- หน้าแรก
- พอเปิดประตูมิติได้ทั้งที ผมเลยขอร่วมมือกับรัฐบาลซะเลย
- บทที่ 205 - มุ่งสู่โลกใบใหม่!
บทที่ 205 - มุ่งสู่โลกใบใหม่!
บทที่ 205 - มุ่งสู่โลกใบใหม่!
บทที่ 205 - มุ่งสู่โลกใบใหม่!
(ในโลกที่ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์จีนแบบนี้ ก็ต้องมีธรรมเนียมเรื่องกำแพงภาษาแหละนะ)
(ผมเขียนเองยังปวดตับ คนอ่านคงรู้สึกว่ามันยืดเยื้อ)
(แต่การที่ภาษาดันสื่อสารกันได้ในที่นี้คือปมสำคัญ เดี๋ยวจะเฉลยทีหลังว่าทำไมโลกพวกนี้ถึงพูดภาษาจีน/ไทยได้เหมือนกัน...)
หลัวปู้โพ ลานจัตุรัสใต้ดินหมายเลข 4
บนลานกว้างใต้ดินอันเวิ้งว้าง เฉินม่อและทีมของเขาเตรียมพร้อมแล้วสำหรับการก้าวเข้าสู่... โลกใบที่สี่ที่ยังไม่มีใครรู้จัก
ผู้ที่มาส่งคือคนคุ้นเคย... เฮ่อซิงเย่า ผู้บัญชาการเขตยุทธการตะวันออก เขาอยู่ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความภูมิใจระคนอาลัยอาวรณ์
"เฉินม่อเอ้ย... การข้ามโลกครั้งแรกของนายแต่ละที เวลาเปิดประตูมิติมันสั้นจุ๊ดจู๋ตลอดเลยนะ! ไม่อย่างนั้นฉันอยากจะส่งกองทัพกลุ่มตามนายไปสักกองทัพจริงๆ!"
เฉินม่อยิ้ม พลางหันไปมองเหล่าใบหน้าที่คุ้นเคยด้านหลัง
ทีมวิจัยประกอบด้วย: ซู่เหยียน, เคอเหยียนโก่ว และผู้ช่วยด้านเทคนิคอีก 2 คน
ตามคำพูดของซู่เหยียนคือ "ปัญหาเล็กน้อย แค่พวกเราสี่คนก็เอาอยู่ ถ้าเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ ขนไปเยอะกว่านี้ก็ไร้ประโยชน์ เผลอๆ จะสร้างความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดด้วยซ้ำ! สู้รอให้ประตูมิติเปิดได้นานๆ แล้วค่อยระดมนักวิจัยทั้งต้าเซี่ยมาลุยทีเดียวดีกว่า!"
ส่วนทีมต่อสู้: จ้านเว่ยหัวนำทีม "หน่วยรบพิเศษผู้ฝึกตนพลังดารา" จำนวน 5 นาย และหลงเหยียนนำทีมหุ่นรบเหลยเจ๋อ Type B (รุ่นความสูง 3 เมตร) อีก 5 นาย
การมีอยู่ของพวกเขา แข็งแกร่งยิ่งกว่ากองพันผสมทั่วไปของบลูสตาร์ทั้งกองพันเสียอีก!
ส่วนเจิ้งเจ๋อ เดิมทีมีลูกทีม 16 คน ตอนนี้ย่อส่วนเหลือแค่ 3 คน แต่ทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือสารพัดประโยชน์ รบได้ ซ่อมได้ กู้ภัยได้... เรียกว่าคัดมาแต่เนื้อๆ
เฉินม่อมองพวกเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ "มีพวกเขาอยู่ ความปลอดภัยของผมหายห่วงครับ"
เฮ่อซิงเย่าพยักหน้า แววตาลึกซึ้ง ก่อนจะขึ้นเสียงประกาศ
"ทั้งหมดฟังคำสั่ง! การข้ามมิติครั้งนี้... เน้นความมั่นคงปลอดภัยเป็นหลัก! จำไว้! ภารกิจสำคัญอันดับแรกของพวกนายมีแค่อย่างเดียว... ปกป้องเฉินม่อ!"
ผู้พิทักษ์ทั้ง 13 นายขานรับเสียงดังกึกก้องสะเทือนใต้ดิน "รับทราบ!"
เมื่อตัวเลขนับถอยหลังบนจอเรตินาของเฉินม่อกลายเป็นศูนย์ ประตูมิติแสงสีฟ้าขาวก็ปรากฏขึ้น!
