เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 [กำไลต้นกำเนิด]

บทที่ 5 [กำไลต้นกำเนิด]

บทที่ 5 [กำไลต้นกำเนิด]


บทที่ 5 [กำไลต้นกำเนิด]

แน่นอนว่า เรื่องทั้งหมดนี้ย่อมไม่อาจนำไปบอกกล่าวแก่เย่เชี่ยนเชี่ยนได้

ทำได้เพียงฝังมันเอาไว้ในก้นบึ้งของหัวใจเท่านั้น

และเมื่อเย่เชี่ยนเชี่ยนได้ฟังคำอธิบายของเย่เทียน นางก็กะพริบตาปริบๆ ด้วยความสับสน "ท่านพี่! ความรู้สึกสองแบบนี้ มันมีความแตกต่างกันด้วยหรือเจ้าคะ?"

เย่เทียนตอบกลับไปว่า "ย่อมต้องแตกต่างกันอย่างแน่นอน รอจนกว่าเจ้าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว และมีชายในดวงใจแล้ว เจ้าก็จะเข้าใจมันเองโดยธรรมชาติ ถึงเวลานั้น เจ้าคงไม่มาพูดคำว่าชอบกับพี่อีกแล้วล่ะ"

"แล้วถ้าหากถึงเวลานั้น ข้ายังคงชอบท่านอยู่เล่า จะทำอย่างไร?"

เย่เชี่ยนเชี่ยนขบเม้มริมฝีปากบาง พลางเอ่ยถามด้วยความขัดเขิน

เย่เทียนแย้มยิ้ม ก่อนจะตอบปัดๆ ไปว่า "เอาไว้ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันเถอะ! หากถึงตอนนั้นพี่ของเจ้ายังไม่มีใครเอา พี่ก็จะรับเจ้าเป็นภรรยาก็แล้วกัน"

"ท่านพูดแล้วนะ ห้ามคืนคำเด็ดขาด!" นัยน์ตางดงามของเย่เชี่ยนเชี่ยนทอประกายแห่งความปีติยินดี ทว่าก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกสูญเสียอยู่ลึกๆ

"ก็บอกแล้วไงว่าเอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน!"

เย่เทียนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในหอสมบัติ

สำหรับผู้ที่ผ่านการเกิดใหม่มาแล้วหนึ่งชาติอย่างเขา ย่อมรู้ซึ้งถึงนิยามของคำว่า 'ชอบ' เป็นอย่างดี เขาจึงไม่อาจรับปากสุ่มสี่สุ่มห้าได้

เพราะหากทำเช่นนั้น...

รังแต่จะทำให้เย่เชี่ยนเชี่ยนต้องปวดใจในภายหลัง

"ท่านพี่ รอข้าด้วย!"

เมื่อเห็นแผ่นหลังของเย่เทียนเลือนหายเข้าไปในหอสมบัติ เย่เชี่ยนเชี่ยนก็รีบวิ่งตามเข้าไปติดๆ

ยายเฒ่าอู๋ที่เฝ้าอยู่หน้าประตู เมื่อได้ยินบทสนทนาของสองพี่น้องคู่นี้ จู่ๆ ประกายตากระจ่างใสก็วาบพาดผ่านนัยน์ตาฝ้าฟางของนาง "นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเย่เทียนเพิ่งจะอายุสิบหกปี แต่กลับมีความเข้าใจในความรู้สึกของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งถึงเพียงนี้ นี่... ไม่ใช่คำพูดที่เด็กในวัยนี้สมควรจะพูดออกมาได้เลยนะ!"

"ไม่ได้การล่ะ เรื่องนี้ข้าต้องนำไปรายงานให้ฮูหยินทราบเสียแล้ว!" ยายเฒ่าอู๋หมุนตัวหมายจะเดินไปทางห้องโถงรับรองทางทิศตะวันออก

เย่เทียนย่อมไม่มีทางรู้เลยว่า คำพูดปลอบโยนเย่เชี่ยนเชี่ยนแบบส่งๆ ที่เขาอ้างอิงมาจากตรรกะความคิดบนโลกมนุษย์ จะไปดึงดูดความสนใจของยายเฒ่าอู๋เข้า ทว่าการจากไปของยายเฒ่าอู๋ ก็ทำให้เขาสามารถหยิบฉวยสิ่งของภายในหอสมบัติได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

อันที่จริงแล้ว หอสมบัติของตระกูลเย่นั้น ใช้สำหรับเก็บรักษาสมุนไพรหายาก วัตถุดิบสำหรับหลอมสร้างอาวุธ ตลอดจนโอสถราคาแพง และเคล็ดวิชาบำเพ็ญตบะต่างๆ

นอกจากจะหยิบ [กำไลต้นกำเนิด] ไปแล้ว เย่เทียนยังแอบหยิบโอสถล้ำค่าชนิดละหนึ่งเม็ด เช่น โอสถคืนชีพน้อย โอสถคืนชีพใหญ่ และยาถอนพิษ เป็นต้น ยัดใส่ลงไปในแหวนมิติที่สวมอยู่บนนิ้วอย่างเงียบเชียบ

