เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 ร่วมแรงร่วมใจ

ตอนที่ 35 ร่วมแรงร่วมใจ

ตอนที่ 35 ร่วมแรงร่วมใจ


ตอนที่ 35 ร่วมแรงร่วมใจ

มีเพียงเย่เชี่ยนเชี่ยนเท่านั้นที่ยังคงหัวเราะไม่หยุด

เย่เทียนจนปัญญา จึงหันไปบอกต้าเถียชุยว่า "สวมข้อมือไม่ได้ ท่านก็เอาเชือกร้อยแขวนคอไว้สิ! อย่างไรเสียกำไลต้นกำเนิดนี้ ขอเพียงสัมผัสกับร่างกาย มันก็กระตุ้นพลังออกมาได้เองแหละ"

"จริงด้วย! ทำไมข้าถึงคิดไม่ออกนะ?" ต้าเถียชุยเกาหัวอย่างซื่อๆ ก่อนจะเดินตามเย่เชี่ยนเชี่ยนไปหาเชือกมาผูกกำไล

เย่เทียนมองส่งต้าเถียชุยจนลับสายตา ก่อนจะเอ่ยขึ้น "ท่านลุงอิ๋ง ท่านคงรู้สินะว่าข้างกายเหลยเทียนเป้ามีนักธนูเทวะระดับอาณาเขตอยู่สองคน?"

"อืม รู้สิ!" ท่านลุงอิ๋งพยักหน้า

นักธนูเทวะทั้งสองคนนั้นเป็นทาสเผ่าเอลฟ์ ที่เหลยเทียนเป้าซื้อมาจากเขตจงหยางด้วยราคาสูงถึงหลายล้านเหรียญทองต่อคน

แม้พวกมันจะมีพลังเพียงแค่ระดับอาณาเขตขั้นกลาง ทว่าธนูในมือของพวกมันกลับมีอานุภาพร้ายกาจถึงขั้นสังหารยอดฝีมือระดับกฎเกณฑ์ได้ ถือว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

เย่เทียนเอ่ย "รู้ก็ดีแล้ว ภารกิจของท่านคือ หลังจากออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลเย่แล้ว ท่านต้องอาศัยความเร็วระดับกฎเกณฑ์ขั้นสูงสุด จัดการเด็ดหัวนักธนูเทวะสองคนนั้นให้ได้เป็นอันดับแรก! เรื่องอื่นไม่ต้องสนใจ จำไว้ให้ดี! ต้องสังหารพวกมันให้ได้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม มิเช่นนั้น พวกเราทุกคนที่นี่คงต้องตกอยู่ในอันตรายแน่"

"วางใจเถิด สำหรับข้าในตอนนี้ เรื่องแค่นี้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ!"

ท่านลุงอิ๋งตบอกอย่างมั่นใจ

พลังฝีมือระดับกฎเกณฑ์ขั้นสูงสุดกับระดับอาณาเขตขั้นกลางนั้น ห่างชั้นกันลิบลับ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ามันถนัดอาณาเขตความเร็ว ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพวกนักธนูอยู่แล้ว

หากทำไม่สำเร็จ มันคงเสียชาติเกิดที่เกิดมามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มาหลายสิบปี เพราะในระดับพลังที่เท่าเทียมกัน อาณาเขตความเร็วย่อมเหนือกว่าอาณาเขตอื่นๆ และสามารถกดขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนักธนูระดับอาณาเขตที่ด้อยกว่ามันถึงหนึ่งระดับเต็มๆ เลย

เย่เทียนพยักหน้า "เช่นนั้นก็ดี หลังจากจัดการนักธนูเทวะได้แล้ว ท่านก็รีบกลับไปช่วยต้าเถียชุยจัดการพวกยอดฝีมือระดับอาณาเขตอีกกว่ายี่สิบคนที่เหลือทันที"

"อืม!" ท่านลุงอิ๋งพยักหน้ารับ

"ส่วนท่านยายอู๋" เย่เทียนขมวดคิ้วมุ่น "ข้าไม่ได้ขอให้ท่านจัดการยอดฝีมือระดับกฎเกณฑ์หกคนที่เหลือ นอกเหนือจากเหลยเทียนเป้าหรอกนะ ข้าขอเพียงให้ท่านใช้ประโยชน์จากอาณาเขตเร้นกายที่อยู่ในกำไลต้นกำเนิด โจมตีเหลยเทียนเป้าให้บาดเจ็บสาหัสให้ได้ในกระบวนท่าเดียว ท่านมั่นใจไหมว่าจะทำได้?"

