- หน้าแรก
- ระบบวินัยพิชิตใจตนเอง
- 116 - เจ้าคิดจะทำกระไร?
116 - เจ้าคิดจะทำกระไร?
116 - เจ้าคิดจะทำกระไร?
116 - เจ้าคิดจะทำกระไร?
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า เมื่อยามที่เฉาเจิ้งหยางลอบเปิดใช้งานค่ายกลกงล้อวัฏจักรที่ทรงพลังนั้น คนแรกที่ไหวตัวทันและหลบหนีไปกลับเป็นเหยาเซิ่ง
ศิษย์น้องร่วมสำนักของเขาเอง
ผู้อาวุโสที่อยู่ร่วมชายคากันมานานหลายสิบปี
แม้แต่ในช่วงเวลาที่ยังไม่ได้เริ่มบ่มเพาะนักหลอมโอสถระดับสี่อย่างเหลียวซิงฮั่น เขาก็เป็นคนในสำนักอยู่ก่อนแล้ว
ปรมาจารย์ทั้งสิบแปดยอดเขา ความจริงแล้วก็คือศิษย์พี่ศิษย์น้องสิบแปดคนในอดีต แม้ไม่ได้มีอาจารย์คนเดียวกัน ทว่าความสัมพันธ์ก็แน่นแฟ้นเฉกเช่นหลี่ต้านและลู่ซือเหยาในยามนี้
มันเป็นเพราะเหตุใดกันแน่?
เมื่อเฉาเจิ้งหยางรุดมาถึง ที่แห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยผู้คนมากมาย และมีปรมาจารย์ยอดเขาอีกหลายท่านไล่ตามออกไปแล้ว
ฝูงชนแหวกทางออก เผยให้เห็นเถียนเจิ้นที่มีไอสีดำปกคลุมทั่วใบหน้า เขากระอักโลหิตออกมาไม่กขาดสาย ร่างกายสั่นกระตุก ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยที่ดูน่าสยดสยอง
"ท่านเจ้าสำนัก อวัยวะภายในทั้งหมดของศิษย์พี่เถียนถูกทำลายสิ้นแล้ว... ถูกทำลายสิ้นแล้ว" จูอวี้จวิน ปรมาจารย์ยอดเขาอิงลั่วกล่าวพลางสะอื้นไห้
เฉาเจิ้งหยางมองดูความทุกข์ทรมานของเถียนเจิ้น เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่า คนที่เลือดซึมออกมาจากรูขุมขนทั่วร่างผู้นี้จะเป็นศิษย์น้องเถียน
ยิ่งไม่อยากเชื่อว่าเหยาเซิ่งจะลงมือเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้
เขาจะไปชี้แจงกับเซี่ยหว่านหรงได้อย่างไร
เสียงของคนรอบข้างดังแว่วเข้ามาในหูประหนึ่งอยู่ไกลแสนไกล เขาเพิ่งจะดึงสติกลับมาจากความตกตะลึงได้ จึงกล่าวอย่างตะกุกตะกักว่า "ค่ายกลกงล้อวัฏจักร... เร็วเข้า เปิดใช้งานค่ายกลกงล้อวัฏจักร อาจารย์เหลียวเล่า อาจารย์เหลียวอยู่ที่ใด..."
สรรพคุณของค่ายกลกงล้อวัฏจักรคือการรักษาบาดแผลของสิ่งมีชีวิตในรัศมีร้อยหลี่ให้คืนกลับมา
ทว่านี่ไม่ใช่ค่ายกลที่สมบูรณ์ เป็นเพียงส่วนที่ชำรุดซึ่งพวกเขาช่วยกันดัดแปลงมาหลายวันเพื่อใช้ในการตรวจสอบ
แต่ทว่าด้วยศิลาจิตวิญญาณหลายล้านชิ้นที่ทุ่มลงไป พลังปราณที่เกิดขึ้นในนั้นย่อมมหาศาลไม่กพรรณนา
ทุกคนพลันเข้าใจในเจตนาของเฉาเจิ้งหยาง นั่นคือการยื้อชีวิตของเถียนเจิ้นไว้ก่อน จากนั้นจึงค่อยตามหาผู้อาวุโสสันโดษ หรืออาจารย์เหลียว...
