- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นแม่ของเหล่าบอสตัวร้าย
- บทที่ 4: การเดิมพัน
บทที่ 4: การเดิมพัน
บทที่ 4: การเดิมพัน
บทที่ 4: การเดิมพัน
"สมองเป็นสิ่งที่ดี แต่ดูเหมือนแม่ของคุณจะรู้ล่วงหน้าว่าโตมาคุณจะเป็นสวะที่คอยแต่ดูถูกผู้หญิง ท่านเลยไม่ได้ให้สมองคุณติดตัวมาด้วย! ถึงตอนนี้จะอยากสร้างมันขึ้นมาใหม่ก็คงไม่ทันการแล้วล่ะ! เพราะหัวของคุณมีไว้แค่ประดับบ่าให้ดูสูงขึ้นเท่านั้น สมองคงไม่จำเป็นสำหรับคุณหรอก"
หวังฉีแย้มยิ้ม แต่ถ้อยคำที่พ่นออกมากลับรัวเร็วราวกับปืนกล เล่นงานจนใบหน้าของชายคนนั้นซีดเผือดด้วยความโกรธ!
"นังแพศยา! เชื่อไหมว่าวันนี้ฉันจะทำให้แกออกไปจากบ่อนพนันหยกแห่งนี้ไม่ได้!" ชายคนนั้นรู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรงจึงข่มขู่หวังฉีด้วยความดุร้าย
"ว้าว กลัวจนจะตายอยู่แล้วเนี่ย! หรือว่าคุณจะเป็นเจ้าของห้างมังกรหงส์ และบ่อนพนันหยกแห่งนี้เป็นของคุณ? ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันคงมาผิดที่แล้วจริงๆ ยังไม่ทันได้เลือกหินดิบก็โดนขู่ซะแล้ว ถ้าฉันผ่าเจอของดีเหมือนที่เถ้าแก่ฉินทำได้เมื่อกี้ ฉันคงไม่มีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่สินะ?"
เหล่าเถ้าแก่ที่เคยผ่าเจอหยกและอัญมณีก่อนหน้านี้ ต่างมองชายขี้เบ่งและพนักงานของบ่อนพนันหยกด้วยความหวาดระแวงและระมัดระวังตัว สีหน้าของหัวหน้างานหยางเริ่มเขียวคล้ำ คำพูดของหวังฉีพาดพิงถึงห้างมังกรหงส์โดยตรง หากเกิดอะไรขึ้นกับเธอในบ่อนพนันหยกของพวกเขาจริงๆ กิจการของพวกเขาจะดำเนินต่อไปได้ยังไง?
"คุณผู้หญิงกังวลเกินไปแล้ว เรื่องที่คุณกลัวจะไม่มีวันเกิดขึ้นในบ่อนพนันหยกของห้างมังกรหงส์แน่นอน" ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน สวมชุดตามสไตล์นักธุรกิจฮ่องกงเดินก้าวเข้ามา
"แล้วคุณคือ?" หวังฉีหันไปถาม
"สวัสดีครับคุณหวัง ผมคือ หวงจี้เย่ ผู้จัดการทั่วไปของห้างมังกรหงส์" หลังแนะนำตัวเสร็จ หวงจี้เย่ก็กล่าวต่อ "ในเมื่อทั้งสองท่านมีข้อพิพาทเรื่องการเลือกหินดิบ ทำไมไม่ตัดสินด้วยการประลองพนันหยกดูละครับ? ต่างคนต่างเลือกหินดิบมาสิบก้อน ใครผ่าเจอหยกคุณภาพดีกว่าเป็นฝ่ายชนะ ส่วนคนแพ้ต้องขอโทษผู้ชนะต่อหน้าธารกำนัล เป็นไงครับ?"