ขอเพียงสามารถโค่นผู้นำอย่างเหลยเทียนเป้าลงได้ เย่เทียนรู้ดีว่าพวกที่เหลือย่อมขาดขวัญกำลังใจและพ่ายแพ้ไปอย่างง่ายดาย

"นี่..." ยายเฒ่าอู๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ถึงแม้จะยาก ทว่าในยามที่เหลยเทียนเป้ายังไม่รู้ว่าข้าสามารถเร้นกายได้ และยังไม่ล่วงรู้ถึงพลังฝีมือที่แท้จริงของข้า การจะลอบโจมตีให้มันบาดเจ็บสาหัสก็น่าจะพอมีโอกาสสำเร็จอยู่บ้าง ทว่าข้าก็ไม่อาจรับประกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ"

ว่ากันว่าพลังฝีมือของเหลยเทียนเป้าอยู่ในระดับกฎเกณฑ์ขั้นต้น ทว่าความจริงเป็นเช่นไรนั้น ไม่มีใครรู้แน่ชัด ยายเฒ่าอู๋จึงไม่กล้ารับปากอย่างเต็มปากเต็มคำ

"ไม่ต้องรับประกันหรอก จุดประสงค์ของข้ามีเพียงสี่คำ 'จับโจรต้องจับหัวหน้า' ขอเพียงเหลยเทียนเป้าได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือมีบาดแผลฉกรรจ์ กระบวนทัพของพวกมันย่อมต้องระส่ำระสาย และวิกฤติของตระกูลเย่ก็จะคลี่คลายไปโดยปริยาย!" เย่เทียนอธิบายถึงเป้าหมายที่แท้จริง

"เข้าใจแล้ว ข้าจะยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อทำให้สำเร็จให้จงได้!" ดวงตาของยายเฒ่าอู๋หรี่ลง เผยให้เห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมา

นางอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเย่มานานหลายสิบปี คนในตระกูลไม่เคยต้องทนรับความอัปยศอดสูเช่นนี้มาก่อน ถึงเวลาที่นางจะต้องสำแดงฝีมือให้พวกที่คิดไม่ซื่อได้ประจักษ์แล้ว อย่าคิดนะว่าพอผู้นำตระกูลเย่คงไม่อยู่ แล้วจะมารังแกตระกูลเย่เหมือนลูกพลับนิ่มๆ ได้ตามใจชอบ

"ท่านยายอู๋ รับสิ่งนี้ไปเถิด มันน่าจะช่วยให้ท่านลอบสังหารเหลยเทียนเป้าได้ง่ายขึ้น!" หวังซือหยิบ 'กระบี่อสรพิษวิญญาณ' ศัสตราลี้ลับระดับสามออกมาจากแหวนมิติ แล้วส่งให้ยายเฒ่าอู๋

"นี่..." ยายเฒ่าอู๋ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรับมาด้วยความซาบซึ้งใจ

สำหรับผู้ใช้กระบี่อย่างนาง การได้กระบี่อสรพิษวิญญาณมาครอบครองก็เหมือนเสือติดปีก หากมีกำไลต้นกำเนิดสองวง แถมยังมีกระบี่อสรพิษวิญญาณอยู่ในมือ แล้วยังไม่อาจสร้างบาดแผลให้เหลยเทียนเป้าได้ นางก็คงไม่มีหน้าจะอยู่คฤหาสน์ตระกูลเย่อีกต่อไปแล้ว

"แล้วพวกข้าล่ะ?"

"นั่นสิ? หรือว่าพวกข้าจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย?"

องครักษ์ระดับอาณาเขตสองคนที่ยืนอยู่ข้างท่านลุงอิ๋งอดรนทนไม่ได้จึงเอ่ยถามขึ้นมา

เย่เทียนกล่าว "หน้าที่ของพวกเจ้าและองครักษ์คนอื่นๆ คือคอยคุ้มกันท่านแม่และเชี่ยนเชี่ยน และข้าจะบอกให้พวกเจ้ารู้ไว้เลยนะ ว่าเชี่ยนเชี่ยนมีความสำคัญต่อแผนการในครั้งนี้มาก"

"โอ้..." หวังซือรู้สึกแปลกใจ

นางไม่เห็นจะรู้สึกเช่นนั้นเลย?

ท่านลุงอิ๋งและยายเฒ่าอู๋ก็มีความคิดเช่นเดียวกัน

เย่เทียนเห็นเย่เชี่ยนเชี่ยนกับต้าเถียชุยเดินกลับมาพอดี จึงยิ้มอธิบาย "ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าคงไม่ต้องปิดบังพวกท่านอีกต่อไปแล้ว น้องสาวข้าเบิกพรสวรรค์อาณาเขตแห่งชีวิตมาได้ พูดง่ายๆ ก็คือ นางสามารถใช้พลังจากอาณาเขตแห่งชีวิตเพื่อรักษายอดฝีมือฝ่ายเราให้ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว หากแผนการเกิดผิดพลาดขึ้นมา แล้วท่านยายอู๋หรือท่านลุงอิ๋งเกิดได้รับบาดเจ็บ หากไม่มีนางคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ จะทำอย่างไรล่ะ?"

