เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - รถบ้านสายโหดกับเจียงฝานผู้ตื่นรู้

บทที่ 9 - รถบ้านสายโหดกับเจียงฝานผู้ตื่นรู้

บทที่ 9 - รถบ้านสายโหดกับเจียงฝานผู้ตื่นรู้


บทที่ 9 - รถบ้านสายโหดกับเจียงฝานผู้ตื่นรู้

เช้าตรู่วันที่สองแห่งยุควันสิ้นโลก

[ติ๊ง! การอัปเกรดรถบ้านเสร็จสมบูรณ์!]

ซูเป่ยที่กำลังเคี้ยวขนมปังจิ้มนมร้อนมื้อเช้าตุ้ยๆ ถึงกับชะงัก

เสียงสวรรค์จากระบบดังขึ้นในหัว

[รถบ้านสามารถเปิดใช้งานโหมดไร้คนขับได้ทุกที่ทุกเวลา]

[ปลดล็อกฟังก์ชันสแกนความร้อนสิ่งมีชีวิต ตรวจจับสิ่งมีชีวิตที่มีเจตนาร้ายในรัศมี 100 เมตรรอบตัวรถอัตโนมัติ]

[ปลดล็อกโหมดอาวุธ: โหมดอาวุธขั้นที่ 1 - ปืนกลหนักแกตลิง 6 ลำกล้อง 4 ทิศทางบนหลังคารถ ขนาดกระสุน 30 มม. อัตราการยิง 12,000 นัดต่อนาที พร้อมระบบเร่งความเร็วด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า กระสุนอินฟินิตี้]

[โหมดอาวุธขั้นที่ 2 - เปลี่ยนปืนกลเป็นเครื่องยิงจรวด 12 ท่อ 2 แท่น ยิงถล่มศัตรูที่ตรวจพบด้วยระบบล็อกเป้าระยะไกล ระดับนิวเคลียร์ขนาดย่อม]

[โหมดอาวุธทั้งหมดสามารถสั่งการด้วยเสียงได้]

ฟังจบ ขนมปังในมือซูเป่ยจืดชืดไปเลย เขาดีดตัวผึงจากเก้าอี้ เดินดุ่มๆ ไปที่ห้องคนขับทันที

"พี่ซู เป็นอะไรไปคะ?"

เวินหลานในชุดนอนสีชมพูหวานแหววกำลังยกแก้วนมดื่ม เห็นซูเป่ยทำหน้าตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ก็รีบวางแก้วเดินตามไปดู

"ทดสอบของเล่นใหม่"

"ของเล่นใหม่อะไรเหรอ?"

"เดี๋ยวก็รู้"

ซูเป่ยกระโดดขึ้นนั่งหลังพวงมาลัย คาดเข็มขัดนิรภัย

เวินหลานแม้จะงงเป็นไก่ตาแตก แต่ก็นั่งลงที่เบาะข้างคนขับอย่างว่าง่าย

"รถบ้าน โหมดอาวุธขั้นที่ 1 เดินเครื่อง!"

สิ้นเสียงคำสั่ง เสียงกลไกโลหะเสียดสีกันดังครืดคราดมาจากบนหลังคา

[โหมดอาวุธขั้นที่ 1 พร้อมใช้งาน ปืนกลแกตลิง 6 ลำกล้อง 4 ทิศทาง บรรจุกระสุนพร้อมยิง รอรับคำสั่ง]

"มาลองของกันหน่อยซิ!"

ซูเป่ยแสยะยิ้ม เหยียบคันเร่งพารถบ้านพุ่งทะยานเข้าหาฝูงซอมบี้ที่ออกันอยู่บนถนนเส้นหลักข้างหน้า

"เอ๊ะ? พี่ซู! ข้างหน้ามีแต่ซอมบี้ทั้งนั้นเลยนะ! จะทำบ้าอะไรเนี่ย?"

การกระทำบ้าดีเดือดของซูเป่ยทำเอาเวินหลานใจหายวาบ

ต่อให้รถบ้านจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่จะให้พุ่งชนกำแพงซอมบี้นับร้อยตัวเนี่ยนะ?

บ้าไปแล้ว!

[ตรวจพบฝูงซอมบี้บนเส้นทางด้านหน้า จำนวน 48 ตัว เวลาที่ใช้ในการกำจัดด้วยปืนกล 4 ทิศทาง ประเมินไว้ที่ 36 วินาที โปรดสั่งการ]

"ยิง! ฆ่าให้เหี้ยน!"

ซูเป่ยตะโกนสั่งตาย

ปังๆๆๆๆๆ...!!!

สิ้นเสียงสั่ง ปืนกลบนหลังคาก็คำรามลั่น สาดกระสุนห่าใหญ่ใส่ฝูงซอมบี้เบื้องหน้า

ซอมบี้แถวหน้าที่วิ่งเข้ามา ร่างกายถูกฉีกกระชากด้วยอำนาจทะลุทะลวงของกระสุนปืนกลหนัก กลายเป็นเศษเนื้อปลิวว่อน

หัวที่ว่าแข็งๆ โดนยิงจนเละไม่มีชิ้นดี

เพียงชั่วอึดใจ ถนนที่เคยเต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ ก็เหลือเพียงกองซากศพ... ไม่สิ กองเนื้อเละๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง

"น...นี่มันอะไรกัน? สุดยอดไปเลย!"

