- หน้าแรก
- คู่หูนักล่า อสูรกล้าแห่งท้องทะเลลึก
- บทที่ 11 เศรษฐินีตัวน้อยโผล่มากลางคัน
บทที่ 11 เศรษฐินีตัวน้อยโผล่มากลางคัน
บทที่ 11 เศรษฐินีตัวน้อยโผล่มากลางคัน
ตอนนั้นเอง
เถ้าแก่เฝิงกับพรรคพวกเพิ่งจะรวบรวมเงินเข้าบัญชีวีแชทของเถ้าแก่เฝิง เพื่อให้เถ้าแก่เฝิงโอนทีเดียว พอได้ยินคำพูดของหลิวอวี่เตี๋ย ก็ถึงกับชะงัก
เถ้าแก่เฝิงร้องขึ้นอย่างร้อนรน "แม่หนูน้อย เสียใจด้วยนะ"
"ปลาบินพวกนี้ พวกเราซื้อไว้หมดแล้ว"
"ถ้าหนูอยากได้ไปกินสักนิดหน่อย ลุงแบ่งให้ฟรีๆ สองสามตัวก็ได้"
หลิวอวี่เตี๋ยลุกขึ้นยืนแล้วมองไป ส่ายหน้าปฏิเสธ "คุณลุงคะ หนูต้องการเยอะมาก"
"ปลาบินพวกนี้ หนูจะเหมาทั้งหมด"
"พวกคุณเป็นพ่อค้ารับซื้อปลาใช่ไหมคะ จะขายให้ใครก็เหมือนกัน งั้นขายต่อให้หนูเลยดีกว่า"
งานเลี้ยงที่บ้านจะจัดยิ่งใหญ่สามวันสามคืน ญาติพี่น้องแห่กันมาเพียบ อาหารทะเลที่ต้องใช้มีจำนวนมหาศาล เธอชักกังวลแล้วว่าปลาบินแค่นี้จะพอเลี้ยงแขกหรือเปล่า
เถ้าแก่เฝิงกับพวกทำหน้าลำบากใจ "เอ่อ..."
พวกเขาตกลงกับเจ้านายเบื้องหลังไว้หมดแล้ว ขืนขายให้หลิวอวี่เตี๋ย กลับไปจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะตอบคำถามเจ้านายยังไง
คนทำธุรกิจ
ความซื่อสัตย์สำคัญที่สุด
พวกเขาจึงปฏิเสธอย่างนุ่มนวล บอกว่าไม่ขาย
หลิวอวี่เตี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่ได้ตื๊อต่อ แต่แววตาเป็นประกายวูบหนึ่ง แล้วหันไปถามลุงบาด้วยรอยยิ้ม "คุณลุงคะ ปลาพวกนี้ขายไปราคาเท่าไหร่คะ?"
ลุงบาตอบ "จินละยี่สิบห้าหยวน"
หลิวอวี่เตี๋ยร้องเสียงหลง "ห๊ะ?"
ลุงบารีบอธิบาย "หนูไม่ต้องตกใจขนาดนั้น ก็จริงอยู่ที่มันแพง แต่หนูต้องเข้าใจนะว่าหนึ่งปีมานี้ แถวเกาะหลงเวยไม่มีปลาเลย ต้องโชคดีสุดๆ ถึงจะจับได้เต็มลำเรือขนาดนี้"
"ของหายากราคาก็ต้องแพงเป็นธรรมดา"
"ราคามันขึ้นตามกลไกตลาด ลุงไม่ได้จะโก่งราคาหนูนะ"
ลุงบาเบะปาก แอบบ่นในใจ
หลิวอวี่เตี๋ยขับเรือยอชต์มา ดูทรงก็รู้ว่าเป็นลูกคุณหนูบ้านรวย เงินถุงเงินถังอยู่แล้ว จะมาตกอกตกใจอะไรกันนักหนา?
