- หน้าแรก
- ระบบรถบ้านผ่าวิกฤตวันสิ้นโลก
- บทที่ 8 - ไพ่ตายใบสำคัญ
บทที่ 8 - ไพ่ตายใบสำคัญ
บทที่ 8 - ไพ่ตายใบสำคัญ
บทที่ 8 - ไพ่ตายใบสำคัญ
"ข่าวด่วนล่าสุดครับ ศาสตราจารย์เหมยเหวินหัว ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาชื่อดัง ได้ค้นพบแนวทางเบื้องต้นในการรับมือกับไวรัสซอมบี้แล้ว... สรุปสั้นๆ คือ รัฐบาลได้ระดมทีมนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิเพื่อเร่งคิดค้นวัคซีนและวิธีรักษา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน ระหว่างนี้ขอให้ประชาชนทุกท่านดูแลตัวเอง อดทนรอ และเชื่อมั่นในรัฐบาล!"
...
ดูถึงตรงนี้ ซูเป่ยก็ปิดทีวีทันที
แค่วันเดียว เวลาในการกู้สถานการณ์ก็เลื่อนจากหนึ่งสัปดาห์ไปเป็นหนึ่งเดือน
ดูท่ารัฐบาลคงพึ่งพาไม่ได้แล้วแหละ
แต่ซูเป่ยก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไร
ตั้งแต่ต้น เขาตั้งเป้าแค่จะใช้ชีวิตเสวยสุขไปวันๆ จนกว่าจะตายจากโลกนี้ไปก็แค่นั้น
เรื่องความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์? ช่างหัวมันสิ
คิดได้ดังนั้น ซูเป่ยก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
[โฮสต์เจ้าระบบรถบ้าน: ซูเป่ย]
[อายุ: 21 ปี]
[พละกำลัง: 180 (ขีดจำกัดคนทั่วไป: 100)]
[ความอึด: 195 (ขีดจำกัดคนทั่วไป: 100)]
[ความว่องไว: 170 (ขีดจำกัดคนทั่วไป: 100)]
[พลังป้องกันกายภาพ: 1020 (ขีดจำกัดคนทั่วไป: 20)]
[พลังป้องกันเวท: 1000 (ขีดจำกัดคนทั่วไป: 0)]
[จิตวิญญาณ: 1000 (ขีดจำกัดคนทั่วไป: 100)]
[พลังพิเศษ: ไม่มี]
[จำนวนผู้โดยสาร: 1]
"แงงง!!!"
"ร้องหาพระแสงอะไร?"
ซูเป่ยหันไปมองเวินหลานที่นั่งคุกเข่าปล่อยโฮอยู่บนพื้น
"ฉ...ฉันทำไส้กรอกหาย!"
เวินหลานรู้สึกเหมือนโลกถล่มทลายลงตรงหน้า
อาหารก็ยิ่งหายากๆ อยู่ เธอดันทำของสำคัญอย่างไส้กรอกหายไปได้...
"ฮือ... ฉันมันไม่ได้เรื่อง..."
เธอกอดกระเป๋านักเรียนแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กหลงทาง
"เฮ้อ... ยุ่งยากชะมัด"
ซูเป่ยถอนหายใจ
เขาเรียกไส้กรอกออกมาจากแหวนมิติอีกอัน เดินไปนั่งยองๆ ตรงหน้าเวินหลาน
มือหนึ่งยื่นไส้กรอกให้ อีกมือลูบหัวเธอเบาๆ
"ฉันยังมีอีกเยอะน่า หยุดร้องได้แล้ว"
"ฮือ... ทำไมถึงดีกับฉันขนาดนี้?"
เวินหลานมองไส้กรอกในมือซูเป่ยตาละห้อย แต่ยังไม่กล้ารับ
ของกินมีค่าขนาดนี้ เขาให้เธอง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
"ทำไมอะไร?"
"ฉันทำของกินหายนะ ของสำคัญขนาดนั้น นายไม่ด่าฉันเหรอ? ไม่ตีฉันด้วย?"
"อยากโดนตีหรือไง?" ซูเป่ยถามเสียงเรียบ
"ม...ไม่เอา..."
"แล้วอยากให้ฉันตีไหมล่ะ?"
"..."
