เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

117 - เป็นไปได้อย่างไร

117 - เป็นไปได้อย่างไร

117 - เป็นไปได้อย่างไร


117 - เป็นไปได้อย่างไร

หลี่ต้านในยามนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดเกรงอยู่บ้าง

แม้แต่เฉาเจิ้งหยางผู้มีฐานพลังขั้นสถิตเทพระดับสมบูรณ์ ก็เกือบจะลืมคำดุด่าที่ว่า 'เหลวไหล' ไปเสียสิ้น

เขาได้แต่จ้องมองหลี่ต้านตาค้าง

ทั้งที่คนตรงหน้าเป็นเพียงรุ่นเยาว์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าแท้ๆ ทว่ากลับทำให้เขาไม่อาจแสดงความน่าเกรงขามออกมาได้แม้เพียงกระผีกริ้น

จะมีก็เพียงเหลียวซิงฮั่นเท่านั้น ที่หลังจากถูกหลี่ต้านเอ่ยถามถึงสมุนไพรวิเศษสองชนิดที่ตนเก็บรักษาไว้อย่างดี ก็เกิดความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างรุนแรงขึ้นมา

จึงได้ขานตอบออกไปตามสัญชาตญาณ

"เอามาให้ข้า!" หลี่ต้านยื่นมือออกไป ไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย

ภาพเหตุการณ์นี้ ทำให้ปรมาจารย์ยอดเขาบางท่านที่ยังคงอยู่ ณ ที่นั้นทอดถอนใจยาว

พวกเขาย่อมเข้าใจดีว่าศิษย์ของเฒ่าเถียนผู้นี้ ยามนี้คงโศกเศร้าเสียใจจนสติหลุดไปแล้ว

เจ้าจะหลอมโอสถหรือ

นั่นมันโอสถระดับหกเชียวนะ ไม่ใช่ของเล่น

ในขณะที่มีคนคิดจะก้าวออกมาเตือนสติหลี่ต้าน เซี่ยหว่านหรงที่เดิมทีคอยเช็ดหน้าให้เถียนเจิ้นอยู่ก็ลุกขึ้น แล้วดึงชายเสื้อหลี่ต้านเบาๆ

"เจ้าห้า... ไปตามศิษย์พี่รองของเจ้ามาเถิด ให้เขามาดูใจเป็นครั้งสุดท้าย"

เซี่ยหว่านหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

สวีจง ศิษย์พี่รองยังคงปิดด่านฝึกตนเพื่อทะลวงขั้นเปลี่ยนทารก อย่างเต็มกำลัง ไม่ตลอดสิบกว่าวันที่ผ่านมาเขาไม่ได้ปรากฏตัวเลย

หลี่ต้านมองดูสายตาที่เรียบเฉยประดุจผิวน้ำที่ตายสนิทของอาจารย์หญิง ในใจพลันกระตุกวูบ ในฐานะนักหลอมโอสถเขาพลันได้สติ มือทั้งสองสะบัดปราณพุ่งออกไป จี้จุดสำคัญบนร่างกายของอาจารย์หญิงหลายจุดในทันที

เซี่ยหว่านหรงกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง เส้นชีพจรที่เดิมทีนางตั้งใจจะทำลายตัวเองก็หยุดชะงักลง

หลี่ต้านเข้าไปประคองอาจารย์หญิงไว้ด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าเต็มไปด้วยการอ้อนวอน "อาจารย์หญิง ท่านอย่าทำเช่นนี้ เชื่อข้าเถิด ข้าช่วยอาจารย์ได้จริงๆ ช่วยได้แน่นอน..."

เซี่ยหว่านหรงมองสบตาหลี่ต้าน สายตาที่เดิมทีไร้ซึ่งชีวิตชีวา ในที่สุดก็น้ำตาพรั่งพรูออกมาอีกครั้ง

นางกุมมือหลี่ต้านไว้แน่น เล็บทั้งสิบแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อของหลี่ต้าน

"ตกลง... ช่วยอาจารย์ของเจ้าให้ได้นะ"

หลี่ต้านพยักหน้าอย่างหนักแน่น ในยามนี้เขาเลือกที่จะไม่แยแสสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว

เขาหันกลับไปอีกครั้ง ยื่นมือออกไป "เอามา!"