หลิวอวี่เตี๋ยยิ้มกว้าง "อย่าเข้าใจผิดค่ะ"
"หนูไม่ได้คิดว่าลุงโก่งราคา"
"แต่หนูคิดว่าราคานี้มันถูกเกินไปต่างหากค่ะ"
"ลุงเองก็บอกว่าของหายากราคาย่อมแพง"
"ลุงขายให้พ่อค้าพวกนี้จินละยี่สิบห้า เอาอย่างนี้ไหมคะ ขายให้หนู หนูให้จินละห้าสิบ เหมาหมดเลย!"
ทุกคนได้ยินราคาถึงกับอ้าปากค้าง
ลุงบาหายใจถี่ อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก แกคิดว่ายี่สิบห้าหยวนก็ราคาสูงเสียดฟ้าแล้ว ดีใจแทบตายที่ช่วยเย่ชิงขายได้ราคานี้
แต่แม่คุณหนูคนสวยคนนี้ พอเปิดปากมาก็ฟาดราคาไปห้าสิบหยวน
แพงขึ้นเป็นสองเท่า!
ลุงบาถึงกับไปไม่เป็น
มีเงินขนาดนี้ เอาไปซื้อของทะเลอย่างอื่นกินไม่ดีกว่าเรอะ?
แน่นอน
แกไม่กล้าถามคำถามโง่ๆ แบบนั้นออกไป พอตั้งท่าจะพูด เถ้าแก่เฝิงก็โวยวายขึ้นมาอย่างหัวเสีย "แม่หนูน้อย ทำแบบนี้มันปล้นกันชัดๆ"
"พวกเรากำลังจะจ่ายเงินอยู่แล้วเชียว"
"ถ้าหนูอยากได้จริงๆ มาคุยกับพวกเราดีกว่า"
ดันมีคนมาปาดหน้าเค้กซะงั้น
แถมคนปาดหน้ายังมี "พลังเงินตรา" มหาศาล ทำเอาพวกเขาไปไม่เป็น
เถ้าแก่เฝิงยอมลดท่าทีลง ตั้งใจจะประนีประนอม
หลิวอวี่เตี๋ยยิ้ม "กำลังจะจ่าย ก็แปลว่ายังไม่จ่าย การซื้อขายยังไม่สมบูรณ์ ตอนนี้หนูคุยกับพวกคุณไม่ได้ และไม่อยากคุยด้วยค่ะ"
เธอจ้องมองลุงบา แววตามุ่งมั่นและทรงพลัง
เถ้าแก่เฝิงกับพวกโกรธจนหน้าเขียว คิดในใจว่าแม่คุณหนูคนนี้เจ้าคิดเจ้าแค้นชะมัด แค่โดนปฏิเสธไปรอบเดียว ถึงกับจองล้างจองผลาญกันขนาดนี้
ลุงบามองหน้าเถ้าแก่เฝิงที่กำลังเดือดดาล แล้วหันมามองเศรษฐินีตัวน้อยที่กระเป๋าหนัก ตัดสินใจไม่ถูก ยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า "ลุงก็อยากขายให้หนูนะ แต่ปลาพวกนี้ไม่ใช่ของลุง"
ทุกคนชะงัก
หลิวอวี่เตี๋ยถาม "แล้วเป็นของใครคะ?"
ลุงบาชี้นิ้วไป
ทุกคนมองตามนิ้วแกไป เห็นเย่ชิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มสดใสให้หลิวอวี่เตี๋ย "คนสวย ของผมเองครับ"
หลิวอวี่เตี๋ยเห็นเขาแล้วก็แปลกใจเล็กน้อย ไม่นึกว่าปลาบินเต็มลำเรือจะเป็นฝีมือของเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน เธอส่งยิ้มหวานกลับไป "พ่อรูปหล่อ ขายปลาบินให้ฉันเถอะนะ"
เย่ชิงถึงกับตะลึง
รอยยิ้มนี้ดาเมจรุนแรงมาก
เขาเกือบจะพยักหน้าตกลงไปแล้ว จู่ๆ ก็รู้สึกร้อนวูบที่หน้าอก สติถึงกลับคืนมา เขาตั้งสติ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "แน่นอนว่า..."
