- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นแม่ของเหล่าบอสตัวร้าย
- บทที่ 16: สิทธิ์การเลี้ยงดู
บทที่ 16: สิทธิ์การเลี้ยงดู
บทที่ 16: สิทธิ์การเลี้ยงดู
บทที่ 16: สิทธิ์การเลี้ยงดู
หนิงสือเอ่ยอย่างไม่อายปาก "ไอ้เด็กอกตัญญู แกยังมียางอายอยู่ไหม? ปู่ของแกก็คือพ่อของฉัน สมบัติของเขาก็ต้องเป็นของฉัน แกกินของฉัน ใช้ของฉัน แล้วจะมาบอกว่าฉันไม่ได้เลี้ยงดูแกได้ยังไง?"
"ใช่! ในเมื่อตอนนี้แม่แกกลับมาแล้ว ก็ควรจะคืนเงินค่าเลี้ยงดูตลอดหลายปีที่ผ่านมาให้พวกเราด้วย อ้อ แล้วก็!" ป้าสะใภ้ใหญ่ปรายตามองหวังฉีที่งดงามขึ้นผิดหูผิดตาจากเมื่อสิบปีก่อนด้วยความริษยา หล่อนพูดโพล่งออกมาว่า "ตอนนั้นเพื่อใช้หนี้ให้พ่อของหนิงเจียง พวกบ้านั่นบุกเข้ามาทำลายข้าวของในบ้านฉันเสียหายไปตั้งเยอะ! บ้านหลังนั้นพวกเราไม่ได้ยึดครองไว้นะ แต่มันถูกขายเอาเงินไปใช้หนี้ให้หนิงกังหมดแล้ว ดังนั้นบ้านหลังนี้สมควรตกเป็นของพวกเรา และเธอต้องจ่ายค่าชดเชยมาให้เราด้วย!"
"พวกคุณสองคนนี่คิดเลขเก่งจริงนะ ทำไมไม่ไปปล้นเขาเลยล่ะ?" หวังฉีโกรธจนหลุดขำออกมาให้กับความหน้าด้านของคนทั้งคู่ คนบางประเภทก็เป็นเสียแบบนี้ พอได้คืบก็จะเอาศอก
เธอกล่าวต่อ "เรื่องของหนิงกังก็เป็นส่วนของหนิงกัง ไม่เกี่ยวกับฉัน และไม่เกี่ยวกับหนิงเจียงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย ส่วนเรื่องที่ว่าเงินจากการขายบ้านถูกนำไปใช้หนี้จริงหรือไม่ พวกคุณสองคนน่าจะรู้อยู่แก่ใจดีที่สุด หรือจะให้ฉันพาไปเผชิญหน้ากับหยางจวินดูไหมล่ะ ว่าเขาได้รับเงินก้อนนั้นหรือเปล่า?"
คำพูดของหวังฉีเป็นเพียงการคาดเดาจากนิสัยขี้งกของคนทั้งคู่ แต่เมื่อพูดจบและเห็นสีหน้าตกใจของหนิงสือกับภรรยา หวังฉีก็รู้ทันทีว่าเธอเดาถูก
"ฉันจะไม่พูดอ้อมค้อมกับพวกคุณแล้วนะ ฉันมาที่นี่เพื่อรับตัวหนิงเจียงไป ในเมื่อเจอกันแล้วฉันก็จะบอกให้รับรู้ไว้ ถึงแม้ว่าการบอกหรือไม่บอกพวกคุณ มันจะไม่มีผลอะไรกับฉันเลยก็ตาม"
"ไม่ได้! อย่าแม้แต่จะคิด! หนิงเจียงเป็นลูกหลานตระกูลหนิงของเรา พวกเราเลี้ยงดูเขามาตั้งหลายปี จู่ๆ จะให้เขาจากไปกับเธอได้ยังไง?"
เมื่อเห็นว่าแผนแรกไม่ได้ผล หนิงสือจึงงัดแผนสองขึ้นมา สรุปสั้นๆ ก็คือ ถ้าอยากจะเอาตัวหนิงเจียงไป ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนมาเสียก่อน
ส่วนค่าตอบแทนคืออะไรน่ะหรือ ก็ต้องเป็นเงินอยู่แล้ว!
ทว่าหวังฉีไม่หลงกล "กฎหมายระบุไว้ว่าก่อนที่เด็กจะบรรลุนิติภาวะ จะต้องอยู่ในการดูแลของพ่อแม่ ตอนนี้หนิงกังหายสาบสูญ ดังนั้นฉันจึงเป็นญาติสายตรงเพียงคนเดียวของหนิงเจียง ต่อให้หนิงกังอยู่ที่นี่ แต่หนิงเจียงอายุสิบสี่แล้ว เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกเอง และนั่นก็ไม่เกี่ยวกับความสมัครใจของพวกคุณเลยสักนิด!"