จ้านเว่ยหัว, หลงเหยียน, ซู่เหยียน และคนอื่นๆ ก้าวเข้าไปก่อน ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงหายเข้าไปในแสงเจิดจ้านั้น เฉินม่อตามเข้าไปติดๆ
กระแสแสงวูบผ่าน... ร่างของพวกเขาหายวับไปในประตูแห่งดวงดาว
เฮ่อซิงเย่ายืนอยู่หน้าประตู แสงเงาทาบทับบนใบหน้า เผยให้เห็นความเคร่งขรึมและความคาดหวัง เขาพูดในใจเงียบๆ
"ขอให้พวกนายโชคดี... ต้าเซี่ยรอต้อนรับพวกนายกลับมาอย่างผู้ชนะ"
...
โลกหลังการข้ามมิติ อากาศเจือไปด้วยกลิ่นชื้นของต้นไม้ใบหญ้า
ในป่ามีหมอกจางๆ แสงแดดส่องลอดผ่านรอยแยกของใบไม้ลงมาเหมือนผ้าโปร่งสีทองที่เงียบสงบ
ทันทีที่เฉินม่อก้าวออกจากประตูมิติ พื้นดินใต้เท้ายังคงอุ่นด้วยพลังงานจากการวาร์ป บนจอเรตินาแจ้งเตือนว่า... เวลาในการพำนักครั้งนี้คือ 1 วัน!
พอเงยหน้าขึ้น เขาก็เห็นภาพเบื้องหน้า... จ้านเว่ยหัว, หลงเหยียน, ซู่เหยียน และคนอื่นๆ เข้าสู่สภาวะพร้อมรบกันหมดแล้ว
เจิ้งเจ๋อนั่งคุกเข่าอยู่หลังที่กำบัง กำลังส่องกล้องเล็งไปที่ระยะไกล
เฉินม่อตื่นตัวทันที ย่องเข้าไปใกล้แล้วกระซิบถาม "หัวหน้าเจิ้ง สถานการณ์เป็นไง?"
เจิ้งเจ๋อตอบเสียงขรึม "เราเจอ... มนุษย์"
"มนุษย์เหรอ?" เฉินม่อชะงัก
เขามองตามสายตาของเจิ้งเจ๋อไป... ที่ฝั่งตรงข้ามของแนวป่า ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
ดวงตาของพวกเขาเรืองแสงสีฟ้าขาว ผิวหนังมีแสงสว่างจางๆ ไหลเวียน สีหน้าเรียบเฉย มุมปากประดับรอยยิ้มอ่อนโยน
ท่ามกลางความเงียบอันน่าขนลุก ฝ่ายตรงข้ามเป็นคนเปิดปากก่อน—
"สวัสดี... พวกเราคือ 'ผู้ส่องวิถี' (กลุ่มฉี่หมิง) ผู้ได้รับแสงศักดิ์สิทธิ์สาดส่อง! ข้าคือผู้บัญชาการ 'เวียร์ต้า'! เรากำลังตามหาร่องรอยของ 'บุปผาทมิฬ' ที่ชั่วร้าย!"
"พวกคุณ... คือมนุษย์ต่างถิ่นที่ข้ามประตูแห่งดวงดาวมาใช่ไหม?"
เสียงนั้นชัดเจน นุ่มนวล... แต่ที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงที่สุดคือ... พวกเขาพูดภาษาจีน!
ในขณะเดียวกัน หนึ่งในกลุ่มผู้ส่องวิถีก็แอบกระตุ้นการทำงานของยันต์อักขระบางอย่าง แล้วแปะมันลงบนทีมของเฉินม่ออย่างเงียบเชียบ!
การที่อีกฝ่ายพูดภาษาจีนได้ ทำให้แม้แต่คนเจนจัดสนามรบอย่างเจิ้งเจ๋อและจ้านเว่ยหัวยังต้องขมวดคิ้ว
ซู่เหยียนหรี่ตาลง เฉินม่อเองก็ตั้งตัวไม่ติดไปชั่วขณะ
"ภาษาจีน? โลกนี้ก็พูดจีนเรอะ?" ความกังวลแวบเข้ามาในใจ
เฉินม่อตั้งท่าจะทำตามขั้นตอนเดิม คือแนะนำตัวว่าเป็นทีมสำรวจจากต่างโลก แต่ยังไม่ทันพูดจบ ซู่เหยียนก็สะกิดเขาเบาๆ... การกระทำเล็กๆ นี้มีความหมายชัดเจน: อย่าพูดเยอะ
เฉินม่อเข้าใจทันที ซู่เหยียนที่เรียนวิชาโทจิตวิทยามาจับความผิดปกติของอีกฝ่ายได้!
