- หน้าแรก
- ไม่อยากเป็นฮีโร่ แต่ทัพอากาศดึงตัวไปเป็นตำนานเฉยเลย
- บทที่ 3 - เครื่องพังงั้นเหรอ? ไม่ นั่นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
บทที่ 3 - เครื่องพังงั้นเหรอ? ไม่ นั่นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
บทที่ 3 - เครื่องพังงั้นเหรอ? ไม่ นั่นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
บทที่ 3 - เครื่องพังงั้นเหรอ? ไม่ นั่นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
ไอ้หัวโล้นกุมข้อมือ หน้าแดงก่ำจนกลายเป็นสีตับหมู
เจ็บ
เหมือนโดนค้อนปอนด์ทุบ
มันอยากจะด่าโคตรพ่อโคตรแม่ แต่พอมองไปที่ใบหน้าไร้ความรู้สึกของฉินเซียว ลำคอก็เหมือนถูกอุดไว้
พูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ
กลุ่มเด็กโควตากีฬาที่รอรอดูเรื่องสนุกอยู่รอบๆ ก็เงียบกริบลงทันที
แต่ละคนเบิกตากว้าง ราวกับเห็นผี
นี่มันเด็กเรียนที่ไหนกัน?
นี่มันคนจริงชัดๆ!
ฉินเซียวดึงมือกลับ ไม่แม้แต่จะชายตามองไอ้หัวโล้นอีก
เขาเดินไปที่ประตูเหล็กขึ้นสนิมบานนั้น
เซ็นเซอร์บนประตูกะพริบไฟสีแดง
เขาหยิบโนเกียที่หน้าจอแตกๆ เครื่องนั้นออกมา เปิดหน้าข้อความ แล้วแตะลงบนเซ็นเซอร์
"ติ๊ด"
ไฟสีเขียวสว่างขึ้น
ประตูเหล็กเปิดออกเสียงดังครืด
ฉินเซียวก้าวเท้าเดินเข้าไป
จนกระทั่งแผ่นหลังของเขาหายวับไปในอุโมงค์มืดมิด พวกกล้ามปูหน้าประตูก็เพิ่งจะดึงสติกลับมาได้
"เชี่ย... ไอ้เด็กนั่นเข้าไปแล้วเหรอ?"
"นั่นมันช่องทาง VIP ไม่ใช่รึไง?"
ไอ้หัวโล้นนวดข้อมือ สบถด่าด้วยความแค้น "แม่งเอ๊ย ไอ้เด็กนี่เล่นกูทีเผลอ! ป่ะ เข้าไปกระทืบมัน!"
คนกลุ่มนั้นพากันสบถด่าแล้วเดินตามเข้าไป
เมื่อสุดทางอุโมงค์ พื้นที่ก็เปิดกว้างออก
ที่นี่ไม่ใช่ศูนย์เล่นเกมอะไรทั้งนั้น
แต่เป็นลานฝึกซ้อมในร่มขนาดมหึมา
ไม่มีการตกแต่งอะไรให้วุ่นวาย มีเพียงเครื่องจักรกลไกโลหะเย็นเยียบ และกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยคลุ้งในอากาศ
เจ้าหน้าที่ในชุดช่างสีดำหลายคนยืนอยู่ริมสนาม ในมือถือกระดานจดบันทึก สีหน้าเรียบเฉย
บรรยากาศดูอึดอัดจนน่ากลัว
"นี่มันศูนย์ VR บ้าอะไรเนี่ย?"
ไอ้อ้วนนักยกน้ำหนักพึมพำเบาๆ "ทำไมดูเหมือนลานประหารเลยวะ?"