อย่างไรเสีย หากนำไปเพาะปลูกจนประสบความสำเร็จ เขาก็สามารถนำพวกมันกลับมาคืนได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว

ขณะที่เขากำลังจะพาเย่เชี่ยนเชี่ยนออกจากหอคัมภีร์ (ผู้แต่งน่าจะเขียนผิดจากหอสมบัติ) สายตาของเขาก็พลันไปสะดุดเข้ากับหัวกะโหลกชิ้นหนึ่งที่ถูกวางทิ้งไว้ตรงมุมประตูด้านใน

หัวกะโหลกชิ้นนี้คือส่วนหัวของสัตว์อสูรมังกรมารระดับสาม ซึ่งเป็นสิ่งที่บิดาของเขาทิ้งเอาไว้เมื่อสามปีก่อน ก่อนที่จะเดินทางไปผจญภัยที่ [แดนลับเทียนเหยี่ยน] และยังคงเป็นปริศนาที่ยังไขไม่กระจ่าง

สัตว์อสูรมังกรมาร...

โดยเนื้อแท้แล้ว มันไม่ได้มีพละกำลังที่แข็งแกร่งอันใด

ทว่ามันกลับสามารถหยิบยืมพลังแห่งมิติ ในการเคลื่อนย้ายพริบตาเพื่อลอบโจมตีศัตรูได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ยอดฝีมือบนทวีปต้นกำเนิดต้องตกบ่วงพ่ายแพ้แก่มันมานักต่อนักแล้ว

ว่ากันว่า สัตว์อสูรมังกรมารที่โตเต็มวัย ล้วนครอบครองอาณาเขตแห่งมิติ และมักจะไม่ปรากฏตัวให้เห็นบนทวีปต้นกำเนิดได้โดยง่าย

หัวกะโหลกสัตว์อสูรมังกรมารชิ้นนี้ เป็นของที่บิดาของเขาบังเอิญไปพบเจอในตลาดมืด ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ขายเองก็หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เขานำมาขายนั้น คือส่วนหัวของสัตว์อสูรมังกรมาร

"ไม่รู้ว่ามิติดินดำอันโกลาหลของข้า จะสามารถใช้หัวกะโหลกสัตว์อสูรมังกรมารชิ้นนี้ เพาะปลูกสัตว์อสูรมังกรมารที่ดุร้ายขึ้นมาได้หรือไม่หนอ?" เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่เทียนก็อาศัยจังหวะที่เย่เชี่ยนเชี่ยนเผลอ แอบเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว

เมื่อได้สิ่งของที่ต้องการครบถ้วนแล้ว เย่เทียนก็เดินเข้าไปหาเย่เชี่ยนเชี่ยนที่กำลังยืนก้มหน้าก้มตาศึกษาคัมภีร์《เส้นทางแม่น้ำลั่ว》อยู่ "น้องพี่ พี่ได้ของที่ต้องการแล้วล่ะ เราไปบำเพ็ญเพียรที่ลานฝึกยุทธ์ด้วยกันหรือไม่?"

"วันนี้ข้ารู้สึกว้าวุ่นใจนัก ไม่อยากบำเพ็ญเพียรแล้วล่ะ!" เย่เชี่ยนเชี่ยนชูคัมภีร์《เส้นทางแม่น้ำลั่ว》ในมือขึ้น "เอาเป็นว่า ท่านพี่ไปคนเดียวก่อนเถิด ประเดี๋ยวข้าค่อยตามไปหาท่านที่ลานฝึกยุทธ์ทีหลังดีหรือไม่?"

"เช่นนั้นก็ได้!" เย่เทียนยิ้มรับ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากหอคัมภีร์ไป และไม่ลืมที่จะปิดประตูให้เรียบร้อย

เมื่อเห็นว่าไม่มีบ่าวรับใช้คนใดจับตามองอยู่ เขาก็รีบจ้ำอ้าวตรงไปยังสถานที่ลับตาคนแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว

บัดนี้เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหว ที่จะพิสูจน์ให้รู้แน่ชัดว่า มิติดินดำอันโกลาหลของเขานั้น จะสามารถเพาะปลูกโอสถวิเศษ รวมถึงศัสตราลี้ลับอย่าง [กำไลต้นกำเนิด] ได้หรือไม่

...

ภายในมิติดินดำอันโกลาหล

สิ่งแรกที่เย่เทียนนำออกมาทดลองปลูก ก็คือโอสถคืนชีพน้อยและโอสถคืนชีพใหญ่ หลังจากฝังพวกมันลงไปในดินดำใต้ฝ่าเท้าแล้ว เขาก็ยืนรออยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆ

เพียงชั่วครู่

ผืนดินดำบริเวณที่ฝังโอสถคืนชีพน้อยและโอสถคืนชีพใหญ่ ก็พลันนูนปูดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเถาวัลย์สีดำสนิทราวกับน้ำหมึกที่แทงยอดทะลุผืนดินขึ้นมา

พรึบ~~~!

