- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นแม่ของเหล่าบอสตัวร้าย
- บทที่ 203: คนที่เรียกว่าตาแก่ใจร้าย
บทที่ 203: คนที่เรียกว่าตาแก่ใจร้าย
บทที่ 203: คนที่เรียกว่าตาแก่ใจร้าย
บทที่ 203: คนที่เรียกว่าตาแก่ใจร้าย
หวังฉีขมวดคิ้วเล็กน้อย มองหนิงหนิงด้วยความงุนงง "ตาแก่ใจร้ายเหรอ?"
"อื้ม!" หนิงหนิงพยักหน้าหงึกหงักอย่างจริงจัง
อันอันเล่นซ่อนแอบกับพวกเขาอยู่ดีๆ พอเห็นตาแก่คนหนึ่งนั่งเล่นหมากรุกอยู่ที่สวนหลังบ้าน เธอก็เลิกเล่นกับพวกเขาทันที
หวังฉีไม่รู้ว่าคำว่า "ใจร้าย" ที่หนิงหนิงพูดถึงนั้นหมายความว่ายังไง พอได้ยินแบบนั้น เธอก็รีบลุกขึ้น จูงมือหนิงหนิงและเป่าเปาเดินออกไปทันที
หนิงเจียงและหลินมู่ซือมองหน้ากัน แล้วรีบเดินตามหลังหวังฉีไป
เมื่อหวังฉีเดินตามทางที่หนิงหนิงชี้ไปที่สวนหลังบ้าน ก็เห็นฝูงคนมุงดูศาลาพักร้อนกันแน่นขนัดจนมองไม่เห็นคนข้างใน
แปลกที่แม้จะมีคนมุงดูเยอะขนาดนี้ แต่กลับไม่มีเสียงดังเอะอะ มีเพียงเสียงกระซิบกระซาบเบาๆ เท่านั้น
พอป้าเสวี่ยเหมยเห็นหวังฉีเดินมา ก็รีบเบียดตัวออกมาจากฝูงชน "ผู้จัดการใหญ่หวังคะ"
"อันอันอยู่ไหนคะ?"
ป้าเสวี่ยเหมยชี้ไปที่กลางวงล้อม "เธอเล่นหมากรุกอยู่ข้างในค่ะ"
ได้ยินดังนั้น หวังฉีก็เดินเข้าไป เธอมองฝูงคนที่ยืนเบียดเสียดรอบโต๊ะหินในศาลา แล้วพูดว่า "ขอโทษนะคะ ขอทางหน่อยค่ะ"
ไม่มีใครสนใจหวังฉีเลย
หวังฉีไม่มีทางเลือก นอกจากพูดซ้ำอย่างอดทน แต่คนเหล่านั้นกลับหันมาขมวดคิ้วใส่ ทำท่าจุ๊ปากบอกให้เธอเงียบเสียงหน่อย
"ลูกสาวฉันอยู่ข้างในค่ะ รบกวนช่วยหลีกทางด้วยค่ะ"
หนิงเจียงและหลินมู่ซือยืนอยู่ข้างหลังหวังฉี หลินมู่ซือเห็นหนิงเจียงถลกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ท่าทางเหมือนพร้อมจะลงไม้ลงมือถ้าคนพวกนี้ไม่ยอมหลีกทางให้แม่
หลินมู่ซือทำตามหนิงเจียง ถลกแขนเสื้อขึ้นบ้าง แม้ฝีมือการต่อสู้เขาจะไม่เก่งกาจเท่าหนิงเจียง แต่รับมือคนธรรมดาสักคนสองคนก็น่าจะไหวอยู่
ไทยมุงเหล่านั้นคาดไม่ถึงว่าผู้มาใหม่จะเป็นแม่ของเด็กหญิงที่กำลังเล่นหมากรุกอยู่ พวกเขาจึงยอมเบียดเสียดเปิดทางให้หวังฉี
พอหวังฉีเดินผ่านไป หนิงเจียงและหลินมู่ซือก็รีบแทรกตัวตามเข้าไปทันที
ภาพที่เห็นคืออันอันและซูซื่อเซียนกำลังนั่งประจันหน้ากันคนละฝั่งโต๊ะ
ใช่แล้ว ตาแก่ใจร้ายที่หนิงหนิงพูดถึงก็คือซูซื่อเซียนนั่นเอง
