- หน้าแรก
- คู่หูนักล่า อสูรกล้าแห่งท้องทะเลลึก
- บทที่ 6 ลาภลอย
บทที่ 6 ลาภลอย
บทที่ 6 ลาภลอย
ไช่หยาเห็นเขาควานหาอะไรบางอย่าง ก็หัวเราะเยาะ "ยังหวังจะหาของทะเลอีกเหรอ?"
"รู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้มันหายากขนาดไหน?"
"ดูสารรูปผิวพรรณผู้ดีอย่างแกสิ ไม่ใช่นักหาของทะเลหรอก"
"หาดหินโสโครกไม่มีของดีเหลือแล้ว ไปเดินหาดทรายขาวเผื่อฟลุคเจอเปลือกหอยยังจะง่ายกว่า"
ทันใดนั้นเอง...
ปลาไหลไฟฟ้าก็ส่งสัญญาณตอบกลับมาที่เย่ชิง... มีของ!
มันคือปูยักษ์ก้ามแดง!
สีหน้าของเย่ชิงเต็มไปด้วยความยินดี
นี่มันของดีชัดๆ!
เขารีบสาวเท้าก้าวไปยังโขดหินใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป เจ้าปูยักษ์ก้ามแดงตัวนี้เจ้าเล่ห์นัก อาศัยจังหวะคลื่นซัดหนีไปซ่อนตัว ถ้าเขาไม่มีปลาไหลไฟฟ้าช่วย ให้ตายยังไงก็หาไม่เจอ
ไช่หยาทำหน้างงที่เห็นเขาเดินดุ่มๆ ไปทางนั้น
เมื่อเย่ชิงเดินไปถึง เขาก็ค่อยๆ ก้มลงมองอย่างระมัดระวัง จังหวะนั้นคลื่นลูกใหญ่ซัดสาดแล้วม้วนตัวกลับ เผยให้เห็นเจ้าปูยักษ์ก้ามแดงหน้าตาดุร้ายเต็มสองตา
ลำตัวขนาดเกือบสี่สิบเซนติเมตร ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยเพรียงและสัตว์เกาะอาศัย ก้ามขนาดยักษ์สองข้างกำลังชูขึ้นแกว่งไปมาทางเขา ดูดุดันน่ากลัวมาก
เย่ชิงยิ้มมุมปาก
ดูเหมือนเจ้าปูยักษ์ก้ามแดงตัวนี้กำลังขู่เขาอยู่
กร๊อบ!
ก้ามข้างหนึ่งของมันหนีบเข้าที่ก้อนหินข้างๆ เสียงดังสนั่น ก้อนหินแตกเป็นสองเสี่ยงทันที
รอยยิ้มบนหน้าเย่ชิงแข็งค้าง
ไม่ใช่ดูเหมือน... แต่มันกำลังขู่เขาจริงๆ!
เขาไม่กล้าเอามือเปล่าไปจับสุ่มสี่สุ่มห้าแน่ๆ
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เล่นๆ ถ้าไม่ใช่มืออาชีพ พลาดนิดเดียวมีสิทธิ์นิ้วขาด บนเกาะมีคนนิ้วด้วนหลายคนก็เพราะโดนปูโดนกุ้งมังกรพวกนี้หนีบเอานี่แหละ
บนเกาะไม่มีหมอต่อกระดูก ถ้านิ้วขาดก็คือพิการไปตลอดชีวิต
"ปลาไหลไฟฟ้า จัดการ!"
เขาสั่งการในใจ
ปลาไหลไฟฟ้าสะบัดหางพุ่ง "ฟึ่บ" เข้าใส่ทันที
กระแสไฟฟ้าระเบิดออก เย่ชิงถึงขั้นเห็นประกายไฟสีเหลืองจางๆ เป็นรูปตัว Z
เปรี้ยะๆๆๆ
ปูยักษ์ก้ามแดงกระตุกไปทั้งตัว
เย่ชิงยิ้มกว้างจนเห็นฟัน
เจ้าปูยักษ์ตัวนี้ดูท่าจะแก่มากแล้ว คงคิดไม่ถึงว่าแก่จนป่านนี้จะมาโดนปลาไหลไฟฟ้าช็อตเอาดื้อๆ
ซ่า!
