- หน้าแรก
- ระบบวินัยพิชิตใจตนเอง
- 117 - เป็นไปได้อย่างไร
117 - เป็นไปได้อย่างไร
117 - เป็นไปได้อย่างไร
117 - เป็นไปได้อย่างไร
หลี่ต้านในยามนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดเกรงอยู่บ้าง
แม้แต่เฉาเจิ้งหยางผู้มีฐานพลังขั้นสถิตเทพระดับสมบูรณ์ ก็เกือบจะลืมคำดุด่าที่ว่า 'เหลวไหล' ไปเสียสิ้น
เขาได้แต่จ้องมองหลี่ต้านตาค้าง
ทั้งที่คนตรงหน้าเป็นเพียงรุ่นเยาว์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าแท้ๆ ทว่ากลับทำให้เขาไม่อาจแสดงความน่าเกรงขามออกมาได้แม้เพียงกระผีกริ้น
จะมีก็เพียงเหลียวซิงฮั่นเท่านั้น ที่หลังจากถูกหลี่ต้านเอ่ยถามถึงสมุนไพรวิเศษสองชนิดที่ตนเก็บรักษาไว้อย่างดี ก็เกิดความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างรุนแรงขึ้นมา
จึงได้ขานตอบออกไปตามสัญชาตญาณ
"เอามาให้ข้า!" หลี่ต้านยื่นมือออกไป ไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย
ภาพเหตุการณ์นี้ ทำให้ปรมาจารย์ยอดเขาบางท่านที่ยังคงอยู่ ณ ที่นั้นทอดถอนใจยาว
พวกเขาย่อมเข้าใจดีว่าศิษย์ของเฒ่าเถียนผู้นี้ ยามนี้คงโศกเศร้าเสียใจจนสติหลุดไปแล้ว
เจ้าจะหลอมโอสถหรือ
นั่นมันโอสถระดับหกเชียวนะ ไม่ใช่ของเล่น
ในขณะที่มีคนคิดจะก้าวออกมาเตือนสติหลี่ต้าน เซี่ยหว่านหรงที่เดิมทีคอยเช็ดหน้าให้เถียนเจิ้นอยู่ก็ลุกขึ้น แล้วดึงชายเสื้อหลี่ต้านเบาๆ
"เจ้าห้า... ไปตามศิษย์พี่รองของเจ้ามาเถิด ให้เขามาดูใจเป็นครั้งสุดท้าย"
เซี่ยหว่านหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
สวีจง ศิษย์พี่รองยังคงปิดด่านฝึกตนเพื่อทะลวงขั้นเปลี่ยนทารก อย่างเต็มกำลัง ไม่ตลอดสิบกว่าวันที่ผ่านมาเขาไม่ได้ปรากฏตัวเลย
หลี่ต้านมองดูสายตาที่เรียบเฉยประดุจผิวน้ำที่ตายสนิทของอาจารย์หญิง ในใจพลันกระตุกวูบ ในฐานะนักหลอมโอสถเขาพลันได้สติ มือทั้งสองสะบัดปราณพุ่งออกไป จี้จุดสำคัญบนร่างกายของอาจารย์หญิงหลายจุดในทันที
เซี่ยหว่านหรงกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง เส้นชีพจรที่เดิมทีนางตั้งใจจะทำลายตัวเองก็หยุดชะงักลง
หลี่ต้านเข้าไปประคองอาจารย์หญิงไว้ด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าเต็มไปด้วยการอ้อนวอน "อาจารย์หญิง ท่านอย่าทำเช่นนี้ เชื่อข้าเถิด ข้าช่วยอาจารย์ได้จริงๆ ช่วยได้แน่นอน..."
เซี่ยหว่านหรงมองสบตาหลี่ต้าน สายตาที่เดิมทีไร้ซึ่งชีวิตชีวา ในที่สุดก็น้ำตาพรั่งพรูออกมาอีกครั้ง
นางกุมมือหลี่ต้านไว้แน่น เล็บทั้งสิบแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อของหลี่ต้าน
"ตกลง... ช่วยอาจารย์ของเจ้าให้ได้นะ"
หลี่ต้านพยักหน้าอย่างหนักแน่น ในยามนี้เขาเลือกที่จะไม่แยแสสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว
เขาหันกลับไปอีกครั้ง ยื่นมือออกไป "เอามา!"