ซู่เหยียนก้าวขึ้นมาครึ่งก้าว สีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ:
"ถูกต้อง อารยธรรมของพวกเรามาจาก... กระจุกดาราจักรยิ่งใหญ่ลาเนียเคอา · กระจุกดาราจักรหญิงสาว · กลุ่มท้องถิ่น · ดาราจักรทางช้างเผือก · แขนโอไรออน · แถบกูลด์ · ฟองท้องถิ่น · เมฆระหว่างดาวท้องถิ่น · เมฆออร์ต · ระบบสุริยะ"
"พวกเราคือ... อารยธรรมบลูสตาร์"
พิกัดยาวเหยียดที่เหมือนภาษาต่างดาวชุดนั้น ทำให้อีกฝ่ายชะงักไปทันที
คนกลุ่มนั้นมองหน้ากันเอง สีหน้าดูแปลกๆ เฉินม่อเองก็อึ้งไปครึ่งจังหวะ อดบ่นในใจไม่ได้ว่า สมองพี่แกประมวลผลเร็วจี๋จริงๆ!
แต่ซู่เหยียนยังคงตีหน้านิ่ง เขาไม่รังเกียจที่จะบอกที่ตั้งจริงๆ ของบลูสตาร์... แน่จริงพวกแกก็ตามไปหาให้เจอสิ!
พวกกลุ่มผู้ส่องวิถีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะ... ยิ้มออกมา
รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนจนสมบูรณ์แบบ ราวกับผ่านการฝึกฝนมาอย่างแม่นยำ
"ทูตแห่งอารยธรรมบลูสตาร์ สวัสดีครับ" เสียงของพวกเขาราบเรียบ น้ำเสียงเป็นธรรมชาติมาก จนกลบเกลื่อนความลังเลเมื่อครู่ไปได้อย่างแนบเนียน
ซู่เหยียนยังคงหน้านิ่ง ถามเรียบๆ "เมื่อกี้ที่พวกคุณพูดถึง... บุปผาทมิฬที่ชั่วร้าย หมายถึงอะไรครับ?"
สีหน้าของกลุ่มผู้ส่องวิถีเปลี่ยนไปพร้อมกัน มันเป็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและหวาดกลัว... แต่มันดูพร้อมเพรียงและเหมือนกันเป๊ะเกินไป
"พวกมันคือสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายที่สุด มันจะฆ่าพวกเรา และกลืนกินแสงสว่าง ถ้าพวกคุณเจอ ต้องฆ่าทันที หรือไม่ก็แจ้งพวกเรา"
ซู่เหยียนถามต่อ "ขอดูข้อมูลของบุปผาทมิฬหน่อยได้ไหมครับ?"
อีกฝ่ายพยักหน้า หนึ่งในนั้นหยิบหนังสือที่เรืองแสงสีเงินออกมา ปาดนิ้วไปบนหน้าปกเบาๆ อักขระระหว่างหน้าหนังสือสว่างขึ้น ภาพโฮโลแกรมปรากฏขึ้นกลางอากาศ
ซู่เหยียนหรี่ตามอง
ภาพของสิ่งที่เรียกว่า "บุปผาทมิฬ" นั้น... กลับดูคล้ายกับ "เอลฟ์" ในตำนานของบลูสตาร์อย่างยิ่ง! หูยาวเรียว ดวงตาเป็นประกาย สวมชุดเกราะที่เหมือนถักทอจากเถาวัลย์
ในขณะเดียวกัน เขาลังเกตเห็นยันต์ที่พวกผู้ส่องวิถีใช้... โครงสร้างพลังงานดูแปลกประหลาด กึ่งเวทมนตร์กึ่งโค้ดคอมพิวเตอร์... เหมือนลูกผสมระหว่างเทคโนโลยีกับความศรัทธา
ซู่เหยียนเก็บความสงสัยไว้ในใจ แล้วฉีกยิ้มการค้าออกมา
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ"
พวกผู้ส่องวิถียิ้มกว้างขึ้นอย่างกระตือรือร้น "พวกเรามีฐานบัญชาการอยู่ใกล้ๆ นี้ เชิญไปพักผ่อนไหมครับ? กลุ่มผู้ส่องวิถีรักสันติ เราจะต้อนรับพวกคุณอย่างดีแน่นอน"
ซู่เหยียนโบกมือ น้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่น
"ขอบคุณในความหวังดีครับ แต่พวกเราเป็นแค่พ่อค้า การข้ามโลกมาครั้งนี้ก็เพื่อสำรวจพืชพรรณ อารยธรรมเราชอบต้นไม้ อยากจะคัดเลือกพันธุ์หายากกลับไปขาย... หาเงินน่ะครับ"
รอยยิ้มของพวกผู้ส่องวิถีแข็งค้างไปแวบหนึ่ง แต่ก็กลับมาเป็นปกติทันที
"พืชพรรณเหรอ? เยี่ยมไปเลย! ในฐานของเรามีข้อมูลพืชทั้งหมดบนดาวดวงนี้ เชิญเถอะครับ พวกคุณต้องได้อะไรติดไม้ติดมือแน่ๆ"
ซู่เหยียนสายตาเย็นชาลง น้ำเสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ถ้าผมบอกว่า... ไม่ล่ะครับ?"
วินาทีนั้น บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นมาทันที