- หน้าแรก
- โตหลัวต้าลู่ เทพมังกรเนตรปีศาจกับหญิงมากวาสนา
- บทที่ 24 : ฟันเฟืองแห่งโชคชะตาที่ค่อยๆ หมุนออกนอกเส้นทาง
บทที่ 24 : ฟันเฟืองแห่งโชคชะตาที่ค่อยๆ หมุนออกนอกเส้นทาง
บทที่ 24 : ฟันเฟืองแห่งโชคชะตาที่ค่อยๆ หมุนออกนอกเส้นทาง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฮั่วอวี่ห่าวตื่นแต่ไก่โห่ ล้างหน้าล้างตา กินมื้อเช้า แล้วรีบตรงดิ่งไปยังห้องทดลองของฟานอวี่
"อาจารย์ ข้าไปก่อนนะครับ"
ฟานอวี่มองดูฮั่วอวี่ห่าวที่สูงขึ้นกว่าตอนมาถึงใหม่ๆ มากโข ดวงตาเปี่ยมด้วยความปลื้มปิติ "ไปเถอะ ระวังตัวด้วย ป่าซิงโต่วไม่ใช่สถาบัน มันเต็มไปด้วยอันตราย เตรียมอุปกรณ์วิญญาณพวกนั้นให้พร้อมก่อนเข้าป่าล่ะ เอากระสุนไปพอใช่ไหม?"
ฮั่วอวี่ห่าวยิ้มทะเล้น พลางเขย่าแหวนจุฬามณีและกระซิบว่า "ไม่ต้องห่วงครับอาจารย์ ข้าเอา 'กระสุนเจาะเกราะ' แบบต่างๆ ไปตั้งหมื่นนัด 'ขวดนม' อีกสี่ขวด แล้วก็มี 'ปืนลูกซอง', 'เอเค 47' กับ 'อาร์พีจี' ที่ท่านทำให้ด้วย ถ้าขนาดนี้แล้วยังเอาไม่อยู่ ข้าก็ยังมีอุปกรณ์วิญญาณสำหรับบินไว้หนี รับรองปลอดภัยหายห่วงครับ"
ฟานอวี่พยักหน้าเบาๆ รู้สึกวางใจขึ้นเปราะหนึ่ง
เขารู้ดีว่า 'ปืนลูกซอง' ที่ฮั่วอวี่ห่าวพูดถึงคืออะไร ส่วน 'เอเค 47' นั้น ชื่อจริงของมันคือ ปืนรังสีวิญญาณต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอุปกรณ์วิญญาณระดับ 4 เมื่อใช้ร่วมกับขวดนมและกระสุน อานุภาพของมันจะเทียบเท่ากับระดับ 5 ซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามต่อระดับจักรพรรดิวิญญาณได้เลยทีเดียว จัดว่าเป็นอาวุธวิญญาณระยะกลางที่น่าเกรงขาม
ส่วน 'อาร์พีจี' นั่น ฮั่วอวี่ห่าวเป็นคนดัดแปลงมาจากปืนใหญ่วิญญาณรวบรวมพลังงาน เดิมทีมันเป็นอุปกรณ์วิญญาณระดับ 5 หากใช้กระสุนปืนใหญ่ พลังทำลายล้างของมันเพียงพอที่จะคุกคามระดับมหาปราชญ์วิญญาณได้ ยิ่งเมื่อใช้ขวดนมเป็นแหล่งพลังงานสำรอง มันก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับอุปกรณ์วิญญาณระดับ 5 แบบบรรจุพลังงานเลย
และสำหรับการเดินทางครั้งนี้ ฟานอวี่ได้แอบยัด 'กระสุนจรวดระเบิด' ให้เขาไปอีกสามลูกเผื่อฉุกเฉิน!
แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมฮั่วอวี่ห่าวถึงตั้งชื่ออุปกรณ์วิญญาณเหล่านี้ด้วยชื่อแปลกประหลาด แต่ฟานอวี่ก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะยังไงซะ อุปกรณ์พวกนี้ก็สร้างขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ของฮั่วอวี่ห่าว เขาจะเรียกมันว่าอะไรก็ตามใจเขาเถอะ
หลังจากร่ำลาฟานอวี่ เหอไช่โถวก็แอบย่องเข้ามาหา พร้อมยัดขวดนมรูปร่างประหลาดสิบขวดและวัตถุคล้ายจานบินใส่มือฮั่วอวี่ห่าว พลางกระซิบว่า "อวี่ห่าว ของที่เจ้าบอก ข้าทำเสร็จแล้วนะ แต่เพราะพลังวิญญาณข้าจำกัด เลยใช้ขวดนมระดับ 4 ทำได้แค่นี้ พลังวิญญาณข้างในถูกอัดแน่นจนถ้ามันระเบิดขึ้นมา อย่างน้อยก็แรงเท่าการโจมตีของราชาวิญญาณ และน่าจะสร้างปัญหาให้จักรพรรดิวิญญาณได้บ้าง ตามที่เจ้าแนะนำ ข้ายัดเศษเหล็กสนิมเขรอะลงไปหนึ่งในสามด้วย เวลาใช้ระวังตัวหน่อยล่ะ"
"แล้วก็... 'เกราะอมตะ' อันนี้ ปกติต้องระดับราชาวิญญาณถึงจะใช้ได้ แต่หลังดัดแปลงแล้ว ปรมาจารย์วิญญาณสี่วงแหวนก็น่าจะพอถูไถใช้ได้ แม้ประสิทธิภาพจะลดลงนิดหน่อย แต่มันกันการโจมตีระดับมหาปราชญ์วิญญาณได้สามวินาที น่าจะเหมาะกับเจ้าพอดี"
ฮั่วอวี่ห่าวพยักหน้าเล็กน้อย รับของมา แล้วส่งคืนให้เหอไช่โถวสองอันพร้อมรอยยิ้มใสซื่อ "ลำบากศิษย์พี่เหอแย่เลย สองลูกนี้พี่เก็บไว้ป้องกันตัวเถอะครับ ข้าเอาไปแค่แปดลูกก็พอแล้ว"
เหอไช่โถวยิ้มบางๆ รับ 'ระเบิดบาดทะยัก' สองลูกนั้นไว้โดยไม่เกรงใจ แล้วตบไหล่ฮั่วอวี่ห่าวเบาๆ "โลกภายนอกมันอันตราย ออกไปข้างนอกเจ้าต้องระวังตัวเป็นพิเศษนะอวี่ห่าว"
ฮั่วอวี่ห่าวพยักหน้าอย่างว่าง่าย "ข้าจะดูแลตัวเองครับ"
มือใหม่เพิ่งออกจากหมู่บ้านเริ่มต้น ก็ต้องจัดเต็มยุทโธปกรณ์แบบนี้แหละ! ตั้งแต่มีแผนกอุปกรณ์วิญญาณและส่วนแบ่งจาก 'ไหตี่เลา' กับ 'เสี่ยวคั่น' เขาก็ได้ลิ้มรสความสุขของการเป็นเทพทรูซะที การเป็นผู้เล่นสายเปย์นี่มันสบายจริงๆ!
เมื่อออกจากห้องทดลองของฟานอวี่ ฮั่วอวี่ห่าวก็เดินมาที่ริมทะเลสาบ เห็นร่างสูงโปร่งยืนอยู่ริมน้ำ รอยยิ้มขี้เล่นก็ผุดขึ้นที่มุมปากขณะเดินเข้าไปหา
"โย่ พี่สาวเสี่ยวเถา เพิ่งกอดกันไปเมื่อครึ่งเดือนก่อนไม่ใช่เหรอครับ? คิดถึงข้าอีกแล้วเหรอ?" ฮั่วอวี่ห่าวยกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงยังคงกวนประสาทเช่นเคย
หม่าเสี่ยวเถาหันกลับมามองเด็กหนุ่มเจ้าเล่ห์ตรงหน้า แววตาเหม่อลอยไปชั่วขณะ
หกปีผ่านไป เขาโตขึ้นขนาดนี้แล้วเชียวหรือ?