ตั้งแต่วินาทีที่ปืนกลเริ่มทำงาน เวินหลานนั่งอ้าปากค้าง พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกับภาพตรงหน้า

"สุดยอดจริงๆ นั่นแหละ ถ้าได้ถือปืนกลแบบนี้ไล่ยิงซอมบี้เองคงฟินพิลึก!"

ซูเป่ยปลดเข็มขัดนิรภัย ยกขาขึ้นไขว่ห้าง จุดบุหรี่สูบอย่างอารมณ์ดี

"พี่ซู... รถบ้านคันนี้ มนุษย์สร้างขึ้นมาจริงๆ เหรอคะเนี่ย?"

เวินหลานที่ยังช็อกไม่หาย หันมาถามเสียงหลง

"เดาสิ"

ซูเป่ยพ่นควันใส่หน้าเธอ ยิ้มกวนๆ

"แค่กๆ! แค่กๆ!"

สำลักควันจนหน้าแดง เวินหลานรีบเปิดกระจกสูดอากาศบริสุทธิ์

ซูเป่ยไม่ได้ห้าม เพราะเขารู้ดีว่ารถคันนี้มีระบบเตือนภัยอัจฉริยะ ถ้ามีอะไรอันตรายเข้ามาในระยะสิบเมตร มันจะแจ้งเตือนทันที

เขาก็ลดกระจกฝั่งตัวเองลงบ้าง พ่นควันปุ๋ยๆ ออกไปข้างนอก

ขณะที่กำลังนั่งชมวิวเพลินๆ สายตาของซูเป่ยก็เหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่างที่ตึกทดลองฝั่งตรงข้าม

ที่หน้าต่างชั้นสอง

หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ความสวยกินกันไม่ลงกับเวินหลาน กำลังโบกไม้โบกมือเรียกเขาอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย

"สาวสวยอีกคนเหรอ?"

ซูเป่ยสูดบุหรี่เข้าปอดลึกๆ มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์

ดูท่า... จะมีรางวัลมาประเคนให้อีกแล้วแฮะ

...

ณ ชั้นสอง หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยเจียงไห่

"ไม่ได้! ผมไม่ยอม! อาหารพวกนี้เป็นของทุกคน จะให้พวกคุณยึดไปเก็บไว้ฝ่ายเดียวได้ยังไง!"

เจียงฝานยืนจังก้าขวางทาง สีหน้าโกรธจัด จ้องหน้าชายหน้าบากอย่างไม่เกรงกลัว

เจียงฝานเป็นขั้วตรงข้ามกับจางเล่ยเคอโดยสิ้นเชิง

เขาสูงร้อยแปดสิบ ผมทองฟูฟ่อง นัยน์ตาอ่อนโยน รูปร่างผอมเพรียวแต่แข็งแรง

บวกกับผลการเรียนระดับท็อปและความสามารถรอบด้าน ทำให้เขาครองตำแหน่ง 'เดือนมหาลัย' อย่างไร้ข้อกังขา

ข้างหลังเขามีกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งหน้าตาตื่นกลัวเกาะกลุ่มกันแน่น มองไปทางกลุ่มชายฉกรรจ์ด้วยความโกรธแค้น

สาเหตุที่ทำให้นักศึกษาลุกฮือ เพราะแก๊งนักเลงนำโดย 'พี่หน้าบาก' อ้างว่าจะ 'ช่วยดูแล' แล้วจะมายึดขนมปังกับน้ำดื่มลังสุดท้ายในห้องเก็บของไป

สำหรับเจียงฝานที่ยึดถือความยุติธรรมและต้องการแบ่งปันอาหารให้ทุกคน เขาไม่มีวันยอมเด็ดขาด

"ไอ้หนูเจียงฝาน กล้าพูดกับพี่หน้าบากแบบนี้ อยากตายเร็วนักใช่ไหม?"

ลูกน้องคนหนึ่งท่าทางกุ๊ยสุดๆ เดินออกมาชี้นิ้วด่ากราด

"นั่นสิ สมัยพี่หน้าบากคุมถิ่น แกยังดูดนมแม่อยู่เลยมั้ง!"

"เวลานี้ของกินสำคัญที่สุด ก็ต้องให้คนที่แข็งแกร่งที่สุดดูแลสิวะ ดูสภาพพวกแกดิ ไก่อ่อนชิบหาย ยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าเดือนมหาลัย? ถุย! ถ้ายังไม่หุบปาก เดี๋ยวปั๊ดตัดแขนทิ้งซะเลย!"

ลูกสมุนหกคนด้านหลังพี่หน้าบากตะคอกใส่เจียงฝานและกลุ่มนักศึกษาอย่างดุร้าย

"ไม่! ยังไงผมก็ไม่ให้!"

