนัก!”

​เซียวจวินหลินยิ้มมุมปาก ​ถ้าเมื่อกี้เขาพลาดท่าให้สองสาวคู่นี้ ​อนาคตจะเป็นยังไงไม่อยากจะคิด ทั้งจวนเจิ้นเป่ยอ๋องคงตกอยู่ในกำมือพวกนางหมด

​ถึงตอนนั้นคนที่ต้องระเห็จไปนอนห้องเก็บของคงเป็นเขา เซียวจวินหลิน เพราะแม่ตัวดีซูฉานจิ้งวางแผนจะไล่เขาไปนอนห้องข้างตั้งแต่คืนเข้าหออยู่แล้ว

​ส่วนแม่เสิ่นจืออินคนนี้ ก็ร้ายพอกัน ศีลเสมอกันจริงๆ

​“ได้ยินว่าพวกผู้หญิงอย่างพวกเจ้า ไม่ยอมเอาความบริสุทธิ์ของตัวเองมาล้อเล่นใส่ร้ายใคร ดังนั้นข้ารู้ดีว่าเมื่อกี้เจ้าไม่ได้กะจะใส่ร้ายข้าเล่นๆ แต่เจ้ากะจะเอาจริง”

​พอฟังเซียวจวินหลินพูดจบ เสิ่นจืออินก็ของขึ้นทันที “เจ้า! ฝันไปเถอะ! คนตามจีบข้ายาวเหยียดจากเมืองหลวงไปถึงทะเลตงไห่! ข้าไม่มีวันเอาจริงกับเจ้าหรอก!”

​“ไม่เอาจริง? งั้นเจ้าก็เป็นพวกเลวโดยสันดานสินะ ช่างเถอะ ในเมื่อนิสัยเจ้าแย่ขนาดนี้ แถมพ่อเจ้าก็มีเรื่องฉาวโฉ่ ข้าเซียวจวินหลินคงต้องผดุงความยุติธรรมสักหน่อย...”

​เห็นเซียวจวินหลินทำท่าจะไปฟ้องฮ่องเต้อีกแล้ว เสิ่นจืออินก็สติแตก “อย่านะ! อย่าไป! ข้าขอร้อง!”

​นางรีบคว้ามือเซียวจวินหลินไว้ กัดริมฝีปากแน่น “นอกจากเรื่องเสียตัว... อย่างอื่นได้หมด!”

​“โอ้?” เซียวจวินหลินก้มลงกระซิบข้างหู “ข้าจำได้ว่า คุณหนูเสิ่นได้รับฉายาว่า ‘ยอดฝีมือพิณอันดับหนึ่ง’ เชี่ยวชาญดนตรีทุกประเภท... ไม่ทราบว่า... เป่าขลุ่ยเป็นไหม?”

​“เป็น! ข้าเป่าเป็น!” เสิ่นจืออินถอนหายใจโล่งอก นึกว่าเซียวจวินหลินจะมีข้อเรียกร้องพิสดารอะไร

​ที่แท้ก็แค่อยากฟังนางเป่าขลุ่ย

​เรื่องแค่นี้ กล้วยๆ

​“ตกลง รบกวนคุณหนูเสิ่นด้วยแล้วกัน”

​“แต่ว่า... ที่นี่ไม่มีขลุ่ยนะ” เสิ่นจืออินมองหา

​“มีสิ... มีแน่ๆ” เซียวจวินหลินยิ้มกรุ้มกริ่ม

​……

​หน้าประตูห้อง

​ซูฉานจิ้งที่แอบเอาหูแนบฟัง ได้ยินแค่เซียวจวินหลินถามเสิ่นจืออินเรื่องความถนัดด้านดนตรี

​จากนั้นเสียงก็เงียบไป

​ความสงสัยในใจนางยิ่งทวีคูณ

​“ทำไมจู่ๆ เซียวจวินหลินถึงสนใจดนตรีขึ้นมา?”

​แต่นางก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง “นึกว่าพวกนั้นจะมีลับลมคมในอะไรกัน โชคดีที่แค่คุยเรื่องดนตรี ก็จริงนะ... ถึงเซียวจวินหลินช่วงนี้จะเปลี่ยนไป แต่เขาก็ยังคงรักข้าอยู่ จะไปยุ่งวุ่นวายกับผู้หญิงอื่นได้ยังไง ยิ่งเป็นเพื่อนรักข้าด้วย ต่อให้เขาอยาก จืออินก็ไม่มีทางยอมหรอก”

​ซูฉานจิ้งสบายใจขึ้น มองดูกองงานที่รออยู่ในลานบ้าน ​กัดฟันฮึดสู้ แล้วเดินไปทำงานต่อ

​……

​หนึ่งชั่วยามผ่านไป

​ไม่มีเสียงดนตรีดังลอดออกมาจากห้องแม้แต่แอะเดียว

​“ไม่เลว ไม่เลวเลยจริงๆ คุณหนูเสิ่นทำให้ข้านึกถึงประโยคหนึ่ง... ในเมืองหลวงมียอดฝีมือด้านการใช้ปาก...”

​ตรงหน้าเขา น้ำตาคลอเบ้าตาเสิ่นจืออิน ​ไม่รู้ว่าเพราะความคับแค้นใจ หรือเพราะสำลักกันแน่

​“พอใจหรือยัง... แค่ก... ถ้าพอใจแล้ว ชาตินี้เราอย่าได้เจอกันอีก!”