เย่ชิงยื่นมือลงไป คว้าก้ามปูยักษ์อย่างไม่เกรงกลัว แล้วกระชากขึ้นมาสุดแรง น้ำทะเลแตกกระจาย เขาหิ้วมันขึ้นมาตรงหน้า
ตัวเบ้อเริ่มเลย!
เขาลองกะน้ำหนักดู น่าจะสักสี่ห้าจินได้ ถ้าเอาไปขาย อย่างต่ำๆ ก็ต้องได้เป็นพันหยวน
เช้าตรู่ขนาดนี้ได้ของดีขนาดนี้เลยเหรอ!
ความดีใจเอ่อล้นในใจเย่ชิง ดวงตาเป็นประกายวาววับ เขามั่นใจในอนาคตมากขึ้นไปอีก
เขาจะไม่ใช่แค่หาเงินใช้หนี้และรักษาพ่อเท่านั้น
แต่เขาจะทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย!
ตอนนั้นเอง...
ไช่หยาก็ร้องโวยวายเข้ามาใกล้ "เฮ้ย! ปูยักษ์ก้ามแดงตัวเบ้อเริ่มเลยนี่หว่า คนเห็นมีส่วนแบ่ง คนเห็นมีส่วนแบ่งเว้ย!"
เย่ชิงเริ่มหงุดหงิด
เมื่อกี้ไช่หยาเพิ่งจะแดกดันเขาไปหยกๆ ตอนนี้หน้าด้านจะมาขอส่วนแบ่ง แถมยังมีบัญชีแค้นเก่าที่เขาเคยโดนพ่อตีเพราะไอ้หมอนี่อีก
เขาแอบง้างก้ามปูยักษ์ทั้งสองข้างออก แล้วหมุนตัวขวับอย่างรวดเร็ว เอาก้ามปูไปงับแขนที่ไช่หยายื่นเข้ามา
ภายใต้แสงแดด ก้ามปูสีแดงสดขนาดมหึมาดูน่าสยดสยอง
ไช่หยารู้ฤทธิ์เดชของก้ามปูดี ร้องจ๊ากลั่น รีบสะบัดแขนหนี จนเสียหลักล้มคะมำลงไปในน้ำทะเลอย่างน่าสมเพช
คนรอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว พากันถามว่าเกิดอะไรขึ้น
เย่ชิงชูปูยักษ์ก้ามแดงในมือแกว่งไปมา แล้วพูดว่า "เก็บปูยักษ์ตายได้ตัวนึง กะว่าจะให้ไช่หยาดูหน่อย ไม่นึกว่ามันจะขวัญอ่อนขนาดนี้ ตกใจจนล้มไปเลย"
ทุกคนต่างประหลาดใจ
"ชิงไจ๋โชคดีจริงๆ"
"ตัวใหญ่มาก ขายได้หลายตังค์เลยนะนั่น"
"นึกไม่ถึงเลยว่าอาหยาจะขวัญอ่อนขนาดนี้ ปูตายยังกลัวหัวหด"
"น่าขายหน้าจริงๆ"
ไช่หยาหน้าแดงก่ำ ตะโกนด้วยความคับแค้น "ไอ้ชิงไจ๋มันแกล้งฉัน!"
"ทุกคนอย่า... อย่าไปฟ้องพ่อฉันนะ"
ตอนเด็กๆ ก็เพราะสู้เย่ชิงไม่ได้ เขาถึงโดนพ่อตีไม่เว้นวัน ถ้าเรื่องวันนี้รู้ถึงหูพ่อ มีหวังโดนจับแขวนตีแน่
เย่ชิงมือหนึ่งหิ้วปูยักษ์ก้ามแดง อีกมือหิ้วถุงกระสอบใส่ขยะเดินขึ้นฝั่ง
ไช่หยาโกรธจนตัวสั่น ลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนไล่หลัง "ไอ้ชิงไจ๋ อย่ามาทำเป็นได้ใจ"
"ปูตายจากกองขยะยังเก็บมา ระวังกินแล้วจะเป็นโรคตาย"
"พ่อแกสิ..."
ได้ยินคำนี้ เย่ชิงหันขวับกลับมาทันที สายตาอำมหิตฉายวาบ
เขาสั่งปลาไหลไฟฟ้าในใจ... จัดหนักให้ไอ้เวรนี่ที!
