- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นแม่ของเหล่าบอสตัวร้าย
- บทที่ 15: หน้าไม่อาย
บทที่ 15: หน้าไม่อาย
บทที่ 15: หน้าไม่อาย
บทที่ 15: หน้าไม่อาย
หญิงวัยกลางคนผู้เดินตรงเข้ามานั้นดูอายุราวสี่สิบปี ดวงตาเฉียงรี ริมฝีปากบางเฉียบ ไม่เพียงแต่โหงวเฮ้งดูร้ายกาจ วาจาที่เอ่ยออกมาก็ร้ายกาจไม่แพ้กัน
"ฉันถามแกอยู่! เป็นใบ้รึไง!" หญิงคนนั้นพูดพลางเหวี่ยงกระเป๋าในมือฟาดเข้าที่แขนของหนิงเจียง หากใครไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง คงนึกว่าหนิงเจียงเป็นศัตรูคู่อาฆาตของนางเป็นแน่
หวังฉีกำลังจะก้าวเข้าไปช่วย แต่หนิงเจียงกลับขยับตัวมาบังเธอไว้เสียก่อน เขาจ้องมองหญิงตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาแล้วเอ่ยเสียงเรียบ "ผมไม่มีเงิน"
"ไม่มีเงินเรอะ!" เสียงตวาดแหลมสูงของหญิงคนนั้นเรียกความสนใจจากแพทย์และผู้ป่วยไปทั่วทั้งโถงโรงพยาบาล แต่เมื่อเห็นว่ามีคนเริ่มมุงดู นางกลับไม่ลดเสียงลง มิหนำซ้ำยังทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหน้าโถงทางเดิน ตบตีขาตัวเองหวังเรียกคะแนนความสงสารจากคนรอบข้าง
"ไอ้เด็กเนรคุณ! ไอ้คนอกตัญญู! ถ้าไม่ใช่เพราะฉันที่เป็นป้าสะใภ้กับลุงแกทำงานหนักอาบเหงื่อต่างน้ำเลี้ยงแกมา ป่านนี้แกคงตายไปนานแล้ว! พ่อก็เป็นผีพนัน แม่ก็ทิ้งขว้าง มีแม่ก็เหมือนไม่มี โตมาจนป่านนี้ พอหาเงินได้ก็เอาไปมั่วสุมข้างนอกหมด คนแถวย่านอวี้เหอเขารู้กันทั่วว่าตระกูลหนิงของเรามีลูกหลานเลวระยำเหมือนพ่อมันไม่มีผิด! ชีวิตฉันมันช่างรันทดจริงๆ ต้องมาแบกภาระเลี้ยงดูทั้งคนแก่ทั้งเด็ก ชีวิตนี้มันอยู่ยากเหลือเกิน!"
"พูดจบหรือยัง?" หนิงเจียงก้มหน้าลง ข่มกลั้นความโกรธในใจ หญิงตรงหน้าแตกต่างจากคนอื่น นางมีศักดิ์เป็นญาติผู้ใหญ่ เขาจึงไม่อาจโต้เถียงได้
"ยังไม่จบ! ตัวแค่นี้ริอาจทำตัวเหลวไหล ผู้หลักผู้ใหญ่ตักเตือนนิดหน่อยก็ไม่ได้! ดูสภาพแกตอนนี้สิ คงไปก่อเรื่องข้างนอกมาอีกล่ะสิ ตระกูลหนิงของเราไม่น่ามีเด็กเหลือขออย่างแกเลยจริงๆ!" ป้าสะใภ้ใหญ่ปรายตามองหวังฉีที่ยืนอยู่ด้านหลังหนิงเจียง แล้วเอ่ยขึ้นว่า "แล้วนั่นพาผู้หญิงที่ไหนมาด้วย! เก่งจริงนะ!"
นางดูเหมือนจะรู้สึกว่าการนั่งโวยวายกับพื้นทำให้แสดงบทบาทได้ไม่เต็มที่ จึงลุกขึ้นยืนตรงปรี่เข้าไปกระชากแขนหนิงเจียง พลางสาดคำพูดใส่ร้ายอย่างหยาบคาย "นี่แกไปหา 'เจ๊' มาเลี้ยงดูได้เหมือนพ่อแกแล้วรึไง? อายุแค่นี้ก็ริอ่านเกาะผู้หญิงกินแล้วเหรอ? สมกับเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ..."
ไม่ทันที่ป้าสะใภ้ใหญ่จะพูดจบ หวังฉีที่ถูกหนิงเจียงกันไว้ด้านหลังก็สะบัดมือเขาออก แล้วก้าวฉับๆ เข้าไปผลักป้าสะใภ้ใหญ่ออกไปเต็มแรง "พูดจาให้มันระวังปากหน่อย!"