เหลียวซิงฮั่นมองดูหลี่ต้าน แม้จะรู้ว่ายามนี้หลี่ต้านกำลังทำเรื่องเหลวไหล ทว่าด้วยความรู้สึกผิด เขาจึงหยิบกล่องหยกสองใบที่ปิดผนึกด้วยยันต์ออกมาจากถุงเก็บของ
หากไม่ใช่เพราะเขาปากสว่าง เหยาเซิ่งมีหรือจะล่วงรู้เรื่องค่ายกลกงล้อวัฏจักร
หากไม่รู้ล่วงหน้า ย่อมสามารถรวบตัวมันได้ในคราเดียว ไม่ใช่ปล่อยให้มันแฝงตัวไปถึงประตูสำนักจนทำร้ายปรมาจารย์เถียนเช่นนี้
หลี่ต้านรับกล่องหยกมา ฉีกผนึกเปิดออกทันที
เมื่อตรวจสอบความจริงเท็จของสมุนไพรทั้งสองชนิดและแน่ใจในอายุขัยของมันแล้ว ในที่สุดเขาก็ลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
"อาจารย์เหลียว ขอยืมเตาหลอมโอสถหน่อย!" หลี่ต้านยื่นมือออกไปอีกครั้ง
เหลียวซิงฮั่นไม่ได้ปฏิเสธ เขาหยิบเตาหมื่นอสูรที่รอบเตาสลักลวดลายหัวอสูรนับร้อยออกมา
ตึง!
เสียงสัมฤทธิ์ดังกังวานไปทั่วตำหนักใหญ่
หลี่ต้านพยักหน้า เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำพุร้อนโอสถ (ตานเจ๋อ) ของยอดเขาถานฮวา แต่กลับแบกเตาหลอมไปวางไว้ข้างๆ หลีกเลี่ยงค่ายกลปราณที่ใช้หล่อเลี้ยงร่างกายของอาจารย์
ที่บ่อน้ำพุร้อนโอสถมีไฟใต้พิภพ ทว่าเขากลัวว่าหากตนจากไป อาจารย์หญิงจะคิดสั้นขึ้นมาอีก
พวกท่าน... ข้าไม่กล้าสูญเสียไปแม้แต่คนเดียว
และไม่ยอมด้วย
ศิษย์พี่ใหญ่ไม่อยู่
ศิษย์พี่รองปิดด่าน
ศิษย์พี่สามและศิษย์พี่สี่ลงจากเขาไปท่องโลก
มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้างอาจารย์และอาจารย์หญิงในเวลานี้
เขาก็ต้องคอยดูแลพวกท่านแทนศิษย์พี่ทั้งสี่ให้จงได้ ต้องเฝ้าไว้ให้ดี
เมื่อเห็นท่าทางของหลี่ต้านเช่นนั้น เหล่าผู้อาวุโสสันโดษหลายท่านที่เฉาเจิ้งหยางเชิญออกมาต่างพากันส่ายหน้า
"เจิ้งหยาง พวกเราตรวจสอบดูแล้ว ไม่มีหนทางจริงๆ เจ้าก็รู้ว่าพวกเราคนตายที่ยังมีลมหายใจเหล่านี้ออกนอกสำนักไม่ได้ และก็ไม่อาจจากที่แห่งนั้นมานานเกินไป ขอตัวกลับก่อน!"
คนทั้งห้าเดินจากไป
ท่านเจ้าสำนักเฉาเจิ้งหยางและปรมาจารย์ยอดเขาคนอื่นๆ ต่างก้มกายคารวะ "ลำบากผู้อาวุโสแล้ว!"