"หุบปาก"
ชายวัยกลางคนสวมหมวกแก๊ปคนหนึ่งเดินเข้ามา
ในมือเขาถือปึกแบบฟอร์ม สายตากวาดมองทุกคนราวกับใบมีด
"ฉันคือผู้คุมสอบของการทดสอบครั้งนี้ โค้ดเนม 'ฟอลคอน'"
ชายคนนั้นพูดเสียงไม่ดังนัก แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดแบบทหาร
"ส่งโทรศัพท์มือถือมาให้หมด"
"ใครไม่อยากทดสอบ ไสหัวไปได้เลยตั้งแต่ตอนนี้"
ไม่มีใครขยับ
คนที่มาที่นี่ ล้วนคิดว่าตัวเองมีร่างกายที่แข็งแกร่งเหนือคนปกติทั้งนั้น
ไม่มีใครยอมใคร
"ดีมาก"
ฟอลคอนแค่นหัวเราะ "ด่านแรก ทดสอบการทำงานของระบบประสาทการทรงตัว"
ก็คือเก้าอี้หมุนนั่นแหละ
เจ้าหน้าที่หลายคนเข็นเก้าอี้หมุนรุ่นพิเศษออกมา
เก้าอี้หมุนพวกนี้ไม่ใช่แบบที่หมุนเอื่อยๆ ในโรงพยาบาล แต่เป็นเก้าอี้หมุนไฟฟ้าที่ใช้สำหรับฝึกความต้านทานอาการวิงเวียนของนักบินโดยเฉพาะ
"ใครจะเริ่มก่อน?"
ฟอลคอนถามขึ้น
"ผมเอง!"
ไอ้หัวโล้นที่เพิ่งโดนฉินเซียวสั่งสอนไปเมื่อกี้ กระโดดออกมารับหน้าเสื่อเป็นคนแรกเพื่อกู้หน้า
มันปรายตามองฉินเซียว เชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย
"ก็แค่หมุนติ้วๆ ไม่ใช่รึไง? ตอนฉันไปนั่งรถไฟเหาะที่สวนสนุก ไม่เห็นเคยอ้วกเลย!"
ไอ้หัวโล้นนั่งลงบนเก้าอี้ รัดเข็มขัดนิรภัยแน่นหนา
"เริ่มได้"
ฟอลคอนกดปุ่ม
"วืดดด"
มอเตอร์เริ่มทำงาน
เก้าอี้หมุนเร่งความเร็วขึ้นทันที
หนึ่งรอบ สองรอบ สามรอบ...
ความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายเห็นเป็นแค่เงาลางๆ
ห้านาทีต่อมา
เครื่องจักรหยุดลง
ไอ้หัวโล้นปลดเข็มขัดนิรภัยออก เตรียมจะลุกขึ้นมายืดอกโชว์ออฟ
"อ้วกกก"
ขาทั้งสองข้างของมันอ่อนยวบ คุกเข่าลงกับพื้น แล้วก็อ้วกเอาข้าวเช้าออกมาจนหมดไส้หมดพุง
กลิ่นเหม็นเปรี้ยวคลุ้งไปทั่ว
"ไม่ผ่าน"
ฟอลคอนขีดกากบาทลงในใบประเมิน "คนต่อไป"
พวกเด็กโควตากีฬาที่ตอนแรกกระตือรือร้น หน้าซีดเผือดกันไปเป็นแถบ
แบบนี้มันโหดเกินไปแล้ว!
หลังจากนั้นก็ขึ้นไปทดสอบอีกห้าคน
สามคนอ้วกแตกอ้วกแตน อีกสองคนพอลงมาก็เดินไม่เป็น ทรุดฮวบชนกำแพงไปเลย
สอบตกเรียบ
ทั้งฮอลล์เหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นอ้วก
ฟอลคอนขมวดคิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง
"เด็กรุ่นนี้ทำไมมันห่วยแตกขนาดนี้วะ?"
เขาตบปากกาลงบนกระดานเสียงดังป้าบ "ยังมีคนเป็นๆ อยู่อีกไหม? ถ้าไม่มีก็ไสหัวไปให้หมด!"
