- หน้าแรก
- ระบบวินัยพิชิตใจตนเอง
- 115 - เร็วเข้า ช่วยศิษย์พี่เถียนที!
115 - เร็วเข้า ช่วยศิษย์พี่เถียนที!
115 - เร็วเข้า ช่วยศิษย์พี่เถียนที!
115 - เร็วเข้า ช่วยศิษย์พี่เถียนที!
จะไม่ให้ตาค้างได้อย่างไร?
เมื่อครู่ใหญ่ก่อนหน้า พวกเขาเห็นกับตาว่าอาจารย์อาเหยาจากไปแล้ว และไม่ได้กลับมา เหตุใดเพียงชั่วพริบตา จึงเดินลงมาจากเขาได้อีก?
หรือว่าเกิดภาพหลอนขึ้นหรือ?
"พวกเจ้ามาอออะไรกันที่นี่?" หลี่ต้านเอ่ยถาม
หานเซียวยังไม่ทันได้สติดี ทว่าก็ตอบออกไปตามสัญชาตญาณ "เรียะ... เรียนอาจารย์อา พวกเรามารอหลี่ต้าน"
หลี่ต้านแสดงท่าทางประหนึ่งว่า 'ข้าว่าแล้วเชียว'
"พวกเจ้าที่เป็นหนุ่มสาว ไม่รู้จักมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรให้ถึงเป้าหมาย วันๆ เอาแต่หมกมุ่นกับผลประโยชน์เล็กน้อย ความรักความแค้นและการเข่นฆ่า ข้าล่ะรู้สึกละอายใจแทนพวกเจ้ายิ่งนัก เจ้าจงดูผู้อื่นเถิด ในยามนี้ ไม่ใช่กำลังดูดซับปราณม่วง (พลังยามเช้า) ก็กำลังฝึกตน หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรทานมื้อเช้าเพื่อออกกำลังกาย แต่ดูพวกเจ้าสิ ทำตัวประหนึ่งนักเลงหัวไม้ในโลกฆราวาส มาดักรอปิดหน้าประตูเขา"
"นี่หรือคือกมลสันดานของศิษย์ยอดเขาชิงอิน? นี่หรือคือสิ่งที่ศิษย์พี่... เกาเสวียน เจ้าคนผู้นั้นพร่ำสอนศิษย์ออกมา? ข้าล่ะอายแทนเขานัก ไม่น่าเล่าเขาจึงต้องรับศิษย์ใหม่ เห็นได้ชัดว่าเขาผิดหวังในตัวพวกเจ้าเพียงใด"
"ช่างไม่เป็นโล้เป็นพาย แถมยังอาศัยพวกมากรุมน้อย พวกเจ้าจะเอาอะไรไปเปรียบกับหลี่ต้านได้ ก็แค่ถือดีว่ามีฐานพลังสูงกว่าไม่ใช่หรือ ยามศิษย์พี่ใหญ่ของเขาอยู่ พวกเจ้ากล้ากระทำการเช่นนี้หรือไม่?"
"หากแค้นเขานัก มีดีก็อย่าไปกินข้าวที่ครัวโรงไฟอีกสิ นั่นน่ะคือสิ่งที่เขาอุทิศให้ทั้งนั้น กินของเขาแล้วยังมาหาเรื่องเขาอีก ช่างไม่รู้จักบุญคุณคน ข้าล่ะอายแทนพวกเจ้าจริงๆ"
"เวลาเช้าคือหัวใจของวัน อารมณ์อันรื่นรมย์ของอาจารย์กลับต้องมาถูกพวกปลาเน่าฝูงนี้ทำลายจนสิ้น ช่างเสียบรรยากาศนัก!"
"อยากรอก็รอกันอยู่ที่นี่แหละ!"
หลี่ต้านกล่าวจบ ก็สะบัดแขนเสื้อเดินไขว้หลังจากไปทันที
หนุ่มสาวทั้งสิบเอ็ดคนที่ถูกด่าทอเสียจนสุนัขไม่รับประทาน ต่างก็หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
ยามนี้จะยืนอยู่ต่อก็กระดากใจ จะเดินจากไปก็ไม่กล้า
ตั้งแต่เมื่อใดกัน ที่พวกเขาใช้ชีวิตกลายเป็นในสิ่งที่ตนเองเคยชิงชังที่สุด
..................