เหลียวซิงฮั่นมองดูหลี่ต้าน แม้จะรู้ว่ายามนี้หลี่ต้านกำลังทำเรื่องเหลวไหล ทว่าด้วยความรู้สึกผิด เขาจึงหยิบกล่องหยกสองใบที่ปิดผนึกด้วยยันต์ออกมาจากถุงเก็บของ

หากไม่ใช่เพราะเขาปากสว่าง เหยาเซิ่งมีหรือจะล่วงรู้เรื่องค่ายกลกงล้อวัฏจักร

หากไม่รู้ล่วงหน้า ย่อมสามารถรวบตัวมันได้ในคราเดียว ไม่ใช่ปล่อยให้มันแฝงตัวไปถึงประตูสำนักจนทำร้ายปรมาจารย์เถียนเช่นนี้

หลี่ต้านรับกล่องหยกมา ฉีกผนึกเปิดออกทันที

เมื่อตรวจสอบความจริงเท็จของสมุนไพรทั้งสองชนิดและแน่ใจในอายุขัยของมันแล้ว ในที่สุดเขาก็ลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

"อาจารย์เหลียว ขอยืมเตาหลอมโอสถหน่อย!" หลี่ต้านยื่นมือออกไปอีกครั้ง

เหลียวซิงฮั่นไม่ได้ปฏิเสธ เขาหยิบเตาหมื่นอสูรที่รอบเตาสลักลวดลายหัวอสูรนับร้อยออกมา

ตึง!

เสียงสัมฤทธิ์ดังกังวานไปทั่วตำหนักใหญ่

หลี่ต้านพยักหน้า เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำพุร้อนโอสถ (ตานเจ๋อ) ของยอดเขาถานฮวา แต่กลับแบกเตาหลอมไปวางไว้ข้างๆ หลีกเลี่ยงค่ายกลปราณที่ใช้หล่อเลี้ยงร่างกายของอาจารย์

ที่บ่อน้ำพุร้อนโอสถมีไฟใต้พิภพ ทว่าเขากลัวว่าหากตนจากไป อาจารย์หญิงจะคิดสั้นขึ้นมาอีก

พวกท่าน... ข้าไม่กล้าสูญเสียไปแม้แต่คนเดียว

และไม่ยอมด้วย

ศิษย์พี่ใหญ่ไม่อยู่

ศิษย์พี่รองปิดด่าน

ศิษย์พี่สามและศิษย์พี่สี่ลงจากเขาไปท่องโลก

มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้างอาจารย์และอาจารย์หญิงในเวลานี้

เขาก็ต้องคอยดูแลพวกท่านแทนศิษย์พี่ทั้งสี่ให้จงได้ ต้องเฝ้าไว้ให้ดี

เมื่อเห็นท่าทางของหลี่ต้านเช่นนั้น เหล่าผู้อาวุโสสันโดษหลายท่านที่เฉาเจิ้งหยางเชิญออกมาต่างพากันส่ายหน้า

"เจิ้งหยาง พวกเราตรวจสอบดูแล้ว ไม่มีหนทางจริงๆ เจ้าก็รู้ว่าพวกเราคนตายที่ยังมีลมหายใจเหล่านี้ออกนอกสำนักไม่ได้ และก็ไม่อาจจากที่แห่งนั้นมานานเกินไป ขอตัวกลับก่อน!"

คนทั้งห้าเดินจากไป

ท่านเจ้าสำนักเฉาเจิ้งหยางและปรมาจารย์ยอดเขาคนอื่นๆ ต่างก้มกายคารวะ "ลำบากผู้อาวุโสแล้ว!"

