- หน้าแรก
- ผู้คุมซ่อนคม ข้ามีระบบแก้ไขวรยุทธ์
- บทที่ 13 - ความสำเร็จขั้นย่อย
บทที่ 13 - ความสำเร็จขั้นย่อย
บทที่ 13 - ความสำเร็จขั้นย่อย
บทที่ 13 - ความสำเร็จขั้นย่อย
ช่วงนี้อาหารการกินบ้านตระกูลเฉินดีขึ้นผิดหูผิดตา มู่เสี่ยวหว่านได้รับสารอาหารครบถ้วน รูปร่างที่เคยผอมแห้งก็เริ่มมีน้ำมีนวล ใบหน้าขาวผ่องดูละเอียดลออมีเลือดฝาด ดูน่ารักน่าชังขึ้นเป็นกอง
เฉินเฉิงเห็นแล้วมันเขี้ยว อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปบีบแก้มที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ ของนางเบาๆ
"เด็กดี รีบไปทำกับข้าวเถอะ พี่หิวจะแย่แล้ว"
"เจ้าค่ะ" มู่เสี่ยวหว่านรับคำเสียงอ่อย ถือขาหมูเดินเข้าครัวไป
ไม่รู้ทำไม นางรู้สึกว่าพี่เฉิงวันนี้ดูแตกต่างไปจากทุกวัน
เฉินเฉิงยืนยืดตัวตรงอยู่ในลานบ้าน โคจรพลังวิชาเกราะเหล็กเงียบๆ
ผ่านไปครึ่งถ้วยชา
【ความคืบหน้าวิชาเกราะเหล็กเพิ่มขึ้น】
【ทักษะ : วิชาเกราะเหล็ก (ขั้นชำนาญ 1/1000)】
ฝึกมาเกือบเดือน ในที่สุดวิชาเกราะเหล็กก็บรรลุถึงขั้นชำนาญ หรือความสำเร็จขั้นย่อย
เมื่อวิชาพัฒนาขึ้น กระแสความอบอุ่นก็ก่อตัวจากแขนขา ไหลเวียนไปทั่วร่าง เฉินเฉิงรู้สึกว่าตัวเองมีพละกำลังเหลือเฟือ จนต้องระบายออกด้วยการชกมวยในลานบ้าน
เขาไม่ได้เรียนวิชาหมัดมวยที่ไหนมา อาศัยจำท่าพื้นฐานครูพักลักจำมามั่วๆ หมัดตรง หมัดเสย หมัดฮุกซ้าย หมัดฮุกขวา...
ชกไปสักพัก ก็เริ่มเตะ
ท่าเตะก็พื้นฐานเหมือนกัน เตะตรง เตะข้าง เตะกวาด เตะสูง...
จากนั้นก็รัวทั้งหมัดทั้งเท้า ตอนแรกก็ยังพอดูเป็นท่าทาง แต่พอยิ่งเร็วยิ่งมั่ว กลายเป็นรำมวยวัดไปเสียอย่างนั้น
แต่ถึงกระนั้น ด้วยอานิสงส์ของวิชาเกราะเหล็กขั้นชำนาญ หมัดเท้าของเขาก็หนักหน่วงรุนแรง รวดเร็วว่องไว ต่อยลมทีเสียงดังพั่บๆ น่าเกรงขาม
คนโบราณว่า พันตำลึงทองซื้อเสียงดังไม่ได้ แต่เฉินเฉิงออกหมัดทีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
รำมวยจนหนำใจ เฉินเฉิงหยุดยืนนิ่ง ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด กลับรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายไปทั้งตัว
พอกำหมัดแบมือ สัมผัสได้ถึงการไหลเวียนของเลือดลม ผิวหนังตึงแน่นแข็งแกร่งราวกับหนังวัว
"หรือว่า ข้าจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตขัดเกลาผิวหนังแล้ว"
คิดได้ดังนั้น เฉินเฉิงก็คว้าท่อนฟืนขนาดเท่าแขนมาจากกองฟืน วางพาดบนตอไม้ แล้วฟาดสันมือลงไปเต็มแรง
ท่อนฟืนหักสะบั้นคาตา พอมาดูที่มือ ไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
"หมัดเมื่อกี้ แรงปะทะน่าจะไม่ต่ำกว่าสามร้อยชั่ง!"