เขาลากเสียงยาว
รอยยิ้มบนหน้าหลิวอวี่เตี๋ยยิ่งกว้างขึ้น ไม่มีผู้ชายคนไหนต้านทานรอยยิ้มของเธอได้หรอก และแน่นอนว่าไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่เธอจะใช้ "ท่าไม้ตาย" นี้ด้วย
เธอกำลังกระหยิ่มใจ เย่ชิงก็พูดต่อ "ขายให้คุณไม่ได้ครับ"
หลิวอวี่เตี๋ยฟังไม่ถนัด ตอบกลับไปทันทีว่า "ขอบ... คุณ... ห๊ะ?"
"นายปฏิเสธฉัน?"
"นายกล้าปฏิเสธเหรอ?"
หน้าเธอเจื่อนลงทันที มองเย่ชิงด้วยสายตาตัดพ้อ เหมือนกับว่าเย่ชิงเป็นผู้ชายใจร้ายที่ฟันแล้วทิ้งยังไงยังงั้น
เย่ชิงยิ้มแหยๆ "มาก่อนได้ก่อน ตกลงกับน้าเฝิงไว้แล้ว ปลาพวกนี้ถือเป็นของพวกเขาแล้วครับ"
"ผมขายให้คุณไม่ได้จริงๆ"
หลิวอวี่เตี๋ยหงุดหงิดสุดขีด
เธอเจ็บใจที่เถ้าแก่เฝิงปฏิเสธเธอไว้ก่อนหน้านี้
คนเย่อหยิ่งอย่างเธอ ดันมาเจอคนซื่อบื้ออย่างเย่ชิงเข้าให้อีก
น่าโมโหชะมัด!
เธอยังไม่ยอมแพ้ พูดเสียงอ้อนนิดๆ "ส่วนต่างตั้งหลายหมื่นหยวน นายไม่เอาจริงๆ เหรอ?"
แค่นี้ก็ดูออกแล้วว่า หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
ตอนเถ้าแก่เฝิงปฏิเสธ เธอโมโหจนหันไปหาลุงบา
แต่พอเย่ชิงปฏิเสธ เธอกลับตามตื๊อ แถมยังอ้อนใส่อีก
ทำเอาเย่ชิงลำบากใจ
จริงๆ ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้!
ปลาบินตายแล้วเขาขายไปหมดแล้ว แต่ปลาเป็นๆ เขายังมีอยู่นะ
เย่ชิงพูด "เอาสิครับ แน่นอนว่าต้องเอา จริงๆ แล้ว ผมยังมี..."
ตอนนั้นเอง
หวังหมิงเดินหน้าถมึงทึงเข้ามา ตะโกนลั่น "ไอ้หนุ่ม เล่นตัวโก่งราคาเก่งนักนะ"
"กะจะให้อวี่เตี๋ยเพิ่มราคาให้อีกใช่ไหม!"
"ใจดำอำมหิตจริงๆ"
พอได้ยินเขาตะโกนแบบนี้ แววตาของหลิวอวี่เตี๋ยก็เปลี่ยนไป
หวังหมิงตะโกนต่อ "อวี่เตี๋ย คุณไม่รู้สึกว่าปลาบินเต็มลำเรือนี่มันแปลกๆ เหรอ?"
"ทั้งที่ปลาบินหายไปตั้งนานแล้ว"
"ทำไมจู่ๆ ถึงโผล่มาเต็มลำได้?"
"ผมสงสัยว่าพวกคนโลภกับพ่อค้าพวกนี้ร่วมมือกันเอาปลาจากที่อื่นมาหลอกขายคุณแน่ๆ"
สายตาของหลิวอวี่เตี๋ยเริ่มคมกริบ
สิ่งที่หวังหมิงพูดก็มีเหตุผล
เธอจ้องหน้าเย่ชิง รอคำอธิบาย
เย่ชิงตอบ "ปลาบินพวกนี้ผมจับได้เมื่อวาน"
"ในน่านน้ำห่างจากเกาะหลงเวยไปประมาณร้อยไมล์ทะเล ก็นับว่าเป็นปลาจากเกาะหลงเวยแหละครับ"
อาหารทะเลจากเกาะหลงเวยขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพดี โดยเฉพาะช่วงปีที่ผ่านมาที่ปลาหายไป ยิ่งทำให้นักชิมหลายคนถวิลหา
หวังหมิงแค่นเสียง "นายพูดเองเออเองทั้งนั้น"
"มีหลักฐานพิสูจน์ไหมล่ะ?"
