- หน้าแรก
- คู่หูนักล่า อสูรกล้าแห่งท้องทะเลลึก
- บทที่ 12 รวยแล้ว
บทที่ 12 รวยแล้ว
บทที่ 12 รวยแล้ว
คังไจ๋เดินเข้าไปตบไหล่หวังหมิง พูดว่า “เพื่อน อย่าโมโหไปเลย”
“เพื่อนฉันมันเสน่ห์แรง ใครใช้ให้มันหล่อกว่านายล่ะ”
“แต่นายรวยขนาดนี้ บางทีอาจจะยังมีหวังก็ได้นะ!”
หวังหมิงแทบกระอักเลือด คำพูดนี้แทงใจดำเขาอย่างจัง
ทุกคนพากันเดินไปที่เรือประมง
พอเปิดผ้าใบพลาสติกออก ก็เห็นปลาบินฝูงใหญ่ว่ายน้ำกันอย่างเริงร่าในห้องขังน้ำ บางตัวพยายามจะกระโดดบินขึ้นมา แต่เย่ชิงมือไว ตบเพียะกลับลงไปในน้ำได้ทัน
เถ้าแก่เฝิงกับพวกอุทานอย่างทึ่ง หันไปหาลุงบา “พี่บา พี่ไม่แฟร์เลยนะ มีของเป็นๆ ไม่ยอมเอาออกมาโชว์ก่อน”
ลุงบาทำเป็นไขสือ หัวเราะร่า ไม่พูดอะไร
จริงๆ แล้วลูกไม้ตื้นๆ แค่นี้ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ไม่ถือว่าโกงกันหรอก
เอาปลาตายมาลองเชิงราคาก่อน แล้วค่อยเปิดตัวปลาเป็นๆ ราคามันก็ต้องสูงกว่าอยู่แล้ว
ปกติปลาเป็นจะมีราคาสูงกว่าปลาแช่แข็งประมาณหนึ่งในสาม ถ้าปลาแช่แข็งขายยี่สิบห้าหยวน ปลาเป็นก็น่าจะขายได้สามสิบกว่าหยวนต่อจิน
เดิมที...
ทั้งปลาเป็นปลาตาย ก็ควรจะขายให้เถ้าแก่เฝิงกับพวกนั่นแหละ
แต่จู่ๆ ก็มีเศรษฐินีตัวน้อยโผล่มาทุ่มเงินไม่อั้น ปลาบินเป็นๆ เยอะขนาดนี้ เถ้าแก่เฝิงคงหมดสิทธิ์ซื้อแม้แต่ตัวเดียว
เถ้าแก่เฝิงกับพวกก็รู้สถานการณ์ดี หน้าจ๋อยไปตามๆ กัน
ช่วยไม่ได้
ขนาดปลาแช่แข็ง แม่คุณหนูยังกล้าเสนอราคาห้าสิบหยวน แล้วปลาเป็นๆ คุณภาพเยี่ยมแบบนี้ล่ะ จะขนาดไหน
หลิวอวี่เตี๋ยดีใจมาก ถ้าได้ปลาบินเป็นๆ พวกนี้กลับไป พ่อเธอต้องดีใจแน่ๆ พออารมณ์ดี สุขภาพก็จะดีตามไปด้วย
สำหรับคนรวย ความสุขใจมีค่ามากกว่าทองคำ
เธอรีบพูดขึ้นทันที “ปลาพวกนี้ฉันเหมาหมดค่ะ”
“พ่อรูปหล่อ จินละร้อยหยวน ตกลงไหม?”
เย่ชิงไม่ได้ตอบรับทันที แต่ถามกลับไปว่า “คุณจะเอาปลาบินเยอะแยะไปทำอะไรครับ?”