หวังฉียกนิ้วโป้งให้หวงจี้เย่ในใจ ทักษะการประชาสัมพันธ์ของผู้ชายคนนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาความขัดแย้งที่เธอก่อขึ้นได้ แต่ยังฉวยโอกาสขายหินดิบของบ่อนให้เป็นอุปกรณ์การแข่งขัน ขจัดความคลางแคลงใจของลูกค้าในห้องโถงที่มีต่อห้างมังกรหงส์ไปได้จนหมด ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวจริงๆ
เป็นไปตามคาด ทันทีที่เขาพูดจบ ชายคนนั้นก็ตอบตกลงด้วยความอวดดีทันที มือใหม่ที่ไม่รู้อะไรเลยจะมีปัญญามาสู้เขาได้ยังไง? เขามองหวังฉีอย่างท้าทายและเอ่ยด้วยเจตนาชั่วร้าย "ไม่ใช่แค่นั้น ผมขอเพิ่มเดิมพัน คนแพ้ต้องยอมทำตามคำขอของผู้ชนะหนึ่งข้อโดยไม่มีเงื่อนไข"
ถ้าหวังฉีดูไม่ออกว่าเขาคิดอะไรสกปรกอยู่ ก็คงเสียแรงเปล่าที่ทำงานโรงแรมมาหลายปี เธอพูดสวนกลับไปตรงๆ ว่า "ได้สิ งั้นเรามาประกาศคำขอของแต่ละคนก่อนเพื่อวางเดิมพันกันดีไหม?"
ตอนนี้ทุกคนในบ่อนพนันหยกต่างหันมาสนใจพวกเขาทั้งคู่
"ซุนหยาง เดิมพันกับผู้หญิงนี่มันไร้ระดับสิ้นดี!"
"พนันหยกเกี่ยวอะไรกับผู้หญิงผู้ชายล่ะ! เถ้าแก่ซุน ถ้าชนะทำไมไม่ให้สาวสวยคนนี้ไปอยู่เป็นเพื่อนสักคืนล่ะ!"
เสียงโห่ฮาดังระงมขึ้นลงรอบทิศทาง
ซุนหยางเริ่มเหลิงไปกับคำเยินยอของฝูงชน ขณะที่เขาคิดว่าข้อเสนอให้หวังฉีไปนอนด้วยเป็นความคิดที่ดี หวงจี้เย่ผู้เสนอการเดิมพันก็ยิ้มและกล่าวดักคอว่า "การเดิมพันและคำขอทั้งหมดต้องทำให้จบภายในบ่อนพนันหยกแห่งนี้นะครับ เถ้าแก่ซุน เราควรให้เกียรติสุภาพสตรีกันหน่อย"
ในเมื่อหวงจี้เย่ออกปากแล้ว ซุนหยางก็ไม่อาจหักหน้าเขาได้ เขามองหวังฉี เดาะลิ้นเสียดายสองทีแล้วพูดว่า "ถ้าฉันชนะ เธอต้องคุกเข่าต่อหน้าฉัน ตะโกนว่า 'พี่จ๋า หนูผิดไปแล้ว' และจูบรองเท้าฉัน"
หลังซุนหยางพูดจบ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างร้ายกาจก็ดังลั่นไปทั่วบริเวณ
หวังฉีไม่ได้สะทกสะท้านกับคนพวกนี้ เธอมองซุนหยางแล้วกล่าวว่า "คำขอของฉันง่ายมาก ถ้าฉันชนะ คุณต้องเป็นคนจ่ายค่าหินหยกดิบทั้งหมดที่ยังไม่ได้ชำระเงิน ตั้งแต่ตอนที่คุณเข้ามาจนถึงตอนนี้ แน่นอนว่ารวมถึงของฉันด้วย"
เมื่อคำขอของทั้งสองฝ่ายถูกประกาศออกมา ความแตกต่างด้านความใจกว้างและวิสัยทัศน์ก็ปรากฏชัดทันที ผู้คนจำนวนมากถึงกับส่งเสียงเชียร์ด้วยความถูกใจ
คำขอของซุนหยางเพียงเพื่อสนองความหลงตัวเอง แต่คำขอของหวังฉีกลับสร้างประโยชน์ให้ทุกคนที่ซื้อหินหยกดิบในที่นี้
เมื่อหวังฉีพูดจบ หวงจี้เย่ก็มองเธอด้วยความชื่นชม
"ตกลง!" ซุนหยางมองหวังฉีอย่างเหยียดหยาม "วันนี้ฉันจะทำให้เธอรู้ซึ้งว่าคำว่าเสียใจสะกดยังไง!"