"ฉันไม่รู้กฎหมายอะไรทั้งนั้นแหละ! ฉันรู้แค่ว่า ถ้าเธออยากจะพาหนิงเจียงไป และย้ายชื่อเขาออกจากทะเบียนบ้านตระกูลหนิงของพวกเรา เธอต้องจ่ายมาสองหมื่นหยวน ไม่อย่างนั้นก็ฝันไปเถอะ!"
ขอบตาของหนิงเจียงแดงก่ำเมื่อได้ยินตัวเลขสองหมื่นหยวน "ทำไมพวกอาไม่ไปปล้นเขาเลยล่ะ!"
หวังฉีดึงตัวหนิงเจียงที่กำลังโกรธจัดกลับมา แม้เงินสองหมื่นหยวนจะไม่ได้มากมายอะไรสำหรับเธอในตอนนี้ แต่ถ้าเธอยอมจ่ายให้ง่ายๆ พวกเขาจะรู้สึกว่าเรียกน้อยไป และจะหาทางรีดไถเงินจากเธอไม่จบไม่สิ้น
"ถ้าอย่างนั้นเราไปเจอกันที่ศาลเถอะ พอดีฉันมีเพื่อนอยู่ที่เมือง W อยู่บ้าง ให้ศาลตัดสินดีไหมว่าสิทธิ์การเลี้ยงดูหนิงเจียงควรจะเป็นของใคร?"
หนิงสือและภรรยาใจฝ่อลงทันทีเมื่อได้ยินคำว่า "ขึ้นศาล" เพราะพวกเขารู้อยู่แก่ใจดีว่าได้เลี้ยงดูหนิงเจียงจริงหรือไม่ แต่จะให้ยอมแพ้ไปเฉยๆ ก็ทำใจไม่ได้
"หนึ่งหมื่น! จ่ายมาหนึ่งหมื่นหยวน แล้วพรุ่งนี้เราจะโอนชื่อหนิงเจียงให้เธอ ดูท่าทางเธอคงไม่อยู่เมือง W นานหรอก รีบๆ ทำให้มันจบไปจะดีกับทั้งสองฝ่าย!"
"ห้าพัน" หวังฉีต่อราคาลงครึ่งหนึ่งทันที "เงินห้าพันนี้ฉันให้เพราะเห็นแก่หน้าปู่ของหนิงเจียงที่เสียไปแล้วหรอกนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ให้พวกคุณแม้แต่สตางค์แดงเดียว"
หนิงสือคาดไม่ถึงว่าหวังฉีที่เมื่อก่อนไม่กล้าแม้แต่จะเถียง จะกลายเป็นคนแข็งกร้าวขนาดนี้ เขาหันไปสบตาภรรยา เมื่อเห็นภรรยาพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ หนิงสือจึงตอบตกลงอย่างจำยอม "ก็ได้ ห้าพันก็ห้าพัน พรุ่งนี้เช้าเก้าโมง เจอกันที่หน้าสถานีตำรวจเขตอวี้เหอ!"
"ตกลง"
...
ระหว่างทางกลับโรงแรมจากโรงพยาบาล หนิงเจียงเอาแต่นั่งเงียบ
เนื่องจากมีหลี่คุนและหลิวต้านั่งอยู่ด้วย หวังฉีจึงไม่ได้เอ่ยปากปลอบใจหนิงเจียงในทันที จนกระทั่งกลับมาถึงห้องพักในโรงแรม หวังฉีถึงได้ถามเขาว่า "เป็นอะไรไป? ไม่ดีใจเหรอ?"
หนิงเจียงส่ายหน้า เขานั่งก้มหน้าอยู่บนเตียงแล้วพึมพำเสียงเบา "ขอโทษครับ ผมทำให้แม่เดือดร้อน"
สองหมื่นหยวนนั้นมากมายมหาศาล และห้าพันหยวนก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เขายังไม่ได้เริ่มใช้ชีวิตอยู่กับแม่จริงๆ จังๆ ด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้แม่ต้องเสียเงินเพื่อเขามากขนาดนี้ เขากลัว... กลัวว่าหวังฉีจะเสียใจภายหลัง เสียใจที่เลือกจะรับเขามาอยู่ด้วย
"เงยหน้าขึ้นสิ"
หนิงเจียงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"ลูกไม่จำเป็นต้องขอโทษแม่ และลูกก็ไม่ได้ทำให้แม่เดือดร้อน ลูกเป็นลูกชายของแม่ แม่ก็ต้องออกหน้าปกป้องลูกและจัดการเรื่องพวกนี้ให้ มันเป็นสิ่งที่คนเป็นแม่สมควรทำอยู่แล้ว"
หวังฉีตบไหล่หนิงเจียงเบาๆ แล้วยิ้มปลอบโยน "ต่อจากนี้ไป ห้ามก้มหน้าห่อไหล่อีกนะ ลูกชายของแม่หล่อเหลาขนาดนี้ ต้องยืดอกเชิดหน้าเข้าไว้ ให้ทุกคนได้เห็นว่าแม่มีลูกชายที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน"
"ผมไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอกครับ"
"ถ้าแม่บอกว่าดี ก็แปลว่าดี" หวังฉีพูดพลางลุกขึ้นยืน "อย่าคิดมากเลย กินข้าวเย็นเสร็จแล้วก็รีบเข้านอนนะ พรุ่งนี้เราจะไปสถานีตำรวจเพื่อย้ายชื่อลูกเข้ามา จากนี้ไปเราจะมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันแล้วนะ! ตกลงไหม?"
