- หน้าแรก
- คอนโดของฉัน ทะลุมิติไปอีกแล้ว
- บทที่ 253 - ระดับเหนือธรรมชาติในป่า
บทที่ 253 - ระดับเหนือธรรมชาติในป่า
บทที่ 253 - ระดับเหนือธรรมชาติในป่า
เมื่อจ่าฝูงร่วงลงมาจากฟากฟ้า กระแทกพื้น
จากราชันหมาป่า กลายเป็นก้อนเนื้อเละๆ
ฝูงหมาป่าที่เหลือวงแตกกระเจิง
หางจุกตูด วิ่งหนีไปคนละทิศละทาง ร้องโหยหวนไปตลอดทาง
ฮาร์ปี้บินวนรอบชายป่าหนึ่งรอบ จนเห็นฝูงหมาป่าหนีไปหมดแล้ว ถึงค่อยบินเชิดหัวขึ้น มุ่งหน้าไปทางตีนเขา
เสือดาวค่อยๆ กระโดดลงมาจากต้นไม้ มองตามทิศที่ฮาร์ปี้บินจากไป แล้วร้องเรียกเบาๆ สองสามที
ตอนผ่านหน้าผา ฉินจื่อเหวินชี้มือไปไม่ไกล ให้ฮาร์ปี้บินไปดูตรงนั้น
ตรงนั้นคือหน้าผาที่คางคกยักษ์เคยตกลงไปตาย
ขี่ฮาร์ปี้ลงมาที่ก้นหุบเขาอีกครั้ง พื้นดินที่เคยถูกน้ำมันเผาจนไหม้เกรียม ตอนนี้มีต้นไม้เขียวขจีงอกขึ้นมาใหม่
โครงกระดูกคางคกยักษ์ถูกแทะจนเกลี้ยง เหลือแต่โครงกระดูกสีขาวโพลน ตามซอกกระดูกมีพืชต้นเล็กๆ งอกงาม แทรกตัวออกมาอวดชีวิตใหม่
ในป่าไม่เคยขาดความตาย ความตายคือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่
"ไปกันเถอะ" จ้องมองอยู่นาน ฉินจื่อเหวินสั่งให้ฮาร์ปี้บินออกไป
ต่อให้แข็งแกร่งอย่างคางคกยักษ์ ที่เคยเป็นเจ้าถิ่นในป่า ตายไปก็เหลือแค่โครงกระดูกขาวโพลน
จากนั้น ฉินจื่อเหวินก็ขี่ฮาร์ปี้ไปตระเวนดูแท่นบูชาอื่นๆ รอบป่า
เพราะเวลาจำกัด สุดท้ายเลยค้นหาได้แค่สามแห่ง ได้การ์ดมาสามใบ
รวมกับการ์ดเสริมแกร่งขั้นสูงที่ได้จากถ้ำ ก็เป็นสี่ใบ
ฉินจื่อเหวินพบว่าเขาเจอวิธีหาการ์ดที่มั่นคงอีกวิธีหนึ่งแล้ว
ขอแค่ใช้ฟังก์ชันย้อนรอยเป็นระยะ ก็จะเก็บเกี่ยวการ์ดได้เรื่อยๆ
แน่นอน เงื่อนไขคือแผนที่ที่ย้อนกลับไปต้องไม่มีหมู่บ้านอื่น
"พี่ครับ ทางนี้!"
ข้างประตูมิติ ฉินจื่ออู่โบกมือหยอยๆ
เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและการหลงทาง ในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย ทัพใหญ่ก็เริ่มทยอยกลับกันแล้ว ตอนนี้ข้างประตูเหลือคนอยู่ไม่กี่คน
รอบๆ มีคนเก็บรวบรวมทรัพยากรเริ่มมารวมตัวกัน เข้าแถวยาวเหยียด
"ท่านประธานครับ ในแม่น้ำเหมือนจะมีตัวอะไรอยู่ เมื่อกี้มีพี่น้องไปตักน้ำ ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวในน้ำ" เฉาเปี้ยนเซิงเดินเข้ามารายงานฉินจื่อเหวิน
บนเกาะไม่มีน้ำจืด แม้ก่อนหน้านี้จะเก็บน้ำจืดจากโอเอซิสมาบ้าง แต่ก็ยังขาดแคลน
ฉินจื่อเหวินถาม "จระเข้หรือเปล่า เรื่องปกติ ปลายน้ำมีจระเข้เยอะแยะ"
เฉาเปี้ยนเซิงตอบ "ไม่ใช่จระเข้ครับ ฟังเขาบอกมา เหมือนจะเป็นงูชนิดหนึ่ง งูที่เร็วมาก บินเลียบผิวน้ำได้"
บินเลียบผิวน้ำ?!