​เสิ่นจืออินลุกขึ้นเตรียมจะหนีไป

​ทันใดนั้น เซียวจวินหลินก็เอื้อมมือไปบีบแก้มเนียนที่เปื้อนคราบน้ำตาของนางไว้ “กลับไปฝากบอกพ่อเจ้า เสนาบดีเสิ่นชิงซาน ด้วยว่า ในกระแสเชี่ยวกรากของราชสำนัก หากอยากรักษาเก้าอี้ขุนนางไว้ให้มั่นคง ต่อไปนี้ให้ตัดขาดจากเจียงจ้าน แล้วมาสวามิภักดิ์ต่อข้า!”

​“เซียวจวินหลิน! เจ้า!” เสิ่นจืออินทั้งอายทั้งโกรธ “เมื่อกี้ข้าก็ยอมทำให้เจ้าขนาดนั้นแล้ว! เจ้ายังจะมาข่มขู่พ่อข้าอีก อย่าให้มันได้คืบจะเอาศอกนักนะ!”

​เซียวจวินหลินยังคงยิ้มเย็น

​“ขอแค่ท่านเสนาบดีให้ความร่วมมือ ข้ารับรองว่าตำแหน่งขุนนางเขาจะรุ่งโรจน์ แถมจะช่วยให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนั้นได้ใช้นามสกุลเสิ่นอย่างเปิดเผยด้วย แต่ถ้าไม่ยอม...”

​หน้าประตู

​ซูฉานจิ้งที่ทำงานจนเหงื่อท่วมตัว ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวข้างใน

​“แปลกจัง จืออินยังไม่กลับอีกเหรอ?”

​ใจนางเต้นตึกตัก

​กำลังจะผลักประตูเข้าไป ก็เห็นเสิ่นจืออินวิ่งถลันออกมาด้วยสภาพจิตหลุด

​ใบหน้าที่เคยเชิดฉายหยิ่งยโส บัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตาแดงบวมเหม่อลอย ริมฝีปากแดงก่ำผิดปกติ หางตายังมีคราบน้ำตาเกาะอยู่

​นางวิ่งโซซัดโซเซผ่านหน้าซูฉานจิ้งไปโดยไม่แม้แต่จะทักทาย

​ซูฉานจิ้งตกใจสุดขีด รีบพุ่งเข้าไปในห้อง ภาพที่เห็นคือเซียวจวินหลินกำลังใช้ผ้าไหมสีขาวเช็ดกางเกงอย่างใจเย็น

​ซูฉานจิ้งขมวดคิ้วแน่น ตวาดถามด้วยความโมโห

​“เซียวจวินหลิน! เจ้าทำอะไรจืออิน? ​พวกเจ้าคุยอะไรกันข้างในตั้งนานสองนาน! ทำไมนางถึงร้องไห้หนักขนาดนั้น?”

​เซียวจวินหลินเงยหน้ามองนางแวบหนึ่ง แล้วโยนผ้าไหมผืนนั้นทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี

​“เขาเป็นถึงยอดฝีมือพิณอันดับหนึ่ง ข้าคุยกับนาง ก็ต้องคุยเรื่องดนตรีสิ”

​เขาทำหน้าใสซื่อมองซูฉานจิ้ง “ทำไม หรือเจ้าอยากคุยด้วย? เจ้าคุยรู้เรื่องเหรอ?”

​“ข้า...”

​ซูฉานจิ้งจุกจนพูดไม่ออก “ข้าเล่นไม่เป็นแล้วมันจะทำไม! แค่เล่นดนตรีเป็นมันวิเศษวิโสนักหรือไง!”

​พูดจบก็นางก็สะบัดตูดเดินหนีไปด้วยความโมโห

​เซียวจวินหลินคร้านจะสนใจนาง

​พ่อของเสิ่นจืออินคือเสนาบดีกรมคลัง เสิ่นชิงซาน ถือเป็นขุนนางที่มีอำนาจในระดับที่สามของราชสำนัก ด้วยความลับเรื่องลูกนอกสมรส บวกกับเหตุการณ์ ‘ลิ้มรสเพียงผิวเผิน’ กับเสิ่นจืออินเมื่อครู่ ถือว่าเสิ่นชิงซานตกอยู่ในกำมือเขาแล้ว

​ขั้วอำนาจในราชวงศ์ต้าเซี่ย อันดับหนึ่งคืออำนาจจักรพรรดิ มีเพียงฮ่องเต้ผู้เดียว

​รองลงมาคือเชื้อพระวงศ์ อันประกอบด้วยเหล่าองค์ชายทั้งเก้าและพระสนม ที่รวมกลุ่มกันแย่งชิงบัลลังก์ เจียงจ้านก็เป็นหนึ่งในนั้น

​ระดับที่สามคือเหล่าขุนนางผู้มีอำนาจ นำโดยอัครเสนาบดีและกั๋วกง ตามมาด้วยเสนาบดีหกกรม และสำนักตรวจสอบ

​แน่นอนว่า ราชสำนักก็ส่วนราชสำนัก เหนือกว่าอำนาจทั้งปวง คือ ‘สัจธรรม’

​อย่างเช่นกองทัพม้าเหล็กแดนเหนือนับล้าน นั่นแหละคือสัจธรรมที่แท้จริง

​“แค่เสนาบดีกรมคลังคนเดียวยังไม่พอ หากสามารถควบคุมตู๋กูอัครเสนาบดีได้... บางที ข้าอาจจะเริ่มจากตู๋กูชิวเสีย...”

​……

​ในขณะที่เซียวจวินหลินกำลังวางแผน ทางด้านซูฉานจิ้งที่กำลังน้อยเนื้อต่ำใจ คิดจะหนีกลับบ้านเดิม ก็ได้รับข่าวข่าวหนึ่ง

​“อะไรนะ? ท่านพ่อข้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท?”

จบบทที่ ​บทที่ 09.ความสามารถพิเศษของเพื่อนรัก

คัดลอกลิงก์แล้ว