- หน้าแรก
- ผู้คุมซ่อนคม ข้ามีระบบแก้ไขวรยุทธ์
- บทที่ 12 - กลไกซ่อนเร้น
บทที่ 12 - กลไกซ่อนเร้น
บทที่ 12 - กลไกซ่อนเร้น
บทที่ 12 - กลไกซ่อนเร้น
"เรียนหัวหน้าเฉิง ข้าน้อยเพิ่งจะทราบชื่อนักโทษว่าฉินข่ายก็ตอนนี้แหละขอรับ
วันก่อนตอนที่ข้าน้อยเข้าไปในห้องทรมาน เขาก็บาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไปแล้ว
ตอนที่ข้าน้อยต่อกระดูกให้ เขาฟื้นขึ้นมาครู่หนึ่งเพราะความเจ็บปวด แต่ก็เอาแต่ร้องโอดโอย พอต่อกระดูกเสร็จเขาก็สลบเหมือดไปอีก ข้าน้อยเลยไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับเขาเลยขอรับ"
สมองแล่นเร็วปรู๊ดปร๊าด เฉินเฉิงตีหน้าซื่อตาใส ตอบกลับไปอย่างฉะฉาน
ก่อนหน้านี้หลิวอวิ๋นเฟิงเคยเตือนแล้วว่าคดีของฉินข่ายพัวพันไปทั่ว ขนาดเจี่ยงเฉิงกับหลี่เทายังโดนเด้งฟ้าผ่า เฉินเฉิงเป็นแค่ผู้คุมมดปลวก ย่อมต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยว
เรื่องที่ฉินข่ายเสนอเงินให้ร้อยห้าสิบตำลึง ยิ่งไม่ควรพูดออกไปให้เฉิงรุ่ยระแวง
"งั้นรึ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไปทำงานต่อเถอะ" เฉิงรุ่ยโบกมือ ทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจ
"ขอรับ" เฉินเฉิงเดินออกจากห้องพักผู้คุม กลับไปยืนยามที่จุดเดิม พลางฝึกวิชาเกราะเหล็กไปเงียบๆ
คล้อยหลังเฉินเฉิงไม่นาน ผู้คุมหน้าใหม่คนหนึ่งก็เดินเข้าไปในห้องพักผู้คุม กระซิบข้างหูเฉิงรุ่ย "หัวหน้าเฉิง เมื่อวานเฉินเฉิงหยุดงาน วันนี้พอมาถึงคุก ก็ประจำจุดทันที ไม่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ และไม่ได้สอบถามข่าวคราวของฉินข่ายจากใครเลยขอรับ
ข้าไปสืบประวัติมาแล้ว เขาเป็นคนซื่อๆ หัวอ่อน ก่อนหน้านี้โดนนักโทษแดนประหารชื่อซิ่วเฉินหลอกให้ฝึกวิชาเกราะเหล็กปลอมๆ จนธาตุไฟเข้าแทรก
หลังจากนั้นก็แค้นฝังหุ่น ตามไปแก้แค้นซิ่วเฉินไม่เลิก จนได้ฉายา อาเฉิงคนโหด ขอรับ"
"โฮ่ ดูท่าทางเจ้าเฉินเฉิงนี่จะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นน่าดู" เฉิงรุ่ยยิ้มมุมปาก พูดต่อ "ดูจากรูปการณ์แล้ว มันคงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฉินข่ายจริงๆ
เอาเถอะ ช่วงนี้เจ้าจับตาดูมันต่อไป ถ้ามีพิรุธเมื่อไหร่ รีบมารายงานข้าทันที"
เฉิงรุ่ยสั่งการเสร็จ ก็เดินออกจากคุก ตรงไปยังที่ทำการกองปราบ
......
