- หน้าแรก
- ผู้คุมซ่อนคม ข้ามีระบบแก้ไขวรยุทธ์
- บทที่ 30 - ฝืนใจรับคำท้า
บทที่ 30 - ฝืนใจรับคำท้า
บทที่ 30 - ฝืนใจรับคำท้า
บทที่ 30 - ฝืนใจรับคำท้า
ศิษย์สำนักพยัคฆ์คำรามที่ตะโกนท้าสู้ใหม่ คือพี่ชายแท้ๆ ของหลี่หลิน ชื่อว่าหลี่เซิ่ง
เห็นเฉินเฉิงไม่สนใจ นึกว่าเฉินเฉิงปอดแหก เลยยิ่งได้ใจตะโกนด่า "ทำไม กลัวข้าจนหัวหดเลยหรือไง"
"หลี่เซิ่ง นี่เป็นการสอบของกองปราบ ไม่ใช่การประลองเถื่อนข้างถนน อย่ามาทำตัวสามหาวที่นี่!"
โจวปิ่งเหลียง เจ้าสำนักพยัคฆ์คำรามร้อนรน รีบตะโกนห้าม
สำนักพยัคฆ์คำรามเป็นหนึ่งในสองสำนักใหญ่ย่านหรูอี้ ตัวโจวปิ่งเหลียงเองก็เป็นยอดฝีมือขอบเขตขัดเกลาผิวหนังขั้นสมบูรณ์ ฟังดูยิ่งใหญ่เกรียงไกร
แต่เขารู้สภาพตัวเองดี แก่แล้ว เลือดลมถดถอย ฝีมือตกไปเยอะ เปิดสำนักหวังแค่หากินไปวันๆ
หลี่หลินปากดีว่าจะไม่ออมมือ ก็ไปล่วงเกินหลิวอวิ๋นเฟิงเข้าให้แล้ว ถ้าหลี่เซิ่งไปท้าตีท้าต่อยกับเฉินเฉิงอีก ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ สำนักพยัคฆ์คำรามคงได้เป็นศัตรูกับหลิวอวิ๋นเฟิงถาวรแน่ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ
หลี่เซิ่งไม่กล้าเถียงอาจารย์ กัดฟันเงียบ แต่สีหน้ายังไม่ยอมแพ้
เสิ่นชิงซวงปรายตามองเขา สีหน้าเรียบเฉย ถามเนิบๆ "หลี่เซิ่ง เพลงหมัดของเจ้าเทียบกับน้องชายเจ้าแล้วเป็นอย่างไร"
หลี่เซิ่งนึกว่าหัวหน้าใหญ่จะให้โอกาสแก้ตัว รีบประสานมือตอบ "น้องชายข้าเพิ่งฝึกหมัดพยัคฆ์สำเร็จเมื่อเดือนก่อน แต่ข้าสำเร็จมาครึ่งปีแล้วขอรับ"
สำเร็จก่อนตั้งห้าเดือน ในความคิดของหลี่เซิ่ง เขาต้องเก่งกว่าน้องชายเยอะ
แต่เสิ่นชิงซวงกลับส่ายหน้า "ช่างเถอะ เจ้าก็ไม่ได้เก่งไปกว่าน้องเจ้าเท่าไหร่หรอก ไม่ต้องไปสู้กับเฉินเฉิงให้เสียเวลา"
หลี่เซิ่งหน้าเหวอ แต่คำสั่งหัวหน้าใหญ่ใครจะกล้าขัด ได้แต่รับคำเสียงอ่อย "ขอรับ"
ตอนอยู่ที่ตรอกต้นหวาย หลิวอวิ๋นเฟิงแค่คิดว่าเฉินเฉิงพอมีฝีมือ น่าสนับสนุน
แต่พอเห็นเฉินเฉิงปล่อยหมัดเดียวจอด คว่ำศิษย์สำนักยุทธ์ได้อย่างเด็ดขาด ความชื่นชมในใจก็พุ่งทะยานถึงขีดสุด
เด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ฟ้าประทานแบบนี้ มีแววจะเป็นมังกรซ่อนกาย ถ้าปั้นดีๆ อนาคตไกลลิบ
หลิวอวิ๋นเฟิงไม่อยากให้มีเรื่องยุ่งยากอีก รีบประสานมือ "ท่านหัวหน้าเสิ่น เฉินเฉิงชนะหลี่หลินแล้ว ตามกติกา เขาควรได้รับตำแหน่งมือปราบสำรอง"
"ตำแหน่งน่ะได้แน่ แต่ข้าอุตส่าห์มาถึงที่นี่ ถ้าจบแค่นี้ มันออกจะไม่คุ้มค่าเหนื่อยไปหน่อย"
เสิ่นชิงซวงนิ่งคิดครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองเฉินเฉิง "ในเมื่อหลี่หลินบาดเจ็บหนัก ก็ตัดชื่ออกไปเลยแล้วกัน
ส่วนพวกเจ้าอีกสี่คน ได้เป็นมือปราบแล้ว ก็ถือว่าเป็นลูกน้องข้า ต้องเชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา"
ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้เจ๊แกจะมาไม้ไหน แต่ศิษย์สำนักยุทธ์คนหนึ่งไหวพริบดี รีบก้าวออกมา
"น้อมรับคำสั่งท่านหัวหน้า"
หลี่เซิ่งกับศิษย์อีกคนเห็นดังนั้น ก็รีบประสานมือตาม
"น้อมรับคำสั่งท่านหัวหน้า"
เฉินเฉิงเองก็พอเดาทางได้ รีบประสานมือตามน้ำ
"น้อมรับคำสั่งท่านหัวหน้า"
"อืม ดีมาก" เสิ่นชิงซวงพยักหน้าพอใจ แล้วเปลี่ยนเรื่อง "มือปราบต้องเผชิญหน้ากับความเป็นความตายตลอดเวลา การทดสอบควรเน้นการต่อสู้จริง
เมื่อกี้ข้าเห็นเพลงหมัดไปแล้ว พวกเจ้าอยากจะลองประลองดาบกันหน่อยไหม"
หัวหน้าใหญ่อยากดูเพลงดาบ เข้าทางศิษย์สำนักหกประสานพอดี
โดยเฉพาะคนที่รีบออกมารับคำสั่งคนแรก รีบเสนอหน้าทันที "เรียนท่านหัวหน้า ข้าน้อยเหอจื้อหลิง ยินดีแสดงเพลงดาบขอรับ"
เหอจื้อหลิงคิดว่านี่เป็นโอกาสทองที่จะได้โชว์ฟอร์มต่อหน้าหัวหน้าใหญ่ เผื่อจะเข้าตาท่าน อนาคตจะได้รุ่งโรจน์
เสิ่นชิงซวงพยักหน้า เอ่ยชม
"ได้ยินกิตติศัพท์เพลงดาบหกประสานของสำนักเจ้ามานาน ว่าร้ายกาจนัก ข้าอยากเห็นเป็นบุญตาจริงๆ"
"ขอรับ ข้าน้อยจะแสดงฝีมือสุดความสามารถ!" เหอจื้อหลิงฮึกเหิมสุดขีด ประสานมือรับคำ
ศิษย์สำนักหกประสานอีกคนเห็นเหอจื้อหลิงได้หน้า ก็รีบเสนอตัวบ้าง "เรียนท่านหัวหน้า ข้าน้อยก็อยากแสดงเพลงดาบเหมือนกันขอรับ"
เสิ่นชิงซวงส่ายหน้า "เพลงดาบหกประสานดูคนเดียวก็พอ เจ้าถอยไปเถอะ"
ศิษย์คนนั้นหน้าแตกยับ เดินถอยไปอย่างเจ็บใจ มองค้อนเหอจื้อหลิงด้วยความอิจฉา เลียแข้งเลียขาเหมือนกัน ทำไมเหอจื้อหลิงได้หน้า แต่ข้าได้กินแห้ว
โลกนี้มันลำเอียงชัดๆ!
สำนักหกประสานเหลือตัวแทนคนเดียว ตอนนี้ก็เหลือแค่เฉินเฉิงกับหลี่เซิ่ง
หลี่เซิ่งเก่งหมัด แต่เพลงดาบงั้นๆ ไม่กล้ารับคำท้า
ส่วนเฉินเฉิงเพลงดาบเพิ่งเริ่มต้น ยิ่งไม่อยากออกไปโชว์ไก่
สองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครยอมขยับ
โดยเฉพาะหลี่เซิ่งที่หมั่นไส้เฉินเฉิงอยู่แล้ว ยิ่งภาวนาให้เฉินเฉิงโดนเลือก จะได้แพ้เหอจื้อหลิงให้ขายหน้าเล่นๆ เขาจะได้สะใจ
เสิ่นชิงซวงพูดขึ้น "เฉินเฉิง เจ้าลองประลองดาบกับเหอจื้อหลิงดูหน่อยเป็นไง"
แม่นางหัวหน้าใหญ่ปูเรื่องมาตั้งนาน จริงๆ แล้วก็แค่อยากรู้ว่านอกจากแรงควายแล้ว เฉินเฉิงมีวิชาอื่นดีๆ อีกไหม
เฉินเฉิงไม่อยากประลองดาบใจจะขาด แต่เมื่อกี้เพิ่งปากดีไปว่าน้อมรับคำสั่ง
ตอนนี้เสิ่นชิงซวงถามเหมือนขอความเห็น แต่จริงๆ คือคำสั่งกลายๆ
คิดสะระตะแล้ว เฉินเฉิงก็จำใจต้องรับคำ "ในเมื่อท่านหัวหน้าสั่งมา เฉินเฉิงขอน้อมรับ"
ท่าทางฝืนใจสุดขีดของเขา ทำเอาศิษย์สำนักหกประสานอีกคนที่อยากโชว์ของแทบกระอักเลือด
โอกาสทองที่คนอื่นอยากได้แทบตาย แต่เฉินเฉิงดันทำเหมือนโดนบังคับให้กินยาขม น่าโมโหชะมัด!
"อืม ดีมาก งั้นพวกเจ้าสองคนก็เริ่มประลองดาบกันได้เลย!"
เสิ่นชิงซวงสั่งเสียงเรียบ
[จบแล้ว]