..................
หลี่ต้านมองดูค่ายกลยักษ์ที่คลุมท้องฟ้าเทียนหยาไห่เกอในพริบตา เขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทว่าลำแสงสิบกว่าสายนั้นเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่บรรจุอยู่ภายใน
อย่างไรเสีย ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ยังมีคนตัวสูงคอยรับไว้อยู่ดี เขาเพียงต้องการเก่งกาจขึ้นอย่างเงียบเชียบเพื่อทำให้ทุกคนประหลาดใจ
หลี่ต้านเดินขึ้นเขาด้วยความสำราญใจ เพราะภารกิจเช็คอินสิบแปดยอดเขาสำเร็จลุล่วง และเขาก็ได้กลายเป็นนักหลอมโอสถระดับกลางอย่างเต็มตัวแล้ว
ยามนี้เหลือเวลาเพียงไม่ถึงสองเดือนที่จะตักตวงค่าความกตัญญู เขาต้องเร่งมือเสียหน่อย
อาจารย์หญิงนั้นไม่ต้องพูดถึง เพียงเอ่ยคำหวาน มอบของดีให้ ค่าความกตัญญูก็พุ่งพรวดแล้ว
ส่วนอาจารย์นั้นค่อนข้างขี้เหนียว แทนที่จะทำอาหารเอาใจเขา สู้ไปเดินสายเยี่ยมยอดเขาอื่นเพื่อหาลู่ทางยังจะดีเสียกว่า
ฟึ่บ!
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งวิ่งสวนขึ้นเขาไปอย่างรวดเร็ว เกือบจะชนหลี่ต้านล้มลง
"ขออภัย... ขออภัย... ศิษย์พี่... ศิษย์พี่หลี่? แย่แล้วศิษย์พี่หลี่ ปรมาจารย์ยอดเขา... อาการสาหัสปางตายแล้ว..."
ถ้อยคำของศิษย์ฝ่ายนอกผู้นี้ ทำให้หลี่ต้านยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
"เจ้า... เจ้าพูดเพ้อเจ้อกระไร?"
หลี่ต้านขยับกายเพียงแผ่วเบา พริบตาเดียวก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าศิษย์ผู้นั้น มือทั้งสองกระชากคอเสื้อเขาไว้แน่น
ศิษย์ผู้นั้นดวงตาแดงก่ำ โดยเฉพาะยามที่ต้องเผชิญกับกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของหลี่ต้าน เขาถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ
เขาชี้มือไปทางค่ายกลที่กำลังหดตัวลงในที่ไกลๆ อย่างสั่นเทา
ทว่าหลี่ต้านกลับแหงนหน้าขึ้นในลมหายใจนั้น
เขาเห็นร่างอันงดงามร่างหนึ่งเหินบินออกมาจากยอดเขาด้วยความเร็วสูงสุด
นั่นคือ...อาจารย์หญิง!
เมื่อหลี่ต้านรุดไปถึงตำหนักใหญ่ของท่านเจ้าสำนัก ที่แห่งนั้นถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนเป็นชั้นๆ
ทุกคนที่เห็นหลี่ต้านต่างก็เผยสีหน้าเวทนาสงสาร
ขาของหลี่ต้านพลันอ่อนแรงลง เขาพยายามปลอบใจตนเองอยู่ตลอดเวลา
ไม่เป็นความจริง... เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแน่นอน
เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลย อาจารย์ยังด่าเขาที่ไม่ทำมื้อเที่ยงให้จนต้องไปซื้อที่ครัวโรงไฟ
ด่าเขาที่ไม่ชอบอยู่ติดเรือน ค้างอ้างแรมข้างนอก
เหตุใดจึง... จึง...
หลี่ต้านก้าวเดินไป ฝูงชนต่างพากันแหวกทางให้ หน้าตำหนักใหญ่มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
จากภายในแว่วเสียงกรีดร้องด้วยความโศกเศร้าปานจะขาดใจของอาจารย์หญิงเซี่ยหว่านหรง
ใบหน้าของหลี่ต้านพลันซีดเผือด ร่างกายสั่นโงนเงน
มือข้างหนึ่งเอื้อมมาพยุงเขาไว้เบื้องหลังเบาๆ
เปาโหย่วเว่ยมีสีหน้าย่ำแย่เช่นกัน "คือเหยาเซิ่ง ปรมาจารย์ยอดเขาเทียนจี เป็นมันที่สังหารอาจารย์โจวไท่ ชิง 'คัมภีร์โอสถ' ไป และยังลอบทำร้ายอาจารย์อาเถียนก่อนจะเปิดประตูสำนักหนีไป พี่ต้าน วางใจเถิด มีท่านเจ้าสำนัก มีอาจารย์เหลียว พวกเขาต้องมีวิธีช่วยแน่นอน"
หลี่ต้านปัดมือของเปาโหย่วเว่ยออก แล้ววิ่งพรวดเข้าไปข้างในทันที
เรื่องปลอม... ต้องเป็นเรื่องปลอมแน่ๆ
ทว่าคนเฝ้าประตูรีบขวางหลี่ต้านที่มีท่าทางเหม่อลอยไว้
"ปล่อยให้เขาเข้ามา!" เสียงของเจ้าสำนักเฉาเจิ้งหยางดังออกมาจากภายในตำหนัก
หลี่ต้านถูกปล่อยตัวเข้าไป เขาเห็นค่ายกลแสงขนาดมหึมาอยู่กลางตำหนัก รอบๆ มีกลุ่มก้อนพลังงานไหลเวียนและมุดเข้าไปในร่างของคนผู้หนึ่งที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิต
คนโดยรอบต่างพากันหลั่งน้ำตา อาจารย์หญิงเพียงลำพังใช้ผ้าเช็ดหน้าค่อยๆ เช็ดเลือดให้เถียนเจิ้น พลางพร่ำเพ้อสิ่งใดบางอย่างไม่หยุดหย่อน
เฉาเจิ้งหยางมองหลี่ต้านพลางทอดถอนใจ ปล่อยให้เขาเดินเข้าไปในค่ายกล
หลี่ต้านมองดูอาจารย์ที่ร่างกายบวมพองและมีไอสีดำพวยพุ่งออกมา เขาขาอ่อนแรงจนคุกเข่าลงข้างกายทันที
ร่างกายเขาสั่นเทิ้ม ลมหายใจถี่กระชั้น สัมผัสได้เพียงความมึนงงอย่างรุนแรง
ฝัน... นี่ต้องเป็นความฝันแน่ๆ
เหตุใดจึง... เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้...
หลี่ต้านยื่นมือทั้งสองออกไป พลางสั่นระริกไม่ทราบว่าควรจะทำสิ่งใด
ส่วนเหลียวซิงฮั่นกลับตบหน้าตนเองไปหลายฉาด "เป็นเพราะข้า... เป็นเพราะข้าแท้ๆ ที่ทำให้ปรมาจารย์เถียนต้องเดือดร้อน เป็นเพราะข้าเอง...!"
"ไม่มีวิธีอื่นเลยหรือ?" เฉาเจิ้งหยางคว้ามือเหลียวซิงฮั่นไว้ ดวงตาแทบจะถลนออกมาด้วยความแค้น
เหลียวซิงฮั่นมองเฉาเจิ้งหยางด้วยสีหน้าทรมาน "พวกท่านคงตรวจสอบกันหมดแล้ว อวัยวะภายในทั้งหมดของเขาถูกเปลวเพลิงสีดำนั่นแผดเผาจนมลายสิ้น แม้แต่ทารกวิญญาณ (หยวนอิง) ก็ไม่นับเว้น แม้พลังปราณในค่ายกลกงล้อวัฏจักรจะช่วยยื้อชีวิตเขาไว้ได้เพียงห้าวัน ทว่าสุดท้ายเขาก็ยังต้อง... อ๊ะ... จริงสิ... นึกออกแล้ว..."