ในขณะเดียวกัน หลี่ต้านก็นั่งขัดสมาธิลง ส่งยิ้มให้อาจารย์หญิง ประหนึ่งจะบอกว่า 'ไม่เป็นไร มีข้าอยู่ทั้งคน ท่านวางใจเถิด' จากนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก

แปรปราณเป็นเพลิง จุดไฟในเตาหลอมโอสถ เริ่มปรับอุณหภูไม่ภายในเตาหลอมที่เย็นชืด

เซี่ยหว่านหรงมองดูท่วงท่าที่ดูชำนาญของหลี่ต้าน นางยิ้มตอบทั้งที่มุมปากยังมีคราบเลือด ก่อนจะกลับไปนั่งยองๆ ข้างกายเถียนเจิ้น มืออันสั่นเทาคอยจัดแต่งเส้นผมให้เขาอย่างทะนุถนอม

"ไม่เจ็บนะ... ไม่เจ็บหรอก เจ้าห้ากำลังหลอมโอสถให้เจ้าอยู่ ประเดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว..."

ภายในตำหนักใหญ่ บุคคลสำคัญระดับแกนนำของเทียนหยาไห่เกอนับสิบชีวิต ไม่มีผู้ใดเห็นดีเห็นงามกับการกระทำอันเหลวไหลของหลี่ต้านเลยแม้แต่คนเดียว

ทว่ามีเพียงเหลียวซิงฮั่นเท่านั้น ที่เมื่อเห็นท่วงท่าและการวางตัวของหลี่ต้านในยามนี้ รูม่านตาพลันหดเล็กลง

เขาราวกับเห็นภาพของปรมาจารย์ท่านหนึ่งในยามที่เขาเคยออกไปศึกษาแลกเปลี่ยนในอดีต

สภาวะเช่นนี้ ช่างเหมือนเหลือเกิน

ไม่... ไม่... เป็นไปได้อย่างไร...

เหลียวซิงฮั่นส่ายหน้าเป็นพัลวัน ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับจ้องเขม็งไปที่หลี่ต้านไม่วางตา

ส่วนหลี่ต้านหลับตาเพียงชั่วไม่กี่อึดใจ ปรับสภาวะความชำนาญระดับสูงสุดที่ราวกับผ่านการหลอมโอสถมานับหมื่นนับพันครั้งให้เข้าที่ แล้วลืมตาโพลงขึ้น

จากนั้นเขาสะบัดมือใส่ถุงเก็บของ สมุนไพรแต่ละต้นที่เพิ่งแลกมาจากร้านค้าพุ่งออกมา ลอยวนอยู่รอบเตาหลอมโอสถ

เมื่อเห็นสมุนไพรนับร้อยชนิดปรากฏขึ้น ครานี้ทุกคนต่างพากันอึ้งงัน

รวมไปถึงผู้อาวุโสสันโดษทั้งห้าท่านที่กำลังจะเดินจากไปด้วย

"นั่นคือน้ำค้างวิญญาณปฐพี? เจ้าเด็กนี่มีของเช่นนี้ได้อย่างไร?"

"เห็ดหลินจือขั้วโลกอายุสี่ร้อยปี แถมยังเป็นระดับสูงสุด"

"ผลเข็มปีศาจแปดแฉก ดอกสามเข็มจิตไม้ น้ำค้างลำไส้ร่วง..."

....

ผู้อาวุโสทั้งห้าท่าน รวมไปถึงเหลียวซิงฮั่น ต่างพากันเอ่ยชื่อสมุนไพรหายากที่กำลังลอยอยู่ออกมาตามสัญชาตญาณ

ส่วนหลี่ต้านนั้นมีสมาธิแน่วแน่ เริ่มใช้พลังวิญญาณควบคุม นำสมุนไพรแต่ละต้นใส่ลงในเตาตามลำดับเริ่มกระบวนการสกัดและกลั่นกรอง

เมื่อสมุนไพรต้นแรกถูกสกัดออกมาอย่างสมบูรณ์แบบโดยใช้เวลาสั้นที่สุด เหลียวซิงฮั่นก็ตบขาฉาดด้วยความตื่นเต้น

"ยอดเยี่ยม!"

