- หน้าแรก
- ผู้คุมซ่อนคม ข้ามีระบบแก้ไขวรยุทธ์
- บทที่ 48 - คนต่ำช้าไร้ยางอาย
บทที่ 48 - คนต่ำช้าไร้ยางอาย
บทที่ 48 - คนต่ำช้าไร้ยางอาย
บทที่ 48 - คนต่ำช้าไร้ยางอาย
เฉินเฉิงเดินอาดๆ ไปตามถนนใหญ่ด้วยท่วงท่าองอาจผ่าเผย ชาวบ้านร้านตลาดต่างพากันหลีกทางให้ แม้แต่พวกนักเลงตัวใหญ่ยักษ์พกอาวุธครบมือ ส่วนใหญ่ก็ยังเลือกที่จะเดินเลี่ยงไปทางอื่น
นี่คือบารมีของเจ้าหน้าที่กองปราบ ต่อให้ชุดที่ใส่จะเป็นแค่ชุดสีเทาของเจ้าหน้าที่ฝึกหัดก็ตาม
"อำนาจนี่มันหอมหวานจริงๆ ขนาดข้าเป็นแค่เจ้าหน้าที่ฝึกหัดระดับล่างสุด ยังรู้สึกตัวลอยได้ขนาดนี้!"
เฉินเฉิงส่ายหน้า แอบคิดในใจ
จริงๆ แล้วเขาเป็นคนชอบทำตัวโลว์โปรไฟล์ ระมัดระวังตัว ไม่ชอบเบ่งใส่ใคร แต่มันจำเป็นต้องทำตัวให้ดูยิ่งใหญ่เข้าไว้ เพราะชุดที่ใส่อยู่มันตีตราว่าเป็นคนของกองปราบ ต้องรักษาภาพลักษณ์ความน่าเกรงขามเอาไว้ เพื่อผลประโยชน์ที่จะตามมา
ไม่ใช่แค่เฉินเฉิงคนเดียว เจ้าหน้าที่คนอื่นก็ทำตัวแบบนี้กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
อำนาจและกำลัง คือรากฐานของการมีชีวิตรอดในยุคโกลาหล
การเข้ากองปราบ ทำให้ได้อำนาจจากหลวง ส่วนการที่เฉินเฉิงก้มหน้าก้มตาฝึกวิชา ก็เพื่อสร้างกำลังของตัวเอง มีทั้งอำนาจและกำลัง ถึงจะยืนหยัดอยู่ได้ในโลกที่โหดร้ายใบนี้
การไปทวงหนี้ที่บ้านตระกูลเจียงครั้งนี้ ได้เงินคืนจากคนขี้โกงอย่างเจียงหรงเซวียนมาได้ ก็เพราะมีทั้งอำนาจและกำลัง
ตอนเป็นผู้คุมกระจอกๆ แค่หน้าประตูก็ยังเข้าไม่ได้ แต่พอใส่ชุดเจ้าหน้าที่กองปราบ แม้จะเป็นแค่เด็กฝึกงาน เจียงหรงเซวียนก็ไม่กล้าหือ ต้องยอมคืนเงินต้นแต่โดยดี
และเพราะเฉินเฉิงฝึกวิชาจนเก่งกล้า ถึงมีสิทธิ์จะทวงดอกเบี้ยได้
เงินก้อนนี้ บวกกับกำลังความสามารถของเฉินเฉิงตอนนี้ เขารักษาไว้ได้สบาย ไม่เหมือนตอนขายวิชา "ตะวันแดงรากใหญ่" ที่ต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ กลัวโดนปล้นเหมือนหนู
ได้เงินคืนมาสิบห้าตำลึง รวมกับเงินเก่าที่มี ก็มีสามสิบกว่าตำลึง พอใช้จ่ายไปได้อีกตั้งครึ่งปี จะได้ฝึกวิชาอย่างสบายใจหายห่วง
ดึงสติกลับมา เฉินเฉิงเหลือบตาไปมองด้านหลัง เห็นครูฝึกของบ้านตระกูลเจียงคนนั้นยังเดินตามมาต้อยๆ
ออกจากบ้านตระกูลเจียงมาได้พักใหญ่ หมอนั่นก็ตามมาติดๆ แถมยังตามแบบเปิดเผย ไม่มีการหลบซ่อนแม้แต่น้อย