เวินหลานก้มหน้างุด ใบหูแดงเถือกด้วยความขวยเขิน
พอนึกขึ้นได้เธอก็รีบพูดต่อ
"สรุปคือ ขอแค่เธอเชื่อฟัง ไม่ตุกติก ฉันจะดูแลเธอเอง"
"เลิกร้องแล้วไปรอ เดี๋ยวฉันทำมื้อเย็นให้กิน เอ้านี่ เอาไปกินเล่นรองท้องก่อน"
ซูเป่ยยัดไส้กรอกใส่มือเธอ แล้วลุกเดินไปที่โซนครัว
ซูเป่ยต้มโจ๊กใส่เศษขนมปังลงไปเคี่ยวจนหอมกรุ่น
สิบนาทีต่อมา โจ๊กขนมปังร้อนๆ ก็พร้อมเสิร์ฟ
ระหว่างรอโจ๊ก เขาเอาไส้กรอกของเวินหลานกับของตัวเองมาหั่นแล้วผัดจนหอมฉุย ยกมาวางบนโต๊ะอาหาร
กลิ่นหอมยั่วน้ำลายทำเอาเวินหลานตาลุกวาว กลืนน้ำลายเอือกๆ
"กินสิ"
ซูเป่ยลงมือโซ้ยส่วนของตัวเองก่อน เวินหลานลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มคีบกินบ้าง
ระหว่างมื้ออาหาร ซูเป่ยหยิบของบางอย่างออกมาวางตรงหน้าเวินหลาน
มือถือเครื่องหนึ่ง... หน้าจอคุ้นตามาก
"เจอตกอยู่ระหว่างทาง ก็เลยเก็บมา"
ซูเป่ยพูดพลางซดโจ๊กคำสุดท้าย
"นายรู้ได้ไงว่าเป็นของฉัน?"
"ไม่รู้หรอก เห็นเธอไม่ควักมือถือออกมาใช้เลย ก็เลยเดาว่าคงทำหาย เอาไปใช้ซะสิ ไม่นึกว่าจะบังเอิญถูกอัน"
"ขอบคุณนะ! เครื่องนี้เพื่อนสนิทฉันซื้อให้เป็นของขวัญด้วย!"
เวินหลานกล่าวขอบคุณด้วยความดีใจ รีบเปิดเช็คข่าวสารทันที เป็นไปตามคาด โซเชียลมีเดียแทบแตก ทุกแอปเต็มไปด้วยข่าววันสิ้นโลก
...
[ติ๊ง! เวินหลานบริโภคไส้กรอก 1 แท่ง คืนทุนร้อยเท่า!]
[ติ๊ง! เวินหลานบริโภคเกลือ 1 กรัม คืนทุนร้อยเท่า!]
[ติ๊ง! เวินหลานบริโภคขนมปัง 1 ก้อน คืนทุนร้อยเท่า!]
[ติ๊ง! เวินหลานบริโภคข้าวสวย 200 กรัม คืนทุน 20,000 กรัม!]
[ติ๊ง! เวินหลานบริโภคน้ำเปล่า 1 ขวด คืนทุนร้อยขวด!]
ฟังรายงานจากระบบแล้ว ซูเป่ยยิ้มกริ่ม
มีเวินหลานอยู่ด้วย ทรัพยากรมีแต่จะงอกเงยไม่มีวันหมด
แบบนี้ก็นอนตีพุงเป็นเสือนอนกินได้สบายใจเฉิบ
ซูเป่ยคิดในใจอย่างอารมณ์ดี
หลังมื้อค่ำ เวินหลานอาสาล้างจาน ซูเป่ยจึงปลีกตัวมาที่ห้องคนขับ
"ระบบ อัปเกรดรถบ้าน"
[รับทราบคำสั่ง เริ่มดำเนินการอัปเกรดอัตโนมัติ]
[การอัปเกรดจะเสร็จสิ้นก่อนเจ็ดโมงเช้าวันพรุ่งนี้ โปรดรอสักครู่ ระหว่างนี้รถบ้านยังคงใช้งานได้ตามปกติ]
เสียงระบบเงียบลง
ซูเป่ยเอนหลังพิงเบาะ มองดูท้องฟ้ายามค่ำคืน
คืนแรกในวันสิ้นโลก มีสาวสวยรุ่นน้องมาอยู่เป็นเพื่อนในรถบ้าน
พอมองย้อนกลับไป เหตุการณ์วันนี้มันช่างแฟนตาซีเหลือเกิน
เขาหยิบมือถือขึ้นมาไถฟีดโซเชียลดูความเคลื่อนไหว
"วันนี้มันวันบ้าอะไรวะเนี่ย ตื่นมาโลกก็พังพินาศหมดแล้ว..."
"เชี่ย ขาซ้ายโดนลุงหวังข้างบ้านกัด ตอนนี้เริ่มชาๆ แล้ว ตัดทิ้งทันไหมวะ?"
"ช่วยด้วยค่ะซิส! ฉันโดนซอมบี้ขังอยู่ในห้องน้ำห้างเซ็นทรัล ใครก็ได้มาช่วยที!"
"ตาฉัน... เหมือนจะยิงเลเซอร์ได้ว่ะ เฮ้ย! ฉันไม่กินเนื้อวัวนะเว้ย..."
"เม้นบนบ้าไปแล้วมั้ง ไม่กินเนื้อวัวอะไรของมัน..."
"ปากดีนักนะ เดี๋ยวตามไปยิงไส้แตกถึงบ้านแม่ง!"
"ไอ้บ้า!"
...
ซูเป่ยสะดุดตากับกระทู้ที่พูดถึงการตื่นรู้พลังพิเศษ หลายโพสต์มีรูปประกอบยืนยันด้วย
ดูท่าทาง... ถ้าอยากเก่งขึ้น ก็คงต้องไปล่าพวกผู้มีพลังพิเศษสินะ!
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูกั้นห้องดังขึ้น
"พี่ซู จะอาบน้ำไหมคะ?"
"เธออาบก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป"
"โอเคค่ะ"
รอจนแน่ใจว่าเวินหลานเดินไปแล้ว ซูเป่ยก็ค่อยๆ เปิดประตูรถ กระโดดลงไปข้างล่าง
เสียงฝีเท้าเบาๆ เรียกความสนใจจากซอมบี้สองตัวแถวนั้นให้เดินเข้ามาหา
...
ห้านาทีต่อมา ซูเป่ยกลับขึ้นมาบนรถด้วยสภาพเลือดโชก
บาดแผลเหวอะหวะที่แขนซ้ายจากการถูกซอมบี้กัด กำลังสมานตัวอย่างรวดเร็วจนน่าอัศจรรย์
เพียงนาทีเดียว แขนของเขาก็กลับมาเนียนกริบไร้รอยขีดข่วน
ซูเป่ยถอนหายใจโล่งอก
ไอ้สายเลือดจ้าวบรรพกาลนี่ของจริงแฮะ!
ถ้าระบบโม้เหม็น เขาคงม่องเท่งไปแล้ว
แต่โชคดีที่ระบบยังเชื่อถือได้
ไม่ต้องกลัวไวรัส ไม่ต้องกลัวโดนกัด
ตอนที่โดนดอกกล้วยไม้ผีเสื้อรุมทึ้งบนดาดฟ้า ก็เพราะได้ร่างอมตะนี่แหละช่วยไว้ เขาถึงกล้าจุดไฟเผามันวอดวายแล้วหนีออกมาได้
ในนรกบนดินแห่งนี้ นี่แหละคือไพ่ตายที่เจ๋งที่สุดของเขา
เลือดหยดหนึ่งของซูเป่ยหยดลงบนเบาะ แต่พริบตาเดียวมันก็จางหายไป
แม้จะไม่รู้กลไกการทำงาน แต่ดูเหมือนระบบทำความสะอาดอัตโนมัติของรถจะจัดการคราบสกปรกทุกอย่างให้
สะดวกสบายสุดๆ
เสียดายที่มันไม่รวมถึงเสื้อผ้า
ซูเป่ยเดินกลับเข้าไปในโซนพักผ่อน ถอดเสื้อผ้าเปื้อนเลือดโยนลงตะกร้า แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
ห้าทุ่มตรง รัตติกาลปกคลุมเมืองเจียงไห่
"พี่ซู... ฉันติดต่อพ่อแม่ไม่ได้เลย"
เวินหลานนอนมองพระจันทร์ผ่านซันรูฟ เอ่ยเสียงเครือ
"อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ รออีกสักสองวันค่อยลองใหม่" ซูเป่ยตอบเสียงเรียบ
"พี่ซู... พี่มีญาติอยู่ที่เจียงไห่บ้างไหม?"
"ฉันตัวคนเดียว พ่อแม่ตายหมดแล้ว"
"ขอโทษนะ..." เวินหลานหันมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม พึมพำเบาๆ
"ไม่เกี่ยวกับเธอ นอนซะ พรุ่งนี้ต้องหาทางไปต่อ"
ซูเป่ยพลิกตัวตะแคงข้าง หันหลังให้หญิงสาว
"อื้อ"
...
ณ หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยเจียงไห่
ทางขึ้นชั้นสองถูกปิดกั้นด้วยโต๊ะเก้าอี้ระเกะระกะ ทำเป็นป้อมปราการชั่วคราว
บันไดชั้นหนึ่งและชั้นสามเต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ที่พยายามจะพังทลายสิ่งกีดขวางเข้ามาลิ้มรสเนื้อมนุษย์ที่ซ่อนตัวอยู่ชั้นสอง
"เฮ้อ! สายไม่ว่างตลอดเลยเว้ย!"
ในห้องน้ำ
ชายหนุ่มผมทองวางมือถือลง ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ข้างนอกมีแต่ซอมบี้ อาหารก็ไม่มี จะรอดกันได้ยังไงวะเนี่ย?
พอหันหลังกลับ เขาเผลอไปปัดกระถางต้นไม้บนอ่างล้างหน้าตกลงมาแตกกระจาย
ท่ามกลางเศษดิน มีวัตถุทรงกลมกลิ้งออกมา
"นี่มัน?"
เขาหยิบมันขึ้นมาดู
จะว่าเป็นเมล็ดพืชก็ใหญ่เกินไป จะว่าเป็นผลไม้ก็ดูแปลกตา
ขณะกำลังพินิจพิเคราะห์ เสียงผู้หญิงก็ดังมาจากหน้าประตู
"เจียงฝาน อยู่ข้างในหรือเปล่า?"
เสียงของ 'หลินอวี่หาน'!
พอรู้ว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็ก เจียงฝานก็รีบยัดลูกกลมๆ นั่นใส่กระเป๋ากางเกง
จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ แล้วเปิดประตูออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
"มีอะไรเหรออวี่หาน?"
"เมื่อกี้ฉันติดต่อเสี่ยวหลานได้แล้วนะ เธอบอกว่าหนีออกมาจากหอพักได้แล้ว ปลอดภัยดี"
"จริงเหรอ! เวินหลานปลอดภัยก็ดีแล้ว! แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?"
เจียงฝานโล่งอก
เวินหลานเป็นเพื่อนสนิทของหลินอวี่หาน เขาเองก็รู้จักมักจี่และเป็นห่วงเธอไม่น้อย
"เสี่ยวหลานบอกว่ามีคนช่วยเธอไว้ ตอนนี้อยู่ด้วยกัน"
"ใครช่วยไว้?"
"ซูเป่ย คนที่โดนไล่ออกไปเมื่อปีก่อนนั่นแหละ"
"ซูเป่ยเนี่ยนะ? เขาช่วยเวินหลาน?"
เจียงฝานทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ หลินอวี่หานหัวเราะเบาๆ "เอาจริงๆ ตอนได้ยินฉันก็ตกใจเหมือนกัน"
"แล้วตอนนี้พวกหลบอยู่ที่ไหน?" เจียงฝานถามรัวเร็ว
"เสี่ยวหลานไม่ได้บอก บอกแค่ว่าปลอดภัยดี"
"ไม่ได้การ! ให้เวินหลานอยู่กับผู้ชายอย่างซูเป่ยอันตรายเกินไป เราต้องไปช่วยเธอ! อวี่หาน เธอต้องถามพิกัดเธอมาให้ได้นะ"
"เจียงฝาน... นายเป็นอะไรไป?" หลินอวี่หานมองท่าทีร้อนรนของเพื่อนชายอย่างงุนงง
"อวี่หาน เธอไม่คิดเหรอว่าการปล่อยให้เวินหลานที่อ่อนต่อโลก ไปอยู่กับคนระดับล่างอย่างซูเป่ยที่ดิ้นรนปากกัดตีนถีบมาเป็นปีๆ มันเสี่ยงแค่ไหน?"
"เอ่อ..."
"เอาเป็นว่า เธอรีบถามที่อยู่มา เดี๋ยวฉันจะพาคนออกไปดูลาดเลาข้างนอก"
ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เจียงฝานก็รีบเดินจ้ำอ้าวกลับไปที่โถงกลาง
[จบแล้ว]