- หน้าแรก
- ผู้คุมซ่อนคม ข้ามีระบบแก้ไขวรยุทธ์
- บทที่ 31 - ดาบในมือข้า
บทที่ 31 - ดาบในมือข้า
บทที่ 31 - ดาบในมือข้า
บทที่ 31 - ดาบในมือข้า
"เหอจื้อหลิง เพลงดาบหกประสานขั้นความสำเร็จสูง โปรดชี้แนะด้วย!"
เหอจื้อหลิงกำชับดาบยาวในมือแน่นพร้อมยกมือประสานคารวะมาจากระยะไกล
ชายหนุ่มผู้นี้ดูแล้วอายุอานามน่าจะราวๆ ยี่สิบปี คิ้วเข้มตาโต รูปร่างบึกบึนแข็งแรง ท่าทางดูสุขุมนุ่มลึกเกินวัยไปมากโข
"เฉินเฉิง เพลงดาบไล่ล่าสายลมขั้นพื้นฐาน"
เฉินเฉิงเองก็ยกมือประสานคารวะตอบกลับไปพร้อมกับลอบสังเกตเหอจื้อหลิงอย่างละเอียด คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณร้องเตือนว่าคนคนนี้จะเป็นคู่ต่อสู้ที่ตึงมือแน่นอน
ไม่ใช่แค่เพราะเหอจื้อหลิงฝึกเพลงดาบจนถึงขั้นความสำเร็จสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ซึ่งดูแข็งแกร่งกว่าศิษย์สำนักยุทธ์อีกสี่คนที่เหลืออย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่เลี่ยวซานที่ฝึกดาบถึงขั้นความสำเร็จสูง หรือโจวเปียวจากพรรคอินทรีเหิน ก็ยังไม่เคยทำให้เฉินเฉิงรู้สึกกดดันได้ขนาดนี้มาก่อน
ทางด้านเหอจื้อหลิงเองก็กำลังประเมินคู่ต่อสู้ของเขาเช่นกัน
เด็กหนุ่มตรงหน้าหน้าตาหมดจดเกลี้ยงเกลา รูปร่างผอมบาง ดูไม่มีรังสีอำมหิตหรือความดุดันแบบที่ผู้ฝึกยุทธ์ควรจะมีเลยสักนิด ดูแล้วก็แค่คนธรรมดาๆ ถ้าจับไปโยนรวมกับฝูงชนก็คงกลมกลืนจนหาไม่เจอ
แต่ใครจะไปเชื่อว่าคนธรรมดาๆ แบบนี้กลับมีพละกำลังดั่งเทพจุติ หมัดเดียวซัดหลี่หลินที่ฝึกหมัดพยัคฆ์คำรามเกือบถึงขั้นความสำเร็จสูงจนร่วงลงไปกองได้
เหอจื้อหลิงเป็นคนนิสัยรอบคอบ เขาไม่ได้ประมาทเฉินเฉิงเพียงเพราะอีกฝ่ายฝึกเพลงดาบได้แค่ขั้นพื้นฐาน แต่เขาก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถเอาชนะเฉินเฉิงได้
เพราะถ้าวัดกันที่พละกำลัง ถึงเขาจะทำไม่ได้เหมือนเฉินเฉิงที่หมัดเดียวจอด แต่เขาก็เชื่อว่าตัวเองไม่ได้ด้อยกว่ากันสักเท่าไหร่
"นายเก่งมาก แต่ฉันเองก็ไม่อ่อนข้อให้หรอกนะ เพราะ...ฉันก้าวเข้าสู่ขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นพื้นฐานแล้ว ในเมื่อใต้เท้าเสิ่นกำชับมา ศึกนี้ฉันทุ่มสุดตัวแน่ นายระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ!"
คนฝึกยุทธ์ร้อยทั้งร้อย ใครบ้างไม่อยากได้ดิบได้ดี?