บรรยากาศเงียบกริบเป็นเป่าสาก
ไม่มีใครกล้าปริปาก
นี่มันไม่ใช่การทดสอบแล้ว นี่มันเอาชีวิตมาทิ้งชัดๆ
"ผมเอง"
เสียงเรียบๆ ดังขึ้น
ผู้คนแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ
ฉินเซียวเดินออกมา
เขาวางกระเป๋าเป้ใบเก่าๆ สีซีดลงบนพื้น แล้วเดินตรงไปที่เก้าอี้หมุน
ฟอลคอนเงยหน้าขึ้นมองเขา
คิ้วยิ่งขมวดแน่นกว่าเดิม
"นักเรียน?"
"ครับ"
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเธอ เก้าอี้นี่มันหมุนเร็วมาก ร่างกายบางๆ อย่างเธอรับไม่ไหวหรอก"
ฟอลคอนโบกมือไล่ "กลับไปสอบเกาเข่าซะไป"
"ขอผมลองหน่อยครับ"
ฉินเซียวนั่งลงเรียบร้อยแล้ว รัดเข็มขัดนิรภัยอย่างคล่องแคล่ว "ถ้าผมไม่ผ่าน ผมจะเดินออกไปเอง"
ฟอลคอนแค่นหัวเราะเยาะ
ไอ้เด็กเมื่อวานซืนไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
"ได้ ในเมื่ออยากรนหาที่นัก ฉันก็จะสนองให้"
มือของฟอลคอนวางอยู่บนปุ่มปรับระดับ "กฎเดิม ระดับความเร็วต่ำสุด ห้านาที"
"ไม่ครับ"
ฉินเซียวพูดขัดขึ้น
"ปรับระดับสูงสุดเลยครับ"
"เธอพูดว่าไงนะ?"
ฟอลคอนคิดว่าตัวเองหูฝาด
พวกเด็กกีฬาที่ยืนหน้าซีดอยู่รอบๆ ก็อึ้งกันไปหมด
ไอ้เด็กนี่มันบ้าไปแล้วเหรอ?
แค่ระดับต่ำสุดก็ทำเอาพวกเขาสมองไหลมารวมกันแล้ว ระดับสูงสุดนั่นมันใช่ของที่มนุษย์จะทนได้เหรอ?
"ระดับสูงสุด สิบนาทีครับ"
ฉินเซียวทวนคำพูด น้ำเสียงราบเรียบเหมือนกำลังสั่งอาหาร "อย่าเสียเวลาเลยครับ"
ฟอลคอนหัวเราะด้วยความโมโห
"ดี! ใจกล้าดีนี่!"
เขากระชากปุ่มหมุนจนสุดแรง "ตายขึ้นมาอย่ามาโทษฉันล่ะ!"
"วืดดด!!!"
เสียงมอเตอร์หวีดร้องแสบแก้วหู
เก้าอี้หมุนกลายเป็นพายุไซโคลนในพริบตา
ความเร็วเร็วชนิดที่น่าขนลุก
ด้วยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางขนาดนั้น คนธรรมดาขึ้นไปนั่ง ตาคงจะถลนออกมาด้วยความดันเลือดแน่ๆ
หนึ่งนาที
สองนาที
ห้านาที...
