เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 : สามปีให้หลัง

บทที่ 23 : สามปีให้หลัง

บทที่ 23 : สามปีให้หลัง


แสงจันทร์กระจ่างสาดส่องลงมาจากฟากฟ้า ผืนน้ำของทะเลสาบเทพสมุทรสงบนิ่งราวกับกระจกเงาที่ฉาบด้วยแสงเงินยวง

"เปรี้ยะ!"

เสียงถ่านไม้และไม้หอมแตกดังเป็นระยะในความเงียบสงัดของราตรี พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อย่างที่ลอยอวลไปทั่วริมฝั่งทะเลสาบ

"เสี่ยวอวี่ห่าว ไฟน่าจะกำลังดีแล้วรึยัง? มาๆ โรยผงยี่หร่ากับพริกป่นลงไปหน่อย รสชาติจะได้ถึงใจ!" เสียงชราภาพดังขึ้นพร้อมเสียงกลืนน้ำลาย "เอื๊อก" ดูท่าทางจะใจร้อนไม่เบา

"เกือบได้ที่แล้วครับ เอ้า ผู้อาวุโสซวน รับไปสิครับ" เด็กหนุ่มรูปร่างหน้าตาประมาณสิบสองขวบหันไปมองชายชราผมเผ้ารุงรังด้วยความขบขัน แล้วยื่นเนื้อย่างไม้หนึ่งส่งให้

ไม่ใช่ใครอื่น คือฮั่วอวี่ห่าวและผู้อาวุโสซวนนั่นเอง

ดวงตาของผู้อาวุโสซวนเป็นประกาย เขารับเนื้อย่างไปอย่างกระตือรือร้นก่อนจะกัดคำโต

"ฟู่ว—" รอยยิ้มเปี่ยมสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้อาวุโสซวนทันที "อวี่ห่าว ฝีมือเจ้าพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ เนื้อนุ่มเด้งสู้ฟัน มันแทรกกำลังดี กลิ่นหอมฟุ้งไปหมด"

ในเวลานี้ ความไร้เดียงสาบนใบหน้าของฮั่วอวี่ห่าวเริ่มจางหายไปมากแล้ว ทำให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น คิ้วเข้มเฉียงขึ้นสู่ขมับเสริมให้ดูองอาจผ่าเผย อาจเป็นเพราะได้รับสารอาหารที่ดี ทำให้เด็กชายวัยสิบสองปีมีส่วนสูงเกิน 1.6 เมตรไปแล้ว มองดูราวกับเด็กหนุ่มอายุสิบสี่สิบห้าปี

"ผู้อาวุโสซวน คืนนี้เรามาจัดการเนื้อกิ้งก่ามารปฐพีพวกนี้ให้หมดเถอะครับ พรุ่งนี้ข้าต้องออกเดินทางแล้ว" ฮั่วอวี่ห่าวพูดพลางหัวเราะเบาๆ ขณะมองผู้อาวุโสซวนสวาปามเนื้อย่าง

เมื่อได้ยินคำพูดของฮั่วอวี่ห่าว ผู้อาวุโสซวนชะงักไปเล็กน้อยแล้วถามด้วยความสงสัย "อีกแค่เดือนกว่าๆ ก็จะถึงวันสอบเข้าเรียนปีนี้แล้ว เจ้ายังจะต้องไปไหนอีก?"

ตลอดหกปีที่ผ่านมา ฟานอวี่ทุ่มเทสั่งสอนฮั่วอวี่ห่าวอย่างเต็มที่ และพรสวรรค์ด้านอุปกรณ์วิญญาณของฮั่วอวี่ห่าวก็ไม่ทำให้ความหวังของฟานอวี่สูญเปล่า

ตอนนี้ฮั่วอวี่ห่าวในวัยไม่ถึง 12 ปี ได้กลายเป็นวิญญาณจารย์ช่างกลระดับ 4 อย่างเต็มตัวแล้ว!

ส่วนบรรดาอาจารย์ในนามอย่างเซียนหลินเอ๋อร์ เหยียนเส้าเจ๋อ และคนอื่นๆ ต่างยุ่งอยู่กับตำแหน่งหน้าที่สำคัญ ในขณะที่ 'พรหมยุทธ์น่องไก่' อย่างผู้อาวุโสซวนกลับมีเวลาว่างมากกว่า แถมยังมีนิสัยสบายๆ ประกอบกับอิทธิพลจากวิญญาณยุทธ์ 《วัวเทวะตะกละ》 ทำให้ผู้อาวุโสซวนมักจะแวะเวียนมาหาฮั่วอวี่ห่าวบ่อยๆ ด้วยเรื่องปากท้อง พูดได้ว่าประสบการณ์การบำเพ็ญเพียรของเขาช่วยให้ฮั่วอวี่ห่าวไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกไปได้มากโข

เพื่อจะหลุดพ้นจากการควบคุมของ 'ราชันย์เทพถัง' ในอนาคต ฮั่วอวี่ห่าวจำเป็นต้องใช้ทุกทรัพยากรที่มีให้คุ้มค่าที่สุด และเติบโตให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!