"ครับ!"
เมื่อได้ยินว่าจะได้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกับแม่ ในที่สุดหนิงเจียงก็เผยรอยยิ้มออกมาจากใจจริง...
เช้าวันรุ่งขึ้น หนิงเจียงตื่นนอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง
นี่เป็นวันแรกที่เขาจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับแม่
หวังฉีตื่นนอนตอนเจ็ดโมงตรง เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น กลับไม่เห็นเงาของหนิงเจียง
หวังฉีขมวดคิ้ว หรือว่าเด็กคนนี้จะหนีไปเพราะเรื่องเมื่อวาน?
ยังไม่ทันที่หวังฉีจะสวมรองเท้าเพื่อออกไปตามหา ประตูก็ถูกเปิดออก หนิงเจียงเดินเข้ามาพร้อมกับอาหารเช้าในมือ
หวังฉีถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นหนิงเจียงกลับมา เขาช่างเหมือนเธอในวัยเด็กเหลือเกิน ซึ่งนั่นทำให้หวังฉีรู้สึกเอ็นดูและสงสารเขาทุกครั้งที่มองเห็น
"ทำแม่ตกใจแทบแย่ คราวหน้าจะออกไปไหนต้องบอกแม่ก่อนนะรู้ไหม" หวังฉีสวมบทบาทความเป็นแม่ของหนิงเจียงอย่างเต็มตัว ความรู้สึกที่เธอมีต่อหนิงเจียงนั้นซับซ้อน
ในด้านหนึ่ง เธอปฏิบัติกับเขาเหมือนลูกแท้ๆ และอยากดูแลเขาให้ดีที่สุด ในอีกด้านหนึ่ง เธอมองเห็นเงาของตัวเองในวัยเด็กซ้อนทับอยู่บนตัวเขา การชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปให้เขา จึงเปรียบเสมือนการชดเชยให้กับตัวเธอเองในอดีตทางอ้อมด้วย
"ผมเห็นแม่ยังไม่ตื่นดี ก็เลยไม่ได้บอกครับ"
หวังฉีเดินเข้าไปรับอาหารเช้าจากมือหนิงเจียง แล้วว่า "ไม่เป็นไร เดี๋ยวพอกลับถึงเมืองเผิง แม่จะซื้อเพจเจอร์หรือมือถือรุ่นกระติกน้ำให้ลูกสักเครื่อง จะได้ติดต่อกันสะดวกๆ"
"จะไม่เปลืองเงินแย่เหรอครับ?"
"ใช้เงินกับลูกชายแม่ ไม่เรียกว่าสิ้นเปลืองหรอก" หวังฉีดึงตัวหนิงเจียงให้นั่งลง "ว้าว อาหารเช้าพวกนี้ของโปรดแม่ทั้งนั้นเลย!"
หนิงเจียงเห็นว่าหวังฉีชอบ รอยยิ้มผ่อนคลายก็ปรากฏบนใบหน้า
เสี่ยวหลงเปากับเต้าฮวยและไข่ต้มใบชา แม้จะเป็นมื้อเช้าที่เรียบง่าย แต่อร่อยถูกปากจริงๆ!
จริงด้วย เมื่อเทียบกับรสชาติที่ค่อนข้างหวานทางใต้แล้ว เธอชอบรสชาติเค็มๆ มันๆ แบบนี้มากกว่า
เมื่อคืนดึกเกินไป หวังฉีจึงไม่มีเวลาพาหนิงเจียงไปซื้อเสื้อผ้า โชคดีที่หนิงเจียงยังมีเสื้อผ้าติดกระเป๋ามาบ้าง หลังจากจัดการเรื่องโอนสิทธิ์การเลี้ยงดูเสร็จวันนี้ เธอตั้งใจจะพาเขาไปห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อชุดใหม่ให้
หลิวต้าขับรถพาหวังฉีและหนิงเจียงไปส่งที่สถานีตำรวจ โดยมาถึงก่อนเวลาเก้าโมงห้านาทีพอดิบพอดี เมื่อไปถึง หนิงสือและภรรยาก็มารออยู่ก่อนแล้ว แต่ทว่า นอกจากพวกเขาสองคน ยังมีหญิงชราผมขาวโพลนยืนอยู่ที่หน้าสถานีตำรวจด้วยอีกคนหนึ่ง
หญิงชรามมองเห็นหนิงเจียงก้าวลงจากรถ ก็รีบถลาเข้ามาหาพลางร้องไห้ฟูมฟาย "เจียงเจียง! ย่าไม่ยอมนะ!"