ความดีใจพุ่งพล่าน เฉินเฉิงรีบเปิดหน้าต่างสถานะดู
【ชื่อ : เฉินเฉิง
ขอบเขต : ขัดเกลาผิวหนัง (ขั้นชำนาญ)
ทักษะ : วิชาเกราะเหล็ก (ขั้นชำนาญ 1/1000)】
"ว่าแล้วเชียว ข้าเข้าสู่ขอบเขตขัดเกลาผิวหนัง เป็นจอมยุทธ์เต็มตัวแล้ว
แต่ดูเหมือนข้าจะเป็นจอมยุทธ์ของเก๊อยู่หน่อยๆ
โลกนี้แบ่งวิชาออกเป็นวิชาภายนอกกับวิชาลมปราณ ข้าฝึกแต่วิชาลมปราณ แถมเป็นวิชาเน้นการหายใจ ไม่รู้วิชาภายนอกหรือวิชาขัดเกลากายาเลยสักนิด เลยดึงศักยภาพของขอบเขตขัดเกลาผิวหนังออกมาได้ไม่เต็มที่
ต้องหาทางหาวิชาภายนอกกับวิชาขัดเกลากายามาฝึกเพิ่มแล้ว"
"พี่เฉิง กินข้าวได้แล้วจ้ะ"
มู่เสี่ยวหว่านตะโกนเรียกจากหน้าประตูครัว
"จ้ะ"
เฉินเฉิงขานรับ เดินเข้าครัวไป
ข้าวฟ่าง ขาหมูน้ำแดงชามโต แกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้ แม้จะเป็นเมนูบ้านๆ แต่สำหรับคนจน นี่คืออาหารเหลาชัดๆ
เฉินเฉิงหิวโซ ยกชามข้าวขึ้นมาโซบเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
พอยิ่งเก่ง ก็ยิ่งกินจุ มื้อหนึ่งเขาต้องกินข้าวฟ่างพูนๆ สามชาม กับเนื้อสัตว์อีกครึ่งชั่งถึงจะอิ่ม
วิชาเกราะเหล็กเพิ่งเลื่อนขั้น แถมเมื่อกี้ออกกำลังไปชุดใหญ่ พลังงานเลยหมดเกลี้ยง หิวจนแสบท้อง
ข้าวฟ่างสองชาม กับขาหมูเกินครึ่งลงท้องไปแล้ว ถึงค่อยรู้สึกอยู่ท้องขึ้นมาบ้าง
เงยหน้าขึ้นมา เห็นมู่เสี่ยวหว่านค่อยๆ เล็มข้าวทีละคำ นั่งเงียบไม่พูดไม่จา เหมือนมีเรื่องในใจ
"เสี่ยวหว่าน เป็นอะไรไปรึ" เฉินเฉิงถามด้วยความสงสัย
มู่เสี่ยวหว่านฝืนยิ้ม คีบเนื้อหมูใส่ชามให้เฉินเฉิง
"พี่เฉิง หนูไม่เป็นไรจ้ะ"
เฉินเฉิงวางตะเกียบ ทำหน้าจริงจัง "ไม่เป็นไรแล้วทำไมทำหน้าเศร้าอย่างนั้น"
มู่เสี่ยวหว่านอึกอักอยู่นาน กว่าจะยอมพูด "พี่เฉิง พี่ฝึกวิชาจนเป็นจอมยุทธ์แล้วใช่ไหมจ๊ะ"
"ใช่แล้ว" เฉินเฉิงพยักหน้า ยอมรับแต่โดยดี
"เฮ้อ!" มู่เสี่ยวหว่านถอนหายใจ
"พี่เป็นจอมยุทธ์แล้ว ทำไมเจ้าถึงดูไม่ดีใจเลยล่ะ" เฉินเฉิงแปลกใจ
มู่เสี่ยวหว่านแลบลิ้น "พี่เฉิงเก่งขึ้น หนูย่อมดีใจอยู่แล้ว แต่ว่า... รายจ่ายบ้านเรามันชักจะเยอะเกินไปแล้วนะจ๊ะ"
มีประโยคหนึ่งที่มู่เสี่ยวหว่านไม่ได้พูดออกมา พี่เฉิงเล่นกินขาหมูมื้อละครึ่งขาแบบนี้ นางกลัวว่าสักวันบ้านเราจะต้องอดตายกันหมด!
