- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นแม่ของเหล่าบอสตัวร้าย
- บทที่ 202: เทศกาลไหว้พระจันทร์
บทที่ 202: เทศกาลไหว้พระจันทร์
บทที่ 202: เทศกาลไหว้พระจันทร์
บทที่ 202: เทศกาลไหว้พระจันทร์
วันที่ห้าหลังงานเลี้ยงฤดูใบไม้ร่วงสิ้นสุดลง ตรงกับวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปดพอดี
เช้าตรู่ หวังฉียังไม่ทันลืมตา อันอันกับหนิงหนิงก็ตื่นนอน ปีนขึ้นมาบนเตียง แล้วซุกไซ้หอมแก้มปลุกเธอคนละฟอด
หวังฉีใช้โอกาสในวันหยุดหายาก กอดเจ้าตัวเล็กทั้งสองแล้วงีบหลับต่ออีกสักพักบนเตียง
ช่วงสองวันมานี้อันอันอารมณ์ดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่มีหลิวข่ายมาเล่นหมากรุกด้วย และมีเฉียวมี่มาช่วยติวหนังสือและทำการทดลองเป็นเพื่อน
แน่นอนว่าถ้าอันอันมีความสุข หนิงหนิงก็ต้องมีความทุกข์เล็กน้อย
เมื่อก่อนเวลาเขาหันไปมองข้างหลังก็จะเห็นอันอันอยู่ตลอด แต่เดี๋ยวนี้อันอันไปโรงเรียนอนุบาลกับเขาแค่ตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายก็กลับบ้านไปเล่นกับคนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จักตั้งสองคน
หนิงหนิงอิจฉา
จู่ๆ เขาก็เข้าใจความรู้สึกของอันอันตอนที่โกรธเขาเมื่อก่อนแล้ว เหมือนกับที่เขากำลังงอนอันอันอยู่นิดหน่อยตอนนี้แหละ แค่นิดเดียวจริงๆ นะ
ความโกรธเล็กน้อยนี้ไม่ได้เกิดจากอันอันทำอะไรผิด แต่เป็นเพราะเวลาเขาไปเล่นกับอันอันและพี่สองคนนั้น เขาฟังสิ่งที่พวกเขาคุยกันไม่รู้เรื่องเลย
แต่อันอันฟังรู้เรื่องชัดเจน!
เขาไปฟ้องแม่ด้วยความน้อยใจ แม่ก็บอกแค่ว่าถึงจะเป็นฝาแฝดมังกรหงส์ แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันไปซะทุกอย่าง
อย่างเช่น คนหนึ่งเงียบขรึมไอคิวสูง อีกคนร่าเริงอีคิวสูง ทั้งคู่ต่างก็ยอดเยี่ยมเหมือนกัน
หนิงหนิงไม่อยากได้อีคิวสูง เขาอยากเล่นกับอันอันต่างหาก
ดังนั้น ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ เมื่อเพื่อนรุ่นพี่สองคนของอันอันหยุดพักผ่อนไม่ได้มาที่บ้าน หนิงหนิงจึงดีใจสุดขีด คอยเกาะติดอันอันแจ แทบอยากจะสิงร่างเธอไปทุกที่
หลังจากทั้งสามคนล้างหน้าแต่งตัวเสร็จ ป้าเสวี่ยเหมยก็ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป่าเปาด้วย
เป่าเปามานอนค้างที่บ้านสองวันแล้ว เพราะไป๋เย่าจูและต้วนฉางเฟิงต้องไปดูงานที่เมืองเผิง
ความจริงหนิงเจียงควรจะต้องไปด้วย แต่เขาเห็นว่าการฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์กับครอบครัวสำคัญกว่าการดูงาน อีกอย่างแค่ให้ไป๋เย่าจูกับต้วนฉางเฟิงไปจัดการก็เพียงพอแล้ว
ตอนเที่ยง ทุกคนพากันไปที่ร้านอาหารจีนในโรงแรมเถาหยวนหมิง
ต้องยอมรับว่าเซียงเจียวมีพรสวรรค์ในการบริหารโรงแรมจริงๆ แม้แต่หวังฉีที่มาจากอนาคตยังหาที่ติไม่ได้
เธอชอบอาหารจีนของที่นี่เป็นพิเศษ หัวหน้าเชฟอาหารจีนเป็นยอดฝีมือที่เซียงเจียวไปดึงตัวมาจากเมืองเฉวียนเฉิง รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ถูกปากครอบครัวหวังฉีมาก
คราวนี้ พอหนิงหนิงกับเป่าเปากินเสร็จ พวกเขาก็ไม่ได้รีบวิ่งออกไปเล่นทันที แต่กลับนั่งรออย่างเรียบร้อยบนเก้าอี้ รอให้อันอันกับป้าเสวี่ยเหมยกินเสร็จ
พอเห็นอันอันวางตะเกียบ หนิงหนิงก็รีบคว้ามืออันอันจูงออกไปเล่นทันที โดยมีป้าเสวี่ยเหมยเดินตามหลังเด็กๆ ทั้งสามไปติดๆ
เมื่อเหลือเพียงหวังฉีกับหนิงเจียงในห้องส่วนตัว หวังฉีก็ถามขึ้นมาลอยๆ "ช่วงนี้ที่มหาลัยเป็นไงบ้างลูก?"