รอคอยมาตั้งหลายปี ในที่สุดสูตรโกงของข้าก็จะออนไลน์สักที!

เมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะทำต่อไป แม้จิตวิญญาณจะผ่านการขัดเกลามากว่า 30 ปี ฮั่วอวี่ห่าวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกคาดหวังระคนหวั่นไหว

ฮั่วอวี่ห่าวมองดูเนื้อย่างที่เริ่มเกรียมได้ที่ แล้วหันไปยิ้มให้ชายชรา "พี่ถังหยาพลังวิญญาณมาถึงคอขวดระดับ 30 แล้ว ช่วงนี้สถาบันปิดเทอมพอดี นางกับพี่เป้ยเป้ยเลยวางแผนจะไปป่าซิงโต่วในวันพรุ่งนี้เพื่อหาวงแหวนวิญญาณที่เหมาะสม พวกเขาเลยชวนข้าไปด้วย เห็นว่ายังอีกนานกว่าจะเปิดเทอมใหม่ มีเวลาเหลือเฟือ ข้าเลยตกลงจะไปเปิดหูเปิดตากับพวกเขาด้วยครับ"

"อีกอย่าง ท่านก็รู้นี่ครับผู้อาวุโสซวน สัตว์วิญญาณธาตุจิตวิญญาณมันหายากเกินไป ข้าเองก็อยากจะไปเสี่ยงดวงดูเผื่อจะเจอตัวที่เหมาะจะมาเป็นวงแหวนแรกให้เนตรวงจักรของข้า ตั้งแต่ระดับวิญญาณจารย์ช่างกลของข้าแตะระดับ 4 ความช่วยเหลือจากเนตรวงจักรมันก็เริ่มจำกัดแล้ว"

ผู้อาวุโสซวนมองดูพ่อครัวประจำตัวที่อยู่ด้วยกันมาหกปีแล้วกล่าวอย่างครุ่นคิด "เจ้าหนู 'อัสนีบาตเป้ยเป้ย' จากศิษย์ฝ่ายนอกนั่นน่ะรึ? พรสวรรค์เขาดีใช้ได้เลย น่าจะเป็นอัครวิญญาณจารย์แล้วสินะ ส่วนนังหนูถังหยา..."

ผู้อาวุโสซวนส่ายหน้า "วิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามยังอ่อนแอเกินไป เมื่อเทียบกับจักรพรรดิหญ้าเงินครามของเทพสมุทรถังซานเมื่อหมื่นปีก่อน ความห่างชั้นมันยังมากเกินไป"

ฮั่วอวี่ห่าวแอบบ่นในใจ: อ่อนแอเหรอ? ไว้รอดูตอนถังยากลายร่างเป็นแม่นางซัคคิวบัสที่คอยสูบพลังชีวิตชาวบ้านก่อนเถอะ อยากรู้จริงๆ ว่าท่านจะยังบอกว่านางอ่อนแออยู่อีกไหม?

"แต่เจ้าเด็กนี่ก็นะ ก่อนหน้านี้ข้าบอกจะพาไปล่าวงแหวนที่สี่ให้ เจ้าก็ยืนกรานไม่ยอมไป ทีนี้เป็นไงล่ะ เทอมใหม่ใกล้เปิดแล้ว งานในสถาบันก็ล้นมือ พวกข้าไม่มีใครปลีกตัวไปได้เลย ถึงการไม่มีวงแหวนจะไม่กระทบการฝึกพลังวิญญาณ แต่ผู้อาวุโสมู่สั่งไว้แล้วว่าหลังจากเปิดเทอม ก่อนที่เจ้าจะสอบเข้าศิษย์ฝ่ายในได้ด้วยฝีมือตัวเอง ห้ามพวกข้ายื่นมือเข้าไปช่วยเด็ดขาด เรื่องวงแหวนของเจ้า..." พูดถึงตรงนี้ ผู้อาวุโสซวนก็ได้แต่ส่ายหน้า

ฮั่วอวี่ห่าวหัวเราะเบาๆ อย่างไม่ยี่หระ เขามีเป้าหมายสำหรับวงแหวนที่สี่ในใจอยู่แล้ว หากแผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น วงแหวนหมื่นปีธรรมดากับวงแหวนที่เขาเล็งไว้ ก็มีค่าต่างกันราวกับเศษดินกับเหรียญทองคำเลยทีเดียว!