เฉินเฉิงมองตาก็รู้ใจ
"ไม่ต้องห่วง เรื่องเงินพี่จะหาทางเอง กินข้าวเถอะ"
หลังมื้อเย็น ทั้งสองเข้านอนแต่หัวค่ำ
ช่วงนี้หิมะตกหนักติดต่อกันหลายวัน อากาศหนาวจับใจ
แม้ในห้องจะจุดเตาถ่าน แต่มู่เสี่ยวหว่านที่ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มก็ยังหนาวจนตัวสั่น เผลอเบียดตัวเข้าหาอกอุ่นๆ ของเฉินเฉิงโดยไม่รู้ตัว
เฉินเฉิงเลยกอดนางไว้
ฝึกวิชาเกราะเหล็กมา เลือดลมสูบฉีดดี ตัวเขาเลยอุ่นเหมือนเตาไฟเคลื่อนที่
"พี่เฉิง คนในตรอกเรา พากันเข้าป่าไปตัดฟืนกันหมดแล้วนะจ๊ะ"
"อืม"
"ฟืนบ้านเราก็ใกล้หมดแล้ว"
"ไม่เป็นไร อีกสองวันพี่หยุดงาน เดี๋ยวพี่ซื้อมาเติมให้"
"ได้ยินว่าราคาฟืนขึ้นอีกแล้วนะจ๊ะ"
"ไม่ต้องกลัว เราพอมีปัญญาซื้อน่า"
"พี่เฉิง หรือเราจะประหยัดกันหน่อยดีไหมจ๊ะ"
"อืม อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด อะไรต้องจ่ายก็ต้องจ่าย!"
......
สามวันต่อมา
วันหยุดของเฉินเฉิง
เขาตื่นแต่เช้าตรู่ไปตลาดซื้อฟืน คราวนี้จัดหนักซื้อมาตุนไว้ถึงยี่สิบหาบ พอให้ใช้ไปได้อีกสองเดือนกว่า น่าจะพ้นหน้าหนาวนี้ไปได้
นอกจากฟืน เขายังซื้อกระดาษวาดเขียนกับพู่กันและหมึกมาด้วยปึกหนึ่ง
จากนั้นเฉินเฉิงก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง จนมู่เสี่ยวหว่านทำกับข้าวเช้าเสร็จถึงยอมออกมา
"พี่เฉิง พี่เขียนหนังสืออยู่ในห้องเหรอจ๊ะ"
เห็นหน้าตามือไม้เฉินเฉิงเปื้อนหมึก มู่เสี่ยวหว่านก็รีบเอาน้ำอุ่นมาเช็ดให้
"อืม เขียนนิดหน่อย แล้วก็วาดรูปอีกสองสามรูปน่ะ"
เฉินเฉิงตอบส่งๆ
มู่เสี่ยวหว่านเคยเรียนหนังสือมาบ้าง ยิ่งเห็นเฉินเฉิงปิดประตูลับๆ ล่อๆ ยิ่งอยากรู้อยากเห็น
"พี่เฉิง พี่เขียนอะไร วาดอะไรจ๊ะ"
เฉินเฉิงหัวเราะ "ก็แค่คัดลอกคัมภีร์ยุทธ์ เอาไว้ให้พวกผู้ชายฝึกกัน ผู้หญิงดูไม่ได้หรอก"
"คัมภีร์ยุทธ์แบ่งแยกชายหญิงด้วยเหรอจ๊ะ" มู่เสี่ยวหว่านกระพริบตาปริบๆ สงสัยหนักเข้าไปอีก
"แน่นอนสิ" เฉินเฉิงทำเสียงเข้ม
"อ้อ" มู่เสี่ยวหว่านเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง "พี่เฉิง แล้วพี่คัดลอกคัมภีร์ยุทธ์ไปทำไมจ๊ะ"
"ก็เอาไปขายหาเงินน่ะสิ ค่าใช้จ่ายบ้านเราอีกหลายเดือน ต้องฝากความหวังไว้ที่เจ้าสิ่งนี้แหละ"
เห็นมู่เสี่ยวหว่านทำท่าจะถามต่อ เฉินเฉิงคิดว่าคัมภีร์ที่เขาคัดลอกมันออกจะ... พิเศษใส่ไข่ไปหน่อย อธิบายให้สาวน้อยฟังคงไม่เหมาะ เลยตัดบท "สายแล้ว รีบกินข้าวเถอะ พี่ต้องรีบเอาคัมภีร์ไปขาย"
กินข้าวเช้าแบบรวบรัด เฉินเฉิงเปลี่ยนมาใส่ชุดลำลองสีดำ ยัดคัมภีร์ที่เพิ่งคัดลอกเสร็จไว้ในอกเสื้อ แล้วรีบออกจากบ้าน
คัมภีร์ที่เขาจะเอาไปขาย ย่อมเป็นวิชาเกราะเหล็ก แต่ไม่ใช่ฉบับสมบูรณ์ เป็นฉบับตัดทอน
ไม่ใช่แค่ตัดทอนธรรมดา แต่มีเฉพาะส่วนที่เป็นเคล็ดวิชาเป้าเหล็กเท่านั้น
เมื่อเทียบกับเวอร์ชันก้นหีบที่ซิ่วเฉินให้มา ฉบับที่เฉินเฉิงคัดลอกนี้ผ่านการปรับปรุงมาแล้ว ทำให้โอกาสฝึกสำเร็จมีสูงถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์
[จบแล้ว]