- หน้าแรก
- ผู้คุมซ่อนคม ข้ามีระบบแก้ไขวรยุทธ์
- บทที่ 4 - สำเร็จวิชาขั้นต้น
บทที่ 4 - สำเร็จวิชาขั้นต้น
บทที่ 4 - สำเร็จวิชาขั้นต้น
บทที่ 4 - สำเร็จวิชาขั้นต้น
ตามคำบอกเล่าของนักบวชซิ่วเฉิน วิชาเกราะเหล็กเป็นเคล็ดวิชาลมหายใจในระดับขอบเขตขัดเกลาผิวหนัง หากฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์ จะมีพละกำลังมหาศาลดั่งยกของหนักพันชั่งได้ ร่างกายแข็งแกร่งดุจสวมเกราะเหล็ก ดาบแทงไม่เข้า ฟันไม่ระคายผิว ไร้คู่ต่อสู้ในระดับขอบเขตเดียวกัน และยังสามารถต่อกรกับยอดฝีมือในขอบเขตเปลี่ยนเส้นเอ็นได้อีกด้วย
การฝึกวิชาเกราะเหล็กนั้นเรียบง่ายมาก ไม่ซับซ้อนเหมือนเคล็ดวิชาลมหายใจแขนงอื่นที่ต้องฝึกกระบวนท่าควบคู่กันไป เพียงแค่ถ่วงน้ำหนักไว้บนร่างกาย แล้วปรับลมหายใจตามเคล็ดวิชา เพื่อชักนำให้เลือดลมไหลเวียนไปทั่วร่างก็เป็นอันใช้ได้
นอกจากจะฝึกง่ายแล้ว วิชาเกราะเหล็กยังไม่ต้องการรากฐานพรสวรรค์ใดๆ ขอแค่เป็นคนก็ฝึกได้ทั้งนั้น
แม้แต่คนพิการแขนขาดขาขาดก็ยังฝึกได้ เพราะวิชาเกราะเหล็กเน้นการถ่วงน้ำหนัก จะถ่วงทั้งตัวหรือถ่วงเฉพาะส่วนก็ได้เช่นกัน
หากแขนขาดก็ฝึกขา สำเร็จเป็นวิชาขาเหล็ก หากขาขาดก็ฝึกแขน สำเร็จเป็นวิชาแขนเหล็ก
อานุภาพร้ายกาจ ฝึกฝนง่ายดาย ไม่จำกัดพรสวรรค์ นี่มันวิชาในฝันของคนธรรมดาชัดๆ
ก่อนที่เฉินเฉิงจะระลึกชาติได้ เขาเป็นเด็กซื่อๆ หัวอ่อน แม้จะฉลาดอยู่บ้างแต่ก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดที่มีความฝันอยากเป็นจอมยุทธ์ พอโดนนักบวชซิ่วเฉินเป่าหูด้วยสรรพคุณเลิศหรูพวกนี้ เลือดลมก็พลุ่งพล่านจนหน้ามืดตามัว ไม่สนว่าร่างกายตัวเองจะผอมแห้งแรงน้อยแค่ไหน กัดฟันแบกน้ำหนักฝึกวิชาจนร่างกายพังยับเยิน
พอรักษาตัวจนหายดีและระลึกชาติได้ พร้อมกับหน้าต่างระบบที่ตื่นขึ้นมา เขาถึงได้รู้ความจริงว่าวิชานี้มันไม่สมบูรณ์ มีเนื้อหาแค่สี่สิบส่วนจากร้อยส่วนเท่านั้น
การฝึกวรยุทธ์นั้นสำคัญที่อาจารย์พาเข้าประตู แต่การฝึกฝนอยู่ที่ตัวบุคคล ยังไงก็ต้องมีอาจารย์คอยชี้แนะ
ขนาดแค่วิชาต่อสู้ภายนอกทั่วไป หากฝึกมั่วซั่ว ผิดท่าผิดทาง กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นยังฉีกขาดได้
แต่นี่เขาเล่นฝึกวิชาภายในฉบับไม่สมบูรณ์โดยไม่มีอาจารย์สอน ไม่ตายก็บุญโขแล้ว
เฉินเฉิงค้นพบว่าหน้าต่างระบบมีความสามารถพิเศษอีกอย่าง คือเวลาที่เขาฝึกฝน ระบบจะทำการแก้ไขข้อผิดพลาดของวิชาให้โดยอัตโนมัติ ทำให้เขาไม่บาดเจ็บจากการฝึกผิดๆ ทุกครั้งที่ฝึก ความคืบหน้าจะเพิ่มขึ้น พร้อมกับความสมบูรณ์ของวิชาเกราะเหล็กก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ช่วงที่ผ่านมา นอกจากฝึกวิชาฉบับขาดๆ เกินๆ นี้แล้ว เฉินเฉิงยังขยันเอาเหล็กนาบไปทักทายนักบวชซิ่วเฉินทุกวัน นอกจากจะเพื่อแก้แค้นแล้ว ยังเป็นการบีบให้คายเคล็ดวิชาที่เหลือออกมาด้วย
ตอนแรกไอ้คนปลิ้นปล้อนนั่นยังปากแข็ง แต่พอนานวันเข้า ทนลูกตื๊อของเฉินเฉิงไม่ไหว ก็ยอมคายเคล็ดวิชาออกมาทีละนิดละหน่อย
จนกระทั่งไม่กี่วันมานี้ ดูเหมือนของในท้องนักบวชซิ่วเฉินจะเกลี้ยงแล้ว ไม่ว่าจะทรมานยังไงก็ไม่มีอะไรหลุดออกมาอีก
แต่เฉินเฉิงก็ไม่รีบร้อน ตอนนี้ความคืบหน้าในการฝึกวิชาเกราะเหล็กอยู่ที่แปดส่วน ความสมบูรณ์ของวิชาอยู่ที่แปดสิบห้าส่วน ต่อให้ซิ่วเฉินไม่พูดอะไรอีก เขาก็แค่ฝึกต่อไปอีกสักไม่กี่วัน ระบบก็จะแก้ไขวิชาจนสมบูรณ์ได้เอง
แต่วันนี้ซิ่วเฉินดันยอมคายเคล็ดลับก้นหีบออกมา ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์จริงๆ
"เจ้าซิ่วเฉินนี่ก็นะ ลำบากแย่เลย เคล็ดวิชาส่วนสุดท้ายนี่มันช่าง... อุบาทว์ลูกตาพิลึก!"