"ก็ดีครับ"
"แล้วเรื่องหอพักล่ะ?"
หวังฉีเป็นห่วงว่าหนิงเจียงจะเข้ากับรูมเมทได้ไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหนิงเจียงแอบกลับมานอนบ้านทุกๆ สองสามวัน
ถ้าไม่ได้ขลุกอยู่ที่หอพักตลอด ความสัมพันธ์กับเพื่อนย่อมไม่แน่นแฟ้นเท่าคนที่อยู่ประจำ
"ก็โอเคครับ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายกัน"
เขาพอใจกับสถานการณ์ตอนนี้มาก เขาไม่มีนิสัยนอนกลางวัน เลยไม่ค่อยกลับหอพัก จะมีบ้างที่กลับไปนอนค้างเป็นครั้งคราว แต่ส่วนใหญ่เขาจะอยู่กับต้วนฉางเฟิงและไป๋เย่าจูมากกว่า
ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาก็ไม่อยากเสียเวลากับความสัมพันธ์ทางสังคมที่ไร้ประโยชน์
"ทางพี่จ้าวซือรุ่ยพัฒนาเร็วมากครับ ผมกะว่าจะเปิดเว็บไซต์ทดลองใช้ปีหน้า ดูผลตอบรับก่อน"
หวังฉีพยักหน้า บริษัทหลงซวินเทคโนโลยีของจ้าวซือรุ่ยเรียกได้ว่า 'ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม' แม้ตอนนี้จะดูไปได้ดี แต่อีกไม่กี่ปีข้างหน้า กระแสของมันจะต้องมาแรงแซงโค้งธุรกิจอื่นๆ ที่หวังฉีลงทุนไปทั้งหมดแน่นอน
"ค่อยเป็นค่อยไปเถอะลูก ยังมีเวลาอีกเยอะ"
"ครับ"
ถึงปากจะรับคำ แต่ในใจหนิงเจียงกลับร้อนรุ่ม โดยเฉพาะหลังจากรู้เรื่องที่หวังฉีเจอในงานเลี้ยงฤดูใบไม้ร่วงของตระกูลซู
เขาต้องรีบโต ต้องแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด จนไม่มีใครกล้าดูถูกแม่เขาได้อีก
ขณะที่ทั้งสองคุยสัพเพเหระกันอยู่ จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูห้องส่วนตัว
หวังฉีกับหนิงเจียงนึกว่าเป็นอันอัน หนิงหนิง และเจ้าตัวเล็กอีกคนกลับมาจากการวิ่งเล่นเหนื่อยๆ แต่ผิดคาด คนที่เปิดประตูเข้ามากลับเป็นหลินมู่ซือ
"นายมาทำอะไรที่นี่?" หนิงเจียงขมวดคิ้วเล็กน้อย นึกว่าเขาไปเมืองนอกกับโจวไหวแล้วซะอีก
หวังฉีเองก็แปลกใจนิดหน่อย
หลินมู่ซือมองหนิงเจียงที่มีท่าทีระแวดระวัง แล้วยิ้มตอบ "ฉันมาทานข้าวกับคุณปู่พร้อมกับคุณพ่อน่ะ"
"นายบอกว่าพ่อมาด้วยเหรอ?" น้ำเสียงหนิงเจียงเย็นชาขึ้นทันที ช่วยไม่ได้ เขาเกลียดขี้หน้าหลินเฉินจริงๆ "แล้วนายรู้ได้ไงว่าเราอยู่ห้องนี้?"