ป้าสะใภ้ใหญ่ที่ถูกผลักเซถอยหลัง เมื่อเห็นชัดๆ ว่าคนตรงหน้าเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย ก็ยิ่งปักใจเชื่อในความคิดของตนเอง "ที่แท้แกก็หาผู้หญิงเลี้ยงได้จริงๆ สินะ!"
นางทำท่าราวกับจับผิดเรื่องคอขาดบาดตายได้ มองทั้งคู่ด้วยสายตาเหยียดหยามพลางว่า "ถามจริงๆ เถอะ ไม่มียางอายกันบ้างหรือไง? ตัวก็โตป่านนี้ยังจะเอาเด็กอายุสิบสี่มาเป็น..."
"เพียะ!"
"ฉันจะสั่งสอนให้รู้ว่าอย่ามาพูดจาพล่อยๆ แถวนี้!"
หวังฉีตบหน้าป้าสะใภ้ใหญ่ฉาดใหญ่
ป้าสะใภ้ใหญ่กุมแก้มตัวเอง มองหวังฉีด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนจะกรีดร้องลั่น "นังแพศยา! แกกล้าตบฉันเหรอ!"
หวังฉีมองป้าสะใภ้ใหญ่อย่างเย็นชา หูได้ยินเสียงซุบซิบนินทาที่เริ่มจะเลยเถิดไปกันใหญ่ เธอจึงประกาศก้องใส่หน้าป้าสะใภ้ใหญ่ว่า "ใช่ ฉันตบแก เบิกตาดูให้ดี ฉันคือแม่แท้ๆ ของหนิงเจียง! เป็นยังไง ผ่านไปแค่สิบปี จำกันไม่ได้แล้วรึไง!"
ในอดีต เจ้าของร่างเดิมติดตามหนิงกังไปตั้งแต่ยังเล็ก และต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกโขกสับโดยผู้หญิงคนนี้ในบ้านตระกูลหนิงมาไม่น้อย
คำประกาศของหวังฉีทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่ตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ นี่คือหวังฉี เด็กสาวตัวผอมแห้งหน้าเหลืองซีดในตอนนั้นงั้นรึ!
"ปากก็พร่ำบอกว่าเลี้ยงดูหนิงเจียงมา แต่ถ้าฉันจำไม่ผิด หนิงเจียงเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของปู่จนถึงอายุสิบสอง ไม่เคยใช้เงินบ้านพวกแกแม้แต่แดงเดียว พอปู่เสีย พวกแกก็ไม่เคยแยแสเขา มิหนำซ้ำยังตัดหางปล่อยวัด! แกยังมีหน้ามาพูดทวงบุญคุณอีกเหรอ? ยิ่งไปกว่านั้น บ้านที่เป็นส่วนของหนิงเจียง ตอนนี้พวกแกก็ยึดไปหน้าด้านๆ ใช่ไหม? ฮุบสมบัติเขาไปหมดแล้วยังจะมาใส่ร้ายป้ายสีเขาอีก? เกิดมาฉันไม่เคยเจอคนหน้าด้านไร้ยางอายเท่าแกมาก่อนเลย!"
"แก... แกเลี้ยงหนิงเจียงมากี่วันกันเชียว! นังผู้หญิงร่านที่หนีตามผู้ชายไปตั้งแต่อายุสิบแปดอย่างแก มีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน!"
ใบหน้าของหนิงเจียงเขียวคล้ำด้วยความโกรธ เขาอดรนทนไม่ไหว ก้าวเข้าไปปัดนิ้วของป้าสะใภ้ที่กำลังจะจิ้มหน้าหวังฉีออกอย่างแรง "ลองด่าแม่ผมอีกคำสิ!"
"แกกล้าผลักฉันเหรอ!" ป้าสะใภ้ใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งกระแทกพื้นดัง "ตุ้บ" แล้วเริ่มถีบขาไปมาอย่างชำนาญ "ไม่มีความยุติธรรมเลย! มาดูเร็วเข้า หลานชายทำร้ายร่างกายป้าแท้ๆ ของตัวเอง! มันเป็นไอ้เด็กเนรคุณใจอำมหิต..."