พอนึกถึงสีหน้าคับแค้นใจของนักบวชซิ่วเฉินเมื่อครู่ เฉินเฉิงก็อดขำออกมาไม่ได้
งานผู้คุมนั้นแสนสบาย เฉินเฉิงเดินเตร็ดเตร่อีกพักหนึ่งก็ถึงเวลาเปลี่ยนกะ หลังส่งมอบงานให้ผู้คุมกะต่อไป เขาก็ออกเดินทางกลับบ้าน
พอเดินพ้นประตูคุก ผ่านซุ้มประตูเชื่อมไปยังที่ทำการกองปราบระวังเมืองเขตใต้ แม้จะมีกำแพงกั้นเพียงชั้นเดียว แต่บรรยากาศช่างแตกต่าง ที่ทำการกองปราบมีการป้องกันแน่นหนา ทุกสามก้าวมีเวรยาม ทุกห้าก้าวมีด่านตรวจ ทหารยามยืนถือดาบหน้าตาทมึนทึง
ที่นี่คือศูนย์กลางความมั่นคงของเขตใต้ แม้แต่ทหารยามทั่วไปก็ยังมีรูปร่างสูงใหญ่ ฝีมือฉกาจฉกรรจ์ ไม่ใช่จอมยุทธ์กระจอกๆ จะมาเทียบได้
เฉินเฉิงที่เป็นแค่ผู้คุมตัวเล็กๆ เดินผ่านไปเหมือนอากาศธาตุ ทหารยามพวกนั้นไม่ได้ชายตาแลเขาเลยสักนิด
อยู่ในคุก เขาคืออาเฉิงคนโหดที่นักโทษขวัญผวา แต่ออกมาข้างนอก เขาไม่มีค่าอะไรเลย
"ถ้าไม่เป็นจอมยุทธ์ ก็เป็นได้แค่มดปลวก!"
ตอนนี้ลมเริ่มสงบ แต่หิมะยังคงโปรยปราย เฉินเฉิงเดินไปตามท้องถนนด้วยความขมขื่นในใจ
"ยังดีที่ข้ามีหน้าต่างระบบ การเป็นจอมยุทธ์อยู่แค่เอื้อม อนาคตสดใสรออยู่!"
เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ชั่งน้ำหนักถุงเงินที่เริ่มเบาหวิว กัดฟันแวะตลาดซื้อเนื้อหมูมาหนึ่งชั่ง แล้วค่อยมุ่งหน้ากลับบ้าน
อยากฝึกยุทธ์ อาหารการกินต้องถึง เนื้อสัตว์เป็นสิ่งจำเป็น กินเพิ่มอีกสักมื้อก็ยังดี
คุกกองปราบเขตใต้อยู่ย่านกวางฝู ใกล้ใจกลางเมือง ส่วนบ้านตระกูลเฉินอยู่ย่านหรูอี้ ใกล้ประตูเมือง ห่างกันหลายช่วงตึก
เฉินเฉิงเร่งฝีเท้า จนกระทั่งฟ้ามืดสนิท เขาก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้านโทรมๆ ในตรอกต้นหวาย
ย่านนี้เป็นสลัม มีแต่บ้านดินมุงกระเบื้องเก่าๆ บ้านตระกูลเฉินก็สภาพไม่ต่างกัน
"เสี่ยวหว่าน พี่กลับมาแล้ว"
เฉินเฉิงเคาะประตูรั้ว
"มาแล้วจ้า!"