"หนิงหนิงบอกน่ะ" หลินมู่ซือนั่งลงข้างๆ หนิงเจียง ยิ้มให้ "ไม่ต้องเกร็ง พ่อฉันไปส่งคุณปู่แล้ว ฉันมาคนเดียว"
พูดจบ เขาก็อธิบายต่อ "ฉันบังเอิญเจออันอันกับหนิงหนิงตอนเดินออกมา รู้ว่าพวกนายอยู่ที่นี่เลยแวะมาทักทาย"
"เทศกาลไหว้พระจันทร์ไม่กลับไปฉลองที่ฮ่องกง ทางนู้นเขาจะไม่ว่าเหรอ?"
ยิ่งตระกูลใหญ่ ความเป็นตระกูลยิ่งเข้มข้น โดยเฉพาะทางฮ่องกงที่ให้ความสำคัญกับเทศกาลไหว้พระจันทร์มาก
หลินมู่ซือรินน้ำใส่แก้วให้ตัวเองพลางตอบ "ว่าก็ว่าไปสิ ตอนนี้ตระกูลหลินอยู่ในมือพ่อฉัน ต่อให้คัดค้านแล้วจะทำอะไรได้?"
"พวกเขาไม่กล้าแหยมกับพ่อฉันหรอก ก็ต้องอาศัยเงินปันผลที่พ่อฉันแบ่งให้ประทังชีวิตกันทั้งนั้น"
หวังฉีเงียบ จริงอย่างที่ว่า ใครกุมอำนาจเงิน คนนั้นก็มีสิทธิ์พูด
"ทำไม พ่อนายเล็งอิทธิพลของตระกูลหลินสายเมืองหลวงอยู่เหรอ?" หนิงเจียงพูดแทงใจดำ
"ต่อให้เล็งก็เปล่าประโยชน์ ถึงพ่อฉันจะเป็นหลานโปรดของคุณปู่ แต่คุณปู่ไม่มีทางยกอิทธิพลของตระกูลหลินสายเมืองหลวงให้พ่อฉันหรอก"
"หายากนะที่ประธานหลินจะทำดีกับใครโดยไม่หวังผลตอบแทน"
หลินมู่ซือมองหนิงเจียง "ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่หวังผลซะทีเดียว"
พ่อเขาไม่ใช่คนประเภทลงแรงเปล่า แต่ตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าพ่อมีเจตนาอะไรกับตระกูลหลินสายเมืองหลวงกันแน่
หลังจากใช้เวลาด้วยกันมาสักพัก ทั้งคู่ก็เริ่มมีวิธีปฏิสัมพันธ์กันในแบบของตัวเอง
หวังฉีจิบชาพลางมองดูเด็กหนุ่มสองคนที่เริ่มเถียงกันตั้งแต่หลินมู่ซือเดินเข้ามา
เถียงกันตั้งแต่เรื่องสากกะเบือยันเรือรบ โดยเฉพาะเมื่อหลินมู่ซือรู้ว่าบริษัทของหนิงเจียงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างและค่อยๆ เข้าที่เข้าทาง แววตาเขาก็ฉายแววอิจฉาเล็กน้อย
"อันที่จริง ฉันก็อยากลองเริ่มธุรกิจของตัวเองเหมือนกันนะ"
หนิงเจียงตอบอย่างไม่ยี่หระ "อยากลองก็ลองสิ ใครห้ามนายไว้ล่ะ"
หลินมู่ซือถอนหายใจ "มันไม่ง่ายขนาดนั้นน่ะสิ"
ตอนนี้เขาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลิน ทางตระกูลเข้มงวดกับเขามาก
ภายนอกดูเหมือนให้อิสระ แต่จริงๆ แล้วมีกฎระเบียบข้อบังคับยุบยับไปหมด ทุกย่างก้าวถูกจับตามอง
บางทีเขาก็อิจฉาหนิงเจียง อิจฉาอันอันกับหนิงหนิงด้วย
การได้อยู่กับหวังฉี พวกเขามีชีวิตที่อิสระและสบายใจเหลือเกิน
ขณะที่ทั้งสองคุยกันอยู่ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง หนิงหนิงวิ่งหน้าตื่นน้ำตาคลอเบ้าเข้ามาหาหวังฉี
พอเห็นหนิงหนิง หวังฉีก็มองออกไปข้างนอกโดยสัญชาตญาณ นอกจากเป่าเปาที่วิ่งตามหลังมา เธอไม่เห็นเงาของอันอันหรือป้าเสวี่ยเหมยเลย
"อันอันอยู่ไหนลูก?"
หนิงหนิงกอดแขนหวังฉี ร้องไห้ฟูมฟาย "อันอันกำลังเล่นหมากรุกอยู่กับตาแก่ใจร้ายฮะ"