เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 07.เพื่อนรักของภรรยา

บทที่ 07.เพื่อนรักของภรรยา

บทที่ 07.เพื่อนรักของภรรยา


​บทที่ 07.เพื่อนรักของภรรยา

​สองชั่วยามถัดมา

​ซูฉานจิ้งนอนขดตัวอยู่ที่มุมเตียง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย

​ดวงตาคู่งามฉายแววอัปยศอดสู สายตาที่มองเซียวจวินหลินเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง

​“เจ้าสัตว์เดรัจฉาน! เจ้านี่มันไม่ใช่คนเลยจริงๆ! ยิ่ง... ยิ่งไม่รู้จักคำว่ารักถนอมบุปผา!”

​เซียวจวินหลินที่กำลังสบายเนื้อสบายตัว ผายมือออกอย่างคนบริสุทธิ์ใจ

​“คัมภีร์เฮงซวยของบ้านเจ้ามันมีปัญหาหรือเปล่า? ข้าเพิ่งจะลองฝึกตามไปนิดเดียว ก็รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว ควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ไม่อย่างนั้น เจ้าคิดว่าข้าจะมีอารมณ์มาแตะต้องเจ้าหรือไง?”

​“เจ้า!”

​ซูฉานจิ้งโกรธจนกัดฟันกรอด “เจ้าคิดว่าข้าเต็มใจให้เจ้าแตะต้องนักหรือ!”

​“ไม่เต็มใจงั้นหรือ?”

​เซียวจวินหลินเลิกคิ้วกวนๆ ก่อนตะโกนเสียงดังไปทางหน้าประตู “เสี่ยวชุ่ย! เข้ามานี่หน่อย! มาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเปียกๆ ของพระชายาเร็วเข้า!”

​“เจ้า!! หุบปากเดี๋ยวนี้!!!”

​ซูฉานจิ้งทั้งอายทั้งโกรธ ใบหน้าสวยแดงก่ำไปหมด รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง แล้วเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา

​“เป็นเจ้าที่ฝึกผิดวิธีต่างหาก! พอได้แล้ว! ข้าจะสอนเจ้าฝึกด้วยตัวเอง พอใจหรือยัง!?”

​ซูฉานจิ้งจำใจต้องยอม อย่างน้อยก็ปูพื้นฐานวรยุทธ์ให้เซียวจวินหลินสักหน่อย ดีกว่าปล่อยให้เขาฝึกมั่วซั่วจนธาตุไฟเข้าแทรกแล้วมาลงที่นางอีก

​“เจ้า? เจ้าสอนได้เหรอ?” เซียวจวินหลินทำท่าสงสัย

​ซูฉานจิ้งสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “ข้าอ่านตำราเคล็ดวิชามาเป็นร้อยสำนัก ท่องจำได้ขึ้นใจตั้งแต่เด็ก เจ้าว่าข้าสอนได้ไหมล่ะ!”

​เซียวจวินหลินยักไหล่ “จริงดิ งั้นก็ดี ถ้ารู้เร็วกว่านี้ ข้าคงไม่ธาตุไฟเข้าแทรก และเจ้าก็คงไม่ต้องมาเสียเปรียบข้าแล้ว!”

​“หน้าด้าน...” ซูฉานจิ้งข่มโทสะ “เจ้านั่งดีๆ รอข้าชี้จุดชีพจรให้ทีละจุด แล้วค่อยเดินลมปราณ!”

​หลังจากนั้น ซูฉานจิ้งก็ตั้งใจสอนเซียวจวินหลินอย่างจริงจัง

​และเซียวจวินหลินก็เข้าสู่สภาวะสมาธิในการฝึกยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว

​เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปอีกสองชั่วยาม

​ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว

​ซูฉานจิ้งทุบไหล่ที่ปวดเมื่อย แต่สีหน้ากลับฉายแววชื่นชม

​เคล็ดวิชาเดินลมปราณที่นางสอน คนทั่วไปต้องใช้เวลาฝึกเป็นปีกว่าจะเข้าถึงแก่นแท้

​แต่น่าประหลาดใจที่เซียวจวินหลินเพิ่งจะเดินลมปราณได้ครบรอบจักรวาลภายในเวลาสั้นๆ

​หมอนี่... พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์สูงส่งขนาดนี้เชียวหรือ?