หวังฉีเพียงแค่ยิ้มโดยไม่พูดอะไร มองดูซุนหยางเดินแยกไปกับผู้เชี่ยวชาญของเขา แล้วหันไปบอกหัวหน้างานหยางว่า "ช่วยฉันถือเจ้าก้อนทองนี้หน่อย เราไปเลือกกันต่อเถอะ"
อย่างไรเสียหวังฉีก็เป็นคนที่เขาพาเข้ามา หัวหน้างานหยางจึงไม่อยากให้เธอถูกรังแกในบ่อนพนันหยก ที่สำคัญเขายังเดาฐานะของหวังฉีไม่ออก หากไปล่วงเกินหวังฉีเข้าแล้วเกิดเป็นคนใหญ่คนโตขึ้นมา เขาจะยังรักษาเก้าอี้ไว้ได้หรือ?
"คุณหวัง อยากจะดูรอบๆ อีกหน่อยไหมครับ?"
หวังฉีส่ายหน้า "ไม่จำเป็น วันนี้ฉันรู้สึกดวงดี"
มุมปากของหัวหน้างานกระตุกเล็กน้อย เอาเถอะ ในเมื่อเธอพูดแบบนั้น เขาก็พูดอะไรไม่ได้อีก
หัวหน้างานขนหินดิบที่หวังฉีเลือกใส่รถเข็นแล้วเดินตามหลังเธอไป
หวังฉีสัมผัสหินหยกดิบในโรงงานไปราวหนึ่งในสาม ถึงได้เจอหินที่ให้ความรู้สึกอุ่นมือนิดๆ
หินดิบก้อนนี้มีขนาดเท่าลูกฟุตบอลสองลูก ดูรูปร่างเหมือนแอปเปิล
"หัวหน้างานหยาง ช่วยเอาเจ้าแอปเปิลลูกนี้ใส่รถเข็นด้วยค่ะ"
หัวหน้างานหยางเริ่มชินกับการตั้งชื่อแปลกๆ ของหวังฉีแล้ว ตอนนี้ในรถเข็นของหวังฉีมีหินดิบอยู่หกก้อน มีเพียงหินดิบรูปแอปเปิลและก้อนขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลเท่านั้นที่มีความอุ่น ส่วนที่เหลือล้วนเย็นเฉียบ หวังฉีเลือกหยิบหินดิบก้อนเล็กที่เย็นเฉียบมาอีกสามก้อนส่งๆ จากกองสินค้าเข้าใหม่ ทันใดนั้นสายตาของเธอก็เบนไปยังกองหินดิบที่ถูกคัดทิ้ง
"กองนั้นราคาเท่ากันไหมคะ?" หวังฉีชี้ไปที่กองหินเหลือเดน
"พวกนั้นก้อนละห้าร้อยหมดครับ ไม่เกี่ยงขนาด"
หวังฉียิ้ม ปรบมือแล้วพูดว่า "งั้นฉันจะเลือกจากกองนี้สักก้อน ใครจะไปรู้ เผื่อจะฟลุ๊ค"
หวังฉีไม่ได้หวังผลอะไรมากนัก แค่พูดไปอย่างนั้นเพื่อให้ดูว่าเธอเลือกหยกตามอารมณ์ล้วนๆ อีกอย่างหินหยกดิบที่เธอเลือกมาแล้วก็น่าจะเพียงพอรับมือกับซุนหยางได้
ทว่า... หวังฉีต้องรีบชักมือกลับ รู้สึกแสบร้อนจากหินดิบก้อนหนึ่งที่มีลักษณะเหมือนโม่หิน
"เป็นอะไรไปครับคุณหวัง?"
หวังฉีระงับความตกใจและความดีใจอย่างบ้าคลั่งในใจ แล้วตอบว่า "ฉันเผลอโดนหินบาดมือน่ะค่ะ เอาเป็นว่าฉันเอาก้อนนี้แหละ"
"ได้ครับ!" หัวหน้างานหยางเรียกคนงานในโรงงานหินมาขนหินดิบที่หวังฉีเพิ่งเลือกไปยังโซนเจียระไน ในเวลานี้ซุนหยางเองก็เลือกหินดิบเสร็จแล้วเช่นกัน
เขาตบหินดิบข้างกาย แล้วยกรองเท้าที่เปื้อนฝุ่นขึ้นมาทางหวังฉี พลางแสยะยิ้ม "เดี๋ยวคงต้องรบกวนคนสวย ช่วยเลียรองเท้าพี่ให้สะอาดหน่อยนะ!"