เหอจื้อหลิงอุตส่าห์แบกความเก่งกาจขนาดนี้เข้ามาในกองปราบระวังเมือง ก็เพื่อหวังจะสร้างชื่อเสียงลาภยศ หัวหน้ามือปราบเสิ่นชิงซวงก็นั่งดูอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ฉวยโอกาสโชว์ฝีมือตอนนี้เพื่อให้เข้าตาท่านหัวหน้า แล้วจะไปรอทำตอนไหน?
พูดจบเขาก็สืบเท้าซ้ายไปข้างหน้าครึ่งก้าว เท้าขวาก้าวตามมาติดๆ ถ่ายเทน้ำหนักตัวไปข้างหน้า มือทั้งสองข้างกุมด้ามดาบแน่น ตัวดาบตั้งตรง คมดาบหันไปด้านหน้าอยู่ในระนาบเดียวกับหัวไหล่ ตั้งท่าอยู่ระดับหน้าอก สายตาจ้องเขม็งล็อคเป้าไปที่เฉินเฉิง
นี่คือท่าเตรียมพร้อมของเพลงดาบหกประสานที่มีชื่อว่า "โอบจันทร์แนบอก!"
เดิมทีเขาเป็นคนสุขุมอยู่แล้ว ยิ่งมั่นใจว่าแรงตัวเองไม่แพ้เฉินเฉิงแน่ๆ เขาจึงตั้งใจจะสู้แบบเน้นความชัวร์ ใช้เพลงดาบเข้าสู้ ซึ่งนี่แหละคือแก่นแท้ของเพลงดาบหกประสาน
โบราณว่าไว้ แค่จอมยุทธ์ขยับ ก็รู้แล้วว่ามีของดีหรือเปล่า
แค่ท่าเตรียมพร้อมท่าเดียวของเหอจื้อหลิง ก็เรียกเสียงฮือฮาจากคนในสนามฝึกได้เกรียวกราว แม้แต่เสิ่นชิงซวงที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ยังแอบพยักหน้าเบาๆ
หยางไท่ ครูฝึกจากสำนักหกประสานหันไปมองหลิวอวิ๋นเฟิง พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้านิ่งสนิท ในใจก็ยิ่งขมขื่น สงสัยการสอบคัดเลือกคราวนี้คงไปล่วงเกินท่านหัวหน้ามือปราบคนนี้เข้าให้จริงๆ แล้ว
เหอจื้อหลิงไม่รอช้า พุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ดาบยาวแทงตรงเข้าใส่หน้าของเฉินเฉิง
นี่คือกระบวนท่า "กวาดล้างหกทิศ!"
พอดาบเริ่มออกกระบวนท่า ท่วงท่าก็ดูสง่างามกว้างขวาง แต่แฝงไปด้วยความดุดันเกรี้ยวกราด
"เจ้านี่ตึงมือจริงๆ แฮะ!" เฉินเฉิงบ่นในใจ เขาเรียกสติกลับมาพร้อมกับฟันดาบสวนออกไปหนึ่งที
ช่างหัวมัน ยังไงก็ต้องลองปะทะตรงๆ ดูสักตั้ง จะได้รู้ว่าแรงหมอนี่มันขนาดไหน
แต่ใครจะคิดว่าพอเพลงดาบของเหอจื้อหลิงมาได้ครึ่งทาง จู่ๆ ก็เปลี่ยนทิศทางกะทันหัน เห็นแค่ปลายเท้าเขาแตะพื้น พลิกตัววูบเดียว ดาบก็ตวัดเสยขึ้นมาที่เอวของเฉินเฉิง
ท่าทางหมดจดงดงาม ต่อเนื่องลื่นไหล รวดเร็วรัดกุม แม่นยำและอำมหิตสุดๆ
เฉินเฉิงรีบเอียงตัวหลบฉากออกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว หลบดาบนี้ไปได้อย่างเฉียดฉิว
เหอจื้อหลิงได้ทีขี่แพะไล่ หมุนวนเพลงดาบ ใช้ออกด้วยกระบวนท่า "พันศีรษะคลุมสมอง" เล็งเป้าไปที่ลำคอของเฉินเฉิงอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
เฉินเฉิงไม่กล้าประมาท รีบสับเท้าถอยฉากหนีออกไปไกลลิบ
เหอจื้อหลิงดาบไปตามตัว รุกไล่อย่างหนักหน่วง ทุกคมดาบไม่เคยห่างจากจุดตายของเฉินเฉิงเลย
หมอนี่กะเอาตายจริงๆ นี่หว่า
เพลงดาบของเขาทั้งรุกและรับสมบูรณ์แบบ ระวังหน้าพะวงหลัง แทบจะไม่มีช่องโหว่ให้เห็น
"ฝีมือระดับเพลงดาบขั้นความสำเร็จสูงนี่ร้ายกาจจริงๆ แต่เหมือนท่าเท้ากับความเร็วของหมอนี่จะช้าไปหน่อยนะ!"
