- หน้าแรก
- พอเปิดประตูมิติได้ทั้งที ผมเลยขอร่วมมือกับรัฐบาลซะเลย
- บทที่ 11 - เข้าสู่รัตติกาล
บทที่ 11 - เข้าสู่รัตติกาล
บทที่ 11 - เข้าสู่รัตติกาล
บทที่ 11 - เข้าสู่รัตติกาล
นักวิจัยอีกคนใช้เครื่องสแกนดูมุมที่ลูกดอกเจาะเข้าไป เพื่อยืนยันความลึกและปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อ
"อำนาจการทำลายล้างพอใช้ได้ แต่ต้องยิงซ้ำหลายดอกถึงจะเอาอยู่"
เจิ้งเจ๋อยืนดูอยู่ข้างๆ พยักหน้ารับทราบ
"สรุปคือ ตัวต่อตัวพอไหว แต่ถ้ามาเป็นฝูงต้องช่วยกันยิง"
ซู่เหยียนเช็ดเหงื่อ ตายังจ้องจอเครื่องมือ
"ใช่ ตอนนี้ยืนยันได้อย่างนึง: การทำลายสมองทางกายภาพ คือวิธีเดียวที่จะหยุดมันได้เร็วที่สุด"
เขาเงยหน้ามองรอบๆ
"แต่มีจุดนึงที่น่าห่วง — เลือดพวกมันยังไหลอยู่ แปลว่าไวรัสแอคทีฟมาก อย่าเข้าใกล้ ระวังตัวด้วย"
เจิ้งเจ๋อรับลูกทันที "ทีมวิจัยถอยห่าง 2 เมตร ทีมพยัคฆ์คุมโซน"
"ครับ!"
ขบวนกลับเข้าที่
ซู่เหยียนซีลกล่องตัวอย่าง เครื่องมือส่งเสียง "ติ๊ดๆ" บันทึกรหัส
เจิ้งเจ๋อยกมืออีกครั้ง "เดินหน้า"
ทีมเคลื่อนพลต่อ
กลิ่นไหม้และกลิ่นสนิมลอยอวล ลมพัดผ่านตึกร้างพาเสียงครางแว่วมา
ทันใดนั้น เสียงซู่เหยียนก็ดังขึ้นในวิทยุ
"หัวหน้าเจิ้ง — ผมเจออะไรใหม่"
เจิ้งเจ๋อหยุดกึก ยกมือสั่งระวังภัย "ว่ามา"
น้ำเสียงซู่เหยียนเครียดจัด "หนูทดลองชุดที่ฉีดเชื้อระดับปานกลาง... เมื่อกี้กลายพันธุ์หมดแล้ว"
เฉินม่อสะดุ้ง "กลายพันธุ์อีกแล้ว?"
ซู่เหยียนพยักหน้า สีหน้าเย็นชา
"โดนเยอะ 5 นาทีรู้เรื่อง โดนปานกลาง... ประมาณชั่วโมงนึง ถ้าคำนวณตามนี้ พอไวรัสสะสมถึงจุดวิกฤต สิ่งมีชีวิตไหนก็คุมสติไม่อยู่ในพริบตา"
เจิ้งเจ๋อรับคำเสียงต่ำ "เข้าใจแล้ว"
สายตาเขาคมขึ้น การที่หนูทดลองกลายพันธุ์ย้ำชัดว่า — แค่แผลถลอกนิดเดียวก็ตายได้
"ทุกคนฟัง — ห้ามโดนข่วน โดนกัดเด็ดขาด แม้แต่รอยขีดข่วนเล็กๆ ก็ต้องรายงานทันที"
คำสั่งของเจิ้งเจ๋อหนักแน่นดั่งหินผา
"ทีมวิจัยอยู่ห่างศพซอมบี้ 3 เมตร"
"รับทราบ!"
ขบวนปรับระยะห่าง
ซู่เหยียนยังตรวจสอบต่อ เขาชี้ไปที่จอภาพ กล้องจุลทรรศน์ขยายภาพเป็นพันเท่า —
ในแสงฟลูออเรสเซนต์ เซลล์ส่องสว่างเหมือนดวงดาว และมีเส้นเกลียวบางอย่างกำลังดิ้นพล่าน
"วิเคราะห์เบื้องต้น นี่คือไวรัสปรสิตที่มีความว่องไวสูง มันแบ่งตัวและก็อปปี้ตัวเองในเซลล์เจ้าบ้านเร็วมาก แล้วจะยึดระบบประสาทในเวลาสั้นๆ"
เขาเงยหน้าขึ้น เสียงนิ่ง "ข่าวดีคือ — แทบไม่มีโอกาสแพร่ทางอากาศ ตัวอย่างอากาศที่เก็บมาไม่เจอเชื้อลอยอยู่ และในตัวเฉินม่อก็ไม่พบการติดเชื้อ"
ทุกคนถอนหายใจโล่งอก
ซู่เหยียนพูดต่อ "แต่ข่าวร้ายคือ — แม้แต่หนูที่โดนฉีดน้อยสุด ไวรัสก็ยังเพิ่มจำนวนแบบทวีคูณ ด้วยความเร็วนี้ อีกสัก 10 ชั่วโมง พวกมันก็น่าจะกลายพันธุ์เหมือนกัน"
เจิ้งเจ๋อกระชับปืน สูดหายใจลึก
"รับทราบ"
เขาโบกมือ
"เดินหน้า — ต่อไป"
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในซากเมือง เจิ้งเจ๋อยิ่งรู้สึกว่า —
เมืองนี้... มันเงียบเกินไป
ไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงลมพัดกระดาษ แม้แต่เสียงคำรามของซอมบี้ก็หายไป
เหมือนเมืองทั้งเมืองถูกกดปุ่ม "Pause" เอาไว้
"แถบนี้... ไม่มีคนอยู่จริงๆ"
เจิ้งเจ๋อลดกล้องส่องทางไกลลง สีหน้าเคร่งเครียด
เพื่อขยายขอบเขตการค้นหา เขาตัดสินใจเด็ดขาด "ปล่อยโดรน — สแกนทุกคลื่นความถี่"
ทหารรีบกางเทอร์มินัล ปล่อยโดรนสอดแนมขนาดเล็กขึ้นฟ้า
ใบพัดสีเงินตัดอากาศเสียงดัง "วูบ——"
ภาพเรียลไทม์ปรากฏบนจอ
ในมุมมองจากที่สูง เมืองเหมือนศพขนาดยักษ์ —
ถนนยุบตัว รถจอดเกะกะ ป้ายโฆษณาเอียงกระเท่เร่ สนิมเกรอะกรัง และตามตรอกซอกซอย...