หลิวอวี่เตี๋ยเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้ฟัง เย่ชิงได้ยินว่าเธอจะจัดงานเลี้ยงฉลองที่พ่อหายป่วยหนัก ก็รู้สึกประทับใจ จึงตอบตกลงทันที “ตกลงครับ”
หลิวอวี่เตี๋ยยิ้มแก้มปริ “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ”
เย่ชิงพูดอย่างเอือมระอา “คุณคนสวย รู้ครับว่าเป็นเศรษฐี ไม่ต้องอวดรวยขนาดนี้ก็ได้”
“ร้อยหยวนต่อจินนี่มันราคาสูงเสียดฟ้าแล้วนะครับ”
“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ คุณมาขอบคุณผมแบบนี้ ผมทำตัวไม่ถูกนะ”
ตกลงราคากันเรียบร้อย
ต่อจากนี้ก็เป็นงานใช้แรงงาน ชั่งน้ำหนักปลาบินทั้งหมด
ไม่นานการชั่งน้ำหนักก็เสร็จสิ้น ได้น้ำหนักรวมหนึ่งพันสองร้อยยี่สิบห้าจิน คูณด้วยหนึ่งร้อยหยวน เท่ากับหนึ่งแสนสองหมื่นสองพันสองร้อยห้าสิบหยวน บวกกับเงินก้อนแรกอีกสองหมื่นหกพันหนึ่งร้อยยี่สิบห้าหยวน รวมแล้วเกือบหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวน
เย่ชิงยิ้มไม่หุบ
หัวใจเต้นรัว
มือไม้สั่น
พูดตามตรง ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยจับเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน อย่าว่าแต่หาเงินได้เยอะขนาดนี้เลย
ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเขาทำงานพิเศษตลอด ชั่วโมงละยี่สิบหยวน ถือว่าไม่น้อยแล้ว ทำงานงกๆ ทั้งวัน หักค่ากินค่าอยู่ ก็เหลือเก็บแค่ร้อยเดียว
แต่นี่แค่ออกเรือไปวันเดียว นับเวลาจริงๆ ไม่ถึงวันด้วยซ้ำ เขาหาเงินได้เกือบแสนห้าจากศูนย์
วินาทีนี้
เขายิ่งมั่นใจว่าจะอยู่ที่นี่ต่อ!
เขาไม่ได้เพ้อฝันเกินตัว ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ก่อนว่า การออกเรือครั้งหน้าต้องหาเงินค่ารักษาพ่อส่วนที่เหลือมาให้ได้!
เขาแลกไลน์กับเถ้าแก่เฝิงและหลิวอวี่เตี๋ย รับเงินโอนเรียบร้อย เถ้าแก่เฝิงกับพวกและหลิวอวี่เตี๋ยก็ได้ปลาบินไปครอบครองอย่างเป็นทางการ
หลิวอวี่เตี๋ยยังจ่ายเงินจ้างเถ้าแก่เฝิงให้ช่วยขนปลาบินเป็นๆ ไปส่งที่ท่าเรือไห่ปินด้วย ซึ่งเถ้าแก่เฝิงก็ตอบตกลงทันที เรือของพวกเขาใหญ่พอ จะขนปลาบินตันกว่าหรือสิบตันก็สบายมาก
คังไจ๋กับลุงบาก็ดีใจมาก พวกเขาเห็นความหวังจากตัวเย่ชิง
เรียกได้ว่าแฮปปี้กันทุกฝ่าย
มีแต่หวังหมิงคนเดียวที่ทำหน้าบูดบึ้งเหมือนไก่ชนแพ้สังเวียน
เขาพยายามเอาใจสารพัด แต่หลิวอวี่เตี๋ยกลับเมินใส่ ดันไปหัวร่อต่อกระซิกกับไอ้ชาวประมงจนๆ นั่น
ทำไม?
เขามีอะไรสู้ไอ้บ้านนอกนั่นไม่ได้?
มองดูเรือประมงแล่นออกไป หลิวอวี่เตี๋ยเดินกลับไปที่เรือยอชต์ พลางพูดกับเย่ชิงว่า “พ่อรูปหล่อ ถ้าคราวหน้าจับของดีได้อีก ติดต่อฉันได้ตลอดเลยนะ พ่อฉันชอบอาหารทะเลจากเกาะหลงเวยมาก”
เย่ชิงตอบ “ผมจะรีบติดต่อไปครับ”
เงินเศรษฐินีตัวน้อยหาง่ายขนาดนี้ คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่เอา
หวังหมิงตาขวาง พูดอย่างหงุดหงิด “ติดต่ออะไรกันนักหนา ว่างมากหรือไงถึงคุยเล่นกันเรื่อยเปื่อย”
หลิวอวี่เตี๋ยไม่สนใจ ยังคงยิ้มให้เย่ชิง “ถ้าหาได้ทันงานเลี้ยงก็จะดีมากเลย”
เย่ชิงตอบ “พรุ่งนี้ผมจะออกเรือ มะรืนนี้ก็น่าจะกลับครับ”
โอกาสรวยมาถึงที่ จะให้ปล่อยผ่านได้ไง เขาต้องคว้าไว้ให้แน่น
ต่อไปถ้าขายให้เถ้าแก่เฝิง คงไม่ได้ราคางามขนาดนี้แล้ว
หลิวอวี่เตี๋ยพยักหน้าถี่ๆ “เยี่ยมเลย ฉันจะรอข่าวดีนะ”
เย่ชิงยกมือขึ้น หลิวอวี่เตี๋ยเห็นดังนั้นก็ยิ้มหวาน ยกมือขึ้นแปะมือกับเขา
แปะ
เย่ชิงเข้าใจความหมายของคำว่า ‘มือนุ่มนิ่มไร้กระดูก’ อย่างลึกซึ้งก็คราวนี้
เห็นทั้งสองคุยกันถูกคอ ทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ หังหมิงยิ่งไม่พอใจ พูดเหน็บแนม “คิดว่าทะเลเป็นบ้านตัวเองหรือไง นึกจะจับอะไรก็จับได้ ฝันกลางวันอยู่รึเปล่า”
เย่ชิงยังไม่ทันพูดอะไร หลิวอวี่เตี๋ยก็ดุขึ้นก่อน “หวังหมิง นายช่วยหุบปากหน่อยได้ไหม!”