ในขณะเดียวกัน หลี่ต้านก็นั่งขัดสมาธิลง ส่งยิ้มให้อาจารย์หญิง ประหนึ่งจะบอกว่า 'ไม่เป็นไร มีข้าอยู่ทั้งคน ท่านวางใจเถิด' จากนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก
แปรปราณเป็นเพลิง จุดไฟในเตาหลอมโอสถ เริ่มปรับอุณหภูไม่ภายในเตาหลอมที่เย็นชืด
เซี่ยหว่านหรงมองดูท่วงท่าที่ดูชำนาญของหลี่ต้าน นางยิ้มตอบทั้งที่มุมปากยังมีคราบเลือด ก่อนจะกลับไปนั่งยองๆ ข้างกายเถียนเจิ้น มืออันสั่นเทาคอยจัดแต่งเส้นผมให้เขาอย่างทะนุถนอม
"ไม่เจ็บนะ... ไม่เจ็บหรอก เจ้าห้ากำลังหลอมโอสถให้เจ้าอยู่ ประเดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว..."
ภายในตำหนักใหญ่ บุคคลสำคัญระดับแกนนำของเทียนหยาไห่เกอนับสิบชีวิต ไม่มีผู้ใดเห็นดีเห็นงามกับการกระทำอันเหลวไหลของหลี่ต้านเลยแม้แต่คนเดียว
ทว่ามีเพียงเหลียวซิงฮั่นเท่านั้น ที่เมื่อเห็นท่วงท่าและการวางตัวของหลี่ต้านในยามนี้ รูม่านตาพลันหดเล็กลง
เขาราวกับเห็นภาพของปรมาจารย์ท่านหนึ่งในยามที่เขาเคยออกไปศึกษาแลกเปลี่ยนในอดีต
สภาวะเช่นนี้ ช่างเหมือนเหลือเกิน
ไม่... ไม่... เป็นไปได้อย่างไร...
เหลียวซิงฮั่นส่ายหน้าเป็นพัลวัน ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับจ้องเขม็งไปที่หลี่ต้านไม่วางตา
ส่วนหลี่ต้านหลับตาเพียงชั่วไม่กี่อึดใจ ปรับสภาวะความชำนาญระดับสูงสุดที่ราวกับผ่านการหลอมโอสถมานับหมื่นนับพันครั้งให้เข้าที่ แล้วลืมตาโพลงขึ้น
จากนั้นเขาสะบัดมือใส่ถุงเก็บของ สมุนไพรแต่ละต้นที่เพิ่งแลกมาจากร้านค้าพุ่งออกมา ลอยวนอยู่รอบเตาหลอมโอสถ
เมื่อเห็นสมุนไพรนับร้อยชนิดปรากฏขึ้น ครานี้ทุกคนต่างพากันอึ้งงัน
รวมไปถึงผู้อาวุโสสันโดษทั้งห้าท่านที่กำลังจะเดินจากไปด้วย
"นั่นคือน้ำค้างวิญญาณปฐพี? เจ้าเด็กนี่มีของเช่นนี้ได้อย่างไร?"
"เห็ดหลินจือขั้วโลกอายุสี่ร้อยปี แถมยังเป็นระดับสูงสุด"
"ผลเข็มปีศาจแปดแฉก ดอกสามเข็มจิตไม้ น้ำค้างลำไส้ร่วง..."
....
ผู้อาวุโสทั้งห้าท่าน รวมไปถึงเหลียวซิงฮั่น ต่างพากันเอ่ยชื่อสมุนไพรหายากที่กำลังลอยอยู่ออกมาตามสัญชาตญาณ
ส่วนหลี่ต้านนั้นมีสมาธิแน่วแน่ เริ่มใช้พลังวิญญาณควบคุม นำสมุนไพรแต่ละต้นใส่ลงในเตาตามลำดับเริ่มกระบวนการสกัดและกลั่นกรอง
เมื่อสมุนไพรต้นแรกถูกสกัดออกมาอย่างสมบูรณ์แบบโดยใช้เวลาสั้นที่สุด เหลียวซิงฮั่นก็ตบขาฉาดด้วยความตื่นเต้น
"ยอดเยี่ยม!"