"ทว่าเชี่ยนเชี่ยนยังไม่เคยเรียนรู้วิชารักษาเลยนะ? ให้นางไปร่วมวงด้วย มีแต่จะเกะกะเปล่าๆ" หวังซือยิ้มแห้ง ในใจอดเป็นห่วงไม่ได้

ในสายตานาง

เย่เชี่ยนเชี่ยนต่างจากเย่เทียนลิบลับ นางเป็นเด็กสาวที่ไร้เดียงสา วันๆ เอาแต่กินกับนอน ไม่ประสีประสาอะไรเลย

"ท่านแม่เข้าใจผิดแล้ว ตั้งแต่ข้ารู้ว่าตัวเองมีอาณาเขตแห่งชีวิต ข้าก็แอบศึกษาวิชารักษามาโดยตลอด แม้จะยังเป็นแค่ระดับพื้นฐาน ทว่าก็พอจะใช้งานได้บ้างล่ะน่า!" เย่เชี่ยนเชี่ยนยืนกราน "หากท่านไม่เชื่อ ข้าจะลองทำให้ดูเดี๋ยวนี้เลย"

"เอาล่ะๆ!" หวังซือถอนหายใจอย่างจนใจ "ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว แม่เชื่อเจ้าก็แล้วกัน ทว่าตกลงกันก่อนนะว่า เจ้าห้ามอยู่ห่างจากแม่แม้แต่ก้าวเดียว"

"อืม!" เย่เชี่ยนเชี่ยนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

"แล้วให้ข้ารอทำอะไรล่ะ?" ต้าเถียชุยแกว่งค้อนศึกขนาดยักษ์ในมือไปมา "นายน้อย ท่านช่วยอธิบายให้ข้าฟังอย่างละเอียดหน่อยเถิด"

สายตาอันเฉียบคมของเย่เทียนฉายแววมุ่งมั่น "คอยดูสัญญาณจากข้าก็แล้วกัน เมื่อใดที่ท่านลุงอิ๋งสังหารนักธนูเทวะทั้งสองของเหลยเทียนเป้าได้สำเร็จ ท่านก็ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น บุกตะลุยฆ่าฟันให้เรียบ ไม่ว่าจะเป็นเทพหรือมาร หน้าไหนขวางทางก็ฆ่าให้หมด"

ในเวลานี้ พลังฝีมือของต้าเถียชุยบรรลุถึงระดับกฎเกณฑ์ขั้นสูงสุดแล้ว ส่วนกองกำลังของเหลยเทียนเป้ากลับไม่มีผู้ใดมีพลังเหนือกว่ามันเลย ประกอบกับอาณาเขตแห่งพละกำลังที่สามารถบดขยี้คู่ต่อสู้ด้วยพละกำลังอันมหาศาล มันจึงสามารถบุกตะลุยฝ่าวงล้อมของศัตรูได้อย่างไร้เทียมทาน

"ได้! ฮ่าฮ่าฮ่า..." ต้าเถียชุยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "แบบนี้สิถึงจะถูกใจข้า!"

เมื่อเห็นว่าเวลาหนึ่งก้านธูปใกล้จะหมดลง เย่เทียนก็หันไปหาหวังซือ "ท่านแม่ รบกวนท่านแจกโอสถคืนชีพใหญ่หนึ่งเม็ด และโอสถคืนชีพน้อยห้าเม็ดให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ด้วยขอรับ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น"

"ได้สิ!" หวังซือพยักหน้า ก่อนจะหยิบโอสถออกมาจากแหวนมิติและแจกจ่ายให้ทุกคน

เย่เทียนยืนรอจนกระทั่งทุกคนได้รับโอสถครบถ้วน จึงเอ่ยขึ้นว่า "เอาล่ะ! พวกเราออกไปกันเถอะ จำไว้ให้ดี! การจู่โจมแบบสายฟ้าแลบโดยที่ศัตรูไม่ทันตั้งตัว คือหัวใจสำคัญของแผนการรับมือเหลยเทียนเป้าในครั้งนี้"

เขาไม่เชื่อหรอกว่า ฝ่ายเขาที่มียอดฝีมือระดับกฎเกณฑ์ขั้นสูงสุดถึงเจ็ดคน จะจัดการกับพวกปลายแถวของเหลยเทียนเป้าไม่ได้

"ขอรับ!"

"ไป!"

ต้าเถียชุยและท่านลุงอิ๋งเดินนำหน้าพุ่งออกไปจากห้องโถงใหญ่ทันที

เย่เทียนควงแขนหวังซือ พร้อมด้วยเหล่าองครักษ์และเย่เชี่ยนเชี่ยนเดินตามหลังไปติดๆ

ส่วนยายเฒ่าอู๋นั้น... กลับเร้นกายอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 35 ร่วมแรงร่วมใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว