- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นแม่ของเหล่าบอสตัวร้าย
- บทที่ 204: เครื่องมือชิงอำนาจ
บทที่ 204: เครื่องมือชิงอำนาจ
บทที่ 204: เครื่องมือชิงอำนาจ
บทที่ 204: เครื่องมือชิงอำนาจ
"กระดานหมากรุกสามกระดานนี้สนุกมาก" ท่านผู้เฒ่าซูกล่าวพลางลุกขึ้นยืนมองอันอันที่ยืนอยู่ข้างน้าฉี
ตอนแรกที่ได้ยินซูซื่อเซียนพูดถึง ท่านผู้เฒ่าซูยังไม่มีภาพที่ชัดเจนนัก แต่หลังจากประมือกับอันอันไปสามกระดาน ท่านก็พอจะเข้าใจระดับสติปัญญาของอันอันได้บ้างแล้ว
ตอนที่ซื่อเซียนอายุเท่าอันอัน ความสามารถของเขายังด้อยกว่าอันอันในตอนนี้เสียอีก
ถ้าซื่อเซียนคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งในรุ่นของเขา เช่นนั้นหากอันอันกลับมาที่ตระกูลซู เธอจะเป็นอัจฉริยะหนึ่งเดียวที่ไม่มีใครเทียบได้ในรอบสองรุ่นหลัง
น่าเสียดายก็ตรงที่... ท่านผู้เฒ่าซูเหลือบมองน้าฉีที่ยืนปกป้องอันอันอยู่
ดูเหมือนเธอจะมีความประทับใจที่ไม่ค่อยดีต่อตระกูลซูเท่าไรนัก
"อันอันฉลาดจริงๆ" ท่านผู้เฒ่าซูเอ่ยชมจากใจ ถ้าเพียงแต่เธอกลับมาที่ตระกูลซูได้
อันอันจับมือน้าฉีไว้แน่นและไม่พูดอะไร น้าฉียิ้มตอบ "ขอบคุณค่ะ ก็แค่งานอดิเรกของเด็กๆ เท่านั้นเอง"
ความฉลาดของแกไม่เกี่ยวกับตระกูลซูหรอกนะ
"งั้นก็ดีแล้ว" ท่านผู้เฒ่าซูมองเด็กๆ ที่อยู่ข้างน้าฉีแล้วยิ้ม "ลาก่อนนะเด็กๆ"
"สวัสดีครับคุณปู่" หนิงหนิงยิ้มพร้อมโบกมือลา อันอันกับเป่าเปาก็โบกมือลาเช่นกัน
เรื่องมารยาทพื้นฐาน เจ้าตัวเล็กทั้งสามไม่เคยทำให้ผิดหวัง
ท่านผู้เฒ่าซูมองไปทางท่านผู้เฒ่าหลินที่ยังนั่งอยู่บนม้านั่งหิน แล้วถามว่า "เมื่อกี้หลินเฉินอยู่แถวนี้ไม่ใช่เหรอ?"
ท่านผู้เฒ่าหลินตอบอย่างไม่ใส่ใจ "เขายุ่งมาก ลูกชายเขายังอยู่นี่ไม่ใช่เหรอ? มู่ซือ มานี่สิ"
ท่านผู้เฒ่าหลินกวักมือเรียกหลินมู่ซือ
หลินมู่ซือเดินผละจากข้างหนิงเจียงไปหาท่านผู้เฒ่าหลิน
"สวัสดีครับท่านผู้เฒ่าซู" หลินมู่ซือทักทายท่านผู้เฒ่าซูหลังจากยืนนิ่ง
ท่านผู้เฒ่าซูยิ้มและพยักหน้า ดูเหมือนหลินมู่ซือจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวของน้าฉี ไม่เหมือนกับว่ากลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันหลังจากเลิกรากันไป
การใช้เหตุผลหลังจบความสัมพันธ์และไม่ใช้อารมณ์มาตัดสิน เขาทำได้ดีมาก
"งั้นฉันขอตัวก่อน ไว้ว่างๆ ค่อยนัดเจอกันใหม่" ท่านผู้เฒ่าซูบอกลาทุกคน แล้วมองอันอันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินจากไป
ในเมื่อตอนนี้น้าฉียังมีความประทับใจต่อตระกูลซูไม่ดีนัก ท่านก็จะพยายามแก้ไขมัน
แผนการที่เปิดเผยและจริงใจย่อมได้ผลดีกว่าสิ่งอื่นใด
หลังจากท่านผู้เฒ่าซูจากไป หลินมู่ซือก็ถามท่านผู้เฒ่าหลินด้วยความสงสัย "คุณปู่ไม่ได้กลับไปพร้อมพ่อเหรอครับ?"