เห็นคราบเลือดแห้งกรังเป็นทางยาว เหมือนแม่น้ำสายมรณะ
เฉินม่อขยับเข้าไปใกล้ซู่เหยียน กระซิบถาม:
"คุณคิดว่า... โลกนี้ยังมีคนรอดไหม?"
ซู่เหยียนนิ่งไปพักหนึ่ง จ้องมองภาพบนจอ แววตาสงบนิ่งจนดูเย็นชา
"ไม่รู้สิ แต่ดูจากโครงสร้างเมือง ถ้ามีคนรอด ก็คงไม่เยอะ ไม่งั้นป่านนี้ต้องมีการกวาดล้างไปแล้ว"
"กวาดล้าง?" เฉินม่องง
ซู่เหยียนเงยหน้าขึ้น
"ใช่ ถ้ายังมีกองทัพ รัฐบาล หรือองค์กรหลงเหลืออยู่ ป่านนี้ต้องส่งคนมาเคลียร์พื้นที่แล้ว แต่นี่เราเห็นแต่ซากเมืองที่ถูกทิ้ง — ไม่มีแนวกันชน ไม่มีฐานป้องกัน ไม่มีเสียงตามสาย"
เวลาผ่านไป ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ตึกสูงถูกย้อมด้วยสีสนิมแดงจากแสงอาทิตย์อัสดง ลมพัดพากลิ่นฝุ่นและกระดาษเก่ามา เหมือนเสียงถอนหายใจเฮือกสุดท้ายของเมือง
"มืดแล้ว"
เจิ้งเจ๋อดูนาฬิกา สีหน้าจริงจัง
"ถอนกำลัง หาที่มั่นพักแรมแถวนี้ กลางคืนอันตรายเกินไป"
ไม่นาน พวกเขาก็เจอซูเปอร์มาร์เก็ตเก่าๆ ที่โครงสร้างยังพอใช้ได้ ประตูเหล็กม้วนถูกล่ามด้วยโซ่สนิมเขรอะ ป้ายหน้าร้านสีซีดจางอ่านไม่ออก
เจิ้งเจ๋อสั่งเคลียร์ทางเข้า ตรวจสอบข้างในจนแน่ใจ แล้วสั่งตั้งค่าย
ชั้นวางของข้างในว่างเปล่า พื้นเต็มไปด้วยฝุ่นและห่อขนมขาดๆ
ทุกคนเปิดไฟพกพา ลำแสงส่องวูบวาบ ฝุ่นลอยฟุ้ง กลิ่นพลาสติกเก่าเตะจมูก
เฉินม่อพิงตู้แช่ที่ล้มอยู่ พูดเสียงเบาเหมือนบ่นกับตัวเอง:
"ไม่น่าเชื่อ... เมืองทั้งเมืองไม่มีคน... มันจะเงียบได้ขนาดนี้"
เจิ้งเจ๋อกำลังจัดเวรยาม
ส่วนซู่เหยียนเดินไปที่กระจกหน้าร้าน มองผ่านรอยแตกออกไปที่ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม
"มีดวงจันทร์ด้วยแฮะ..." เขาพึมพำ
ดวงจันทร์สีเงินยวางแขวนอยู่บนฟ้า แสงของมันดูเย็นและคมกว่าที่บลูสตาร์
"แต่ตำแหน่งดาว —" ซู่เหยียนขมวดคิ้ว
"ไม่ใช่แผนที่ดาวของกาแล็กซีทางช้างเผือก ตำแหน่ง ความสว่าง การเรียงตัว... ไม่ใช่เลย"
เฉินม่อเดินมาดูด้วย มองไปในความมืดอันเงียบงัน
ดวงดาวกะพริบไหว วาดวิถีโคจรที่แปลกตา
ไม่ใช่ดาวนายพราน ไม่ใช่ดาวหมีใหญ่ ไม่ใช่กลุ่มดาวไหนที่เขารู้จัก