- หน้าแรก
- มิติเพาะปลูกระดับเทพ
- ตอนที่ 34 คำโกหกสีขาว
ตอนที่ 34 คำโกหกสีขาว
ตอนที่ 34 คำโกหกสีขาว
ตอนที่ 34 คำโกหกสีขาว
"ยอดฝีมือระดับกฎเกณฑ์เจ็ดคนยังไม่นับว่าเยอะอีกรึ?"
"พวกระดับอาณาเขตกว่าสามสิบคน ก็ไม่น่าหวั่นเกรงงั้นรึ?"
องครักษ์ระดับอาณาเขตขั้นต้นสองคนร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
เท่าที่พวกเขารู้ ในเมืองหรงเหยียนมียอดฝีมือระดับกฎเกณฑ์ไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ
แน่นอนว่า ไม่นับรวมพวกที่เร้นกายปกปิดตัวตนนะ
ยายเฒ่าอู๋ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของเย่เทียน นางจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ด้วยพลังฝีมือของข้าในยามนี้ สามารถรับมือกับยอดฝีมือระดับกฎเกณฑ์ของตระกูลเหลยได้ห้าคน ทว่า... อย่างมากที่สุดก็แค่ห้าคนเท่านั้น"
"จริงหรือ?"
"นี่มันจะเป็นไปได้หรือ?"
บรรดาองครักษ์ต่างก็แสดงสีหน้าไม่เชื่อ
แม้แต่ต้าเถียชุยกับท่านลุงอิ๋งเองก็ยังรู้สึกประหลาดใจ
พวกเขารู้ดีว่าพลังฝีมือของยายเฒ่าอู๋อยู่ในระดับกฎเกณฑ์ และรู้ว่าอาณาเขตเหินเวหาของนางสามารถสร้างร่างแยกออกมาได้หนึ่งร่าง ซึ่งเทียบเท่ากับมีตัวนางเพิ่มมาอีกคน ทว่าหากจะบอกว่านางสามารถรับมือกับยอดฝีมือระดับกฎเกณฑ์ได้ถึงห้าคนพร้อมกัน มันก็ดูจะเกินจริงไปหน่อยกระมัง!
ทว่าเย่เทียนกลับส่ายหน้า "ไม่สิ! ท่านยายอู๋ ท่านพูดผิดแล้ว ความหมายของข้าคือ ท่านสามารถรับมือกับยอดฝีมือระดับกฎเกณฑ์ของฝ่ายเหลยเทียนเป้าได้ทั้งหมดเลยต่างหาก"
"หา..." ยายเฒ่าอู๋ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มแห้ง "ถ้านายน้อยบอกว่าไหว ข้าก็จะลองดู ข้าจะพยายามให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน!"
"ไม่ใช่แค่พยายามให้ถึงที่สุด ทว่าท่านยายอู๋ต้องทำได้อย่างแน่นอน!" เย่เทียนหันไปมองหวังซือ "ท่านแม่ ในสถานการณ์เช่นนี้ ท่านช่วยหยิบกำไลต้นกำเนิดที่มีอาณาเขตเร้นกายแฝงอยู่ออกมาเถิดขอรับ! หากให้ท่านยายอู๋สวมมัน คงจะช่วยยกระดับพลังของนางได้อีกโขเลยทีเดียว"
"ได้สิ!" หวังซือไม่รอช้า นางล้วงมือเข้าไปในแหวนมิติ ค้นหากำไลต้นกำเนิดวงที่มีอาณาเขตเร้นกายแฝงอยู่ตามที่เย่เทียนบอก แล้วส่งมันให้ยายเฒ่าอู๋ทันที
"ฮูหยิน... ท่าน... ท่านยังมีกำไลต้นกำเนิดอีกวงรึ? ซ้ำยังมีอาณาเขตเร้นกายแฝงอยู่อีกด้วย? นี่... ท่านไปเอามาจากไหนกัน?"
ยายเฒ่าอู๋รับมาดูเพียงแวบเดียว ก็ถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ในความคิดของนาง การที่ตระกูลเย่มีกำไลต้นกำเนิดที่มีอาณาเขตแยกร่างแฝงอยู่ ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว ทว่าจู่ๆ ก็มีกำไลต้นกำเนิดที่มีอาณาเขตเร้นกายแฝงอยู่อีกวงปรากฏขึ้นมา มันช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเสียจริงๆ เพราะในเมืองหรงเหยียน หรือแม้แต่เมืองม่อเจีย กำไลต้นกำเนิดนั้นหาได้ยากยิ่งนัก
หวังซือยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยกลบเกลื่อน "ท่านยายอู๋ ท่านอย่ามัวแต่ถามว่ากำไลต้นกำเนิดนี่มาจากไหนเลย หากข้าบอกว่าเป็นของสินสอดที่ข้านำมาจากตระกูลเดิม ท่านก็คงไม่เชื่อหรอก ดังนั้น ท่านก็แค่รับไปใช้ก็พอแล้วล่ะ!"