เฉินเฉิงกลับมายืนที่เดิม ทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ ตั้งหน้าตั้งตาฝึกวิชาเกราะเหล็ก
วันเดียว ความคืบหน้าวิชาเกราะเหล็กพุ่งไปถึง (8/100)
การฝึกรุดหน้าไปกว่าเมื่อก่อนมาก ส่วนหนึ่งเพราะวิชาเกราะเหล็กได้รับการแก้ไขจนสมบูรณ์ เดินพลังได้ลื่นไหล อีกส่วนหนึ่งเพราะได้กินเนื้อสัตว์บำรุง เลือดลมจึงสมบูรณ์พร้อม
เฉินเฉิงลองคำนวณดูเล่นๆ เคล็ดวิชาที่ซิ่วเฉินให้มา รวมกับไอ้ที่อ้างว่าเป็นเคล็ดลับก้นหีบ รวมกันแล้วมีแค่ประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของวิชาฉบับสมบูรณ์เท่านั้น
อีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ล้วนได้มาจากการฝึกฝนและระบบช่วยแก้ไขให้
แสดงว่าซิ่วเฉินอาจจะไม่มีเคล็ดวิชาฉบับสมบูรณ์อยู่ในมือจริงๆ
ด้วยเหตุนี้ เฉินเฉิงเลยไม่ไปหาเรื่องซิ่วเฉินมาทั้งวัน
ถึงว่างก็คงไม่อยากเฉียดกรายไปแถวนั้น เพราะเฉิงรุ่ยย้ายฉินข่ายไปขังไว้ที่แดนประหาร แถมยังจัดเวรยามเฝ้าแน่นหนา ห้ามคนนอกเข้าใกล้
กลัวฉินข่ายจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวแล้วตายไปซะก่อน เฉิงรุ่ยถึงขั้นจ้างหมอมารักษาอาการให้เป็นประจำ
สิ่งที่เฉินเฉิงต้องทำตอนนี้คืออยู่ให้ห่างจากฉินข่าย ห่างจากความเสี่ยงทุกชนิด ทำตัวลีบๆ เป็นอากาศธาตุ รอจนฝึกวิชาสำเร็จค่อยว่ากัน
หลายวันต่อมา เฉินเฉิงทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว ทำงานเสร็จก็กลับบ้าน แวะตลาดซื้อกับข้าวบ้างเป็นครั้งคราว กลับไปกินดีอยู่ดีกับมู่เสี่ยวหว่าน
อาการของฉินข่ายหนักเอาการ คงไม่หายง่ายๆ ดูเหมือนเขาจะตกลงอะไรบางอย่างกับเฉิงรุ่ยได้ นอกจากจะไม่โดนทรมานแล้ว ยังได้รับการดูแลดุจแขกวีไอพี
เฉิงรุ่ยสั่งให้ลูกน้องไปซื้อเหล้าอาหารจากภัตตาคารมาประเคนให้ทุกวัน
ผ่านไปอีกหลายวัน
เฉินเฉิงสังเกตเห็นเรื่องผิดปกติ
ปริมาณเหล้าและอาหารที่ส่งไปแดนประหารเพิ่มขึ้น พอไปสืบดูก็พบว่าอีกชุดหนึ่งถูกส่งไปให้ซิ่วเฉิน
เรื่องนี้ทำเอาเฉินเฉิงตกใจไม่น้อย เริ่มระแวงว่าซิ่วเฉินอาจจะติดสินบนเฉิงรุ่ย เพื่อหาทางแหกคุก
แม้อาจจะเป็นไปได้ยาก แต่ก็ประมาทไม่ได้
ซิ่วเฉินแม้จะเป็นแค่ระดับขัดเกลาผิวหนัง แต่ฝีมือร้ายกาจกว่าคนในระดับเดียวกันมาก ได้ยินว่าตอนจับกุม ต้องระดมกำลังระดับหัวหน้ามือปราบขั้นเปลี่ยนเส้นเอ็นหนึ่งคน หัวหน้ามือปราบขั้นขัดเกลาผิวหนังอีกสามคน พร้อมลูกน้องอีกเป็นโขยง
ขนาดนั้นก็ยังมีหัวหน้ามือปราบโดนเล่นงานจนบาดเจ็บไปสองคน
ส่วนข้อหาของซิ่วเฉิน เบื้องบนปิดปากเงียบกริบ ขนาดเจี่ยงเฉิงคนเก่ายังเคยเปรยๆ ว่าไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง
แต่ความกังวลของเฉินเฉิงก็อยู่ได้ไม่นาน
เฉิงรุ่ยส่งข้าวส่งน้ำให้ซิ่วเฉินได้แค่ห้าวัน ก็เลิกสนใจ
