- หน้าแรก
- มิติเพาะปลูกระดับเทพ
- บทที่ 5 [กำไลต้นกำเนิด]
บทที่ 5 [กำไลต้นกำเนิด]
บทที่ 5 [กำไลต้นกำเนิด]
บทที่ 5 [กำไลต้นกำเนิด]
แน่นอนว่า เรื่องทั้งหมดนี้ย่อมไม่อาจนำไปบอกกล่าวแก่เย่เชี่ยนเชี่ยนได้
ทำได้เพียงฝังมันเอาไว้ในก้นบึ้งของหัวใจเท่านั้น
และเมื่อเย่เชี่ยนเชี่ยนได้ฟังคำอธิบายของเย่เทียน นางก็กะพริบตาปริบๆ ด้วยความสับสน "ท่านพี่! ความรู้สึกสองแบบนี้ มันมีความแตกต่างกันด้วยหรือเจ้าคะ?"
เย่เทียนตอบกลับไปว่า "ย่อมต้องแตกต่างกันอย่างแน่นอน รอจนกว่าเจ้าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว และมีชายในดวงใจแล้ว เจ้าก็จะเข้าใจมันเองโดยธรรมชาติ ถึงเวลานั้น เจ้าคงไม่มาพูดคำว่าชอบกับพี่อีกแล้วล่ะ"
"แล้วถ้าหากถึงเวลานั้น ข้ายังคงชอบท่านอยู่เล่า จะทำอย่างไร?"
เย่เชี่ยนเชี่ยนขบเม้มริมฝีปากบาง พลางเอ่ยถามด้วยความขัดเขิน
เย่เทียนแย้มยิ้ม ก่อนจะตอบปัดๆ ไปว่า "เอาไว้ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันเถอะ! หากถึงตอนนั้นพี่ของเจ้ายังไม่มีใครเอา พี่ก็จะรับเจ้าเป็นภรรยาก็แล้วกัน"
"ท่านพูดแล้วนะ ห้ามคืนคำเด็ดขาด!" นัยน์ตางดงามของเย่เชี่ยนเชี่ยนทอประกายแห่งความปีติยินดี ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกสูญเสียอยู่ลึกๆ
"ก็บอกแล้วไงว่าเอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน!"
เย่เทียนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในหอสมบัติ
สำหรับผู้ที่ผ่านการเกิดใหม่มาแล้วหนึ่งชาติอย่างเขา ย่อมรู้ซึ้งถึงนิยามของคำว่า 'ชอบ' เป็นอย่างดี เขาจึงไม่อาจรับปากสุ่มสี่สุ่มห้าได้
เพราะหากทำเช่นนั้น...
รังแต่จะทำให้เย่เชี่ยนเชี่ยนต้องปวดใจในภายหลัง
"ท่านพี่ รอข้าด้วย!"
เมื่อเห็นแผ่นหลังของเย่เทียนเลือนหายเข้าไปในหอสมบัติ เย่เชี่ยนเชี่ยนก็รีบวิ่งตามเข้าไปติดๆ
ยายเฒ่าอู๋ที่เฝ้าอยู่หน้าประตู เมื่อได้ยินบทสนทนาของสองพี่น้องคู่นี้ จู่ๆ ประกายตากระจ่างใสก็วาบพาดผ่านนัยน์ตาฝ้าฟางของนาง "นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเย่เทียนเพิ่งจะอายุสิบหกปี แต่กลับมีความเข้าใจในความรู้สึกของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งถึงเพียงนี้ นี่... ไม่ใช่คำพูดที่เด็กในวัยนี้สมควรจะพูดออกมาได้เลยนะ!"
"ไม่ได้การล่ะ เรื่องนี้ข้าต้องนำไปรายงานให้ฮูหยินทราบเสียแล้ว!" ยายเฒ่าอู๋หมุนตัวหมายจะเดินไปทางห้องโถงรับรองทางทิศตะวันออก
เย่เทียนย่อมไม่มีทางรู้เลยว่า คำพูดปลอบโยนเย่เชี่ยนเชี่ยนแบบส่งๆ ที่เขาอ้างอิงมาจากตรรกะความคิดบนโลกมนุษย์ จะไปดึงดูดความสนใจของยายเฒ่าอู๋เข้า ทว่าการจากไปของยายเฒ่าอู๋ ก็ทำให้เขาสามารถหยิบฉวยสิ่งของภายในหอสมบัติได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
อันที่จริงแล้ว หอสมบัติของตระกูลเย่นั้น ใช้สำหรับเก็บรักษาสมุนไพรหายาก วัตถุดิบสำหรับหลอมสร้างอาวุธ ตลอดจนโอสถราคาแพง และเคล็ดวิชาบำเพ็ญตบะต่างๆ
นอกจากจะหยิบ [กำไลต้นกำเนิด] ไปแล้ว เย่เทียนยังแอบหยิบโอสถล้ำค่าชนิดละหนึ่งเม็ด เช่น โอสถคืนชีพน้อย โอสถคืนชีพใหญ่ และยาถอนพิษ เป็นต้น ยัดใส่ลงไปในแหวนมิติที่สวมอยู่บนนิ้วอย่างเงียบเชียบ
อย่างไรเสีย หากนำไปเพาะปลูกจนประสบความสำเร็จ เขาก็สามารถนำพวกมันกลับมาคืนได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว
ขณะที่เขากำลังจะพาเย่เชี่ยนเชี่ยนออกจากหอคัมภีร์ (ผู้แต่งน่าจะเขียนผิดจากหอสมบัติ) สายตาของเขาก็พลันไปสะดุดเข้ากับหัวกะโหลกชิ้นหนึ่งที่ถูกวางทิ้งไว้ตรงมุมประตูด้านใน
หัวกะโหลกชิ้นนี้คือส่วนหัวของสัตว์อสูรมังกรมารระดับสาม ซึ่งเป็นสิ่งที่บิดาของเขาทิ้งเอาไว้เมื่อสามปีก่อน ก่อนที่จะเดินทางไปผจญภัยที่ [แดนลับเทียนเหยี่ยน] และยังคงเป็นปริศนาที่ยังไขไม่กระจ่าง
สัตว์อสูรมังกรมาร...
โดยเนื้อแท้แล้ว มันไม่ได้มีพละกำลังที่แข็งแกร่งอันใด
ทว่ามันกลับสามารถหยิบยืมพลังแห่งมิติ ในการเคลื่อนย้ายพริบตาเพื่อลอบโจมตีศัตรูได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ยอดฝีมือบนทวีปต้นกำเนิดต้องตกบ่วงพ่ายแพ้แก่มันมานักต่อนักแล้ว
ว่ากันว่า สัตว์อสูรมังกรมารที่โตเต็มวัย ล้วนครอบครองอาณาเขตแห่งมิติ และมักจะไม่ปรากฏตัวให้เห็นบนทวีปต้นกำเนิดได้โดยง่าย
หัวกะโหลกสัตว์อสูรมังกรมารชิ้นนี้ เป็นของที่บิดาของเขาบังเอิญไปพบเจอในตลาดมืด ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ขายเองก็หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เขานำมาขายนั้น คือส่วนหัวของสัตว์อสูรมังกรมาร
"ไม่รู้ว่ามิติดินดำอันโกลาหลของข้า จะสามารถใช้หัวกะโหลกสัตว์อสูรมังกรมารชิ้นนี้ เพาะปลูกสัตว์อสูรมังกรมารที่ดุร้ายขึ้นมาได้หรือไม่หนอ?" เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่เทียนก็อาศัยจังหวะที่เย่เชี่ยนเชี่ยนเผลอ แอบเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้สิ่งของที่ต้องการครบถ้วนแล้ว เย่เทียนก็เดินเข้าไปหาเย่เชี่ยนเชี่ยนที่กำลังยืนก้มหน้าก้มตาศึกษาคัมภีร์《เส้นทางแม่น้ำลั่ว》อยู่ "น้องพี่ พี่ได้ของที่ต้องการแล้วล่ะ เราไปบำเพ็ญเพียรที่ลานฝึกยุทธ์ด้วยกันหรือไม่?"
"วันนี้ข้ารู้สึกว้าวุ่นใจนัก ไม่อยากบำเพ็ญเพียรแล้วล่ะ!" เย่เชี่ยนเชี่ยนชูคัมภีร์《เส้นทางแม่น้ำลั่ว》ในมือขึ้น "เอาเป็นว่า ท่านพี่ไปคนเดียวก่อนเถิด ประเดี๋ยวข้าค่อยตามไปหาท่านที่ลานฝึกยุทธ์ทีหลังดีหรือไม่?"
"เช่นนั้นก็ได้!" เย่เทียนยิ้มรับ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากหอคัมภีร์ไป และไม่ลืมที่จะปิดประตูให้เรียบร้อย
เมื่อเห็นว่าไม่มีบ่าวรับใช้คนใดจับตามองอยู่ เขาก็รีบจ้ำอ้าวตรงไปยังสถานที่ลับตาคนแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว
บัดนี้เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหว ที่จะพิสูจน์ให้รู้แน่ชัดว่า มิติดินดำอันโกลาหลของเขานั้น จะสามารถเพาะปลูกโอสถวิเศษ รวมถึงศัสตราลี้ลับอย่าง [กำไลต้นกำเนิด] ได้หรือไม่
...
ภายในมิติดินดำอันโกลาหล
สิ่งแรกที่เย่เทียนนำออกมาทดลองปลูก ก็คือโอสถคืนชีพน้อยและโอสถคืนชีพใหญ่ หลังจากฝังพวกมันลงไปในดินดำใต้ฝ่าเท้าแล้ว เขาก็ยืนรออยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆ
เพียงชั่วครู่
ผืนดินดำบริเวณที่ฝังโอสถคืนชีพน้อยและโอสถคืนชีพใหญ่ ก็พลันนูนปูดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเถาวัลย์สีดำสนิทราวกับน้ำหมึกที่แทงยอดทะลุผืนดินขึ้นมา
พรึบ~~~!
เถาวัลย์เส้นนี้แตกกิ่งก้านสาขาและผลิใบด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็นได้ชัด ผ่านไปราวๆ สิบนาที มันก็เบ่งบานดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมอบอวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งมิติดินดำอันโกลาหล
เย่เทียนที่ยืนเฝ้ามองกระบวนการทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น เริ่มมีลมหายใจถี่กระชั้นขึ้นมาอีกครั้ง
เขารู้ดีว่า หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด มิติดินดำอันโกลาหลนี้ย่อมสามารถเพาะปลูกสิ่งของประเภทโอสถวิเศษได้อย่างแน่นอน
ทว่า... มีเถาวัลย์เพียงเส้นเดียวที่งอกเงยขึ้นมา หรือว่ารอจนกว่าดอกไม้ร่วงโรย โอสถคืนชีพใหญ่และโอสถคืนชีพน้อย จะปรากฏขึ้นมาพร้อมกันในรูปแบบของผลบนเถาวัลย์เส้นนี้?
สรรพคุณทางยาของโอสถทั้งสองชนิดนี้ มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะ!
ขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น
ดอกตูมดอกหนึ่งก็เริ่มเปลี่ยนรูปทรงจนกลายเป็นรูปร่างของผลไม้ เมื่อเพ่งมองดูให้ดี มันกลับมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับโอสถคืนชีพใหญ่ไม่มีผิดเพี้ยน
ส่วนดอกตูมดอกอื่นๆ หลังจากที่ดอกร่วงโรยไปแล้ว พวกมันก็ปรากฏรูปร่างเป็นโอสถคืนชีพใหญ่เช่นเดียวกัน และในบรรดานั้นก็มีรูปร่างของโอสถคืนชีพน้อยปะปนอยู่ด้วย
ทว่าเมื่อลองนับดูอย่างละเอียด จำนวนของโอสถคืนชีพใหญ่และโอสถคืนชีพน้อยบนเถาวัลย์ กลับมีจำนวนไม่เท่ากัน
และยิ่งไปกว่านั้น
สิ่งที่ทำให้เย่เทียนต้องตกตะลึงก็คือ...
ณ บริเวณดอกตูมเล็กๆ ที่ไม่สะดุดตาบนเถาวัลย์ กลับให้กำเนิด 'โอสถสีทอง' เม็ดหนึ่งขึ้นมา!
โอสถสีทองเม็ดนี้ แผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งชีวิตอันเข้มข้นออกมาอย่างจางๆ
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่?" เย่เทียนเริ่มสับสนงุนงงไปหมดแล้ว หากจะบอกว่าเถาวัลย์ให้กำเนิดโอสถคืนชีพใหญ่และโอสถคืนชีพน้อยออกมาก็ยังพออธิบายได้ แต่การที่ทั้งสองสิ่งนี้หลอมรวมกัน จนเกิดเป็นโอสถชนิดใหม่ขึ้นมาเล่า? หรือนี่จะเป็นสิ่งที่เรียกขานกันในตำนานว่า 'การกลายพันธุ์'?
เมื่อเห็นว่าโอสถบนเถาวัลย์สุกงอมเต็มที่แล้ว เย่เทียนก็รีบลงมือเก็บเกี่ยวพวกมันทั้งหมด แล้วนำไปเก็บไว้ในแหวนมิติทันที
เขารู้ดีว่า โอสถวิเศษที่เพาะปลูกขึ้นมาเหล่านี้ ย่อมมีมูลค่าสูงลิบลิ่วอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โอสถสีทองนิรนามเม็ดนั้น หากมีเวลา เขาคงต้องนำไปให้นักปรุงโอสถตรวจสอบให้รู้แน่ชัดเสียหน่อย
และสิ่งที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ...
ทันทีที่เขาเก็บเกี่ยวโอสถบนเถาวัลย์จนหมดเกลี้ยง เถาวัลย์เส้นนั้นก็แปรสภาพกลายเป็นดินดำและสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
"หรือว่ามิติดินดำอันโกลาหลนี้ จะสามารถแปรสภาพเถาวัลย์ให้กลับคืนสู่พลังต้นกำเนิดได้?" เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานในใจ เย่เทียนจึงลงมือเก็บเกี่ยวพวงองุ่นเหมันต์กว่าสิบพวงบนเถาวัลย์ลงมาจนหมด
และในวินาทีถัดมา
เถาองุ่นเหมันต์ก็พังทลายลง กลายสภาพเป็นดินดำและสลายหายไปต่อหน้าต่อตาเช่นเดียวกัน
เย่เทียนเอื้อมมือไปกอบดินดำขึ้นมาหนึ่งกำมือ "ดูเหมือนว่า... การที่มันสามารถเพาะปลูกโอสถวิเศษและสิ่งของต่างๆ ขึ้นมาได้นั้น ย่อมต้องมีความเกี่ยวข้องกับดินดำปริศนานี้เป็นแน่!"
"ช่างดินดำนี่ไปก่อนเถอะ ลองมาดูดีกว่าว่าหากเพาะปลูก [กำไลต้นกำเนิด] แล้ว จะได้ผลลัพธ์เช่นไร!" เย่เทียนใช้มือขุดหลุมขนาดใหญ่ลงบนพื้นดินใต้ฝ่าเท้า แล้วนำ [กำไลต้นกำเนิด] ฝังกลบลงไป
ทว่าในครั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกลับผิดไปจากที่เขาคาดคิดไว้
รอคอยมานานกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เย่เทียนถึงกับยกมือขึ้นเกาหัวด้วยความมึนงง "หรือว่าศัสตราลี้ลับ จะไม่สามารถนำมาเพาะปลูกได้?"
ทว่าขณะที่เขากำลังจะหมดความอดทน และเตรียมจะขุดเอา [กำไลต้นกำเนิด] ที่ฝังเอาไว้ขึ้นมานั้น ผืนดินดำใต้ฝ่าเท้าก็ค่อยๆ นูนปูดขึ้นมาอย่างช้าๆ จากนั้นต้นกล้าสีเขียวชอุ่มต้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา
แม้ว่าต้นกล้าต้นนี้จะกำลังเจริญเติบโต ทว่าหากไม่สังเกตให้ดี ก็แทบจะมองไม่เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย ความเร็วในการเจริญเติบโตของมัน เชื่องช้ากว่าเถาวัลย์ก่อนหน้านี้มากนัก
"ดูเหมือนว่า... ใช่ว่าศัสตราลี้ลับจะไม่สามารถเพาะปลูกได้ เพียงแต่ความเร็วในการเจริญเติบโตของมัน ค่อนข้างจะเชื่องช้าไปสักหน่อย!" เย่เทียนที่เฝ้ามองดูต้นกล้า ได้ข้อสรุปกฎเกณฑ์อย่างหนึ่งของมิติดินดำอันโกลาหลขึ้นมา
กฎเกณฑ์ที่ว่านั้นก็คือ...
วัชพืช, กระถางกระเบื้อง, ดอกส่าวเย่าดำ, องุ่นเหมันต์, โอสถคืนชีพใหญ่ และโอสถคืนชีพน้อย ที่เขาเพาะปลูกไปก่อนหน้านี้ ล้วนจัดอยู่ในประเภทของ 'สิ่งของธรรมดา' การจะเพาะปลูกพวกมันขึ้นมานั้น ย่อมเป็นเรื่องกล้วยๆ สำหรับมิติดินดำอันโกลาหล
ทว่า [กำไลต้นกำเนิด] นั้นไม่ใช่สิ่งของธรรมดาสามัญ
มันจัดเป็นศัสตราลี้ลับระดับสอง ยิ่งไปกว่านั้น วัสดุที่ใช้ในการหลอมสร้างมันขึ้นมา ก็คือหยกสีครามอันล้ำค่า ซึ่งหากเป็นชิ้นที่สมบูรณ์แบบ บนทวีปต้นกำเนิดจะมีมูลค่าสูงถึงหนึ่งพันกว่าหินวิญญาณเลยทีเดียว!