- หน้าแรก
- มิติเพาะปลูกระดับเทพ
- ตอนที่ 22 สัตว์อสูรดาบพิฆาต
ตอนที่ 22 สัตว์อสูรดาบพิฆาต
ตอนที่ 22 สัตว์อสูรดาบพิฆาต
ตอนที่ 22 สัตว์อสูรดาบพิฆาต
"หึ! หากมีแค่เตาหลอมแล้วสามารถหลอมโอสถออกมาได้ เช่นนั้นนักปรุงโอสถตระกูลโจวจะผูกขาดในเมืองหรงเหยียนมาเป็นร้อยๆ ปีได้อย่างไร?" เย่เทียนถลึงตาใส่เย่เสี่ยว ก่อนจะสวนกลับอย่างไม่สบอารมณ์
"เจ้า..." เย่เสี่ยวหน้าดำคร่ำเครียดกับคำพูดนี้ มันเกาหัวอย่างหงุดหงิดก่อนจะเอ่ย "งั้นให้ลูกชายข้า เย่ป๋าย คอยเป็นลูกมือเจ้าก็พอแล้วกระมัง! แค่ให้โอสถคืนชีพใหญ่เขาสักสิบยี่สิบเม็ดต่อเดือนเป็นค่าจ้างก็พอ"
"เจ้าคิดว่าโอสถคืนชีพใหญ่เป็นซาลาเปาหรือไง? จะมาขอสิบยี่สิบเม็ด เม็ดเดียวก็ไม่มีให้หรอก" เย่เทียนโบกมือไล่อย่างรำคาญ "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น หากไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ข้าตั้งไว้ ต่อให้เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ข้าก็ไม่รับ"
หากไม่เห็นแก่ที่เย่ป๋ายกับเย่เสี่ยวเป็นคนตระกูลเย่ เขาคงของขึ้นไปตั้งนานแล้ว
"ดี! ดีมาก!"
เย่เสี่ยวโกรธจัด คว้าแขนเย่ป๋ายแล้วหันหลังเดินหนีไป
มุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเย่
ดูท่ามันคงโกรธจัดกับความเย็นชาของเย่เทียนจนกินข้าวไม่ลง และไม่มีหน้าจะอยู่ต่อในคฤหาสน์แล้ว
"เฮ้อ... เย่เสี่ยวคนนี้" หวังซือมองเย่เทียนอย่างกังวลใจ "เจ้าไม่เห็นต้องพูดจาตรงไปตรงมาขนาดนั้นเลยนี่นา?"
"หึหึ... สำหรับคนอย่างเย่เสี่ยว ไม่มีความจำเป็นต้องถนอมน้ำใจหรอกขอรับ!" เย่เทียนยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มหน้ามองเด็กหญิงขี้อายข้างๆ "จริงสิ! ท่านแม่ นางเข้าเกณฑ์ที่ข้าตั้งไว้หรือขอรับ?"
"ไม่เข้าเกณฑ์หรอก แต่นางมีพรสวรรค์แต่กำเนิด สามารถควบคุมเปลวเพลิงได้ตั้งแต่เด็ก ผู้อาวุโสรองของตระกูลเย่เห็นว่าเจ้าจะรับศิษย์ ก็เลยแนะนำนางมาน่ะ!" หวังซือลูบหัวเด็กหญิงอย่างอ่อนโยน "ทว่าเด็กคนนี้อาภัพนัก บิดามารดาไปผจญภัยในเทือกเขาสัตว์อสูร ก็ถูกฆ่าตายเสียหมด"
"ถ้าเป็นเช่นนั้น ท่านแม่ก็จัดที่พักให้นางในคฤหาสน์ตระกูลเย่ไปก่อนเถิดขอรับ! เรื่องการปรุงโอสถ รอให้นางโตกว่านี้ค่อยว่ากัน!" เย่เทียนมองเด็กหญิงด้วยความสงสาร พร้อมเสนอความคิดเห็น
ความจริงแล้วนี่ก็เป็นแค่ข้ออ้างผลัดวันประกันพรุ่ง เขารู้วิธีปรุงโอสถที่ไหนกัน ปลูกเอาเสียมากกว่า
"แม่ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน!" หวังซือยิ้มรับ
"เจ้าชื่ออะไรหรือ?" เย่เทียนย่อตัวลงถามเด็กหญิงตรงหน้าอย่างอ่อนโยน
"ขะ... ข้าชื่อเย่มั่วหนี่ (จำลอง) เจ้าค่ะ!" เด็กหญิงตอบเสียงสั่น
"เย่มั่วหนี่?" เย่เทียนหันไปมองมารดาอย่างงุนงง
ในตระกูลเย่ มีเด็กผู้หญิงชื่อประหลาดแบบนี้ด้วยหรือ?