​ซูฉานจิ้งมองเซียวจวินหลิน ความรู้สึกแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจเป็นครั้งแรก ดูท่าหมอนี่จะไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปเสียทุกอย่างสินะ

​“เอาล่ะ จำที่ข้าสอนไปเมื่อครู่ให้ดี แค่นี้ก็พอให้เจ้าใช้ฝึกได้แล้ว วันหลังอย่ามาหาเรื่องรังแกข้าอีก!”

​เซียวจวินหลินค่อยๆ ลืมตาขึ้น รู้สึกว่ากระดูกและเส้นเอ็นทั่วร่างเบาสบายขึ้นมาก

​“เจ้าสอนได้ไม่เลว”

​“ไม่เลว?” ซูฉานจิ้งทำหน้าไม่พอใจ

​เซียวจวินหลินแกล้งทำปากยื่น ทำหน้าขยะแขยง

​“คำว่าไม่เลวนี่ก็ให้เกียรติเจ้ามากแล้วนะ เห็นแก่ที่เจ้ายังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง คืนนี้ข้าอนุญาตให้นอนที่นี่ได้ แต่ทำตัวให้สงบเสงี่ยมเจียมตัวหน่อย เข้าใจไหม?”

​เซียวจวินหลินลุกขึ้น บิดขี้เกียจ แล้วหันหลังเดินออกไปทันที

​ซูฉานจิ้งถึงกับงง

​“เจ้าจะไปไหน?”

​“กลับห้องใหญ่ไปนอนน่ะสิ จะให้ข้ามานอนเบียดกับเจ้าหรือไง?”

​เซียวจวินหลินตอบโดยไม่หันมามอง โบกมือลาส่งๆ

​ซูฉานจิ้งมองแผ่นหลังที่เดินจากไปของเขาด้วยความโกรธจัด คว้าหมอนมาทุบลงบนเตียงระบายอารมณ์

​“เมื่อกี้ข้าต้องโดนผีเข้าแน่ๆ ถึงได้มองเห็นข้อดีในตัวคนอย่างมัน… เสี่ยวชุ่ย! เข้ามาเปลี่ยนผ้าปูที่นอน!”

​สาวใช้เสี่ยวชุ่ยเดินตัวสั่นงันงกเข้ามา พอเห็นสภาพเตียงที่เละเทะ ก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ “ฮูหยิน เจ้าคะ... นี่ท่านทำน้ำชาหกหรือเจ้าคะ?”

​ซูฉานจิ้งกัดฟันกรอด “ซื่อจื่อของพวกเจ้าน่ะสิ เขาฉี่รดที่นอน!”

​......

​ห้องนอนใหญ่เรือนตะวันออก

​เซียวจวินหลินกลับมาถึงก็นั่งขัดสมาธิทันที ​สัมผัสถึงลมปราณบริสุทธิ์ที่อัดแน่นอยู่ในจุดตันเถียน ​เขามั่นใจแล้วว่าตอนนี้เขาสามารถฝึกยุทธ์ได้แล้ว

​ตามคำบอกของพ่อบ้านจ้าว การที่เขาเริ่มฝึกได้เร็วขนาดนี้ พิสูจน์ว่าสิ่งที่ซูฉานจิ้งสอนเมื่อครู่คือ ‘คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นไท่ชู’ ของจริง

​“ถึงจะสอนแค่ขั้นแรก แต่แม่นี่ก็ถือว่าพอมีประโยชน์อยู่บ้าง”

​เซียวจวินหลินไม่รีรอ ขจัดความคิดฟุ้งซ่าน แล้วเริ่มเดินลมปราณตาม ‘คัมภีร์วิถีสวรรค์ฝังนภา’ วิชาประจำตระกูลเซียวทันที

​ด้วยรากฐานที่มั่นคงจาก ‘คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นไท่ชู’ ความรู้สึกติดขัดที่เคยมีก่อนหน้านี้หายไปเป็นปลิดทิ้ง

​ลมปราณอันเกรี้ยวกราดเริ่มไหลเวียนพลุ่งพล่านไปตามเส้นชีพจรทั่วร่าง

​......