“เขาจะจับปลาได้หรือไม่ได้ มันเกี่ยวอะไรกับนาย”
หวังหมิงหน้าเจื่อน “ผมแค่รู้สึกว่าเขาหวังไม่ดีกับคุณ กลัวคุณจะโดนหลอก”
หลิวอวี่เตี๋ยทำหน้าเย็นชา “ฉันไม่ต้องให้นายมาเป็นห่วง”
“ฉันรับผิดชอบตัวเองได้”
“ถ้านายทำให้ฉันซื้อของไม่ได้ ฉันไม่เอานายไว้แน่”
หวังหมิงโดนด่าจนหุบปากเงียบกริบ
ทั้งสองขึ้นเรือยอชต์ หลิวอวี่เตี๋ยโบกมือลาเย่ชิง สั่งกัปตันให้ออกเรือ
เรือยอชต์สตาร์ทเครื่อง แล่นห่างออกไปจนกลายเป็นจุดดำๆ บนผิวน้ำ แล้วหายลับไปในที่สุด
เย่ชิงหันกลับมาถามลุงบากับพวก “ลุงบา พรุ่งนี้พวกลุงจะออกเรือไหมครับ?”
ลุงบากับชาวประมงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ถามกันเซ็งแซ่
“มั่นใจจริงๆ เหรอว่าจะได้ของ?”
“พูดตรงๆ นะ พวกเรากลัวการออกเรือแล้ว ออกทีไรขาดทุนค่าน้ำมันทุกที”
“เอ็งไปเอาความมั่นใจมาจากไหน?”
“บอกความจริงพวกเราหน่อยสิ”
เย่ชิงหัวเราะแห้งๆ “ผมการันตีไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าพวกลุงยอมออกเรือไปกับผม ขอแค่ผมจับปลาได้ ผมไม่ลืมส่วนแบ่งของพวกลุงแน่”
ลุงบากับพวกยังลังเล ตัดสินใจไม่ได้ ต่างคนต่างมีภาระครอบครัว เลยกะว่าจะกลับไปปรึกษาเมียที่บ้านก่อน
เย่ชิงประกาศ “พรุ่งนี้ฟ้าสางล้อหมุนนะครับ”
“ใครจะไปกับผม พรุ่งนี้เจอกันที่ท่าเรือ”
“ใครกลัวไม่ได้อะไร จะมาแต่ตัวก็ได้ พรุ่งนี้ผมจะเอาเรือใหม่ของที่บ้านออก ต้องใช้คนเยอะ เดี๋ยวผมจ่ายค่าแรงรายวันให้”
ลุงบาสูบบุหรี่ ตะโกนลั่น “คนอื่นไม่รู้ แต่ข้าไปแน่”
คนอื่นๆ ก็รีบแยกย้ายกลับบ้านไปปรึกษาครอบครัว
เย่ชิงจ่ายค่าแรงให้คังไจ๋
ลูกเรือบนเกาะหลงเวยจะรับค่าแรงสองแบบ คือรับเงินเดือนตายตัว หรือรับส่วนแบ่งสามเปอร์เซ็นต์ เย่ชิงคิดตามแบบหลัง โอนให้คังไจ๋ไปสี่พันห้าร้อยหยวน
คังไจ๋ยิ้มหน้าบาน “พรุ่งนี้ฉันจะไปลาออกจากงาน!”
แค่ออกเรือวันเดียวได้เงินเท่ากับทำงานงกๆ ทั้งเดือน เขากับลุงบาเดินกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม
เย่ชิงเดินกลับพร้อมกัน พอผ่านหน้าบ้านหลังหนึ่ง ได้ยินเสียงร้องโหยหวนกับเสียงเข็มขัดฟาด พอดีประตูเปิดอยู่ พอมองเข้าไป เขากับคังไจ๋ก็หัวเราะออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ไช่หยากำลังโดนพ่อมัดตราสังเฆี่ยนอยู่
ถือเป็นรายการบันเทิงประจำหมู่บ้านไปแล้ว
สมัยเรียน ทุกครั้งที่เขาสอบได้คะแนนดีกว่าไช่หยา ไช่หยาก็จะโดนพ่อซ้อมยับแบบนี้แหละ
พูดตามตรง
บางทีเย่ชิงก็สงสารไช่หยาเหมือนกัน ที่มีพ่อสร้างปัญหาแบบนี้
แต่วันนี้ไช่หยาทำตัวเองล้วนๆ
จบบท