เฉินเฉิงที่มีความสามารถระดับขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นเชี่ยวชาญ มองปราดเดียวก็รู้เรื่อง ถึงเหอจื้อหลิงจะอยู่ขั้นพื้นฐานและฝีมือไม่ธรรมดา แต่ถ้าเทียบความเร็วแล้ว ยังช้ากว่าตอนที่เฉินเฉิงอยู่ขั้นพื้นฐานตั้งเยอะ
ตอนนี้น้ำหนักถ่วงห้าสิบจินที่เฉินเฉิงแบกอยู่ ก็ยังไม่เป็นอุปสรรคในการหลบหลีกคมดาบของเหอจื้อหลิง
ในเมื่อความเร็วเหนือกว่าเห็นๆ เฉินเฉิงเลยไม่คิดจะเอาดาบไปปะทะตรงๆ เขาเลือกที่จะหลบเลี่ยงคมดาบ อาศัยความพริ้วไหววิ่งวนไปรอบๆ
เหอจื้อหลิงเพลงดาบเก๋าเกมก็จริง แต่ท่าเท้าช้ากว่าเฉินเฉิงเยอะ จิ้มไม่โดนเฉินเฉิงเลยสักนิด
การต่อสู้ของทั้งสองคนค่อยๆ กลายเป็นว่าเหอจื้อหลิงบุกใส่อยู่ฝ่ายเดียว ส่วนเฉินเฉิงก็วิ่งวนหลบไปหลบมา นานๆ ทีจะฟันสวนไปสักดาบแล้วก็รีบถอยฉาก
ผ่านไปหลายสิบเพลงยุทธ์ เหอจื้อหลิงก็ยังทำอะไรเฉินเฉิงไม่ได้ ส่วนเฉินเฉิงถ้าจะเอาชนะก็ดูเหมือนจะยาก ทั้งคู่ต่างกินกันไม่ลง
บนอัฒจันทร์ หยางไท่จากสำนักหกประสานที่ตอนแรกหน้าเครียด ก็เริ่มผ่อนคลายลง เขาดูออกแล้วว่าท่าเท้าของเหอจื้อหลิงช้ากว่าเฉินเฉิงมาก ไม่มีทางทำอันตรายเฉินเฉิงได้หรอก
หลิวอวิ๋นเฟิงเองก็ทำหน้าสบายใจ
ส่วนเสิ่นชิงซวงเอาแต่จ้องมองเฉินเฉิงตาไม่กระพริบ เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
กลับเป็นเจ้าหยงเฟิงที่เริ่มนั่งไม่ติด
"ไอ้เจ้าเฉินเฉิงนี่ ไม่คิดจะบุก เอาแต่หลบอย่างเดียว นี่มันโกงกันชัดๆ สู้แบบนี้เมื่อไหร่จะจบจะสิ้น?"
หลิวอวิ๋นเฟิงปรายตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วย้อนถามว่า "หัวหน้ามือปราบเจ้า ท่านจะรีบไปไหน? หรือว่าเวลาท่านประลองดาบกับคนอื่น ท่านยืนเฉยๆ ให้เขาฟันไม่หลบงั้นรึ?"
เจ้าหยงเฟิงพ่นลมหายใจอย่างหัวเสีย แล้วก็เงียบปากไป
ในสนามประลอง ผ่านไปหลายสิบเพลงยุทธ์ เฉินเฉิงเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับผู้ฝึกดาบขั้นความสำเร็จสูง
ด้วยฝีมือดาบขั้นสูงของเหอจื้อหลิง ลำพังแค่ตัวคนเดียวคงสามารถจัดการชายฉกรรจ์ที่ทำเป็นแค่ฟันมั่วๆ ซั่วๆ ได้เป็นสิบคนสบายๆ
แต่มันก็แค่นั้นแหละ
เพราะเฉินเฉิงเองก็ได้เข้าใจความสามารถขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นเชี่ยวชาญของตัวเองใหม่เหมือนกัน
ที่ผ่านมาเขาเหมือนจะเข้าใจผิด คิดไปเองว่าเก่งแค่ไหนก็แพ้มีดแพ้ปืน
แต่ในการต่อสู้เอาชีวิตรอดจริงๆ ความแข็งแกร่งของตัวเองต่างหากคือตัวตัดสินชัยชนะ
กระบวนท่าของเหอจื้อหลิงจะวิจิตรพิสดารแค่ไหน แต่ถ้าฟันไม่โดนคนมันจะมีประโยชน์อะไร?
เพราะมัวแต่บุกแหลก แรงกายแรงใจก็ลดฮวบ เหอจื้อหลิงเริ่มหมดแรง ความเร็วในการเคลื่อนที่และการออกดาบช้าลงเรื่อยๆ ผิดกับเฉินเฉิงที่แทบไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย ยังคงเคลื่อนไหวได้อย่างสบายๆ
ดูเหมือนว่าตราชั่งแห่งชัยชนะกำลังค่อยๆ เอียงมาทางเฉินเฉิงทีละน้อย
บนอัฒจันทร์ หลิวอวิ๋นเฟิงกลับอุทานในใจว่า "แย่แล้ว" เหอจื้อหลิงไม่ได้หมดแรง แต่หมอนั่นกำลังแอบออมแรงเพื่อรอปล่อยของทีเด็ด การโจมตีครั้งสุดท้ายนี้ต้องรุนแรงสุดๆ แน่นอน
ถ้าเฉินเฉิงดูไม่ออกว่าเป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำ แล้วเผลอบุกเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า งานนี้คงดูไม่จืดแน่ อย่างเบาก็สาหัส อย่างหนักก็ตายคาที่!
เขากำลังจะตะโกนเตือน แต่เสียงเย็นชาของเสิ่นชิงซวงก็ลอยมาเข้าหูเสียก่อน
"หัวหน้ามือปราบหลิว ใจเย็นๆ อย่ากระโตกกระตาก"
เธอดูออกแล้วว่าฝีมือของเฉินเฉิงเหนือกว่าเหอจื้อหลิงมาก ต่อให้เหอจื้อหลิงใช้เล่ห์เหลี่ยม ก็ไม่มีทางชนะเฉินเฉิงได้
หลิวอวิ๋นเฟิงร้อนรน "เหอจื้อหลิงเพลงดาบช่ำชอง ประสบการณ์ต่อสู้โชกโชน..."
"พอได้แล้ว!" เสิ่นชิงซวงยกมือห้าม "รอดูไปก่อนเถอะน่า"
พูดยังไม่ทันขาดคำ ก็เห็นเฉินเฉิงพลิกตัวเปลี่ยนทิศทาง วนเวียนอยู่รอบตัวเหอจื้อหลิง ดาบในมือยื่นออกไปลองเชิงเป็นระยะๆ เหมือนเริ่มจะมีความคิดอยากบุกบ้างแล้ว
หลิวอวิ๋นเฟิงไม่สนคำสั่งเสิ่นชิงซวง กำลังจะอ้าปากเตือน แต่สุดท้ายก็ช้าไปก้าวหนึ่ง เห็นแค่เฉินเฉิงพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว คนกับดาบหลอมรวมเป็นหนึ่ง ดาบในมือราวกับไร้เงา แทงตรงเข้าใส่แขนขวาของเหอจื้อหลิงทันที
[จบแล้ว]