​รุ่งเช้าวันใหม่ เมื่อแสงตะวันสาดส่องเข้ามาในห้อง ​เซียวจวินหลินลืมตาขึ้นช้าๆ รู้สึกกระปรี้กระเปร่าสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก

​เขาลองซัดฝ่ามือใส่โต๊ะข้างตัวเบาๆ ปรากฏว่าพลังที่ส่งออกไปรุนแรงจนขาโต๊ะแหลกเป็นเสี่ยงๆ

​“นี่ข้า... บรรลุวรยุทธ์ขั้นไหนแล้วเนี่ย?”

​เซียวจวินหลินค่อนข้างพอใจกับฝ่ามือนี้ “ช่างเถอะ เดี๋ยวค่อยไปถามลุงจ้าว”

​ทันใดนั้น เสียงดีดพิณอันไพเราะเสนาะหูก็ลอยลมมาจากในสวน

​“เสียงกู่เจิงนี่ช่างไพเราะ...”

​เซียวจวินหลินเดินตามเสียงออกไป

​ที่ลานเรือนข้าง ซูฉานจิ้งกำลังนั่งฟังหญิงสาวนางหนึ่งบรรเลงพิณ

​หญิงสาวผู้นั้นสวมชุดยาวสีเขียวอ่อน รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น กิริยาสง่างาม ​นิ้วเรียวงามพริ้วไหวบนสายพิณ

​นางคือเพื่อนสนิทในหอห้องของซูฉานจิ้ง บุตรีเสนาบดีกรมคลังนามว่า เสิ่นจืออิน

​เสิ่นจืออินได้รับฉายาว่า ‘ยอดฝีมือพิณอันดับหนึ่ง’ แห่งต้าเซี่ย

​และยังเป็นที่หมายปองของเหล่าคุณชายทั่วเมืองหลวง ​แต่นางมีมาตรฐานสูงลิบลิ่ว ไม่เคยชายตามองชายใด

​เมื่อบทเพลงจบลง

​“จืออิน ฝีมือพิณของเจ้าล้ำเลิศขึ้นอีกแล้วนะ” ซูฉานจิ้งฝืนยิ้มออกมา

​“ดูสภาพเจ้าตอนนี้สิ อยู่ที่จวนเจิ้นเป่ยอ๋องนี่คงไม่มีความสุขเลยสินะ?”

​เสิ่นจืออินเก็บพิณ เอื้อมมือไปกุมมือซูฉานจิ้งไว้ สายตาเต็มไปด้วยความสงสาร

​“เจ้าเซียวจวินหลินนั่นกล้าให้เจ้ามานอนเรือนข้าง บ้าบอที่สุด!”

​พอเพื่อนรักเอ่ยถึงเซียวจวินหลิน

​สีหน้าของซูฉานจิ้งก็หมองลงทันที นางระบายความอัดอั้นตันใจที่ได้รับมาทั้งหมดออกมาจนหมดเปลือก

​เสิ่นจืออินยิ่งฟังยิ่งโกรธ ตบโต๊ะผาง

​“จิ้งเอ๋อ เจ้าวางใจได้เลย แค้นนี้ข้าจะชำระให้เจ้าเอง ข้าจะทำให้เซียวจวินหลินชื่อเสียงป่นปี้ และต้องยอมสยบแทบเท้าเจ้าให้จงได้!”​

ซูฉานจิ้งกระพริบตาปริบๆ “ชื่อเสียงป่นปี้ยังไง?”

​“เอาตัวเข้าแลก!” เสิ่นจืออินกระซิบแผนการบางอย่างที่ข้างหูซูฉานจิ้ง

​ดวงตาของซูฉานจิ้งเป็นประกาย รีบพยักหน้าเห็นดีด้วยทันที “จืออิน ถ้าสำเร็จ ข้าต้องตอบแทนเจ้าอย่างงามแน่!”

​“ยัยโง่ ระหว่างเราสองคน ยังต้องเกรงใจอะไรกันอีก!”