หวังซือหัวเราะ ก่อนจะแก้ให้ "นางชื่อเย่ม่อลี่ (ดอกมะลิ) ต่างหาก ไม่ใช่เย่มั่วหนี่ นางยังพูดไม่ค่อยชัดน่ะ"
"อ้อ..." เย่เทียนกระจ่างแจ้ง
เขาก็ว่าอยู่ ชื่อเย่ม่อลี่ยังค่อยดูเป็นชื่อผู้หญิงหน่อย
หวังซือเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิด "ลูกเอ๋ย ดึกมากแล้ว เจ้าไปพักผ่อนเถอะ! แม่จะให้บ่าวไปจัดเตรียมห้องหับให้เย่ม่อลี่ก่อน"
"อืม!" เย่เทียนพยักหน้า
ทว่าขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับเรือนพักของตน จู่ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนสองสายดังมาจากทางประตูใหญ่ของคฤหาสน์
"เกิดอะไรขึ้น?" หวังซือขมวดคิ้ว รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
เย่เทียนเอ่ยขึ้น "ฟังเสียงเหมือนเป็นเย่ป๋ายเลยนะขอรับ คงไม่ได้เกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นหรอกกระมัง? ท่านแม่ ข้าจะพาองครักษ์สักกลุ่มออกไปดูหน่อย"
"ได้ ระวังตัวด้วยล่ะ" หวังซือพยักหน้าเห็นด้วย
เย่เทียนโบกมือเรียก องครักษ์นับสิบคนที่ยืนยามอยู่รอบๆ ก็เดินตามเขาไปทางประตูใหญ่
ยังไม่ทันเดินไปถึง
ก็เห็นเย่เสี่ยววิ่งกระหืดกระหอบ โซซัดโซเซเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลเย่ บนแขนและหน้าอกมีบาดแผลเหวอะหวะจนเห็นกระดูก
เย่เทียนรีบวิ่งเข้าไปหมายจะพยุง
ใครจะรู้ว่าพอเย่เสี่ยวเห็นเขา กลับมีท่าทีราวกับเห็นผี "เย่เทียน เจ้าอย่าเข้ามา... อย่าเข้ามานะ! ข้าก็แค่อยากให้ลูกชายเรียนวิชาปรุงโอสถกับเจ้าเท่านั้น ต่อให้เจ้าไม่เห็นแก่ความเป็นคนตระกูลเย่ ก็ไม่น่าจะฆ่าปิดปากกันเลย!"
"ท่านพูดจาเหลวไหลอะไรเนี่ย?"
เย่เทียนขมวดคิ้วคิ้วชนกัน สีหน้ามืดครึ้มลง
หากเขาคิดจะฆ่าเย่ป๋าย จะต้องรอให้สองพ่อลูกเดินออกไปก่อนทำไม จัดการเสียตั้งแต่ในคฤหาสน์ก็สิ้นเรื่อง
เย่เสี่ยวหัวเราะเสียงรันทด "ฮ่าๆๆ... เจ้าก็แสร้งทำเป็นไขสือต่อไปเถอะ! คนที่เพิ่งฆ่าลูกชายข้า แล้วมาลอบโจมตีข้า มองจากแผ่นหลังแล้วมันก็คืออิ๋งอีเตาแห่งคฤหาสน์ตระกูลเย่ และอิ๋งอีเตาก็คือลูกน้องก้นกุฏิของเจ้า เจ้ากล้าปฏิเสธไหมล่ะว่าไม่ได้เป็นคนสั่งการ?"
"พูดจาซี้ซั้ว! ท่านไม่รู้หรือไงว่าเมื่อคืนวานท่านลุงอิ๋งถูกคนทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ยังนอนไม่ได้สติอยู่เลย?" เย่เทียนสวนกลับอย่างเดือดดาล "อีกอย่าง หากข้าคิดจะฆ่าท่าน ท่านคิดหรือว่าพอหนีเข้ามาในคฤหาสน์เย่แล้ว ข้าจะไม่กล้าลงมือ?"
"ก็ใช่น่ะสิ เพราะในโถงรับรองยังมีคนตระกูลเย่อีกเป็นร้อย!" เย่เสี่ยวไอกระอักเลือด "หากเจ้ากล้าฆ่าข้าอย่างโจ่งแจ้ง คนในตระกูลเย่คงได้หนาวสั่นกันไปตามๆ กัน"
"ท่าน..." เย่เทียนโกรธจนตาขวาง ขณะที่เขากำลังจะเมินเฉยต่อเย่เสี่ยวที่ไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี แล้วออกไปดูสาเหตุการตายของเย่ป๋ายข้างนอก ยายเฒ่าอู๋ก็พาองครักษ์หลายคนรุดมาถึงพอดี
ยายเฒ่าอู๋ไม่พูดพร่ำทำเพลง ยัดโอสถคืนชีพใหญ่เข้าปากเย่เสี่ยวหนึ่งเม็ด แล้วลงมือตรวจดูบาดแผลของเขาอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างลังเล "เย่เสี่ยว บาดแผลของเจ้า ข้ากล้ายืนยันได้เลยว่า... เป็นฝีมือ 'สัตว์อสูรดาบพิฆาต' ที่ผู้อาวุโสใหญ่เย่เป้าจวินเลี้ยงไว้ โชคดีที่พลังฝีมือเจ้าไม่เบา ไม่อย่างนั้นคงไม่มีโอกาสมายืนปรักปรำนายน้อยของเราอยู่ที่นี่หรอก"
"เย่เป้าจวิน?"
"สัตว์อสูรดาบพิฆาต?"
นัยน์ตาเย่เสี่ยวหดเกร็ง "เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้! ผู้อาวุโสใหญ่จะฆ่าข้าทำไม?"
สัตว์อสูรดาบพิฆาต
มันคือสัตว์อสูรที่เย่เป้าจวินเลี้ยงไว้จริงๆ และมีเพียงตัวเดียวในเมืองหรงเหยียน
รูปร่างของมันคล้ายสุนัขป่า แต่กรงเล็บทั้งสี่นั้นคมกริบดุจใบมีด จึงได้ชื่อว่าสัตว์อสูรดาบพิฆาต
แม้พลังจะอยู่แค่ระดับอาณาเขตขั้นต้น ทว่ามันกลับมีพลังอำพรางกาย สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ และยังมี 'อาณาเขตคมมีด' ขั้นต้น ซึ่งคล้ายคลึงกับอาณาเขตแห่งความเร็วของท่านลุงอิ๋งมาก
พอคิดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าของเย่เสี่ยวก็ซีดเผือด ดูท่าเขาคงเข้าใจอิ๋งอีเตาผิดไปจริงๆ
"ในเมื่อท่านไม่เข้าใจว่าเหตุใดเย่เป้าจวินถึงอยากจะฆ่าท่าน งั้นข้าจะบอกให้เอาบุญ" เย่เทียนมองดูสภาพสิ้นหวังของเย่เสี่ยวแล้วก็อดส่ายหัวไม่ได้ "ความจริงมันง่ายนิดเดียว เพราะท่านล่วงรู้ความลับของเย่เป้าจวินมากเกินไปยังไงล่ะ อย่างเช่นเรื่องที่ลูกชายท่านนำคนมาก่อกวนที่คฤหาสน์เมื่อเช้านี้ ความจริงแล้วก็เป็นแผนของเย่เป้าจวินใช่หรือไม่?"
"เจ้า... ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร" เย่เสี่ยวลุกลี้ลุกลนส่ายหัวปฏิเสธ
แม้ปากจะบอกปฏิเสธ ทว่าในใจกลับเห็นด้วยกับเย่เทียน
เพราะเมื่อเช้านี้ เย่เป้าจวินไม่สามารถใช้เรื่องโอสถมาชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลเย่ได้ ซึ่งนั่นส่งผลเสียต่อตัวมันเองอย่างมาก
หากหวังซือร่วมมือกับผู้อาวุโสคนอื่นๆ ในตระกูลมาเอาผิดเย่เป้าจวิน อย่างเบาสุด... เย่เป้าจวินก็คงไม่มีที่ยืนในตระกูลเย่อีกต่อไป
แต่ในทางกลับกัน หากเขากับเย่ป๋ายตาย หวังซือก็ไม่มีหลักฐานมาเอาผิดเย่เป้าจวิน เรื่องราวก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบ
อย่างน้อย...
เย่เป้าจวินก็สามารถตีลูกมึนปฏิเสธได้
เมื่อยายเฒ่าอู๋เห็นว่าเย่เสี่ยวยังดื้อรั้นไม่ยอมรับความจริง นางก็ถอนหายใจยาว "เย่เสี่ยวเอ๋ย ต่อให้เป็นคนโง่ก็ยังดูออกว่าเจ้าเป็นคนของเย่เป้าจวิน การทำงานให้มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร เจ้าจะปฏิเสธไปทำไมกัน ทว่าตอนนี้ เจ้าจงคิดให้ดีเถิดว่า ต่อจากนี้ควรจะทำเช่นไรต่อไป!"
"ข้า... ข้า..." เย่เสี่ยวทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก เมื่อรู้ว่าเย่เป้าจวินคิดจะเอาชีวิตตน มันก็ถึงกับมืดแปดด้าน ไม่รู้จะทำเช่นไรต่อไปจริงๆ