คนรอบข้างไม่มีใครส่งเสียงออกมาเลย
ทุกคนเอาแต่จ้องมองเงาดำที่หมุนติ้วๆ นั่น
ครบสิบนาทีแล้ว
ฟอลคอนกดปุ่มหยุด
เก้าอี้หมุนค่อยๆ ชะลอความเร็วลงจนหยุดนิ่ง
ทุกคนกลั้นหายใจ รอดูไอ้เด็กม.ปลายที่ไม่รู้จักที่ตายร่วงลงไปกองกับพื้น หรือไม่ก็อ้วกแตกเปรอะเปื้อนเต็มตัว
ไอ้หัวโล้นถึงกับเตรียมกระดาษทิชชูไว้รอซับน้ำตาหัวเราะเยาะแล้ว
ฉินเซียวปลดเข็มขัดนิรภัย
แกร๊ก
เสียงปลดล็อกดังกังวาน
เขาลุกขึ้นยืน
ตัวตรงแหน่วราวกับหอก
ไม่มีอาการโอนเอน
ไม่มีการอาเจียน
แม้แต่สีหน้าก็ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
ฉินเซียวก้มลงมองฟอลคอนที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน แล้วค้อมตัวลง
หยิบปากกาลูกลื่นที่ฟอลคอนทำตกเพราะความตกใจเมื่อครู่นี้ขึ้นมาจากพื้น
"ปากกาคุณตกครับ"
เขายื่นปากกาให้ มือของเขานิ่งสนิท ไม่สั่นเลยแม้แต่น้อย
ฟอลคอนอึ้งกิมกี่
เขารับปากกามา มองฉินเซียวด้วยสายตาเหมือนมองสัตว์ประหลาด
นี่มันคนแน่เหรอวะ?
ทนทานต่ออาการวิงเวียนได้ระดับเต็มสิบเนี่ยนะ?!
"ต่อเลยครับ"
ฉินเซียวไม่อยากเสียเวลา "ด่านต่อไป"
และครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น
ก็กลายเป็นโชว์เดี่ยวของฉินเซียว
การทดสอบสายตา
แผ่นทดสอบแบบตัว C
คนปกติมองเห็น 1.0 ก็ถือว่าเก่งแล้ว แต่นักบินต้องการ 1.5
ฉินเซียวยืนอยู่ห่างออกไปห้าเมตร
"ล่าง"
"ซ้าย"
"ขวา"
"บน"
เขาพูดด้วยความเร็วสูง ไม่มีสะดุดเลยแม้แต่น้อย
อ่านรวดเดียวไปจนถึงแถวสุดท้ายที่เป็นตัวอักษรเล็กจิ๋วระดับ 2.0
ถูกต้องทั้งหมด
ปากกาในมือฟอลคอนแทบจะถูกบีบจนหัก
นั่นยังพอทำใจได้
พอถึงด่านทดสอบความจุปอด
ฉินเซียวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วอมหัวเป่าไว้
"ฟู่"
ตัวเลขบนหน้าจอดิจิทัลกระโดดขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
3000... 5000... 7000...
"ติ๊ดๆๆๆ!"
จู่ๆ เครื่องวัดก็ส่งเสียงร้องเตือนแสบแก้วหู ตัวเลขไปค้างอยู่ที่ 9999 แล้วไม่ขยับอีกเลย
เกินขีดจำกัดของเครื่องไปแล้ว
ตาของฟอลคอนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
เขาพุ่งเข้าไปจับแขนฉินเซียว บีบคลำกล้ามเนื้อที่ดูผอมบางนั้น
แข็งปั๋งอย่างกับก้อนหิน
"น... นี่เครื่องมันพังหรือเปล่าครับ?"
เจ้าหน้าที่ข้างๆ ถามเสียงตะกุกตะกัก
ฟอลคอนไม่ตอบ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ล้วงโทรศัพท์ดาวเทียมเข้ารหัสออกมาจากกระเป๋า
มือของเขาสั่นนิดๆ
เขาเดินไปหลบมุม แล้วต่อสายหาเบอร์ใดเบอร์หนึ่ง
"ฮัลโหล ท่านผู้บัญชาการครับ"
ฟอลคอนกดเสียงต่ำ ลำคอแห้งผาก
"ผมฟอลคอนครับ"
"คือว่า... โปรเจกต์ช้างเผือกของเรา ดูเหมือนจะเจอของดีเข้าให้แล้วครับ"
"ทางผมเจอสัตว์ประหลาดเข้าให้แล้วตัวนึง"