"อะแฮ่ม..." เย่เทียนอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
คำโกหกสีขาวของมารดานี้ช่างแนบเนียนยิ่งนัก ในเมื่อท่านตาเป็นถึงคนของสำนักหลอมศัสตรา ย่อมไม่มีใครกล้าสงสัยเป็นแน่
และก็เป็นไปตามที่เขาคาดไว้
ยายเฒ่าอู๋ปักใจเชื่ออย่างสนิทใจ "ฮูหยิน ทำไมข้าจะไม่เชื่อล่ะเจ้าคะ ในเมื่อบิดาของท่านเป็นถึงปรมาจารย์นักหลอมศัสตราระดับห้า การที่เขาจะมอบกำไลต้นกำเนิดสองวงที่มีคุณสมบัติต่างกันให้ท่านเป็นของขวัญ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย!"
"อืม!" หวังซือถอนหายใจอย่างโล่งอก
แค่ไม่สงสัยที่มาของกำไลต้นกำเนิดก็ดีแล้ว
ยายเฒ่าอู๋สวมกำไลต้นกำเนิดที่มีอาณาเขตเร้นกายแฝงอยู่เข้าที่ข้อมือ หลังจากตรวจสอบคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นมาอย่างละเอียดแล้ว รอยยิ้มตื่นเต้นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น "มิน่าล่ะ นายน้อยถึงบอกว่าข้าสามารถรับมือกับยอดฝีมือระดับกฎเกณฑ์ทั้งเจ็ดคนได้ ที่แท้นายน้อยก็รู้ดีอยู่แล้วว่าอาณาเขตเร้นกายจะช่วยส่งเสริมพลังฝีมือของข้าได้เป็นอย่างดี"
อาณาเขตเร้นกายและอาณาเขตเหินเวหา ล้วนจัดอยู่ในหมวดธาตุลม เมื่อนำมาใช้ร่วมกัน ย่อมช่วยให้พลังฝีมือเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล
นี่ไม่ใช่ความลับอะไรเลยในทวีปต้นกำเนิด
"ทว่าแล้วยอดฝีมือระดับอาณาเขตอีกสามสิบเอ็ดคนของเหลยเทียนเป้า รวมไปถึงลูกสมุนคนอื่นๆ เล่า พวกเราจะจัดการอย่างไร?" ท่านลุงอิ๋งหันไปถามเย่เทียน "เจ้าอย่าบอกนะว่าแค่มีข้ากับต้าเถียชุยก็พอแล้ว?"
"ถูกต้อง! ในมุมมองของข้า ความจริงแล้วแค่มีต้าเถียชุยคนเดียวก็เกินพอแล้ว! ส่วนท่านลุงอิ๋ง แค่คอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ ก็พอ" เย่เทียนกะพริบตาหยอกล้อ "เพราะท่านแม่ยังมีกำไลต้นกำเนิดอยู่อีกสองวง วงหนึ่งแฝงอาณาเขตแห่งพละกำลัง ส่วนอีกวงแฝงอาณาเขตแห่งความเร็ว หากท่านสองคนสวมมันเข้าไป พลังฝีมือก็คงทะยานไปถึงระดับกฎเกณฑ์ขั้นสูงสุดได้สบายๆ ท่านลุงอิ๋ง ท่านคงไม่บอกข้าหรอกนะ ว่ายอดฝีมือระดับกฎเกณฑ์ขั้นสูงสุดสองคน จะไม่สามารถกวาดล้างยอดฝีมือระดับอาณาเขตแค่สามสิบกว่าคนได้"
"อะไรนะ?" ท่านลุงอิ๋งนึกว่าตัวเองหูฝาด "ฮูหยินยังมีกำไลต้นกำเนิดอยู่อีกสองวงรึ? ซ้ำยังแฝงอาณาเขตแห่งพละกำลังกับอาณาเขตแห่งความเร็วมาด้วยรึ?" อาณาเขตของเขาคือความเร็วอยู่แล้ว หากมีกำไลต้นกำเนิดที่แฝงอาณาเขตแห่งความเร็วมาช่วยเสริม พลังย่อมต้องเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวอย่างแน่นอน
"นายน้อย ท่านแน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังโม้อยู่?"
ต้าเถียชุยถามเสียงซื่อ
ยายเฒ่าอู๋เองก็ไม่อยากจะเชื่อ นางมองหวังซือด้วยความตื่นตะลึง
ทว่าเมื่อหวังซือล้วงมือเข้าไปหยิบกำไลต้นกำเนิดอีกสองวงออกมาจากแหวนมิติด้วยรอยยิ้ม ต้าเถียชุยก็หุบปากฉับ ส่วนลมหายใจของท่านลุงอิ๋งก็เริ่มหอบถี่ขึ้น
ส่วนยายเฒ่าอู๋รีบถามย้ำ "ฮูหยิน ท่านอย่าบอกข้านะ ว่า... กำไลต้นกำเนิดสองวงนี้ ท่านก็นำมาจากตระกูลเดิมด้วย?"