คังไจ๋ยกมือตะโกน "ฉันเป็นพยานได้ ฉันไปกับชิงไจ๋มาด้วย"
หวังหมิงหัวเราะลั่น "พวกแกพวกเดียวกัน เป็นพยานให้กันก็เชื่อไม่ได้หรอกโว้ย"
คังไจ๋โกรธจนตัวสั่น อ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำท่าจะเข้าไปชกหน้ามันสักหมัด
ชาวประมงเกาะหลงเวยซื่อสัตย์สุจริต เกลียดการโดนใส่ร้ายที่สุด
หวังหมิงร้องโวยวาย "ร้อนตัวแล้วเว้ย มันร้อนตัวแล้ว!"
"โดนจับไต๋ได้เลยโกรธกลบเกลื่อนไง"
"สมแล้วที่เป็นพวกบ้านนอกคอกนา นิสัยเสียจริงๆ"
"อวี่เตี๋ย รีบไปกันเถอะ อย่าไปยุ่งกับคนพวกนี้เลย เดี๋ยวจะโดนหลอกเอา"
พูดไปเขาก็ชำเลืองมองเย่ชิงด้วยสายตาดูถูก
เย่ชิงขมวดคิ้ว
ปลาบินทั่วโลกมีประมาณห้าสิบกว่าสายพันธุ์ ปลาบินที่เขาจับได้ไม่ใช่สายพันธุ์เฉพาะถิ่นของเกาะหลงเวย จึงยากที่จะพิสูจน์ว่าเป็นปลาที่จับได้จากน่านน้ำแถวนี้จริงๆ
เขาหันไปมองเถ้าแก่เฝิง
เถ้าแก่เฝิงสบตาเขา ยักไหล่แล้วพูดว่า "ในสายตาเขา พวกเรามันก็แก๊งเดียวกันนั่นแหละ"
ในฐานะพ่อค้า เขาย่อมมีวิธีแยกแยะ แต่เขาไม่อยากยุ่ง
ถ้าปล่อยให้หลิวอวี่เตี๋ยซื้อปลาพวกนี้ไป เขาก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรด้วย
เย่ชิงกลอกตาไปมา ปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ "ปลาตายพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นปลาจากเกาะหลงเวย"
"งั้นปลาเป็นๆ น่าจะพิสูจน์ได้นะครับ"
"อาหารทะเลเกาะหลงเวยขึ้นชื่อเพราะสภาพแวดล้อมทางน้ำของที่นี่ ถ้าเป็นของปลอมที่ขนมาจากที่อื่น ป่านนี้คงตายไปหมดแล้ว ไม่อยู่รอดมาดิ้นกระแด่วๆ แบบนี้หรอก"
พูดถึงตรงนี้
เขาเอียงคอมองหลิวอวี่เตี๋ย ยิ้มมุมปาก "คนสวย ปลาบินเป็นๆ สนใจไหมครับ?"
หลิวอวี่เตี๋ยพยักหน้าหงึกๆ "สนสิ สน นายยังมีปลาบินเป็นๆ อีกเหรอ?"
เย่ชิงดีดนิ้ว "แน่นอน"
หลิวอวี่เตี๋ยตื่นเต้น "งั้นพาฉันไปดูหน่อย"
เห็นท่าทางกระตือรือร้นของเธอ เย่ชิงก็ยื่นมือออกไป "ตามผมมา"
หลิวอวี่เตี๋ยไม่ได้คิดอะไรมาก ยื่นมือไปจับมือเขา แล้วทั้งคู่ก็จูงมือกันเดินลงจากเรือรับซื้อของสด ตรงไปยังเรือประมงที่จอดอยู่ไม่ไกล
หวังหมิงมองตามตาแทบถลนไฟลุก ตะโกนด้วยความโกรธแค้น "ไอ้เวรนั่นมันจงใจแน่ๆ"
"ขนาดมือเธอ ฉันยังไม่เคยมีโอกาสได้จับเลย"
"เจ็บใจ! เจ็บใจโว้ย!"
จบบท