"อวี่ห่าว ถึงแม้การฝึกทั้งสามสายของเจ้าจะยอดเยี่ยม แต่ยังไงก็ต้องระวังตัวด้วย อย่าเข้าไปลึกเกินไป สำหรับความต้องการวงแหวนที่สามของถังหยา แค่หาดูแถวรอบนอกก็พอแล้ว พวกสัตว์ประหลาดในป่าซิงโต่วไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับสถาบันเชร็คของเรานักหรอก" ผู้อาวุโสซวนนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเตือน

ฮั่วอวี่ห่าวพยักหน้ารับอย่างจริงจัง ในสถานที่อันตรายอย่างป่าซิงโต่ว ต่อให้ผู้อาวุโสซวนไม่กำชับ เขาก็ระมัดระวังตัวแจอยู่แล้ว

ซุ่มเงียบเพื่อเติบโต ไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม! เจอหนอนยักษ์นั่นเมื่อไหร่แล้วรีบชิ่งทันที การไปเจอ 'แม่นางแมงป่อง' ที่แดนเหนือสุดขั้วต่างหากคือของจริง

ด้วยระดับพลังวิญญาณและความแข็งแกร่งทางร่างกายในปัจจุบัน บวกกับกระดูกวิญญาณลับที่เขาได้มา เขาเชื่อว่าจะก้าวกระโดดได้ในคราวเดียว!

ตลอดหลายปีมานี้ นอกจาก 'กำลังภายในเสวียนเทียน' แล้ว ฮั่วอวี่ห่าวทุ่มเทเวลาไปกับ 'เนตรปีศาจสีม่วง' ในบรรดาวิชาลับของสำนักถังมากที่สุด เพื่อปูพื้นฐานที่ดีสำหรับการรองรับวงแหวนวิญญาณในอนาคต

ทุกวันนี้ เนตรปีศาจสีม่วงของฮั่วอวี่ห่าวบรรลุถึงขั้นสูงสุดของระดับที่สอง 'ละเอียดอ่อน' แล้ว ตามที่เขาคาดการณ์ ขอเพียงแค่ใส่วงแหวนวิญญาณให้กับเนตรวงจักร การก้าวเข้าสู่ระดับที่สาม 'นวรัตน์' ก็จะเป็นไปโดยธรรมชาติ

ส่วน 'ร้อยพันศาสตราลับ' และ 'หัตถ์หยกเร้นลับ' หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาไม่ได้ทุ่มเทฝึกฝนพวกมันมากนัก

จากความเข้าใจเกี่ยวกับเนตรวงจักร ต่อให้ไม่เจอหนอนยักษ์นั่น ขอแค่หาจิตวิญญาณธาตุจิตวิญญาณที่เหมาะสมและพัฒนาความสามารถของเนตรได้ การเรียนรู้เคล็ดวิชาพวกนี้ก็จะง่ายดายและได้ผลลัพธ์ทวีคูณ!

ดวงจันทร์เต็มดวงสว่างไสวถูกบดบังด้วยเมฆที่ลอยผ่าน ราตรีนี้ยิ่งดึกสงัด

ผู้อาวุโสซวนจัดการเนื้อกิ้งก่ามารชิ้นสุดท้ายจนเกลี้ยง ลุกขึ้นยืนแล้วใช้มือที่มันแผล็บตบไหล่ฮั่วอวี่ห่าว "เสี่ยวอวี่ห่าว รีบๆ เข้าศิษย์ฝ่ายในให้ได้ไวๆ ล่ะ ขยายังรอพาเจ้าไปกินปลาหม้อหินอยู่นะ ข้าเตรียมฉลามขาววิญญาณมารไว้รอแล้ว ฮ่าๆ!"

สิ้นเสียง ร่างที่ดูมอซอของผู้อาวุโสซวนก็เลือนหายไปในพริบตา

ฮั่วอวี่ห่าวมองคราบน้ำมันบนเสื้อตัวเองอย่างอ่อนใจ ส่ายหน้าเบาๆ แล้วดับกองไฟบนพื้น ก่อนจะเหม่อมองทะเลสาบเทพสมุทรที่ว่างเปล่า "ในที่สุดก็จะเริ่มดันเจี้ยนแรกแล้ว แอบตื่นเต้นเหมือนกันนะเนี่ย..."

...

"ผู้อาวุโสมู่ ข้าไม่ต้องตามไปแอบดูจริงๆ หรือ? หรือจะให้เสี่ยวเถาตามไปดี?"

"เราปกป้องเขาไปตลอดไม่ได้หรอก ลูกอินทรีต้องมีวันที่บินด้วยปีกของตัวเอง"

ในป่าเล็กๆ ที่ห่างออกไป เสียงสนทนาของชายชราสองคนดังขึ้นแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ จางหายไปในสายลม

จบบทที่ บทที่ 23 : สามปีให้หลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว