เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 การโต้กลับของตระกูลเย่

ตอนที่ 16 การโต้กลับของตระกูลเย่

ตอนที่ 16 การโต้กลับของตระกูลเย่


ตอนที่ 16 การโต้กลับของตระกูลเย่

"อย่าพูดถึงเหลยรั่วซีเลยขอรับ!" เย่เทียนเบะปาก "แต่นางก็ไม่ผิดหรอก ต่อให้นางจะรู้ว่าอาณาเขตดินดำของข้าสามารถเพาะปลูกโอสถได้แล้วอย่างไรเล่า ในเมื่อมันยังถูกจัดว่าเป็นแค่พรสวรรค์ระดับธรรมดาอยู่ดี! ยังไงเสียข้าก็ไม่มีทางเข้าตานางได้หรอก"

"เจ้าคิดผิดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาณาเขตมิติดินดำ หรือมิติดินดำอันโกลาหล ล้วนไม่น่าจะมีความสามารถในการปลูกโอสถและของวิเศษได้เลย ข้อนี้ไม่ต้องสงสัย" หวังซือยื่นมือไปตบบ่ากว้างของเย่เทียน เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ยิ่งไปกว่านั้น แม่กล้ายืนยันได้เลยว่า พรสวรรค์ของเจ้าชิ้นนี้ จะต้องเป็นพรสวรรค์ระดับเทพหรืออาจจะเหนือกว่านั้นอย่างแน่นอน"

"ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้นขอรับ!" เย่เทียนแบมืออย่างไม่ใส่ใจ

หวังซือเอ่ยถาม "จริงสิ! พรสวรรค์ของเจ้าประหลาดล้ำถึงเพียงนี้ เจ้าเคยบอกผู้ใดไปบ้างหรือยัง?"

"ท่านแม่คือคนแรกขอรับ ข้ายังไม่ได้บอกแม้แต่เชี่ยนเชี่ยนเลย!" เย่เทียนตอบ

หวังซือพยักหน้าอย่างโล่งใจ "เช่นนั้นก็ดี จำเอาไว้ให้ดีนะ! ลูกเอ๋ย อาณาเขตมิติดินดำแห่งนี้ จะเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตระกูลเย่ของเรา และเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเจ้าด้วย ต่อจากนี้ห้ามนำไปบอกผู้ใดอีกเป็นอันขาด รวมไปถึงเชี่ยนเชี่ยนด้วย เจ้าเข้าใจความหมายของแม่ใช่หรือไม่?"

หวังซือรู้ดีว่า หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูพวกผู้มีเจตนาร้ายหรือยอดฝีมือที่แข็งแกร่ง ไม่เพียงแต่ตระกูลเย่จะปกป้องเย่เทียนไว้ไม่ได้ เกรงว่าแม้แต่แคว้นโจวหลงทั้งแคว้นก็คงปกป้องเย่เทียนไว้ไม่ได้เช่นกัน เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน พรสวรรค์ของเย่เทียนนั้นมันวิปริตผิดมนุษย์มนาเกินไปแล้ว

"อืม ข้าเข้าใจขอรับ!" เย่เทียนหันไปมองโอสถคืนชีพใหญ่สิบกว่าเม็ดที่สุกงอมอยู่บนเถาวัลย์ "ท่านแม่ ท่านลองดูโอสถคืนชีพใหญ่ที่ปลูกออกมาพวกนี้สิ ว่ามีข้อแตกต่างจากของตระกูลโจวหรือไม่?"

"ได้!" หวังซือยื่นมือไปเด็ดมาหนึ่งเม็ดอย่างระมัดระวัง หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนอยู่ครู่หนึ่ง นางก็กล่าวด้วยความตื่นเต้น "มิน่าเล่าโจวลั่วเทียนถึงบอกว่าโอสถที่เจ้าให้เย่ป๋ายเป็นระดับสาม ที่แท้มันก็สมบูรณ์แบบไร้ที่ติเช่นนี้นี่เอง!"

"จริงหรือขอรับ?" เย่เทียนกะพริบตาอย่างมีเลศนัย "เช่นนั้นท่านแม่คิดว่า หากพวกเราใช้โอสถคืนชีพใหญ่ที่ปลูกเหล่านี้ มอบบทเรียนราคาแพงซัดหน้าโจวลั่วเทียนกลับไป จะดีหรือไม่ขอรับ?"

"ความหมายของเจ้าคือ?" หวังซือกลั้นหายใจมองเย่เทียน

"ง่ายนิดเดียวขอรับ ตอนนี้ข้าสามารถปลูกโอสถคืนชีพใหญ่และโอสถคืนชีพน้อยได้เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงโอสถหายากชนิดอื่นๆ ด้วย!" เย่เทียนอธิบายแผนการของตน "เหตุใดพวกเราไม่เปิดร้านขายโอสถในเมืองหรงเหยียน เพื่อแย่งการค้าของตระกูลโจวเสียเลยเล่า? พวกมันขายโอสถคืนชีพใหญ่เม็ดละหนึ่งพันเหรียญทอง เราก็ขายเพียงห้าร้อย ทำลายการผูกขาดของพวกมันเสีย มิหนำซ้ำอาจบีบให้ร้านโอสถของพวกมันต้องปิดกิจการลงเลยก็ได้"

"วิธีนี้ย่อมดี ทว่าต้องวางแผนจัดการอย่างรัดกุมเสียก่อน!" หวังซือขมวดคิ้วเรียว "มิเช่นนั้นหากถูกยอดฝีมือที่เร้นกายอยู่ค้นพบความลับของเจ้าเข้าล่ะก็ คงได้วุ่นวายกันแน่"

ดูผิวเผิน เมืองหรงเหยียนอาจจะไม่มีผู้มีพลังตั้งแต่ระดับกฎเกณฑ์ขึ้นไปอยู่มากนัก แต่เรื่องพรรค์นี้ก็ยากจะหยั่งรู้ได้

อีกทั้งโอสถยังเป็นปัจจัยสำคัญในการฝึกบำเพ็ญตบะและการผจญภัยของเหล่ายอดฝีมือ การที่ตระกูลเย่ลุกขึ้นมาเปิดร้านขายโอสถอย่างกะทันหัน ย่อมดึงดูดความสนใจของยอดฝีมือบางคนได้อย่างแน่นอน

"ถูกต้องขอรับ!" เย่เทียนพยักหน้าเห็นด้วย

หวังซือกล่าว "เช่นนั้นเย่เทียน เจ้าส่งแม่ออกไปเถิด! แม่จะไปตามคนมาวางแผนจัดการเรื่องที่เจ้าว่ามา เราต้องซัดหน้าโจวลั่วเทียนให้หงายไปเลย"

นางเพิ่งจะตระหนักได้ว่า มิติดินดำแห่งนี้คืออาณาเขตเบ็ดเสร็จของเย่เทียน หากคิดจะออกไป ย่อมไม่อาจหาทางออกเจอได้ด้วยตนเอง

"ได้ขอรับ!" เย่เทียนจัดการเด็ดโอสถคืนชีพใหญ่บนเถาวัลย์ทั้งหมด แล้วยื่นส่งให้หวังซือ "ท่านแม่รับสิ่งนี้ไปก่อนเถิด หากไม่พอก็บอกข้าได้ ข้าสามารถปลูกมันขึ้นมาได้ทุกเมื่อ"

หวังซือไม่ได้ปฏิเสธ นางรับโอสถคืนชีพใหญ่ทั้งหมดเก็บเข้าไปในแหวนมิติด้วยความปรีดา "ลูกเอ๋ย จงจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ความสามารถของพรสวรรค์เจ้า อย่าได้ปริปากบอกผู้ใดอีกเป็นอันขาด"

"อืม!" เย่เทียนเพียงแค่คิดในใจ ร่างของเขากับมารดาก็ถูกส่งตัวออกมาจากมิติดินดำอันโกลาหล มาโผล่อยู่กลางโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเย่

ในเวลานี้ เย่เชี่ยนเชี่ยนกำลังร้อนรนตามหาเย่เทียนอยู่ในโถงใหญ่ เมื่อเห็นเย่เทียนกับมารดาปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน นางก็สะดุ้งโหยง "เมื่อครู่นี้พวกท่านหายไปไหนมาเจ้าคะ?"

"เรื่องใดไม่ควรถามก็ไม่ต้องถาม!" หวังซือจิ้มหน้าผากเย่เชี่ยนเชี่ยนอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "นอนจนป่านนี้เพิ่งจะตื่น เจ้าไม่อายบ้างหรือไร?"

"ท่านแม่... เมื่อคืนข้านอนดึกนี่เจ้าคะ!" เย่เชี่ยนเชี่ยนเบะปากอย่างแง่งอน "นี่พอได้ยินสาวใช้บอกว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ข้าก็เป็นห่วงพวกท่านจนรีบวิ่งมานี่ไง"

เย่เทียนหัวเราะร่วน "น้องสาว พวกเราไม่เป็นไรหรอก จริงสิ! เจ้าจะกินองุ่นไหม เมื่อครู่พี่เพิ่งซื้อมาจากที่ถนนตั้งหลายพวงแหนะ"

"กินเจ้าค่ะ!" เย่เชี่ยนเชี่ยนยิ้มร่า แบมือเรียวงามส่งให้เย่เทียน

เย่เทียนหยิบองุ่นเหมันต์หนึ่งพวงออกมาจากแหวนมิติ "มา ไปล้างน้ำก่อนค่อยกินนะ"

"อื้ม!" เย่เชี่ยนเชี่ยนพยักหน้ารัวๆ แล้วเดินตามหลังเย่เทียนออกไปจากโถงใหญ่

หวังซือมองภาพตรงหน้าพลางยืนนิ่งขึงเป็นท่อนไม้ จนกระทั่งแผ่นหลังของเย่เทียนกับเย่เชี่ยนเชี่ยนลับสายตาไป นางถึงได้สติ บนใบหน้ารูปไข่ฉายแววเกรี้ยวกราด "เย่เทียน ไอ้ลูกล้างผลาญ! องุ่นเหมันต์หนึ่งพวงมีตั้งสามสิบกว่าผล มูลค่าปาเข้าไปสามพันกว่าหินวิญญาณเชียวนะ! เจ้าถึงกับเอามาให้เชี่ยนเชี่ยนกินเล่นเป็นขนมเลยรึ?"

ทว่ากล่าวจบ นางกลับหลุดหัวเราะออกมา "ช่างเถิด อยากกินก็กินไปเถอะ อย่างไรเสียตอนนี้ตระกูลเย่ก็ไม่ได้ขาดแคลนองุ่นเหมันต์เท่านี้หรอก เย่เทียนเด็กคนนี้ โชคดีเกินคนทั่วไปจริงๆ!"

หากเป็นเมื่อก่อน องุ่นเหมันต์สำหรับตระกูลเย่แล้วถือเป็นของฟุ่มเฟือยราคาแพง ทว่าตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เพราะเย่เทียนสามารถเพาะปลูกมันขึ้นมาได้

แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ๆ นางก็นึกไปถึงเรื่องที่โจวลั่วเทียนนำองุ่นเหมันต์มาเป็นของหมั้นหมาย เพื่อให้โจวจื้อเฉียงแต่งกับเชี่ยนเชี่ยนเมื่อวานนี้

ชั่วพริบตา... รอยยิ้มบนใบหน้ารูปไข่ของหวังซือก็แข็งค้างลง ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกหาใดเปรียบ "หึ! โชคดีที่ข้ามีวิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่ยอมโอนอ่อนให้เชี่ยนเชี่ยนแต่งกับโจวจื้อเฉียง... โจวลั่วเทียน!!! ในเมื่อเจ้าใช้เรื่องโอสถมาบีบข้าไม่สำเร็จ เช่นนั้นวันคืนอันแสนสุขของเจ้าในเมืองหรงเหยียนก็ถึงคราวสิ้นสุดแล้วล่ะ คอยดูเถิดว่าต่อจากนี้ข้าจะจัดการกับเจ้าเช่นไร!"

……

หนึ่งวันให้หลัง หน้าประตูร้านค้าของตระกูลเย่ในเมืองหรงเหยียน มีเสียงจุดประทัดดังสนั่นหวั่นไหว หวังซือประกาศกร้าวด้วยตนเองว่า ตระกูลเย่เริ่มเปิดกิจการขายโอสถอย่างเป็นทางการแล้ว

ไม่ว่าจะเป็น โอสถคืนชีพใหญ่ โอสถคืนชีพน้อย ยาสมานแผล หรือยาถอนพิษ ยาหลอมปราณ ยาหลอมกายา ร้านค้าของตระกูลเย่ล้วนมีขายทั้งหมด

ส่วนเรื่องราคา จะตั้งไว้ถูกกว่าของตระกูลโจวหนึ่งในห้าส่วนเสมอ

การกระทำนี้ ทำให้เหล่ายอดฝีมือผู้บำเพ็ญตบะในเมืองหรงเหยียนดีใจกันเนื้อเต้น ต่างแห่แหนกันมาจากทั่วทุกสารทิศ แย่งกันซื้อโอสถในร้านของตระกูลเย่อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง:

"สวรรค์ โอสถคืนชีพใหญ่เม็ดละหกพันเหรียญทอง แถมยังเป็นระดับสามอีก ช่างถูกแสนถูก!"

"ใช่แล้ว! รู้อย่างนี้วันนี้น่าจะแอบจิ๊กเหรียญทองจากเมียที่บ้านมาซื้อตุนไว้เยอะๆ เสียก็ดี หากเดี๋ยวนี้โดนเหมาซื้อไปจนหมดจะทำเช่นไรเล่า?"

"อย่ามัวแต่พูดเลย รีบซื้อมาให้ได้ก่อนเถิด! เจ้าไม่เห็นเจ้าอ้วนข้างหน้านั่นหรือ ซื้อทีเดียวปาเข้าไปโอสถคืนชีพใหญ่สิบเม็ด กับโอสถคืนชีพน้อยอีกยี่สิบเม็ดเชียวนะ!"

"จริงด้วย! จริงด้วย! โอสถดีแถมราคาถูกปานนี้ จะแย่งซื้อทันหรือไม่ก็ยังไม่รู้เลย!"

"ใช่แล้ว! ตระกูลเย่นี่ช่างสุดยอดจริงๆ!"

"ถูกต้อง! เพียงแต่ตระกูลโจวคงได้ด่ากราดลามไปถึงบุพการีแน่!"

"……"

ชั่วขณะหนึ่ง... หน้าประตูร้านค้าตระกูลเย่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนเบียดเสียดเยียดยัด ต่อคิวยาวเหยียดเป็นหางว่าว

ตรงกันข้ามกับร้านโอสถของตระกูลโจว ที่เงียบเหงาปานป่าช้า ไม่มีแม้แต่เงาคน

ทว่าโจวลั่วเทียนที่ล่วงรู้สถานการณ์นี้กลับไม่รู้สึกรู้สาใดๆ ในสายตาของมัน นักปรุงโอสถย่อมมีขีดจำกัดในการหลอมโอสถต่อวันอยู่แล้ว

ต่อให้เย่เทียนแห่งตระกูลเย่จะสามารถหลอมโอสถได้จริง ปริมาณโอสถที่นำออกมาขายก็ย่อมมีจำกัด ไม่มีทางแย่งลูกค้าของตระกูลโจวไปได้มากน้อยเท่าใดนักหรอก

แต่ทว่า... ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม... ปริมาณโอสถของร้านค้าตระกูลเย่กลับไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยถอยลงเลยแม้แต่น้อย

ผ่านไปสองชั่วยาม... หวังซือเห็นว่าเหล่ายอดฝีมือที่มารอซื้อโอสถรอนานเกินไป จึงสั่งเพิ่มปริมาณโอสถที่วางขายเสียอีก

ครึ่งวันผ่านไป... เหล่ายอดฝีมือที่มาต่อคิวซื้อโอสถทยอยกลับกันไปจนเกือบหมด ทว่าโอสถในร้านค้าตระกูลเย่ก็ยังมีเหลือเฟือ

คราวนี้ โจวลั่วเทียนเริ่มนั่งไม่ติดเสียแล้ว

หากตระกูลเย่ยังมีโอสถมาวางขายเป็นกอบเป็นกำเช่นนี้ในเมืองหรงเหยียนต่อไป คงได้เกิดเรื่องใหญ่เป็นแน่ พูดกันตามตรง อีกไม่กี่วันร้านโอสถของตระกูลโจวคงต้องปิดกิจการแน่ๆ

เพื่อลอบสืบหาความจริง โจวลั่วเทียนจึงกินยาแปลงโฉมระดับสองเม็ดหนึ่ง ปลอมตัวเป็นขอทานถือไม้เท้า เดินกะเผลกๆ มาหยุดอยู่หน้าประตูร้านค้าของตระกูลเย่

มันต้องการจะดูให้เห็นกับตา ว่าตระกูลเย่มีโอสถตุนไว้มากเพียงใดกันแน่ แล้วยอดฝีมือปรุงโอสถผู้นี้คือผู้ใดกัน ไม่มีทางที่จะเงียบเชียบหลอมโอสถออกมาได้มากมายถึงเพียงนี้ในรวดเดียวหรอก

ทว่าฉากที่โจวลั่วเทียนได้เห็นถัดมา ท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียดหน้าประตูร้านค้าตระกูลเย่ กลับทำให้มันถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออกในทันที

จบบทที่ ตอนที่ 16 การโต้กลับของตระกูลเย่

คัดลอกลิงก์แล้ว