ส่วนคนที่นั่งอยู่บนม้านั่งหินระหว่างทั้งสองคนคือผู้เฒ่าซูและผู้เฒ่าหลิน
หวังฉีขมวดคิ้วเล็กน้อย ไหนหลินมู่ซือบอกว่าผู้เฒ่าหลินถูกหลินเฉินส่งไปอยู่ที่อื่นแล้วไง? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
หวังฉีกวาดตามองรอบๆ แต่ไม่เห็นเงาของหลินเฉิน
ซูซื่อเซียนและอันอันจดจ่ออยู่กับกระดานหมากรุก ผู้เฒ่าซูและผู้เฒ่าหลินที่นั่งอยู่ตรงข้ามยิ้มทักทายหวังฉีเมื่อเห็นเธอ แล้วหันกลับไปสนใจเกมตรงหน้าต่อ
หวังฉีถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นอันอันปลอดภัยดี แค่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ดีแล้ว
เกมหมากรุกกระดานนี้ยืดเยื้อเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด ยิ่งเวลานานผ่านไป ผู้คนรอบข้างก็ยิ่งมองอันอันด้วยความทึ่ง ไม่เคยมีใครยื้อเกมกับซูซื่อเซียนได้นานขนาดนี้มาก่อน
อันอันแพ้ ตามคาด
หลังจากแพ้ เธอกวาดตามองกระดาน แล้วเงยหน้ามองซูซื่อเซียนที่กำลังเก็บตัวหมากใส่กล่องเตรียมจะลุกหนี "อย่าเพิ่งไป!"
เสียงเล็กๆ ของอันอันตะโกนขึ้น ทำเอาหวังฉีและหนิงเจียงที่ยืนอยู่ข้างๆ ตกตะลึง
"เล่นกันอีกตา!" เธอยังสนุกไม่พอเลย
ซูซื่อเซียนเหลือบดูเวลาแล้วพูดว่า "ฉันยุ่งมาก"
"หนูไม่ยุ่งนี่นา" อันอันเถียง
เขาน่าสนใจกว่าทุกคนที่เธอเคยเจอ การเดินหมากของเขาน่าสนใจ ความคิดของเขาน่าสนใจ และตรรกะของเขาก็น่าสนใจ
อันอันมองซูซื่อเซียนที่ยังทำท่าจะเดินหนี เธอจะวิ่งตามแต่ดันหันไปชนหวังฉีเข้าซะก่อน
"หม่าม้า!" อันอันชี้ไปที่ซูซื่อเซียนอย่างร้อนรน "หม่าม้า หนูอยากได้เขาเป็นเพื่อน!"
ในสายตาของอันอัน เพื่อนคือคนที่เล่นกับเธอ และซูซื่อเซียนก็เป็นคนที่สนุกที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาในชีวิตอันแสนสั้นนี้
หวังฉีถอนหายใจ อุ้มอันอันขึ้นมาแล้วถามว่า "เมื่อกี้หนูได้ยินที่คุณปู่บอกไหมลูก?"
อันอันเบะปาก "เขาบอกว่ายุ่งมาก"
"ใช่จ้ะ เขายุ่งมาก"
หวังฉีมองหน้าลูกสาวที่ดูผิดหวัง แล้วพูดว่า "เบบี๋ เดี๋ยวแม่หาคนเล่นหมากรุกมืออาชีพมาเล่นเป็นเพื่อนหนูดีไหม?"
"เขาจะเก่งกว่าคุณปู่คนนี้ไหมคะ?"
"อาจจะจ้ะ"
พอซูซื่อเซียนได้ยินหวังฉีบอกว่าอาจจะมีคนเก่งกว่าเขา เขาก็รู้สึกไม่ยอมรับทันที "ไม่มีใครเก่งกว่าฉันหรอก! พวกนักหมากรุกมืออาชีพ 9 ดั้ง ก็แพ้ฉันมาหมดแล้ว!"