เสียงร้องโหยหวนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายของป้าสะใภ้ใหญ่ดังไม่หยุดหย่อน พ่อแม่ที่พาเด็กมาโรงพยาบาลต่างพากันจูงลูกหลานเดินหนีหรือไม่ก็รีบปิดหูเด็กๆ ไว้
หมอที่ยืนอยู่ข้างๆ ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงเอ่ยขึ้น "ถ้ามีอะไรจะพูดก็เชิญไปคุยกันข้างนอกครับ ที่นี่คือโรงพยาบาล ไม่ใช่ที่ให้พวกคุณมาทำตัวเป็นนักเลงอันธพาล!"
เสียงเอะอะโวยวายดึงดูดความสนใจของลุงของหนิงเจียงที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง ให้เดินตามเสียงมาพร้อมกับหลี่คุนและหลิวต้า
"ทำอะไรกัน! เกิดอะไรขึ้น! ไอ้เด็กเหลือขอ แกผลักป้าแกงั้นเรอะ!" หนิงซื่อ ลุงของหนิงเจียง ชายร่างยักษ์สูงกว่า 180 เซนติเมตร เมื่อเห็นภรรยานั่งร้องไห้อยู่กับพื้น ก็ปรี่เข้ามาด่าทอหนิงเจียงทันทีโดยไม่ถามไถ่
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังง้างมือจะตบสั่งสอนหนิงเจียงอย่างที่เคยทำจนชินมือในอดีต
ยังไม่ทันที่หวังฉีจะได้เข้าไปขวาง หลี่คุนก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของหนิงซื่อแล้วเหวี่ยงออกไปอย่างแรง
"อยู่นิ่งๆ"
หลี่คุนและหลิวต้า สองชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่กว่า 180 เซนติเมตร ยืนตระหง่านขวางหน้าปกป้องหวังฉีและหนิงเจียง รังสีความน่าเกรงขามทำให้หนิงซื่อและภรรยาหดหัวลงทันที
"ผมจะพูดอีกครั้ง ถ้ามีเรื่องอะไรก็ไปคุยกันข้างนอก ถ้ายังขืนก่อความวุ่นวายในโรงพยาบาลอีก ผมจะแจ้งตำรวจ!" หมอเจ้าของไข้ตะโกนย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจคำเตือนของเขา
เมื่อได้ยินคำว่าตำรวจ ป้าสะใภ้ใหญ่ก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น เข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูสามีพลางชำเลืองมองหวังฉี
ดวงตาของหนิงซื่อเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันทีเมื่อจ้องมองหวังฉี เขาหันไปพูดกับหมอและเจ้าหน้าที่ที่ยืนหน้าถมึงทึงอยู่รอบๆ ด้วยน้ำเสียงประนีประนอม "ไม่มีเรื่องอะไรครับ ไม่แจ้งตำรวจนะ เราคนกันเองทั้งนั้น เดี๋ยวจะออกไปคุยกันข้างนอกครับ เรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย"
พูดจบ เขาก็หันมาทางหนิงเจียงและหวังฉี "มีอะไรไปคุยกันข้างนอก อย่ามารบกวนคนอื่นเขาที่นี่"
หวังฉีเองก็รู้ดีว่าถ้าอยากพาตัวหนิงเจียงไป เธอต้องจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาดเสียก่อน จึงจูงมือหนิงเจียงเดินนำออกจากโรงพยาบาลไป
หลี่คุนและหลิวต้าเดินตามประกบหลังไม่ห่าง
หนิงซื่อที่เดินรั้งท้าย มองแผ่นหลังของหวังฉีที่เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ พลางพึมพำกับตัวเองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
เมื่อเดินออกมาพ้นเขตโรงพยาบาล หนิงซื่อก็ฉีกยิ้มพูดกับหวังฉีว่า "เธอหายหัวไปเป็นสิบปี ถ้าไม่ได้พวกฉันช่วยเลี้ยงดูหนิงเจียงมาตลอดหลายปีนี้ ป่านนี้มันคงตายไปนานแล้ว ในเมื่อตอนนี้เธอกลับมาแล้ว ก็สมควรจะคืนเงินค่าเลี้ยงดูที่เราเสียไปกับหนิงเจียงคืนมาให้หมดไม่ใช่รึไง? เราไม่ได้เลี้ยงลูกให้เธอฟรีๆ หรอกนะ!"
หนิงเจียงมองใบหน้าอันไร้ยางอายของลุงตัวเอง แล้วสวนกลับด้วยความโกรธจัด "ผมไม่เคยใช้เงินบ้านลุงแม้แต่บาทเดียว ตอนปู่ยังอยู่ ผมก็อยู่กับปู่ พอปู่ตาย ลุงก็ไล่ผมออกจากบ้าน ลุงเคยเลี้ยงดูผมตอนไหนมิทราบ!"