ลมหายใจต่อมา เหลียวซิงฮั่นดูเหมือนจะนึกบางอย่างออก เขารีบค้นหาในถุงเก็บของอย่างลนลาน
ไม่นานนัก เขาก็หยิบสมุดบันทึกเก่าๆ เล่มหนึ่งออกมา
เขาพลิกหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว ก่อนจะร้องตะโกนออกมา
"คือสิ่งนี้! คือสิ่งนี้! โอสถระดับหก...โอสถโพธิสัตว์คืนชีพ ปรมาจารย์เถียนเพิ่งได้รับบาดเจ็บ มีเพียงโอสถเม็ดนี้เท่านั้นที่จะรักษาเขาให้กลับมาสมบูรณ์ได้ในช่วงเวลานี้..."
เหลียวซิงฮั่นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ค่อยๆ แผ่วลง ทำให้คนโดยรอบที่เริ่มมีความหวังกลับมีสีหน้าหม่นหมองลงตามไป
โอสถระดับหก ยามนี้จะไปหาโอสถระดับหกมาจากที่ใด
อีกทั้งมูลค่าของมันมหาศาลเพียงใด ย่อมยากจะจินตนาการได้
เฉาเจิ้งหยางรับสมุดเล่มนั้นมา สิ่งนี้เขาได้มาจากแผงลอยตอนไปเดินตลาดครั้งก่อนแล้วมอบให้อาจารย์เหลียว
ไม่มีทางรอดแล้ว... ไม่มีทางรอดจริงๆ
เหยาเซิ่ง นับแต่วันนี้ไป เจ้าจะถูกไล่ล่าโดยเทียนหยาไห่เกอทั้งหมด
ไม่มีวันสิ้นสุดจนกว่าจะตายตกไปตามกัน!
ในจังหวะนั้นเอง สมุดในมือของเขาก็ถูกกระชากไป
ไม่ทราบว่าเมื่อใด หลี่ต้านลุกขึ้นยืนแล้วชิงมันไป ดวงตาของเขาแดงก่ำขณะจ้องมองเนื้อความในนั้น
จากนั้นเขาหลับตาลง ค้นหาในร้านค้าของระบบทันที
[โอสถโพธิสัตว์คืนชีพ เป็นโอสถระดับหก ระบบยังไม่มีจัดเก็บ]
[ใบสั่งยาโอสถโพธิสัตว์คืนชีพ มูลค่าห้าหมื่นแต้มบุญ ยืนยันการแลกเปลี่ยนหรือไม่?]
"แลก!"
"ระบบ แลกเปลี่ยนสมุนไพรทั้งหมดที่ระบุไว้"
[สมุนไพรสำหรับโอสถโพธิสัตว์คืนชีพรวมทั้งสิ้น 306 ชนิด ระบบมีจัดเก็บ 304 ชนิด ใช้แต้มบุญรวม 41,000 แต้ม ยืนยันการแลกเปลี่ยนหรือไม่?]
"แลก!"
ผ่านไปห้าลมหายใจ หลี่ต้านก็ลืมตาขึ้น
ดวงตาของเขาประดุจหมาป่าหิวโหยที่จ้องมองเหยื่อ จ้องเขม็งไปยังเหลียวซิงฮั่นและเฉาเจิ้งหยาง
"ข้าต้องการโสมเหลือง (หวงเหลียนจิง) อายุอย่างน้อยห้าร้อยปีหนึ่งต้น และกล้วยไม้อูเสอหลานอายุหกร้อยปีหนึ่งต้น ในสำนักมีหรือไม่?"
เฉาเจิ้งหยางฉงนใจ "เจ้าคิดจะทำกระไร?"
"หลอม...โอสถ!" หลี่ต้านเน้นทีละคำ
คนทั้งสองพลันรูม่านตาหดเล็กลง
เหลียวซิงฮั่นกล่าวโพล่งออกมาทันที "มี!"
…………………