เสียงฝีเท้าตึกตักดังใกล้เข้ามา เสียงสลักประตูดังกรุ๊กกริ๊ก ประตูรั้วถูกเปิดออก เด็กสาวตัวผอมแห้งโผล่หน้าออกมา ใบหน้าเกลี้ยงเกลามีรอยยิ้มดีใจ
"พี่เฉิง หิวหรือยังจ๊ะ ข้าวใกล้สุกแล้วนะ"
เฉินเฉิงเดินเข้าบ้าน ปิดประตูลงกลอน แล้วชูเนื้อหมูในมือให้ดู
"ไม่รีบ วันนี้เงินเดือนออก คืนนี้เรามีกับข้าวเพิ่ม"
"ดีจัง งั้นหนูจะทำหมูน้ำแดงเพิ่มนะจ๊ะ"
"อืม"
มู่เสี่ยวหว่านรับเนื้อหมูไป แล้วรีบวิ่งเข้าครัว
บ้านตระกูลเฉินมีสามห้อง ห้องนอนหนึ่ง ห้องเก็บของหนึ่ง และห้องครัวอีกหนึ่ง
เฉินเฉิงเข้าห้องนอน ไม่รอช้ารีบฝึกวิชาเกราะเหล็กทันที
เขาโคจรพลังตามเคล็ดวิชาที่ได้รับการแก้ไขแล้วอย่างคล่องแคล่ว ไอร้อนผุดขึ้นรอบกาย รู้สึกได้ว่าเลือดลมในตัวสูบฉีดแรงขึ้น หลังที่เคยค่อมลงเล็กน้อยกลับยืดตรงโดยอัตโนมัติ
【ความคืบหน้าวิชาเกราะเหล็กเพิ่มขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ (9/10)】
【แก้ไขเคล็ดวิชาสำเร็จ ความสมบูรณ์ของวิชาเกราะเหล็กเพิ่มขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ (86/100)】
"เยี่ยม พัฒนาขึ้นอีกแล้ว! ต่อไปลองของดีก้นหีบของซิ่วเฉินดูหน่อยซิ!
รวบรวมพลังหยาง... รากฐานขยายใหญ่... ไหลรวมสู่จุดตันเถียน..."
【แก้ไขเคล็ดวิชาสำเร็จ ความสมบูรณ์ของวิชาเกราะเหล็กเพิ่มขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ (99/100)】
เพิ่มขึ้นตั้งสิบสามแต้ม! ดูท่าซิ่วเฉินจะคายความลับออกมาจนหมดไส้หมดพุงจริงๆ
อีกแค่นิดเดียว อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น!
เฉินเฉิงดีใจจนเนื้อเต้น ตั้งตารอวิชาเกราะเหล็กฉบับสมบูรณ์ใจจะขาด
"เดี๋ยวนะ เหมือนยังมีอีกวิธีที่ยังไม่ได้ลอง!"
ลังเลอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายเฉินเฉิงก็ทนแรงยั่วยวนของวิชาฉบับสมบูรณ์ไม่ไหว
เขารีบปิดประตูห้อง ไปหาเชือกป่านกับลูกตุ้มเหล็กมา...
ผ่านไปครู่ใหญ่
【แก้ไขเคล็ดวิชาสำเร็จ ความสมบูรณ์ของวิชาเกราะเหล็ก (100/100)】
【ความคืบหน้าวิชาเกราะเหล็กเพิ่มขึ้น】
......
【ทักษะ : วิชาเกราะเหล็ก (ขั้นต้น 1/100)】
"สำเร็จ! วิชาเกราะเหล็กเข้าสู่ขั้นต้นแล้ว!"
เฉินเฉิงดีใจจนแทบกระโดดตัวลอย
ในที่สุดก็ได้วิชาภายในฉบับสมบูรณ์มาครอบครอง การเป็นจอมยุทธ์อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว!
"มาลองดูซิว่าวิชาเกราะเหล็กขั้นต้นจะเจ๋งแค่ไหน!"
เขาปลดลูกตุ้มเหล็ก แกะแผ่นเหล็กที่ถ่วงแขนขาและเอวออก ร่างกายพลันเบาหวิว
พอยืนตัวตรง พลังมหาศาลที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนก็เอ่อล้นไปทั่วร่าง
วิชาเกราะเหล็กเน้นการฝึกแบกน้ำหนัก พอปลดน้ำหนักออก ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายมันช่างวิเศษสุดๆ จนอยากจะตะโกนร้องออกมาดังๆ!
แต่เฉินเฉิงยั้งปากไว้ ขืนแหกปากตอนกลางคืน เพื่อนบ้านคงนึกว่าเป็นบ้า
เขาเปิดประตูห้อง พุ่งตัวไปข้างหน้าวูบเดียวก็ไปโผล่ห่างออกไปเป็นวา วิ่งสองสามก้าวก็ถึงกำแพงรั้ว แล้วกระโดดถีบตัวขึ้นไปยืนบนกำแพงสูงเกือบสองเมตรได้อย่างสบายๆ
"พลังของข้าตอนนี้ น่าจะมากกว่าตอนก่อนฝึกวิชาเกราะเหล็กสักสองเท่าเห็นจะได้!"
[จบแล้ว]