"ใช่แล้ว! มีอะไรผิดปกติงั้นรึ?" หวังซือยื่นกำไลต้นกำเนิดทั้งสองวงให้ต้าเถียชุยและท่านลุงอิ๋งคนละวง "ทว่าหากไม่ใช่วันนี้คฤหาสน์ตระกูลเย่ต้องเผชิญกับวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ ข้าก็คงไม่ยอมนำของวิเศษจากตระกูลเดิมออกมาใช้หรอกนะ! ข้าตั้งใจจะเก็บไว้เป็นของสินสอดให้เชี่ยนเชี่ยนต่างหากล่ะ!"
ยายเฒ่าอู๋ตกตะลึง "สวรรค์! ฮูหยิน ท่านแต่งเข้าตระกูลเย่ สินสอดของท่านนี่ช่างอลังการงานสร้างเสียเหลือเกิน!"
"ท่านแม่... เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ท่านอย่ามาล้อข้าเล่นสิเจ้าคะ!" เย่เชี่ยนเชี่ยนหน้าแดงก่ำด้วยความขัดเขิน
"เด็กคนนี้นี่!" หวังซือส่ายหน้ายิ้มๆ
เย่เทียนก็พลอยหัวเราะไปด้วย ก่อนจะหันไปสั่งการท่านลุงอิ๋งและต้าเถียชุย "พวกท่านรีบปรับตัวให้เข้ากับพลังที่เพิ่มขึ้นจากกำไลต้นกำเนิดเถอะ ประเดี๋ยวคงต้องปะทะกับเหลยเทียนเป้าอย่างดุเดือดแน่ ข้าไม่อยากเห็นพวกท่านต้องมาจบชีวิตลง เพียงเพราะปรับตัวเข้ากับคุณสมบัติของกำไลต้นกำเนิดไม่ได้หรอกนะ"
"ขอรับ! นายน้อย!" ท่านลุงอิ๋งรีบสวมกำไลต้นกำเนิดเข้าที่ข้อมือ ทันใดนั้นมันก็เดินวนไปวนมาด้วยความตื่นเต้นพลุ่งพล่าน "ฮ่าๆ... นายน้อยพูดถูก พลังของข้าในยามนี้บรรลุถึงระดับกฎเกณฑ์ขั้นสูงสุดแล้วจริงๆ ความรู้สึกนี้มันช่างวิเศษสุดๆ ไปเลย! ข้าแทบจะสัมผัสได้ถึงห้วงเวลาของการทะลวงระดับกฎเกณฑ์เลยทีเดียว"
"เช่นนั้นก็ดี!" เมื่อเห็นว่าเป็นไปตามที่คาด เย่เทียนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ทว่าต้าเถียชุยกลับยืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ จ้องมองกำไลต้นกำเนิดในมือด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"เจ้าเป็นอะไรไปรึ?" หวังซือถามด้วยความเป็นห่วง
ต้าเถียชุยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "ฮูหยิน กำไลต้นกำเนิดวงนี้ดีก็จริงอยู่ ทว่าข้อมือข้ามันใหญ่เกินไป สวมไม่เข้าหรอกขอรับ!"
"หา..." หวังซืออึ้งไปเลย
เย่เทียนและคนอื่นๆ ที่ได้ยินก็ถึงกับทำหน้าไม่ถูก
ทว่าเมื่อดึงสติกลับมาได้ ทุกคนก็พร้อมใจกันระเบิดหัวเราะออกมา
ต้าเถียชุยนี่ช่างน่าสงสารเสียจริง... แถมยังตลกเป็นบ้า...
"เอาล่ะ! เอาล่ะ!" เย่เทียนพยายามกลั้นหัวเราะ "พวกเราเลิกหัวเราะเยาะต้าเถียชุยได้แล้ว ถึงเขาจะทึ่มไปหน่อยก็เถอะ เวลาหนึ่งก้านธูปใกล้จะหมดแล้ว แผนการรบกับเหลยเทียนเป้าหลังจากนี้ ทุกคนจงฟังข้าให้ดี"
"ขอรับ!"
ท่านลุงอิ๋งหันมามองเย่เทียนอย่างจริงจัง
หากก่อนหน้านี้ให้ไปสู้กับยอดฝีมือระดับอาณาเขตกว่าสามสิบคนของเหลยเทียนเป้า มันคงไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย ทว่าตอนนี้เมื่อมีกำไลต้นกำเนิดที่แฝงอาณาเขตแห่งความเร็วอยู่ด้วยล่ะก็ สถานการณ์ย่อมเปลี่ยนไป พอมันคิดว่าเดี๋ยวจะได้ใช้พลังระดับกฎเกณฑ์ขั้นสูงสุดของตน บดขยี้พวกสมุนของเหลยเทียนเป้าให้ย่อยยับ เลือดลมในกายของมันก็สูบฉีดด้วยความฮึกเหิม
หวังซือและยายเฒ่าอู๋เองก็กลับมาปั้นหน้าเคร่งขรึม รอฟังแผนการอย่างตั้งใจ