- หน้าแรก
- ระบบรถบ้านผ่าวิกฤตวันสิ้นโลก
- บทที่ 33 - ปีศาจสาวไร้ยางอาย
บทที่ 33 - ปีศาจสาวไร้ยางอาย
บทที่ 33 - ปีศาจสาวไร้ยางอาย
บทที่ 33 - ปีศาจสาวไร้ยางอาย
บรรยากาศในโรงยิมคึกคักขึ้นถนัดตา ซ่งเชี่ยนเชี่ยนเองก็นั่งดูคลิปซูเป่ยถล่มซอมบี้วนไปวนมาด้วยความทึ่ง
เซียวรุ่ยซีที่ไม่มีมือถือใช้ เอาคางเกยไหล่ประธานสาวแล้วมองหน้าจอตาเป็นประกาย "โห... ประธานคะ ผู้ชายที่ชื่อซูเป่ยคนนี้สุดยอดไปเลย ซอมบี้เข้าใกล้ตัวเขาไม่ได้สักตัว พอเขาแค่ยกมือ พวกมันก็ลงไปนอนหมอบกันหมด นี่ใช่ไหมคะที่เขาเรียกว่าพลังพิเศษ"
"น่าจะใช่... เขาดูแข็งแกร่งมากจริงๆ" สาวๆ สภานักเรียนคนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย
ขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้น เผิงป๋อเหวินเดินหน้าถมึงทึงขึ้นไปบนเวทีแล้วตะโกนใส่ไมค์ (ที่ไม่มีเสียง)
"หุบปากกันให้หมด! ไอ้พวกโง่ อยากจะล่อซอมบี้เข้ามาแดกหัวหรือไง!"
เสียงตวาดก้องทำให้โรงยิมกลับมาเงียบกริบ เผิงป๋อเหวินกวาดตามองทุกคนด้วยสายตาดูถูก
"พวกคุณเป็นนักศึกษามหาลัยชั้นนำ เป็นปัญญาชนแท้ๆ ดันไปฝากความหวังไว้กับคนนอก? เพ้อเจ้อว่ามันจะมาช่วยงั้นเหรอ?"
"ซูเป่ยไม่ใช่คนนอกสักหน่อย! เขาเคยเป็นนักศึกษามหาลัยเรานะ!" เซียวรุ่ยซีทนไม่ไหวสวนกลับไป
"หึ! เลขาฯ เซียว คุณลดตัวลงไปนับญาติกับไอ้เด็กส่งของก้นครัวว่าเป็นศิษย์เก่าเชียวเหรอ น่าสมเพชจริงๆ"
"ประธานเผิง พูดจาให้เกียรติกันหน่อยค่ะ ถึงซูเป่ยจะเคยโดนไล่ออก แต่เขาก็มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และดูจากสถานการณ์ตอนนี้ เขาเหนือกว่าพวกเราทุกคนมาก คุณควรยอมรับความจริงข้อนี้ไว้บ้างนะ"
ซ่งเชี่ยนเชี่ยนลุกขึ้นปกป้องลูกน้อง น้ำเสียงเย็นชาแต่เชือดเฉือน
เผิงป๋อเหวินกัดฟันกรอด จ้องหน้าซ่งเชี่ยนเชี่ยนด้วยความอาฆาต 'นังตัวดี... รอให้ทีมค้นหาขนอาหารกลับมาก่อนเถอะ ฉันจะทำให้เธอต้องคลานมาสยบแทบเท้าฉัน!'
ทันใดนั้น คนเฝ้าประตูหลังก็ตะโกนแจ้งข่าวดี "ทีมค้นหากลับมาแล้ว! พวกเขากลับมาแล้ว!"
เหมือนหยดน้ำลงบนกระทะร้อน ฝูงชนฮือกันลุกขึ้นวิ่งกรูไปที่ประตูหลัง แม้แต่รองอธิการบดีและคณบดีก็เก็บอาการไม่อยู่ เผิงป๋อเหวินรีบนำสมุนเบสบอลวิ่งแซงหน้าทุกคนไปเพื่อคุมสถานการณ์ ใครคุมอาหารได้ คนนั้นก็คุมกฎ!
ท่ามกลางความชุลมุน มีเพียงซ่งเชี่ยนเชี่ยนที่ยังยืนนิ่ง สีหน้าฉายแวววิตกกังวล
"ประธานคะ ยืนบื้ออยู่ทำไม รีบไปเร็ว เดี๋ยวพวกนั้นก็แย่งของกินกันหมดหรอก!" เซียวรุ่ยซีพยายามฉุดแขนเธอ
ซ่งเชี่ยนเชี่ยนมองดูรุ่นน้องที่หิวโหย แต่ปากกลับหนักอึ้งพูดความจริงไม่ออก สุดท้ายเธอตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมา กดเข้าแชตของมู่เสี่ยวอวี๋แล้วพิมพ์ข้อความส่งไป
...
[ติ๊ง! โฮสต์สังหารซอมบี้ระดับหนึ่ง 10,221 ตัว ระดับสอง 1,109 ตัว ภารกิจรองสำเร็จ]
[รางวัล: แต้มวิวัฒนาการ 30,000 แต้ม]
ซูเป่ยจอดรถข้างทางเมื่อได้รับแจ้งเตือนภารกิจ แต่ยังไม่ทันได้พักหายใจ ระบบก็เด้งเควสต์ใหม่ขึ้นมา
[ติ๊ง! อัปเดตภารกิจรอง: สังหารซอมบี้ระดับหนึ่ง 20,000 ตัว และระดับสอง 3,000 ตัว]
[รางวัล: แต้มวิวัฒนาการพิเศษ 40,000 แต้ม]
เล่นอัปเดตกันแบบนี้เลยเหรอ กะจะให้เขาเป็นเครื่องจักรสังหารซอมบี้หรือไง แต่เพื่อแต้มวิวัฒนาการก็ถือว่าคุ้มค่าเหนื่อย
ซูเป่ยปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเดินกลับเข้าไปในโซนห้องนั่งเล่น ทันทีที่เปิดประตู กลิ่นหอมหวานของชานมก็ลอยมาแตะจมูก
"รุ่นพี่ซู กลับมาแล้วเหรอคะ หนูเพิ่งชงชานมเสร็จพอดีเลย กำลังจะเอาไปให้"
เวินหลานเดินยิ้มหวานเข้ามาหา ในมือถือแก้วชานม 'เซียงเพียวเพียว' ร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น
"ขอบใจมากนะ กำลังอยากกินของหวานๆ อยู่พอดี" ซูเป่ยรับแก้วชานมมาถือไว้ มืออีกข้างยื่นไปลูบศีรษะทุยๆ ของเวินหลานอย่างเอ็นดู
"ฮิฮิ เพื่อรุ่นพี่ หนูเต็มใจทำให้เสมอค่ะ!" เวินหลานหลับตาพริ้มรับสัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่
แต่ช่วงเวลาโรแมนติกก็อยู่ได้ไม่นาน เสียงงอแงดัดจริตก็ดังขัดจังหวะมาจากเตียงชั้นลอย
"อ๊า~ ชานมในมือเจ้านายหอมจังเลยอ่า~ น้องเวินหลานขา~ พี่สาวขอแก้วนึงสิคะ~"
มู่เสี่ยวอวี๋ในชุดนอนสีชมพูตัวโคร่งนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ อีกข้างยื่นลงมาทำท่าขอนมกิน
"อยากกินก็ไปชงเองสิยะ! มีมือมีตีนนี่ หรือต้องให้ฉันประเคนให้ถึงที่เหมือนรุ่นพี่ซู!"
เวินหลานเปลี่ยนโหมดจากลูกแมวน้อยเป็นนางมารร้ายทันควัน ตอกกลับมู่เสี่ยวอวี๋จนหน้าหงาย แล้วสะบัดก้นเดินหนีเข้าครัวไป
"น้องเวินหลานใจร้ายจังเลย~ ชิ! งั้นพี่สาวไปหยิบเองก็ได้!"
มู่เสี่ยวอวี๋ลุกจากเตียง ปีนบันไดลิงลงมา ชุดนอนบางเบาเลิกขึ้นสูงเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนวับๆ แวมๆ ทำเอาซูเป่ยที่กำลังจะดูดชานมถึงกับชะงัก ชานมในมือจืดไปเลยเมื่อเจออาหารตาตรงหน้า
"อ้าว... น้องเวินหลาน ของพี่ล่ะ ไหนว่ามีสามแก้วไง?"