"อ้อ พอดีเจอกับตาแก่ซูระหว่างทาง เลยกลับมานั่งคุยด้วยหน่อย"
พูดพลาง ท่านผู้เฒ่าหลินก็มองไปที่หนิงหนิงซึ่งยืนอยู่ข้างน้าฉีแล้วยิ้ม "ที่แท้เจ้าหนูที่ช่วยฉันไว้ก็คือลูกของหนูนี่เอง"
หนิงหนิงได้ยินท่านผู้เฒ่าหลินชมก็ยิ้มแก้มปริ เงยหน้าบอกน้าฉี "หม่าม้า หนูช่วยคุณปู่เก็บไม้เท้าด้วยแหละ!"
น้าฉีลูบหัวหนิงหนิงเป็นการให้กำลังใจ "ท่านผู้เฒ่าหลินคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเราขอตัวกลับก่อนนะคะ"
เธอกลัวว่าหลินเฉินอาจจะโผล่มาเมื่อไหร่ก็ได้ และตอนนี้ไม่ให้อันอันเจอหลินเฉินจะเป็นการดีที่สุด
"ได้ๆ เจ้าหนู ว่างๆ แวะมาเล่นที่บ้านปู่นะ!" ท่านผู้เฒ่าหลินพูดกับหนิงหนิงอย่างเอ็นดู
หนิงหนิงพยักหน้ารับคำอย่างจริงจัง "โอเคคับ เดี๋ยวหนูจะเอาฮ่าฮ่าไปอวดคุณปู่ด้วย!"
ท่านผู้เฒ่าหลินยิ้มและโบกมือ "ดีเลย!"
เด็กคนนี้น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ ถ้าภรรยาของท่านได้เห็นคงต้องหลงรักแกแน่ๆ
ขณะที่น้าฉีพาเด็กๆ เดินออกมา หนิงหนิงแกว่งมืออันอันกับเป่าเปาไปมา
"หนิงหนิง หนูไปเจอคุณปู่คนนั้นที่ไหนลูก? ตอนนั้นไม่มีคนอื่นอยู่กับท่านเลยเหรอ?"
หนิงหนิงส่ายหน้า "เปล่าคับ ตอนแรกหนูไม่เห็นท่านหรอก เป็นพ่อของพี่หลินมู่ซือที่บอกว่ามีคุณปู่ล้มอยู่ตรงนั้น แล้วให้หนูเข้าไปช่วย"
น้าฉีชะงักฝีเท้า หนิงเจียงก็หยุดเดินเช่นกัน
น้าฉีก้มลงมองหน้าใสซื่อของหนิงหนิงแล้วถามอย่างจริงจัง "หนูบอกว่าเมื่อกี้พ่อของหลินมู่ซือเป็นคนบอกให้หนูไปช่วยคุณปู่เหรอ?"
หนิงหนิงพยักหน้าเป็นเรื่องปกติ "ใช่คับ ตอนนั้นหนูกำลังหาที่ซ่อนของเป่าเปากับอันอันอยู่"
หนิงเจียงมองน้าฉีที่กำลังขมวดคิ้ว "แม่ครับ"
เขารู้ดีว่าตาแก่หลินเฉินนั่นเข้าหาอันอันกับหนิงหนิงย่อมไม่มีเจตนาดีแน่
"ไม่มีอะไรหรอก"
เธอแค่กำลังคิดว่าทำไมหลินเฉินถึงทำแบบนี้ ทำไมเขาถึงให้หนิงหนิงเข้าหาท่านผู้เฒ่าหลิน
น้าฉีไม่เชื่อหรอกว่าหลินเฉินทำไปโดยไม่ตั้งใจ คนอย่างเขาไม่ทำอะไรที่ตัวเองไม่ได้ประโยชน์แน่
น้าฉีนั่งยองๆ แล้วบอกกับหนิงหนิงและอันอัน "จำไว้นะลูก ต่อไปถ้าเจอคุณลุงคนนั้น ไม่ว่าเขาจะขอให้ทำอะไร ห้ามตกลงเด็ดขาดนะ"
ในเมื่อหลินเฉินผิดสัญญาแอบมาเจอหนิงหนิง เธอก็ไม่ผิดที่จะสั่งให้อันอันกับหนิงหนิงอยู่ห่างจากเขา
"โอเคคับ/ค่ะ"
"ไม่ใช่แค่เขานะ ถ้ามีคนแปลกหน้ามาขอให้หนูช่วยอะไร ก็ห้ามตกลงเหมือนกัน"
หนิงหนิงถามด้วยความงุนงง "แต่ในหนังสือบอกว่าเด็กดีต้องรู้จักช่วยเหลือผู้อื่นนี่คับ"
"แต่มันต้องดูสถานการณ์ด้วยลูก ผู้ใหญ่ปกติเขาไม่ขอความช่วยเหลือจากเด็กหรอก"
เห็นหนิงหนิงยังไม่ค่อยเข้าใจ น้าฉีเลยยกตัวอย่าง "สมมติว่าหนูอยากกินแอปเปิ้ลปอกเปลือก แต่หนูปอกไม่เป็น แล้วมีเป่าเปากับพี่ชายยืนอยู่ตรงหน้า หนูจะขอให้ใครช่วย?"
