- หน้าแรก
- ระบบรถบ้านผ่าวิกฤตวันสิ้นโลก
- บทที่ 34 - คุณรังเกียจที่หนูเล็กไปหรือเปล่า?
บทที่ 34 - คุณรังเกียจที่หนูเล็กไปหรือเปล่า?
บทที่ 34 - คุณรังเกียจที่หนูเล็กไปหรือเปล่า?
บทที่ 34 - คุณรังเกียจที่หนูเล็กไปหรือเปล่า?
หลังจากพักผ่อนได้สักครู่ ซูเป่ยก็เดินกลับมาที่ห้องคนขับ เตรียมสตาร์ทรถบ้านเพื่อเดินหน้าภารกิจสังหารซอมบี้ล่าแต้มวิวัฒนาการต่อ
ทว่าทันทีที่ก้นหย่อนลงนั่งบนเบาะคนขับ ประตูห้องโดยสารด้านหลังก็ถูกเปิดออก ซูเป่ยหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นหลานโย่วเอ๋อร์ที่เดินตามเข้ามาเงียบ ๆ
"ซูเป่ย... ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหมคะ?"
เมื่อมายืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม หลานโย่วเอ๋อร์ก็เอาแต่ก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ
"ถ้าคุณไม่ว่าง งั้นฉันไปก่อนก็ได้ค่ะ!"
อาจเป็นเพราะสังเกตเห็นว่าซูเป่ยกำลังจะออกรถ หญิงสาวจึงยังไม่ทันรอคำตอบก็รีบถอยหลังกรูดด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนเตรียมจะหนีออกไป เห็นดังนั้นซูเป่ยจึงรีบเอ่ยรั้งไว้ทันที
"เดี๋ยว ใครอนุญาตให้ถามเองตอบเองแบบนั้น? มานี่ มานั่งลงก่อน"
"เอ่อ... ค่ะ!"
พอเห็นว่าซูเป่ยยอมคุยด้วยและไม่กล้าขัดคำสั่ง หลานโย่วเอ๋อร์จึงรีบเดินมานั่งลงที่เบาะที่นั่งข้างคนขับอย่างว่าง่าย รอจนกระทั่งท่าทีตื่นตระหนกของเธอเริ่มผ่อนคลายลง ซูเป่ยจึงค่อยเอ่ยถามเสียงเรียบ
"มีอะไรจะคุยกับผมเหรอ?"
หลานโย่วเอ๋อร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองซูเป่ยแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว
"ความจริงแล้ว... ฉันแค่อยากรู้ว่าคุณรังเกียจที่ฉันขี้เหร่หรือเปล่าคะ ฉันไม่ได้น่ารักเหมือนเวินหลาน ไม่ได้ขี้อ้อนเหมือนมู่เสี่ยวอวี๋ แถมยังไม่ได้ดูเป็นผู้ใหญ่และเซ็กซี่เหมือนอาจารย์ซูอีก"
"ถ้าคุณขี้เหร่จริง ผมคงไม่รับขึ้นรถมาหรอก"
ซูเป่ยตอบกลับด้วยความงุนงง ไม่คิดว่าจู่ ๆ อีกฝ่ายจะถามอะไรแบบนี้ หลานโย่วเอ๋อร์ไปกินยาผิดขวดมาหรือไงถึงได้มาถามคำถามงี่เง่าพรรค์นี้กับเขา
"ที่คุณยอมพาฉันมาด้วย ไม่ใช่เพราะฉันมีพลังพิเศษหรอกเหรอคะ?"
"ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ต่อให้ฆ่าคุณทิ้งผมก็ไม่เสียดายหรอก ผมคงไม่บ้าหอบผู้หญิงขี้เหร่ขึ้นรถมาแค่เพราะพลังพิเศษหรอกนะ คิดว่าผมเปิดสถานสงเคราะห์หรือไง?"
คำตอบของซูเป่ยทำเอาหลานโย่วเอ๋อร์ถึงกับชะงัก แต่พอได้ยินเขาตอบกลับมาอย่างไม่ลังเล หญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนจะถามต่อ
"งั้น... คุณรังเกียจที่ฉัน 'เล็ก' ไปหรือเปล่าคะ?"
"หืม..." ซูเป่ยไล่สายตาสำรวจเรือนร่างของหลานโย่วเอ๋อร์แวบหนึ่งก่อนตอบเสียงเรียบ "ก็ไม่นะ ผมว่ากำลังดีออก"
"ถ้าอย่างนั้น... ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณถึงไม่ทำอะไรฉันเลยล่ะคะ? เมื่อคืนคุณกับอาจารย์ซู..."
พูดถึงตรงนี้ใบหน้าของหลานโย่วเอ๋อร์ก็แดงซ่านขึ้นมาทันที
ซูเป่ยไม่ได้ปฏิเสธคำถามที่จู่โจมเข้ามา เขายอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน
"ใช่"
พอนึกถึงเหตุการณ์เร่าร้อนในห้องน้ำเมื่อคืน แล้วหันมามองสาวน้อยขี้อายตรงหน้า มุมปากของซูเป่ยก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์
"ทำไม หรือว่าคุณหนูหลานของเราเกิดอยากจะ...?"
หลานโย่วเอ๋อร์รีบก้มหน้าลงอย่างหมดท่า "เปล่านะคะ! แค่ฉันอุตส่าห์ตกลงยอมเป็นผู้หญิงของคุณแล้ว แต่คุณกลับดูไม่มีความต้องการในตัวฉันเลย..."
น้ำใส ๆ เริ่มเอ่อคลอขึ้นมาที่หางตาของหญิงสาวขณะที่เธอพรั่งพรูความในใจ
"ฉันเลยคิดไปเองว่า หรือฉันจะไม่มีเสน่ห์เท่าพวกเวินหลาน หรือไม่ก็... คุณอาจจะยังเกลียดฉันอยู่เพราะเรื่องดื้อรั้นก่อนหน้านี้..."
"ไม่ยักรู้ว่าคุณเป็นคนคิดมากขนาดนี้" ซูเป่ยหลุดขำออกมา "วางใจเถอะ ผมไม่ได้เกลียดคุณ"
ได้ยินดังนั้นหลานโย่วเอ๋อร์ก็รีบปาดน้ำตาทิ้งแล้วเงยหน้าขึ้นมองซูเป่ยตาแป๋ว แววตาคู่สวยฉายแววคาดหวังคำตอบ
"งั้นแสดงว่าคุณไม่ได้รังเกียจ แล้วก็ไม่ได้เกลียดฉันใช่ไหมคะ?"
"แน่นอน ถ้าผมเกลียดคุณจริง ผมคงโยนคุณลงจากรถไปนานแล้ว จะเก็บไว้ให้รกหูรกตาทำไม"
ซูเป่ยเอื้อมมือไปลูบแก้มเนียนของหญิงสาวเบา ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ในเมื่อผมรับปากว่าจะให้คุณอยู่บนรถ และคุณก็ยอมรับที่จะเป็นผู้หญิงของผมแล้ว ผมย่อมไม่มีทางรังเกียจคุณ ตรงกันข้าม... ผมจะดูแลและปกป้องคุณตลอดไป จนกว่าจะถึงจุดจบ"
"ฮือ... ซูเป่ย ขอบคุณนะคะที่พูดแบบนี้! ฉันชอบคุณจังเลย!"
น้ำตาของหลานโย่วเอ๋อร์ไหลทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตก ร่างบางโถมเข้ากอดซูเป่ยเต็มรัก
"เด็กดี"
ซูเป่ยบีบแก้มยุ้ย ๆ ของเธออย่างหมั่นเขี้ยวพร้อมกับใช้นิ้วเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาให้
"ขอโทษนะคะซูเป่ย ฉันเอาแต่ใจตัวเองเกินไปหน่อย"
พอรู้ตัวว่ากำลังแนบชิดกับซูเป่ยจนแทบจะสิงร่างกัน หลานโย่วเอ๋อร์ก็หน้าแดงเถือกด้วยความเขินอาย รีบผละตัวออกแล้วลุกเดินหนีออกไปทันที
[จบแล้ว]