เหยาเซิ่งมองดูประตูสำนักที่ปิดสนิทเบื้องหน้า เขาถอนหายใจยาวออกมาช้าๆ ก่อนจะก้าวเดินเข้าไป
"ศิษย์น้องเหยา วันนี้ไม่ใช่เวรผลัดของท่านไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงมาที่นี่เล่า?" ห้วงมิติพลันสั่นไหวเถียนเจิ้นก้าวออกมาจากความว่างเปล่า เอ่ยถามด้วยความฉงนใจ
นับแต่โจวไท่สิ้นชีพ ประตูสำนักก็ถูกผลัดเปลี่ยนเวรยามโดยสิบแปดยอดเขา
ประกอบด้วยปรมาจารย์ยอดเขาหนึ่งท่าน ผู้อาวุโสสิบคน และค่ายกลพิทักษ์ประตูสำนักอันทรงพลัง
ตามเวลาแล้ว วันนี้ควรจะเป็นฉินกังปรมาจารย์ยอดเขาฉางเจี้ยนมาเปลี่ยนเวร อีกทั้งในช่วงเวลานี้ ประตูสำนักอนุญาตให้เข้าแต่ห้ามออก
เหยาเซิ่งรีบกล่าว "อ้อ เป็นเช่นนี้ ศิษย์พี่ฉินถูกท่านเจ้าสำนักเรียกตัวไปกะทันหัน จึงไม่อาจมาได้ เลยให้ข้ามาเปลี่ยนเวรแทน ศิษย์พี่เถียน สามวันที่ผ่านมานี้ท่านลำบากนัก ยามนี้ยังเช้าอยู่ กลับไปคงยังทันได้ทานมื้อเช้า จากนั้นค่อยเปลื้องผ้าเอนกายหลับใหลให้สำราญใจเถิด"
เถียนเจิ้นได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่า
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง ถ้าอย่างนั้นก็รบกวน..."
ตูม!
เถียนเจิ้นยังไม่ทันกล่าวจบคำ ณ ทิศทางใจกลางสำนัก พลันมีลำแสงสีม่วงทรงพลังพุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า ก่อตัวเป็นวังวนยักษ์อยู่กลางเวหา
ในเวลาเดียวกัน ลำแสงสีขาวมหึมาอีกสิบลำพุ่งเข้าไปในวังวนนั้นตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ เพื่ออัดฉีดพลังงานอย่างต่อเนื่อง
ลวดลายอันซับซ้อนเริ่มแผ่ขยายออกไปทั่วท้องฟ้าประหนึ่งใยแมงมุมที่คลุมฟ้าดิน ในขณะเดียวกัน กลิ่นอายอันเก่าแก่โบราณอย่างยิ่งก็ค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากวังวนนั้น
ความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นี้ ดึงดูดให้คนทั้งสำนักต่างพากันแหงนมองด้วยความตกตะลึง
หลี่ต้านซึ่งเพิ่งมาถึงเชิงเขาไท่ฮวา มองดูภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวบนท้องฟ้า ในใจพลันเกิดความรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างรุนแรงขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ
ลำแสงหนึ่งพุ่งตรงมายังประตูสำนักอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเงานั้น เถียนเจิ้นก็ชะงักไป "เอ๊ะ นั่นไม่ใช่ศิษย์น้องฉินกังรึ เขาทำธุระเสร็จแล้ว..."
เถียนเจิ้นยังไม่ทันสิ้นคำ เหยาเซิ่งที่อยู่ห่างกันเพียงเอื้อมมือพลันเผยสีหน้าเหี้ยมเกรียม
"ข้าขออภัยด้วยศิษย์พี่เถียน นี่คือโชคชะตาของท่าน"
กล่าวจบ ก่อนที่เถียนเจิ้นจะทันได้ตั้งตัว เหยาเซิ่งก็วาดฝ่ามือออกไปอย่างรวดเร็ว
บนฝ่ามือนั้นเต็มไปด้วยปราณสีดำสนิท ซัดเข้าใส่ทรวงอกอย่างรุนแรง
เปรี้ยง!
เถียนเจิ้นที่ไม่ได้ป้องกันตัวแม้แต่น้อย สัมผัสได้เพียงความเจ็บปวดที่ทรวงอก ตามมาด้วยความรู้สึกเหมือนวิญญาณจะฉีกขาด
วูบ!
เบื้องหลังของเขา ปรากฏรอยฝ่ามือจำแลงแผ่ขยายออกไป พร้อมกับพลังงานระเบิดอันกึกก้องที่ปะทะเข้ากับประตูสำนัก
อั่ก!
เถียนเจิ้นกระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างทั้งร่างกระเด็นไปกระแทกกับผนังด้านหนึ่ง
ตามร่างกายของเขาเริ่มปรากฏอักขระมนตราประหลาด บิดเบี้ยวและทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างในกายอย่างต่อเนื่อง
ส่วนเหยาเซิ่งนั้น ขยับกายเพียงพริบตาก็มาถึงประตูสำนัก เขาเปิดประตูจากภายในอย่างชำนาญ
ในระยะไกล ฉินกัง ปรมาจารย์ยอดเขาฉางเจี้ยนที่ถือห่ออาหารเช้ามาให้เถียนเจิ้นด้วยท่าทางสบายอารมณ์ชะงักกึก เขาตกใจสุดขีดจนโยนห่ออาหารทิ้งแล้วทะยานกายเข้ามาด้วยความเร็วสูงสุด
"ปรมาจารย์เหยา ท่านกำลังทำกระไร!"
"ท่านกล้าลงมือกับปรมาจารย์เถียนเชียวหรือ!"