หนิงหนิงตอบทันที "พี่ชาย!"
"ถูกต้อง เห็นไหมว่าคนเราไม่ขอความช่วยเหลือจากคนที่อ่อนแอกว่าตัวเอง ถ้าเขามาขอให้หนูช่วย แสดงว่าเขาต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่ๆ"
"แล้วในทีวีไม่ได้บอกเหรอว่าถ้าต้องการความช่วยเหลือให้ไปหาตำรวจ? เด็กอย่างพวกหนูจะไปช่วยอะไรได้?"
"ช่วยโทรเรียกตำรวจเหรอคับ?" หนิงหนิงสรุป
"ใช่จ้ะ" น้าฉีกำชับอย่างจริงจัง "พวกหนูยังเด็ก เล่นได้ แต่ห้ามคลาดสายตาจากพี่บอดี้การ์ด เข้าใจไหม?"
อันอันกับหนิงหนิงพยักหน้าอย่างจริงจัง เป่าเปาก็ยืนพยักหน้าหงึกหงักอยู่ข้างๆ
หลังจากกำชับเสร็จ น้าฉีก็พาเด็กๆ กลับบ้านทันที...
หลังจากหลินมู่ซือมองส่งน้าฉีและคนอื่นๆ จนลับสายตา เขาถามท่านผู้เฒ่าหลิน "เราไปนั่งรอในรถก่อนดีไหมครับ?"
"ไม่ต้องหรอก รอพ่อแกเถอะ"
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา หลินเฉินปรากฏตัวที่ศาลาพักร้อนหลังจากน้าฉีจากไปไม่ถึงสองนาที
ท่านผู้เฒ่าหลินยิ้มล้อเลียน "ใครไม่รู้คงนึกว่าแกกำลังหลบหน้าครอบครัวแม่หนูนั่น"
หลินเฉินยิ้มและไม่ตอบ เขากำลังหลบหน้าอันอันอยู่จริงๆ นั่นแหละ ขืนอันอันเห็นเขาแล้วเกิดอาการกำเริบขึ้นมา น้าฉีคงเล่นงานเขาตายแน่
แต่เรื่องที่อันอันเป็นอัจฉริยะไอคิวสูงนั้นเป็นเรื่องที่เขาคาดไม่ถึงจริงๆ
หลินมู่ซือยืนเงียบๆ อยู่ข้างท่านผู้เฒ่าหลิน เขาพอจะเดาได้ว่าทำไมพ่อถึงหลบหน้าอันอัน
แต่เขาไม่คิดว่าคนเอาแต่ใจอย่างพ่อจะยอมฟังคำสั่งของน้าฉีจริงๆ
"กลับกันเถอะ ดึกแล้ว"
หลินเฉินเดินเข้าไปประคองท่านผู้เฒ่าหลิน
แม้ร่างกายท่านผู้เฒ่าจะยังแข็งแรง แต่อาการอัลไซเมอร์ของท่านก็แย่ลงกว่าเมื่อก่อนนิดหน่อย
เขารู้ดีว่าต่อให้เขากับหลินมู่ซือจะเป็นลูกหลานตระกูลหลินที่ท่านผู้เฒ่าพึงพอใจอยู่บ้าง แต่ท่านไม่มีวันยอมยกธุรกิจและคอนเนคชั่นให้พวกเขาแน่
แต่... ถ้าเป็นอันอันกับหนิงหนิงล่ะ?
พวกเขามีสายเลือดตระกูลหลิน และไม่ได้เติบโตมาในตระกูลหลิน ดังนั้นท่านผู้เฒ่าหลินน่าจะไม่ปฏิเสธพวกเขา
ในความคิดของหลินเฉิน ไม่มีใครเหมาะสมที่จะสืบทอดความมั่งคั่งของตระกูลหลินสายเมืองหลวงไปกว่าอันอันกับหนิงหนิงอีกแล้ว
น้าฉีไม่รู้แผนการของหลินเฉิน แต่ถ้ารู้ เธอคงไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้นๆ แน่
แม้บางครั้งเธอจะใช้เล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจบ้าง แต่เธอไม่มีวันฉวยโอกาสจากความรู้สึกของคนแก่ที่ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมเพื่อแย่งชิงสมบัติเด็ดขาด
เธอสามารถรับประกันชีวิตความเป็นอยู่ของอันอันกับหนิงหนิงได้ และอนาคตของพวกเขา พวกเขาจะเป็นคนกำหนดเอง
เธอจะไม่ยอมให้อันอันกับหนิงหนิงกลายเป็นเครื่องมือในการชิงอำนาจและกอบโกยความมั่งคั่งของหลินเฉินเป็นอันขาด