หม่าเสี่ยวเถาจัดปอยผมสีแดงเพลิงที่รุ่ยร่ายข้างแก้ม แววตาเผยความอ่อนโยนและห่วงใย "อวี่ห่าว เข้าไปในป่าซิงโต่วแล้ว เจ้าต้องตื่นตัวตลอดเวลาและระมัดระวังให้มากนะ"
เมื่อมองใบหน้างดงามของหม่าเสี่ยวเถา ฮั่วอวี่ห่าวก็รู้สึกอบอุ่นในใจ เขาเก็บท่าทีกวนๆ แล้วพยักหน้า "ข้าเข้าใจครับ พี่สาวเสี่ยวเถา"
หม่าเสี่ยวเถาจ้องมองเขาครู่หนึ่งก่อนจะหันหน้าหนี น้ำเสียงแผ่วเบา "เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องเพลิงอสูรในตัวข้าหรอก ตลอดหกปีที่เจ้าช่วยดูดซับมัน บวกกับของวิเศษธาตุน้ำแข็งที่อาจารย์หามาให้ คาดว่าอีกหนึ่งปีต่อจากนี้ ต่อให้ฝึกฝนตามปกติก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร"
ฮั่วอวี่ห่าวพยักหน้าเบาๆ แล้วยิ้ม "ดีแล้วครับ แต่ถ้าคุมไม่อยู่จริงๆ ก็มาหาข้าได้เลย ผู้เฒ่ามู่สั่งห้ามพวกท่านช่วยข้า แต่ไม่ได้บอกว่าข้าช่วยท่านไม่ได้นี่นา"
"อีกอย่าง... พี่สาวเสี่ยวเถา หุ่นท่านดีขนาดนี้ ถ้าไม่ได้กอดนานๆ ข้าคงคิดถึงแย่ ฮิฮิ"
"ไอ้เด็กบ้า! ยังกล้ามาลวนลามข้าอีก? เชื่อไหมแม่จะซัดให้น่วม!" หม่าเสี่ยวเถาหันขวับกลับมา พลังวิญญาณพลุ่งพล่าน กำปั้นขวากำแน่น แววตาฉายแววอันตราย
ทว่าฮั่วอวี่ห่าวดูเหมือนจะรู้ทัน ทันทีที่พูดจบ เขาก็หายวับไปราวกับสายลม
"ฮ่าฮ่า! ท่านจอมมารคลั่งเพลิงผู้ยิ่งใหญ่ ข้าผิดไปแล้ว! อย่าไล่ล่าข้าเลยนะคร้าบ!"
มองดูแผ่นหลังของฮั่วอวี่ห่าวที่ค่อยๆ ไกลออกไป หม่าเสี่ยวเถาค่อยๆ สลายพลังวิญญาณที่รวบรวมไว้ ความโกรธขึงขังในแววตาจางหายไปนานแล้ว เหลือไว้เพียงความอ่อนโยนที่ปนเปกับความสับสนภายในใจ
"อวี่ห่าว..." ใบหน้าที่อ่อนเยาว์และงดงามของถังหยาแวบเข้ามาในความคิดของหม่าเสี่ยวเถา ทำให้เธอรู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ
โชคดีที่ไม่มีนักเรียนลานด้านในคนอื่นอยู่แถวนี้ ไม่อย่างนั้นถ้ามาเห็นหม่าเสี่ยวเถาในโหมดสาวน้อยวัยใสแบบนี้คงช็อกตาตั้งกันเป็นแถว
ด้วยพลังวิญญาณที่ขับเคลื่อน ร่างของฮั่วอวี่ห่าวเคลื่อนที่ผ่านสถาบันราวกับภูตผี ความเร็วและความคล่องตัวของเขาน่าจะทัดเทียมกับอัครวิญญาณจารย์สายความเร็วสามวงแหวนเลยทีเดียว
ย่างก้าวเงาพราย!
ด้วยความช่วยเหลือจากเนตรวงจักร แม้ฮั่วอวี่ห่าวจะไม่ได้ทุ่มเทเวลากับมันมากนัก แต่ความเข้าใจในวิชาตัวเบานี้ของเขาก็ถือว่าเชี่ยวชาญแล้ว
เมื่อพ้นประตูใหญ่ ฮั่วอวี่ห่าวก็เห็นถังหยากับเป่ยเป่ยยืนรออยู่ริมถนนทันที เขาจึงเร่งฝีเท้าพุ่งตรงเข้าไปหา
"เป่ยเป่ย, เสี่ยวหยา"
เมื่อมาถึงตรงหน้า ฮั่วอวี่ห่าวหัวเราะเบาๆ พลางกวาดตามองเพื่อนสนิททั้งสอง
ตอนนี้เป่ยเป่ยสูงทะลุ 170 เซนติเมตรไปแล้ว รูปร่างไม่ได้ล่ำสันมากนัก แต่ใบหน้าหล่อเหลาสดใส และกลิ่นอายความเป็นผู้ดียิ่งฉายชัดขึ้นกว่าเดิม
เด็กสาวมัดผมหางม้าสูงข้างกายเขาได้ยินเสียงเรียกชื่อตนจึงเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นเด็กหนุ่มผมดำวิ่งเข้ามา รอยยิ้มประหลาดใจก็ปรากฏบนใบหน้ารูปไข่อันงดงาม
"อวี่ห่าว! ทางนี้!"
ฮั่วอวี่ห่าวผ่อนพลังวิญญาณลงแล้วหยุดฝีเท้า มองดูเด็กสาวที่สูงพอๆ กับเขาแล้วยิ้ม "เสี่ยวหยา ขอโทษที่ให้รอนาน ไปกันเถอะ ออกเดินทางกัน!"
"ฮิฮิ อวี่ห่าว ไหนล่ะ 'มันฝรั่งทอด' กับ 'เต้าหู้ทอด' ที่สัญญาไว้? ข้าอุตส่าห์ล้างท้องรอ แทบไม่ได้กินมื้อเช้าเลยนะเนี่ย!"
ฮั่วอวี่ห่าวหัวเราะร่า เอื้อมมือไปดีดหน้าผากเนียนเกลี้ยงของถังหยาเบาๆ พลิกฝ่ามือขวาเพียงครั้งเดียว กลิ่นหอมยั่วน้ำลายก็ลอยฟุ้งออกมา "ตะกละจริงๆ นะเจ้าน่ะ เอ้า กินซะ ข้าเพิ่งทำเมื่อเช้านี้เอง"
"ฮ่าฮ่า! อวี่ห่าว ข้ารักเจ้าที่สุดเลย!" ถังหยาร้องอย่างดีใจ กระโดดกอดฮั่วอวี่ห่าวเต็มรัก ก่อนจะคว้ากล่องอาหารแล้วเดินนำลิ่วไป พลางเคี้ยวตุ้ยๆ พูดด้วยความตื่นเต้น "ไปกันเล้ย! วงแหวนที่สาม ถังหยามาแล้วจ้า!"
มองดูถังหยากอดฮั่วอวี่ห่าวอย่างสนิทสนม เป่ยเป่ยซ่อนความหมองหม่นในแววตาแล้วยิ้มแห้งๆ "ยัยเสี่ยวหยานี่บ่นอยากกินฝีมือเจ้ามาทั้งอาทิตย์ ในที่สุดก็สมใจนางสักที"
ฮั่วอวี่ห่าวมองเขาด้วยความแปลกใจ "ข้าบอกสูตรพวกเจ้าไปแล้วไม่ใช่เหรอ? เครื่องปรุงพวกนั้นก็หาไม่ยากนี่นา"
แววขมขื่นปรากฏขึ้นในดวงตาของเป่ยเป่ยขณะถอนหายใจ "นางบอกว่ารสชาติที่ข้าทำมันไม่ใช่น่ะ... มันไม่เหมือนของเจ้า นางยังชอบของเจ้ามากกว่า"
"เอ่อ..."