ไช่หยาพูดต่อไม่จบประโยค
ไม่ใช่ไม่อยากพูด แต่พูดไม่ได้แล้ว
ปลาไหลไฟฟ้า: “ปิกา... แค่กๆ... ปล่อยไฟฟ้า!”
ไช่หยารู้สึกแค่ว่ามีกระแสไฟฟ้าพุ่งขึ้นมาจากน้ำ ร่างกายอ่อนระทวยทันที ปากสั่นระริก ส่งเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
เขาหงายหลังตึงลงไปในน้ำ แววตาเหม่อลอย รู้สึกเหมือนกำลังจะตาย
เย่ชิงตะโกนลั่น "ทุกคนรีบมาดูเร็ว มาดูนี่!"
"อาหยาเหมือนจะฉี่ราดกางเกงแล้วว่ะ"
ชาวบ้านรีบวิ่งเข้ามามุงดู
"จริงดิ?"
"ไม่น่าจะขนาดนั้นมั้ง?"
"อยู่ในน้ำจะดูออกได้ไงว่าฉี่ราด?"
เสียงซุบซิบเซ็งแซ่
ไช่หยาเริ่มได้สติกลับมาบ้างแล้ว ตะโกนเสียงสั่น "ฉะ... ฉันเปล่านะ"
"ไอ้ชิงไจ๋ใส่ร้ายคนอื่น"
เย่ชิงยิ้มเจ้าเล่ห์ "ปากบอกว่าเปล่า งั้นก็ลุกขึ้นมาเดินโชว์หน่อยสิ"
"ถ้าแกเดินได้ปกติ ฉันจะเชื่อว่าไม่ได้กลัวจนฉี่ราด"
"ไม่เป็นไรก็เดินโชว์หน่อย"
คนอื่นเริ่มผสมโรง "ใช่ๆ อาหยา ไหวไหมเนี่ย"
"ไม่ใช่ว่า... จริงๆ เหรอ?"
"กลัวจนขาแข็งเดินไม่ได้แล้วมั้ง?"
"ต้องฉี่ราดแน่ๆ เลย"
โดนคนรุมชี้หน้าวิจารณ์ ไช่หยาอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ชื่อเสียงที่สั่งสมมาพังยับเยินในพริบตาเดียว
เขาก็อยากจะเดิน
แต่มันทำไม่ได้จริงๆ นี่หว่า
เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมในน้ำถึงมีไฟฟ้า
ไช่หยามองเย่ชิงที่ยืนยิ้มร่า ตะโกนด้วยความคับแค้น "ไอ้ชิงไจ๋ ฝีมือแกแน่ๆ!"
"ฝากไว้ก่อนเถอะ"
เย่ชิงไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
ยิ่งเห็นไช่หยาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแต่ทำอะไรไม่ได้ เขายิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิม
เย่ชิงแกล้งทำหน้าซื่อตาใส "ขอโทษทีว่ะ ไม่น่าเอาปูตายไปหลอกแกเลย"
พูดจบ เขายังจงใจแกว่งก้ามปูโชว์อีกรอบ
ไช่หยาโกรธจนแทบกระอักเลือด
ตายทั้งเป็นมันเป็นยังไง
ก็เป็นแบบนี้แหละ
เย่ชิงหันหลังเดินกลับ เพิ่งก้าวไปได้สองก้าว คังไจ๋ก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามา ตะโกนถาม "เช้าๆ แบบนี้ยิ้มระรื่นเชียวนะ ไปทำอะไรมาอีกล่ะ?"
พอมาถึงตรงหน้า มองไปที่ไช่หยาที่ยังนอนแผ่หราอยู่บนผิวน้ำ ก็ตกใจ "เฮ้ย อย่าบอกนะว่าแกเล่นงานอาหยาจนลุกไม่ขึ้น?"
เย่ชิงกระแอมสองที "อย่าพูดแบบนั้น อาหยาก็เป็นคนรักศักดิ์ศรีนะเว้ย"
ทุกคนฮาครืน
เจ็บกว่าฆ่าก็คือประโยคนี้แหละ
ขณะที่เย่ชิงกับคังไจ๋เดินห่างออกไป ยังคงได้ยินเสียงตะโกนของไช่หยาที่ดังก้องมาว่า "อยากจะกลั้นใจตายคาบ่อน้ำซะเดี๋ยวนี้!"
จบบท