แววตาอาฆาตมาดร้ายนั่นก็ฉายออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
เฉินเฉิงไม่รู้ว่านี่เป็นคำสั่งของเจียงหรงเซวียน หรือหมอนี่อยากจะจัดการเขาเอง
แต่มันไม่สำคัญ ที่สำคัญคือเฉินเฉิงเอาอยู่ เขาไม่กลัวคำขู่ระดับนี้ และตัดสินใจแล้วว่าจะกำจัดภัยคุกคามนี้ทิ้งซะ
ตระกูลเจียงไม่ได้มีอิทธิพลคับฟ้าเหมือนพรรคอินทรีเหิน และเฉินเฉิงตอนนี้ก็ไม่ใช่เฉินเฉิงคนเดิม ถ้ามัวแต่ยอมอ่อนข้อ วันหน้าคงมีเรื่องยุ่งยากตามมาไม่จบไม่สิ้น
"เมื่อกี้ตอนตีกัน เจียงอวิ๋นกับครูฝึกสองคนโดนรุมจนแทบจะไปไม่รอด พอหมอนี่โผล่ไปก็ฆ่าพวกชุดดำไปได้หลายศพ แสดงว่าเป็นระดับขัดเกลาผิวหนังแน่ๆ คงมั่นใจในฝีมือตัวเองถึงได้กล้าตามมา
แต่เขาก็ฆ่าไม่หมด แถมตัวเองยังได้แผลมาด้วย ระดับขัดเกลาผิวหนังแค่นี้ สำหรับข้าแล้วถือว่าเด็กๆ ถ้าข้าลงมือ รับรองว่าเก็บพวกชุดดำได้หมดเกลี้ยงโดยไร้รอยขีดข่วน"
ประเมินฝีมือคู่ต่อสู้เสร็จ เฉินเฉิงก็เลี้ยวผ่านถนนใหญ่สองสาย มุดเข้าตรอกเปลี่ยว แล้วก็หายวับไป
เปาเหยียนซงเร่งฝีเท้าตามมาถึงปากตรอก เห็นแต่ความว่างเปล่าไร้ผู้คน ในใจก็กระหยิ่มยิ้มย่อง
"สวรรค์มีทางเจ้าไม่เดิน นรกไร้ประตูเจ้าดันบุกเข้ามา!"
เปาเหยียนซงแค่นหัวเราะ เดินดุ่มๆ เข้าไปในตรอก ในตรอกนั้นตามพื้นและกำแพงมีคราบเลือดแห้งกรังกระจายอยู่ทั่วไป ดูเหมือนเคยเป็นที่ดวลดาบของพวกจอมยุทธ์มาก่อน
"หรือว่า... ไอ้เจ้าหน้าที่เวรนั่นจงใจล่อข้ามาที่นี่?"
สัญชาตญาณนักสู้เตือนให้ระวัง เปาเหยียนซงเริ่มลังเล แต่ความลังเลก็ถูกแทนที่ด้วยความโหดเหี้ยมอย่างรวดเร็ว
แค่เจ้าหน้าที่ฝึกหัดตัวเล็กๆ ต่อให้มีคนช่วยแล้วไง? ฆ่าทิ้งให้หมดก็สิ้นเรื่อง ที่นี่มันที่เปลี่ยว ฆ่าให้ตายก็ไม่มีใครรู้
ชักดาบออกมา เปาเหยียนซงวิ่งเหยาะๆ เข้าไปในตรอก จนมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง ประตูรั้วเปิดอ้าซ่า ในลานบ้านว่างเปล่า มีแค่เด็กหนุ่มชุดเทารูปร่างผอมบางยืนถือดาบรออยู่คนเดียว ไม่มีใครอื่นอีก
"หึ!" เปาเหยียนซงแสยะยิ้ม แอบขำในใจ!
เดินอาดๆ เข้าไปในบ้าน ปิดประตูรั้วลงกลอนอย่างดี แล้วหันกลับมาด้วยสายตาเย้ยหยัน
เขาเคยเจอคนรนหาที่ตายมาเยอะ แต่ไม่เคยเจอใครรีบไปตายขนาดนี้ สงสัยจะเป็นลูกเมียน้อยยมบาล รีบกลับนรกไปหาพ่อ!
"ไอ้หนู เอ็งนี่มันใจกล้า..."
เปาเหยียนซงกะจะทรมานเหยื่อให้หนำใจก่อนค่อยฆ่า แต่พูดยังไม่ทันจบประโยค เฉินเฉิงก็ขยับตัว พุ่งเข้าใส่พร้อมเงื้อดาบฟันรัวๆ!
ท่าทางของเฉินเฉิงไม่ได้เร็วมาก ดูเร็วกว่าครูฝึกทั่วไปนิดหน่อย
เพลงดาบก็ดูขาดๆ เกินๆ เหมือนเพิ่งจะฝึกได้ขั้นความสำเร็จสูงแบบงูๆ ปลาๆ มีช่องโหว่เพียบ
เปาเหยียนซงแทบไม่ต้องคิด ขยับตัวสวนกลับ ฟันดาบสวนออกไป ดาบของเขาลื่นไหลแม่นยำ กะจะฟันแขนข้างที่ถือดาบของเฉินเฉิงให้ขาดกระเด็นในดาบเดียว
เขาอยากจะทรมานเฉินเฉิงให้สาสมก่อนค่อยส่งไปลงนรก เลยไม่ได้เล็งจุดตาย
ชั่วพริบตาเดียว ทั้งสองฝ่ายเข้าประชิดตัว แต่จู่ๆ เฉินเฉิงก็เปลี่ยนท่าร่างฉีกตัวหลบไปด้านข้าง ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ แล้วสาดผงสีขาวใส่หน้าเปาเหยียนซงเต็มๆ
เปาเหยียนซงแค่นเสียงในลำคอ มุกตื้นๆ แบบนี้เขาเจอมาจนเอียนแล้ว มีหรือจะพลาด?
เขาถีบเท้าส่งตัว กระโดดหลบฉากไปด้านข้างได้ไกลเป็นวา
ผงปูนขาวที่เฉินเฉิงสาดออกไป เลยฟุ้งกระจายไปในอากาศ ไม่โดนเป้าหมาย
"ไอ้หมาลอบกัด มีแต่วิชาสกปรก!"
เปาเหยียนซงมองด้วยสายตาดูแคลน ถ่มน้ำลายลงพื้น แล้วกระชับดาบพุ่งเข้าหาเฉินเฉิงอีกรอบ
เขาดูออกแล้วว่าไอ้เด็กนี่มันเจ้าเล่ห์เพทุบาย เป็นคนต่ำช้าไร้ยางอายตัวจริง เผลอๆ อาจจะซ่อนอาวุธลับอะไรไว้อีก ขืนประมาทอาจจะน้ำตาตกในได้
รอบนี้เขาเลยไม่ยั้งมือ งัดเอาฝีมือจริงๆ ออกมาใช้ ร่างพุ่งทะยานดุจพยัคฆ์ร้าย ชั่วพริบตาก็เข้าถึงตัว
ดาบในมือฟันลงด้วยพละกำลังมหาศาล รุนแรงดุดัน หมายจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
การโจมตีของยอดฝีมือระดับขัดเกลาผิวหนังขั้นความสำเร็จสูงนั้นทรงพลังน่าเกรงขาม สร้างแรงกดดันมหาศาลจนคู่ต่อสู้ต้องหวาดผวา
ถ้าเป็นจอมยุทธ์ระดับครูฝึกทั่วไป เจอแบบนี้เข้าไปคงโดนฟันขาดสองท่อนตายคาที่
หมดสิทธิ์จะได้ใช้ปูนขาวหรืออาวุธลับอะไรทั้งนั้น
เพราะเปาเหยียนซงเร็วมาก เร็วเสียจนเขามั่นใจว่าดาบนี้เฉินเฉิงไม่มีทางหลบพ้น ต้องตายสถานเดียว!
และเฉินเฉิงก็เป็นไปตามคาด ปฏิกิริยาดูเชื่องช้า สีหน้าตื่นตระหนก เหมือนกำลังพยายามถอยหนีตามสัญชาตญาณ
แววตาของเปาเหยียนซงฉายแววอำมหิตสะใจ เขาจินตนาการภาพเฉินเฉิงโดนผ่าครึ่งตัวเลือดสาดกระจายรอไว้แล้ว
[จบแล้ว]