เจียงฝานยืนกรานเสียงแข็ง

"เหอะๆ ไอ้หนูเจียงฝาน นี่แกกะจะงัดข้อกับข้าให้ได้เลยใช่ไหม?"

พี่หน้าบากแสยะยิ้มเหี้ยม

"อย่าลืมสิว่าที่นี่ประเทศจีน! ขืนพวกแกทำร้ายคน ระวังกฎหมายจะเล่นงานเอา!"

หลินอวี่หานและเฉินซูถิง ก้าวออกมายืนเคียงข้างเจียงฝาน

ทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมห้องและเพื่อนสมัยเด็กของเจียงฝาน

หลินอวี่หานหันไปมองจางเล่ยเคอที่ยืนเงียบกริบอยู่ข้างๆ

"จางเล่ยเคอ นายจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?"

พอโดนเรียกชื่อ ทุกคนถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า จางเล่ยเคอ คุณชายจอมกร่างที่เมื่อวานยังวางก้ามใหญ่โต วันนี้หน้าซีกซ้ายบวมปูดเหมือนโดนใครตบมา

แม้เจ้าตัวจะอ้างว่าหกล้ม แต่ดูยังไงก็รอยตบชัดๆ

หลินอวี่หานคร้านจะซักไซ้ ที่เธอเรียกเขาออกมา เพราะไอ้นักเลงพวกนี้ จางเล่ยเคอนั่นแหละเป็นคนพาเข้ามาในโรงเรียน

เพื่อสร้างอิทธิพลและจัดการคนที่ขัดใจ จางเล่ยเคอจ้างนักเลงพวกนี้มาเป็นแบ็คให้

และพี่หน้าบากคือหัวหน้าแก๊ง

พวกเขาเข้ามาเพื่อจะมาสั่งสอนซูเป่ย แต่ดันหาตัวไม่เจอ พอมาเจอกับจางเล่ยเคอก็เกิดวันสิ้นโลกพอดี

เลยพากันมาหลบภัยที่นี่

"เอ่อ..."

เห็นได้ชัดว่าจางเล่ยเคอลำบากใจสุดๆ แต่เมื่อตกเป็นเป้าสายตา เขาจึงจำใจเดินออกมา

แต่เขาไม่ได้หันไปคุยกับพี่หน้าบาก กลับหันมาพูดกับพวกเจียงฝานแทน

"อวี่หาน เจียงฝาน... ฉันว่าเชื่อพี่หน้าบากเถอะ ฝากอาหารไว้ที่พวกเขาชั่วคราวก่อน..."

"จางเล่ยเคอ! นายพูดบ้าอะไร? ขืนให้อาหารพวกมันไป พวกมันก็ฮุบไว้น่ะสิ!"

เฉินซูถิงตวาดแว้ด

ไม่นึกเลยว่าหมอนี่จะขี้ขลาดตาขาว หักหลังเพื่อนฝูงไปเข้าข้างคนเลว

"ใช่! เรื่องแค่นี้คิดไม่ได้หรือไง? ตอนนี้มันวันสิ้นโลก อาหารคือชีวิตนะเว้ย!"

นักศึกษาคนอื่นๆ เริ่มรุมประณามจางเล่ยเคอ

แม้จะไม่กล้าหือกับพวกนักเลง แต่กับจางเล่ยเคอ พวกเขาไม่กลัว

"พวกแก..."

"ช่างแม่งเถอะ ขี้เกียจเถียงกับพวกเด็กเมื่อวานซืน" พี่หน้าบากโบกมืออย่างรำคาญ หันไปสั่งลูกน้อง

"เสี่ยวเอ้อร์ เสี่ยวซาน จับไอ้หล่อนั่นโยนออกไปทางหน้าต่าง ให้มันเป็นอาหารซอมบี้ซะ"

"รับทราบครับลูกพี่!"

"ไอ้หนู! เสือกหาเรื่องพี่หน้าบากเองนะ รีบไปเกิดใหม่ซะเถอะ!"

สมุนสองคนถือมีดพกเดินย่างสามขุมเข้ามาหาเจียงฝาน

"ตายซะ!"

เสี่ยวเอ้อร์เงื้อมีดเตรียมแทงอกเจียงฝาน

"เจียงฝาน หลบเร็ว!"

หลินอวี่หานและเฉินซูถิงหวีดร้อง

แต่เจียงฝานกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง

วินาทีที่ปลายมีดกำลังจะจมลงในอกเจียงฝาน เปลวไฟลูกใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่แขนของเสี่ยวเอ้อร์อย่างจัง

"อ๊ากกก!!!"

มีดร่วงลงพื้น

เสี่ยวเอ้อร์ลงไปนอนดิ้นพราดๆ กับพื้น ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

"นี่มัน... พลังพิเศษ?"

เห็นฉากนี้ พี่หน้าบากไม่ได้ตื่นตกใจ แต่กลับถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ใช่!"

เจียงฝานยกมือขวาที่มีเปลวไฟลุกโชนขึ้น ประกาศก้อง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 9 - รถบ้านสายโหดกับเจียงฝานผู้ตื่นรู้

คัดลอกลิงก์แล้ว