พอตะโกนออกมาแล้วจึงรู้สึกว่าไม่สมควร เขาจึงรีบตะปบปากตนเอง ทว่าทักษะความชำนาญในเชิงมือนั้น ทำให้เขาอดที่จะชื่นชมไม่ได้
แม้แต่ตัวเขาเอง ยามจะสกัดสมุนไพรสักต้นหนึ่ง ก็ไม่กล้าทำอย่างตามใจชอบเช่นนี้ จำต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวด
ทว่าท่วงท่าที่เห็นเบื้องหน้านี้ หากไม่ใช่เด็กฝึกหัดที่ใจร้อนหวังผล ก็ต้องเป็นผู้ที่ชำนาญเสียจนไม่รู้จะชำนาญอย่างไรแล้ว
คำพูดของเหลียวซิงฮั่น ทำให้ทุกคนที่เดิมทีไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญต่างพากันหันมามอง และเกิดความคิดอันไม่อาจเชื่อได้ขึ้นมาสามประการ
เจ้าเด็กนี่... หลอมโอสถได้จริงๆ
เจ้าเด็กนี่... หลอมโอสถระดับหกได้จริงๆ
เจ้าเด็กนี่... จะช่วยชีวิตอาจารย์เถียนเจิ้นของเขาได้จริงๆ
ทว่าในสามประการนี้ ไม่ว่าประการใดก็ล้วนเป็นไปไม่ได้ทั้งสิ้น และไม่อาจหาคำอธิบายได้
เหลียวซิงฮั่นอยู่ในสำนักมากี่ปีแล้ว ถูกบ่มเพาะมากี่ปีแล้ว
เขาคือผู้ที่ผู้คนเคารพเลื่อมใส เป็นที่อิจฉาของสำนักอื่นๆ ในระดับเดียวกัน
แล้วเจ้าเด็กนี่เล่า อายุน้อยเพียงใดไม่ต้องพูดถึง ภาพจำที่ทุกคนมีต่อเขาก็คือเด็กทึ่มที่เพิ่งจะมาหูตาสว่าง รู้จักเกี้ยวสตรี รู้จักทำอาหารรสเลิศ รู้จักดนตรีเพื่อใช้จีบสาว
แล้วอยู่มาวันหนึ่งเขาก็มาพ่นลมปากต่อหน้าพวกท่านว่า ข้าหลอมโอสถได้ แถมยังเป็นระดับหกด้วย
พวกท่านจะเชื่อหรือ?
ในเวลานี้ จิตวิญญาณของหลี่ต้านเข้าสู่สภาวะ 'ไร้ตัวตน' เขาเพียงแต่สกัดยาอย่างต่อเนื่องด้วยความชำนาญ ทั้งยังแบ่งสมาธิมาคอยสังเกตอาการของอาจารย์หญิงและกลิ่นอายชีวิตของอาจารย์เถียนเจิ้น
ห้าวัน... รอข้าห้าวันนะ
อาจารย์ ท่านต้องอดทนไว้ให้ได้นะ
เขากลับมามีสมาธิแน่วแน่ ทุ่มเททั้งใจและจิตวิญญาณลงไปในการหลอมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในขั้นตอนต่อมา...
หนึ่งวัน!
สองวัน!
สามวัน!
ไม่มีผู้ใดจากไป เพราะพลังใจที่เด็ดเดี่ยวและท่วงท่าการหลอมของหลี่ต้าน ได้สะกดทุกคนในที่แห่งนั้นไว้เนิ่นนานแล้ว
ในยามนี้ไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ ทว่าเพียงแค่ได้มองเขาหลอมยาเช่นนี้ ในใจก็รู้สึกเป็นสุขยิ่งนัก
เพราะท่วงท่าที่ไหลลื่นประดุจสายน้ำนั้น ราวกับเป็นงานศิลปะชิ้นเอกชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว
และแล้ว เมื่อวันที่สี่มาถึง มือทั้งสองของหลี่ต้านก็ขยับทำมุทราอย่างรวดเร็ว เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายนั่นคือการ 'ผสานโอสถ' (หรงตาน)
และด้วยการควบคุมของหลี่ต้าน เหลียวซิงฮั่นที่เฝ้าชมตั้งแต่ต้นจนจบด้วยความกระหายใคร่รู้พลันแหงนหน้าขึ้น ดวงตาสั่นไหวด้วยความตกตะลึง จนไม่อาจกลั้นเสียงอุทานออกมาได้อีกต่อไป
"เป็นไปได้อย่างไร...!"
……………….