ฉินจื่อเหวินนึกภาพตาม "แน่ใจนะว่าไม่ใช่กิ้งก่า?"
ฉินจื่ออู่พูดเสริม "พี่ ผมไปดูมาแล้ว เรื่องจริง งูนั่นไม่ยาวมาก แค่สองสามเมตร เร็วเกิน มองไม่ค่อยทัน"
"ไปดูกัน"
ฉินจื่อเหวินเริ่มอยากรู้ งูอะไรจะลอยน้ำได้
ริมฝั่งแม่น้ำ น้ำไหลเอื่อย
ระดับน้ำลดลงกว่าเมื่อก่อน น่าจะเป็นเพราะตอนนั้นเป็นหน้าน้ำหลากฤดูร้อน ผ่านไปเดือนกว่า ระดับน้ำลดลงเป็นเรื่องปกติ
เพิ่งมาถึงริมน้ำ ไม่ไกลนัก เส้นสีเงินที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงบนผิวน้ำก็ดึงดูดสายตาเขา
"นั่นไง!"
"เห็นแล้ว"
ฉินจื่อเหวินด้วยความอยากรู้ โยนสกิลหยั่งรู้ใส่เส้นสีเงินนั่น
【ระดับเหนือธรรมชาติ·งูเส้นเงิน: ☆☆☆】
เขาแปลกใจ นี่เป็นสัตว์ป่าระดับเหนือธรรมชาติตัวแรกที่เขาเจอนอกจากมังกรหินยักษ์
แค่ดาวน้อยไปหน่อย ไม่มีดาวเต็มสักดวง
สงสัยยังไม่โตเต็มวัย
แต่ลองคิดดูดีๆ ผลระฟ้าก็เจอในแผนที่นี้ ในเมื่อมีพืชเหนือธรรมชาติ จะมีสัตว์เหนือธรรมชาติก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ดวงดีชะมัด เมื่อก่อนอยู่เป็นเดือนไม่เจอ พอกลับมาครึ่งวันเจอเลย
เขานึกถึงภารกิจระดับ 3 ของม้าแดงเซ็กเธาว์ (จีดทู/กระต่ายแดง) ที่ต้องแบกคนขี่ ล่าสัตว์ระดับเหนือธรรมชาติที่มีน้ำหนักรวมไม่ต่ำกว่าน้ำหนักของทั้งคู่ โดยที่ตัวมันและคนขี่ต้องไม่ได้รับบาดเจ็บ
"เสียดายตัวเล็กไปหน่อย" ฉินจื่อเหวินส่ายหน้าอย่างเสียดาย
งูเส้นเงินนี่แค่สามดาว น้ำหนักเบาไป น้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์
ถ้าน้ำหนักเยอะกว่านี้หน่อยก็ดีสิ
"คราวหน้ามาก็ระวังตัวกันหน่อย อย่าให้งูกัดเอาล่ะ"
ถึงดาวจะน้อย แต่ระดับชั้นสูง งูระดับเหนือธรรมชาติ ถ้ามีพิษ พิษมันคงร้ายแรงน่าดู
ฉินจื่อเหวินสีหน้าเปลี่ยน "จริงสิ แกกลับไปเอาลอบดักปลามาหน่อย วางกับดักไว้แถวนี้สักสองสามอัน"
ดูจากรูปร่าง งูเส้นเงินไม่น่าจะเด่นเรื่องพละกำลัง
ลอบดักปลาอาจจะขังมันได้
ยังไงก็เป็นงูระดับเหนือธรรมชาติ หายาก
ฉินจื่ออู่กับเฉาเปี้ยนเซิงได้ยินก็รีบวิ่งกลับไป ไม่นานทั้งคู่ก็หิ้วลอบมาคนละสองอัน
ในลอบใส่เหยื่อล่อไว้เต็ม
จากนั้นพวกเขาก็จัดวางกับดักริมฝั่ง เอาลอบจมน้ำไว้ครึ่งหนึ่ง
งูเส้นเงินตัวนั้นดูเหมือนจะรู้ตัวว่ามีคนอยู่ริมฝั่ง มัน "ลอย" ข้ามน้ำไปฝั่งตรงข้าม มุดลงน้ำหายวับไป
กลับมาถึงบ้านพัก ที่ลานว่างข้างๆ กองไม้พะเนินเทินทึก
ต้นไม้ใหญ่แต่ละต้น ถูกวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ
ไกลออกไป มีคนเข้าแถวยาวรับ "ค่าจ้าง"
ค่าจ้างที่เหมาะสมที่สุด ก็คือเนื้อสัตว์
นี่เป็นสกุลเงินแข็งของหมู่บ้าน
เถาฟู่รีบวิ่งมา เขาเห็นกองไม้ ก็รีบเข้ามาคัดเลือกวัตถุดิบที่เหมาะสม
เขากลัวคนตัดไม้ผิดชนิด เพราะไม่ใช่ไม้ทุกชนิดจะเอามาต่อเรือได้
คัดไปสักพัก เถาฟู่ก็คลายกังวล
เพราะต้นไม้ส่วนใหญ่ที่นี่ผ่านการคัดเลือกสายพันธุ์มาคร่าวๆ แล้ว ไม่ใช่ตัดมั่วซั่ว
ไม้สัก ไม้โอ๊ค ไม้สน ไม้การบูร...
ส่วนใหญ่เหมาะแก่การต่อเรือ
ยังมีไม้บางส่วนที่เหมาะเอาไปทำคันธนูและรถหน้าไม้
"ไม้พวกนี้พอต่อเรือกี่ลำ" ฉินจื่อเหวินเดินเข้ามาถาม
เถาฟู่ตอบ "ถ้าเป็นเรือเดินทะเลขนาด 20 เมตร น่าจะได้สักสี่ลำขอรับ"
"ดี งั้นเอาตามมาตรฐานนี้ สี่ลำต้องใช้เวลานานแค่ไหน?"
เถาฟู่ครุ่นคิด "เรียนนายท่าน อู่ต่อเรือผีสิงขอแค่เริ่มงาน ช่างต่อเรือผีสิงแทบไม่ต้องพักผ่อน ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง น้ำดำใต้บ่อกลางอู่ยังช่วยจัดการไม้ ไม่ต้องรอผึ่งให้แห้งกันปลวก ประมาณสามถึงสี่วันก็น่าจะเสร็จลำหนึ่งขอรับ"
ฉินจื่อเหวินพยักหน้า ด้วยความเร็วระดับนี้ สิบวันก็น่าจะได้เรือไม้เดินทะเลขนาด 20 เมตรสามลำ
ประสิทธิภาพสูงมาก แต่แค่มีเรือยังไม่พอ ทะเลแถบนี้มีสัตว์ทะเลเยอะแยะ
โครงสร้างไม้ของเรือ ถ้าจะรับแรงกระแทกจากสัตว์ทะเล ยังดู "เปราะ" ไปหน่อย
ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ฉินจื่อเหวินถามต่อ "แล้วถ้าหุ้มเหล็กที่กาบเรือกับท้องเรือ จะต้องใช้เวลาเพิ่มอีกเท่าไหร่?"
"แผ่นเหล็ก?" เถาฟู่คิด "น่าจะเพิ่มเวลาอีกครึ่งวันขอรับ แต่ว่านายท่าน ต้องเตรียมวัสดุให้พร้อมก่อนนะขอรับ"
"เรื่องนั้นแน่นอน เดี๋ยวผมให้ทางค่ายยุทธภัณฑ์ช่วยเตรียมแผ่นเหล็กให้"
จากนั้น ฉินจื่อเหวินก็ไปที่ค่ายยุทธภัณฑ์ บอกหลี่เถี่ยซานให้ช่วยเถาฟู่ หุ้มเกราะเหล็กให้เรือ ถามว่ามีปัญหาอะไรไหม
หลี่เถี่ยซานได้ยิน เหงื่อแตกพลั่ก ร้องโอดโอย "นายท่าน! ปัญหาใหญ่เลยขอรับ! ใหญ่มาก ขาดคน! ท่านหาคนมาช่วยข้าสักร้อยคน ข้ารับประกันว่าเสร็จทัน!"
(จบแล้ว)