มู่เสี่ยวอวี๋เดินไปที่โต๊ะกินข้าว เห็นเวินหลาน หลานโย่วเอ๋อร์ และซูอวี่เวย นั่งจิบชานมกันคนละแก้วครบจำนวนพอดีเป๊ะ
"ก็มีสามแก้วไง ของฉัน ของหลานโย่วเอ๋อร์ แล้วก็ของครูซู หมดแล้ว" เวินหลานตอบหน้าตาย ยกแก้วขึ้นจิบอย่างผู้ชนะ "ใครใช้ให้มัวแต่เล่นมือถือล่ะ ในตู้ยังมีผงชาอีกเพียบ เชิญบริการตัวเองจ้ะ ไม่เสียเวลาเท่าไหร่หรอก"
"เจ้านายขา~ ดูสิคะ น้องเวินหลานแกล้งหนูอีกแล้ว~ เจ้านายต้องให้ความเป็นธรรมกับหนูนะค๊า~"
เมื่อเห็นซูเป่ยนั่งดูทีวีอยู่ มู่เสี่ยวอวี๋ก็สวมวิญญาณนางเอกเจ้าน้ำตา วิ่งถลาเข้าไปซุกอกฟ้องทันที
"เธอนี่มัน... เรื่องแค่นี้ก็ต้องรบกวนรุ่นพี่ซูเหรอ!" เวินหลานบ่นอุบ
"ไม่รู้ไม่ชี้~ ใครใช้ให้น้องเวินหลานบูลลี่พี่สาวก่อน~ พี่สาวไม่มีชานมกินแล้ว ฮือๆ..." มู่เสี่ยวอวี๋เขย่าแขนซูเป่ยไปมา หน้าอกหน้าใจเบียดเสียดแนบชิด
ซูอวี่เวยทนดูไม่ได้ จึงยื่นแก้วของตัวเองให้ "นักศึกษามู่ เอาของครูไปก็ได้ ครูยังไม่ได้กินเลย"
"ไม่ได้ค่ะครูซู ครูเก็บไว้เถอะค่ะ หนูเกรงใจ..." ปากบอกเกรงใจแต่ตามองแก้วครูตาเป็นมัน
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก..."
"หยุดเลยทั้งคู่" ซูเป่ยขัดขึ้น "ซูอวี่เวย คุณกินของคุณไปเถอะ ยัยตัวแสบนี่จ้องจะกินแก้วของผมต่างหาก ต่อให้คุณยกให้ เธอก็ไม่เอาหรอก"
"อ้าว... เป็นงั้นเหรอคะ" ซูอวี่เวยทำหน้าเหวอ
"ฮิฮิ~ เจ้านายรู้ใจหนูที่สุดเลย~" มู่เสี่ยวอวี๋เปลี่ยนจากหน้าร้องไห้เป็นยิ้มร่า ซุกไซ้หน้าอกซูเป่ยอย่างออดอ้อน
ซูเป่ยส่ายหัวยิ้มๆ แล้วยื่นแก้วชานมที่ตัวเองกินไปแล้วครึ่งหนึ่งให้ "เอาไปสิ ยัยแมวขี้ขโมย"
"ขอบคุณค่ะเจ้านาย!"
มู่เสี่ยวอวี๋รับแก้วไปดูดจ๊วบโดยไม่เปลี่ยนหลอด ใช้หลอดอันเดียวกับซูเป่ยอย่างหน้าตาเฉย แถมยังจงใจปรายตามองเวินหลานพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันมุมปาก
สายตานั้นสื่อความหมายชัดเจนว่า 'ขอบใจนะจ๊ะน้องเวินหลาน ที่ไม่ชงเผื่อพี่ พี่เลยได้กินแก้วเดียวกับเจ้านาย เป็นจูบทางอ้อมที่ฟินสุดๆ ไปเลยล่ะ!'
เวินหลานอ่านปากเพื่อนรักออกทุกคำ ได้แต่กำหมัดแน่น กัดฟันกรอดกระดกชานมในแก้วตัวเองจนหมดเกลี้ยง ทั้งที่รสชาติหวานเจี๊ยบ แต่ทำไมตอนนี้มันถึงขมปี๋แบบนี้นะ
ยัยปีศาจจิ้งจอกนี่... มันไร้ยางอายเกินคนจริงๆ!
[จบแล้ว]