หลังจากนั้น เฉิงรุ่ยก็ขยันเดินตรวจคุกผิดปกติ แทบจะเดินตรวจทุกชั่วโมง ชั่วโมงละสี่ห้ารอบ
เวลาเดินตรวจ สีหน้าเขาจะเคร่งขรึม ยืดอกหลังตรง แต่เดินช้าๆ ท่าทางประหลาดๆ กางขาออกกว้างๆ เหมือนมีอะไรตุงอยู่ในเป้ากางเกง
หัวหน้าขยันเดินตรวจขนาดนี้ ลูกน้องก็พลอยซวยไปด้วย ไม่กี่วันผู้คุมทั้งคุกก็บ่นกันอุบ แอบตั้งฉายาให้ว่า เฉิงคนบ้า
ถ้าไม่บ้า ใครจะมาขยันทำงานถวายหัวขนาดนี้ เงินเดือนก็นิดเดียว คุ้มค่าเหนื่อยที่ไหนกัน
แน่นอนว่าเฉินเฉิงเป็นข้อยกเว้น เขาไม่เคยปริปากบ่นสักคำ
เขาสังเกตเห็นว่าที่ขากางเกงด้านในของเฉิงรุ่ย มีวัตถุทรงกลมซ่อนอยู่
โลกนี้มีที่ซ่อนของเยอะแยะ ชายเสื้อ แขนเสื้อ ขอบเอว แต่เย็บกระเป๋าลับไว้ในขากางเกงแบบเฉิงรุ่ย แม้จะน้อยแต่ก็พอมี
แต่ไอ้ที่ซ่อนอยู่ในขากางเกงเฉิงรุ่ย ไม่ใช่ถุงเงินแน่ๆ มันคือลูกตุ้มเหล็ก แถมยังใช้ด้ายผูกโยงไว้กับ... ตรงนั้น
ในที่สุดซิ่วเฉินก็คายเคล็ดลับก้นหีบให้เฉิงรุ่ยจนได้
เฉิงรุ่ยกำลังฝึกวิชาเกราะเหล็กฉบับไม่สมบูรณ์ หรือจะพูดให้ถูกคือ วิชาเป้าเหล็ก ที่ซิ่วเฉินดัดแปลงมาจากวิชาเกราะเหล็ก
ตามนิสัยจอมกะล่อนของซิ่วเฉิน คงโม้ไว้ว่าวิชาเกราะเหล็กครอบจักรวาล แขนขาดฝึกแขน ขาขาดฝึกขา ถ้าตรงนั้นไม่แข็งแรง ก็ฝึกวิชาเป้าเหล็ก
ส่วนจะฝึกสำเร็จไหม อย่างน้อยซิ่วเฉินหนุ่มหน้าสวยก็ฝึกสำเร็จ ตอนที่หลอกเฉินเฉิง ซิ่วเฉินเคยโชว์ของให้ดูเพื่อสร้างความเชื่อถือ
บอกได้เลยว่า... มหึมา!
คนเขี้ยวลากดินอย่างเฉิงรุ่ยจะยอมเชื่อ ก็คงเพราะซิ่วเฉินงัดหลักฐานออกมาโชว์ให้ดูอีกรอบ
แต่เฉินเฉิงที่มีวิชาฉบับสมบูรณ์รู้ดีว่า การฝึกวิชาเป้าเหล็กจากต้นฉบับที่ไม่สมบูรณ์ จุดจบมีแต่จะพิการ หรือไม่ก็ผิดรูปผิดร่าง
แต่เรื่องอะไรเขาต้องไปเตือนเฉิงรุ่ยด้วยล่ะ
เฉิงรุ่ยไม่ได้มายุ่งกับเฉินเฉิงอีก คาดว่าฉินข่ายคงไม่ได้ปากโป้งเรื่องเงินร้อยห้าสิบตำลึง หรือไม่ก็ฉินข่ายแค่วาดวิมานหลอกเด็กเพื่อรักษาขาตัวเอง พอรอดแล้วก็ลืม
ผ่านไปอีกครึ่งเดือน
วันนี้หลังเลิกงาน เฉินเฉิงแวะตลาดซื้อขาหมูมาครึ่งขา แล้วเดินกลับบ้าน
"พี่เฉิง ซื้อของแพงมาอีกแล้วเหรอจ๊ะ"
เห็นเฉินเฉิงหิ้วเนื้อสัตว์เข้าบ้านบ่อยๆ มู่เสี่ยวหว่านแม้จะเริ่มชิน แต่ก็อดบ่นเสียดายเงินไม่ได้
ขาหมูครึ่งขา หนักตั้งสองชั่งกว่า ราคาก็ปาเข้าไปหกเจ็ดสิบอีแปะ ตามปกติของบ้านตระกูลเฉิน ต้องแบ่งกินให้ได้สองสามวัน
ใช้เงินมือเติบแบบนี้ มันจะเกินตัวไปหน่อยไหม
เฉินเฉิงหยิกแก้มมู่เสี่ยวหว่านเบาๆ ยิ้มอบอุ่น "วันนี้มีเรื่องน่ายินดี ต้องฉลองกันหน่อย ขาหมูครึ่งขานี้ เอาไปทำพะโล้ให้หมดเลยนะ"
"กินทีเดียวหมดเลยเหรอจ๊ะ" มู่เสี่ยวหว่านตาโต อ้าปากค้าง
กินทิ้งกินขว้างขนาดนี้ จะมีเงินเหลือเก็บเหรอเนี่ย
[จบแล้ว]