"แจ้งเหตุเร็วเข้า! รีบส่งสัญญาณแจ้งเหตุ!"
..................
ทันใดนั้น ผู้อาวุโสในชุดดำสิบคนก้าวออกมาจากห้วงมิติ พุ่งตรงเข้าหาเหยาเซิ่ง
เหยาเซิ่งที่กำลังเปิดประตูอยู่โจนทะยานร่างออกไป ฝ่ามือปะทะกับคนทั้งสิบอย่างรวดเร็ว
"อั่ก!"
เมื่อปะทะกัน ทั้งสิบคนต่างก็กระอักเลือดออกมาและกระเด็นถอยหลังไปอย่างน่าสมเพช
ผู้อาวุโสคนหนึ่งดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"ขั้นสถิตเทพ ระดับสมบูรณ์หรือ?"
ในเทียนหยาไห่เกอ นอกจากผู้อาวุโสอาวุโสทั้งห้าท่านที่ควรจะล่วงลับไปแล้วซึ่งอยู่ในขั้นสถิตเทพระดับสมบูรณ์ ก็มีเพียงท่านเจ้าสำนักเฉาเจิ้งหยางเท่านั้น
ปรมาจารย์ยอดเขาคนอื่นๆ ล้วนอยู่ในขั้นสถิตเทพระดับเริ่มต้น มีเพียงไม่กี่คนที่เป็นระดับกลาง อย่าว่าแต่ระดับสมบูรณ์เลย แม้แต่ระดับปลายก็ยังไม่มีสักคน
ทว่าไม่มีผู้ใดคาดคิด ว่าเหยาเซิ่งจะซ่อนเร้นฐานพลังไว้ล้ำลึกถึงเพียงนี้ เขาอยู่ในระดับสมบูรณ์แล้วจริงๆ
วูบ~~
อึดใจต่อมา ม่านพลังพิทักษ์ประตูสำนักถูกเปิดออกเป็นช่องเล็กๆ มุมปากของเหยาเซิ่งปรากฏรอยยิ้ม ทว่าใบหน้าของเขาก็พลันซีดขาวลงทันที
เขาปรายตามองเถียนเจิ้นที่ไร้ทางเยียวยาเพียงครู่เดียว ก่อนจะทะยานร่างออกไปกลายเป็นแสงสีดำและหายลับไปในพริบตา
"ศิษย์พี่เถียน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง มัวบื้อใบ้อยู่ทำไม รีบช่วยคนเร็วเข้า!"
"ระฆังเตือนภัยดังขึ้นได้อย่างไร เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"
ลำแสงหลายสายพุ่งมาถึง ฉินกังดวงตาแดงฉาน ชี้มือไปยังม่านพลังประตูสำนักที่แตกสลาย
"คือเหยาเซิ่ง! คือเหยาเซิ่ง!" กล่าวจบ เขาก็ป้อนโอสถกำมือหนึ่งเข้าปากเถียนเจิ้น ก่อนจะไล่ตามออกไปด้วยโทสะอันเปี่ยมล้น...
บนท้องฟ้า ค่ายกลกงล้อวัฏจักรขนาดมหึมาถูกกางออกโดยสมบูรณ์ ลำแสงหลายสายตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าพันคนในชั่วพริบตา
ทว่าเมื่อหมุนย้อนเวลากลับไปยังวันที่โจวไท่ถูกทำร้าย กลับพบศิษย์ฝ่ายนอกเพียงสิบกว่าคนที่มีอาการบาดเจ็บ
ส่วนที่เหลือนั้นล้วนแข็งแรงดี
เฉาเจิ้งหยางขมวดคิ้วมองดูเงาสีแดงสิบกว่าร่างบนจานค่ายกลและตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ "ไปคุมตัวพวกเขามาเดี๋ยวนี้"
"รับทราบ!" ภายในตำหนักใหญ่ ร่างหลายร่างทะยานออกไปทันที
"หวังว่ามันจะได้ผล ค่ายกลกงล้อวัฏจักรครั้งนี้กระทำโดยไม่ให้ตั้งตัว มีผู้รู้น้อยยิ่งนัก คนสองคนที่แฝงตัวอยู่ พวกเจ้าซ่อนเร้นฐานพลังอยู่ในสิบกว่าคนนี้หรือไม่?" เฉาเจิ้งหยางพึมพำกับตนเอง
ไม่นานนัก ระฆังเตือนภัยจากประตูสำนักก็ดังกึกก้อง เฉาเจิ้งหยางเพิ่งก้าวออกมา เสียงสื่อสารทางจิตอันร้อนรนก็ส่งมาถึง
"ท่านเจ้าสำนัก คนทรยศคือเหยาเซิ่ง! คือเหยาเซิ่ง! ศิษย์พี่เถียนเจิ้นถูกลอบทำร้าย อาการสาหัสปางตาย ท่านได้โปรดช่วยเขาด้วย!"
สีหน้าของเฉาเจิ้งหยางพลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาร่างเลือนหายไปจากที่ตรงนั้นในทันที
………………….