​สองสาวตกลงแผนการกันเป็นที่เรียบร้อย

​จังหวะนั้นเอง เซียวจวินหลินก็เดินหาวหวอดๆ แกล้งทำหน้าซื่อบื้อเหมือนคนเพิ่งตื่นเดินเข้ามา

​“อ้าว ฮูหยิน มีแขกมาหรือ?”

​เสิ่นจืออินเห็นเขา แววตาก็ฉายความรังเกียจวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบซ่อนไว้

​“คารวะท่านซื่อจื่อ ฉานจิ้งเพิ่งแต่งงาน ข้ากับนางรักกันดั่งพี่น้อง ย่อมต้องมาเยี่ยมเยียนเป็นธรรมดา”

​เสิ่นจืออินขยับเข้าไปใกล้เซียวจวินหลินก้าวหนึ่ง “ซื่อจื่อ ข้ามีเรื่องส่วนตัวอยากจะพูดคุยกับท่านตามลำพัง ไม่ทราบว่าจะขอเวลาสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ?”

​ยังไม่ทันที่เซียวจวินหลินจะตอบ

​ซูฉานจิ้งก็ชิงอนุญาตแทนเขาเสร็จสรรพ “ไปคุยกันในห้องข้างเถอะ”

​หลังจากดันหลังทั้งคู่เข้าไปในห้องแล้ว ซูฉานจิ้งก็หาข้ออ้างปลีกตัวออกมา

​ภายในห้องเหลือเพียงเซียวจวินหลินและเสิ่นจืออินสองต่อสอง

​“แม่นางมีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าหรือ?” เซียวจวินหลินทำหน้าใสซื่อ

​เสิ่นจืออินยังไม่ตอบ แต่บิดเอวอ้อนแอ้นเดินไปปิดประตูลงกลอน

​เซียวจวินหลินยืนดูการแสดงของนางเงียบๆ

​เสิ่นจืออินปิดประตูเสร็จก็เดินนวยนาดเข้ามาหาเขา แล้วค่อยๆ โน้มตัวลงต่ำต่อหน้าเขา

​คอเสื้อชุดสวยแยกออก เผยให้เห็นไหล่ขาวนวลเนียนและความอวบอิ่มที่วับๆ แวมๆ

​ตามมาด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยชวนให้กระดูกอ่อนระทวย

​“ท่านซื่อจื่อชอบพอแต่ซูฉานจิ้งมาตลอดหลายปี แต่ท่านเคยคิดบ้างไหมเจ้าคะ ว่าท่านเป็นถึงซื่อจื่อ ความจริงแล้ว... จะมีภรรยาหลายคน แบ่งปันความรักให้ทั่วถึงก็ย่อมได้?”

​เซียวจวินหลินตอบเสียงหนักแน่น “เจ้าหมายความว่า ให้ข้ามีเมียหลายคนงั้นรึ? ไม่ได้หรอก ข้ารักจิ้งเอ๋อคนเดียว!”

​ท่าทางซื่อบื้อแบบนี้ ทำให้เสิ่นจืออินมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้ยังคงเป็นไอ้ทึ่มที่หลอกง่ายเหมือนเดิม

​นึกไม่ถึงว่าไอ้ทึ่มแบบนี้ จะกล้ารังแกซูฉานจิ้ง

​“ที่ท่านซื่อจื่อคิดว่าฉานจิ้งดีที่สุด ก็เพราะท่านไม่เคยลองชอบผู้หญิงคนอื่นดูบ้างไงล่ะเจ้าคะ ​ความจริงแล้ว… ​สิ่งที่ฉานจิ้งทำเป็น ข้าก็ทำเป็น!”

​เสิ่นจืออินเบียดร่างเข้าแนบชิดแขนเซียวจวินหลิน ริมฝีปากแดงระเรื่อเป่าลมร้อนรดใบหูเขาเบาๆ “สิ่งที่นางทำไม่เป็น... ข้าก็ทำเป็นเจ้าค่ะ!”

จบบทที่ บทที่ 07.เพื่อนรักของภรรยา

คัดลอกลิงก์แล้ว