พอตะโกนออกมาแล้วจึงรู้สึกว่าไม่สมควร เขาจึงรีบตะปบปากตนเอง ทว่าทักษะความชำนาญในเชิงมือนั้น ทำให้เขาอดที่จะชื่นชมไม่ได้

แม้แต่ตัวเขาเอง ยามจะสกัดสมุนไพรสักต้นหนึ่ง ก็ไม่กล้าทำอย่างตามใจชอบเช่นนี้ จำต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวด

ทว่าท่วงท่าที่เห็นเบื้องหน้านี้ หากไม่ใช่เด็กฝึกหัดที่ใจร้อนหวังผล ก็ต้องเป็นผู้ที่ชำนาญเสียจนไม่รู้จะชำนาญอย่างไรแล้ว

คำพูดของเหลียวซิงฮั่น ทำให้ทุกคนที่เดิมทีไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญต่างพากันหันมามอง และเกิดความคิดอันไม่อาจเชื่อได้ขึ้นมาสามประการ

เจ้าเด็กนี่... หลอมโอสถได้จริงๆ

เจ้าเด็กนี่... หลอมโอสถระดับหกได้จริงๆ

เจ้าเด็กนี่... จะช่วยชีวิตอาจารย์เถียนเจิ้นของเขาได้จริงๆ

ทว่าในสามประการนี้ ไม่ว่าประการใดก็ล้วนเป็นไปไม่ได้ทั้งสิ้น และไม่อาจหาคำอธิบายได้

เหลียวซิงฮั่นอยู่ในสำนักมากี่ปีแล้ว ถูกบ่มเพาะมากี่ปีแล้ว

เขาคือผู้ที่ผู้คนเคารพเลื่อมใส เป็นที่อิจฉาของสำนักอื่นๆ ในระดับเดียวกัน

แล้วเจ้าเด็กนี่เล่า อายุน้อยเพียงใดไม่ต้องพูดถึง ภาพจำที่ทุกคนมีต่อเขาก็คือเด็กทึ่มที่เพิ่งจะมาหูตาสว่าง รู้จักเกี้ยวสตรี รู้จักทำอาหารรสเลิศ รู้จักดนตรีเพื่อใช้จีบสาว

แล้วอยู่มาวันหนึ่งเขาก็มาพ่นลมปากต่อหน้าพวกท่านว่า ข้าหลอมโอสถได้ แถมยังเป็นระดับหกด้วย

พวกท่านจะเชื่อหรือ?

ในเวลานี้ จิตวิญญาณของหลี่ต้านเข้าสู่สภาวะ 'ไร้ตัวตน' เขาเพียงแต่สกัดยาอย่างต่อเนื่องด้วยความชำนาญ ทั้งยังแบ่งสมาธิมาคอยสังเกตอาการของอาจารย์หญิงและกลิ่นอายชีวิตของอาจารย์เถียนเจิ้น

ห้าวัน... รอข้าห้าวันนะ

อาจารย์ ท่านต้องอดทนไว้ให้ได้นะ

เขากลับมามีสมาธิแน่วแน่ ทุ่มเททั้งใจและจิตวิญญาณลงไปในการหลอมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในขั้นตอนต่อมา...

หนึ่งวัน!

สองวัน!

สามวัน!

ไม่มีผู้ใดจากไป เพราะพลังใจที่เด็ดเดี่ยวและท่วงท่าการหลอมของหลี่ต้าน ได้สะกดทุกคนในที่แห่งนั้นไว้เนิ่นนานแล้ว

ในยามนี้ไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ ทว่าเพียงแค่ได้มองเขาหลอมยาเช่นนี้ ในใจก็รู้สึกเป็นสุขยิ่งนัก

เพราะท่วงท่าที่ไหลลื่นประดุจสายน้ำนั้น ราวกับเป็นงานศิลปะชิ้นเอกชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว

และแล้ว เมื่อวันที่สี่มาถึง มือทั้งสองของหลี่ต้านก็ขยับทำมุทราอย่างรวดเร็ว เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายนั่นคือการ 'ผสานโอสถ' (หรงตาน)

และด้วยการควบคุมของหลี่ต้าน เหลียวซิงฮั่นที่เฝ้าชมตั้งแต่ต้นจนจบด้วยความกระหายใคร่รู้พลันแหงนหน้าขึ้น ดวงตาสั่นไหวด้วยความตกตะลึง จนไม่อาจกลั้นเสียงอุทานออกมาได้อีกต่อไป

"เป็นไปได้อย่างไร...!"

……………….

จบบทที่ 117 - เป็นไปได้อย่างไร

คัดลอกลิงก์แล้ว