หวังฉี: ...คุณไม่จำเป็นต้องจริงจังกับเด็กขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ
"หม่าม้า" อันอันมองหวังฉีตาแป๋ว แล้วหันไปมองซูซื่อเซียน
ตามหลักแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่อันอันอยากรู้จักใครสักคนด้วยตัวเอง หวังฉีไม่ควรปฏิเสธลูก แต่... หวังฉีวางอันอันลงแล้วบอกว่า "หนูลองไปถามคุณปู่เองสิคะว่าเขายอมไหม ถ้าไม่ยอม หนูห้ามไปตื๊อเขานะ"
อันอันพยักหน้าอย่างว่าง่าย เดินเข้าไปหาซูซื่อเซียน ยังไม่ทันที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสุด ซูซื่อเซียนก็ย่อตัวลงมานั่งยองๆ เพื่อให้อันอันคุยกับเขาได้สะดวก
เขายังคงถูกใจคู่แข่งตัวน้อยคนนี้ ความเร็วในการเรียนรู้ของเธอไม่ด้อยไปกว่าเขาเลย
"เป็นเพื่อนกับหนูได้ไหมคะ? เดี๋ยวหนูให้ลูกบาศก์ไม้ของหนู"
นี่คือความจริงใจสูงสุดของอันอันแล้ว เพราะเธอไม่เคยให้ลูกบาศก์ไม้ของเธอกับใครมาก่อน
"อันอัน!" หนิงหนิงเบียดตัวออกมาจากฝูงชน วิ่งไปเกาะแขนอันอัน เขาจับมือน้อยๆ ของอันอันไว้แน่น กลัวว่าตาแก่ใจร้ายจะขโมยอันอันไป
"ฉันไม่ชอบลูกบาศก์ไม้"
อันอันถามอย่างจริงจัง "แล้วคุณปู่ชอบอะไรคะ? หนูมีเงินนะ"
อันอันย้ำ "ถ้าเป็นเพื่อนกับหนู เดี๋ยวหนูให้เงิน" หม่าม้าเก็บเงินไว้ให้เธอเยอะแยะเลย
เธอจำได้ว่าตอนที่หลิวข่ายกับเฉียวมี่มาเล่นกับเธอ หม่าม้าก็จ่ายเงินให้พวกเขา
"ฉันก็มีเงินเหมือนกัน"
หนิงหนิงมองอันอัน สลับกับมองซูซื่อเซียน แล้วถอนหายใจเหมือนผู้ใหญ่
เขาหันไปพูดกับซูซื่อเซียนว่า "เล่นกับอันอันเถอะนะ ถ้าคุณปู่เล่นกับอันอัน เดี๋ยวหนูนวดไหล่ นวดขาให้ หม่าม้าบอกว่าหนูนวดเก่งมากเลยนะ!"
หวังฉียกมือปิดหน้าแล้วหันหนีเงียบๆ แต่เธอก็ไม่ได้ห้ามหนิงหนิง
ในความคิดของเธอ เด็กวัยนี้เป็นวัยที่ชอบแสดงออก การห้ามปรามมากเกินไปไม่เป็นผลดีต่อพัฒนาการ
พอหนิงหนิงพูดจบ อันอันก็จับมือหนิงหนิงแล้วพูดอย่างซาบซึ้ง "ขอบคุณนะหนิงหนิง"
ตั้งแต่นี้ไป ถ้าเห็นหนิงหนิงไปเล่นกับเด็กคนอื่น เธอจะไม่โกรธอีกแล้ว
หนิงหนิงยืดอกอย่างภาคภูมิใจ เขาคิดว่าขอแค่อันอันชอบ มีเพื่อนเป็นคนแก่ก็ไม่เห็นจะเป็นไร
ซูซื่อเซียนถูกเด็กน้อยสองคนจ้องตาแป๋ว แถมยังถูกยึดมือไปคนละข้างเพื่อกันไม่ให้เขาหนี
"พรุ่งนี้ฉันจะไปเมืองนอก กว่าจะกลับก็ปีหน้า เล่นกับพวกเธอไม่ได้หรอก"
อันอันปล่อยมือซูซื่อเซียนอย่างเศร้าสร้อย หนิงหนิงมองอันอันด้วยความเป็นห่วง
อันอันถามต่อ "ถ้ากลับมาปีหน้า จะมาเล่นด้วยได้ไหมคะ?"
ซูซื่อเซียนพยักหน้า
อันอันเขย่งเท้ากระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูซูซื่อเซียน พอใจแล้วเธอก็จะจูงมือหนิงหนิงกลับไปหาหวังฉี
หลินมู่ซือมองอันอันด้วยความสงสัย "อันอัน เมื่อกี้พูดอะไรกับคุณลุงเขาเหรอ?"
"เบอร์โทรศัพท์ที่บ้านค่ะ"
เวลานั้น ไทยมุงในศาลาเริ่มทยอยกันกลับไปเกือบหมดแล้ว ซูซื่อเซียนก็ลุกเดินจากไปหลังจากได้เบอร์โทรจากอันอัน โดยไม่สนใจผู้เฒ่าซูและผู้เฒ่าหลินที่ยังนั่งอยู่บนม้านั่งหินเลยแม้แต่น้อย