เถาวัลย์เส้นนี้แตกกิ่งก้านสาขาและผลิใบด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็นได้ชัด ผ่านไปราวๆ สิบนาที มันก็เบ่งบานดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมอบอวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งมิติดินดำอันโกลาหล

เย่เทียนที่ยืนเฝ้ามองกระบวนการทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น เริ่มมีลมหายใจถี่กระชั้นขึ้นมาอีกครั้ง

เขารู้ดีว่า หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด มิติดินดำอันโกลาหลนี้ย่อมสามารถเพาะปลูกสิ่งของประเภทโอสถวิเศษได้อย่างแน่นอน

ทว่า... มีเถาวัลย์เพียงเส้นเดียวที่งอกเงยขึ้นมา หรือว่ารอจนกว่าดอกไม้ร่วงโรย โอสถคืนชีพใหญ่และโอสถคืนชีพน้อย จะปรากฏขึ้นมาพร้อมกันในรูปแบบของผลบนเถาวัลย์เส้นนี้?

สรรพคุณทางยาของโอสถทั้งสองชนิดนี้ มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะ!

ขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น

ดอกตูมดอกหนึ่งก็เริ่มเปลี่ยนรูปทรงจนกลายเป็นรูปร่างของผลไม้ เมื่อเพ่งมองดูให้ดี มันกลับมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับโอสถคืนชีพใหญ่ไม่มีผิดเพี้ยน

ส่วนดอกตูมดอกอื่นๆ หลังจากที่ดอกร่วงโรยไปแล้ว พวกมันก็ปรากฏรูปร่างเป็นโอสถคืนชีพใหญ่เช่นเดียวกัน และในบรรดานั้นก็มีรูปร่างของโอสถคืนชีพน้อยปะปนอยู่ด้วย

ทว่าเมื่อลองนับดูอย่างละเอียด จำนวนของโอสถคืนชีพใหญ่และโอสถคืนชีพน้อยบนเถาวัลย์ กลับมีจำนวนไม่เท่ากัน

และยิ่งไปกว่านั้น

สิ่งที่ทำให้เย่เทียนต้องตกตะลึงก็คือ...

ณ บริเวณดอกตูมเล็กๆ ที่ไม่สะดุดตาบนเถาวัลย์ กลับให้กำเนิด 'โอสถสีทอง' เม็ดหนึ่งขึ้นมา!

โอสถสีทองเม็ดนี้ แผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งชีวิตอันเข้มข้นออกมาอย่างจางๆ

"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่?" เย่เทียนเริ่มสับสนงุนงงไปหมดแล้ว หากจะบอกว่าเถาวัลย์ให้กำเนิดโอสถคืนชีพใหญ่และโอสถคืนชีพน้อยออกมาก็ยังพออธิบายได้ แต่การที่ทั้งสองสิ่งนี้หลอมรวมกัน จนเกิดเป็นโอสถชนิดใหม่ขึ้นมาเล่า? หรือนี่จะเป็นสิ่งที่เรียกขานกันในตำนานว่า 'การกลายพันธุ์'?

เมื่อเห็นว่าโอสถบนเถาวัลย์สุกงอมเต็มที่แล้ว เย่เทียนก็รีบลงมือเก็บเกี่ยวพวกมันทั้งหมด แล้วนำไปเก็บไว้ในแหวนมิติทันที

เขารู้ดีว่า โอสถวิเศษที่เพาะปลูกขึ้นมาเหล่านี้ ย่อมมีมูลค่าสูงลิบลิ่วอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โอสถสีทองนิรนามเม็ดนั้น หากมีเวลา เขาคงต้องนำไปให้นักปรุงโอสถตรวจสอบให้รู้แน่ชัดเสียหน่อย

และสิ่งที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ...

ทันทีที่เขาเก็บเกี่ยวโอสถบนเถาวัลย์จนหมดเกลี้ยง เถาวัลย์เส้นนั้นก็แปรสภาพกลายเป็นดินดำและสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

"หรือว่ามิติดินดำอันโกลาหลนี้ จะสามารถแปรสภาพเถาวัลย์ให้กลับคืนสู่พลังต้นกำเนิดได้?" เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานในใจ เย่เทียนจึงลงมือเก็บเกี่ยวพวงองุ่นเหมันต์กว่าสิบพวงบนเถาวัลย์ลงมาจนหมด

และในวินาทีถัดมา

เถาองุ่นเหมันต์ก็พังทลายลง กลายสภาพเป็นดินดำและสลายหายไปต่อหน้าต่อตาเช่นเดียวกัน

เย่เทียนเอื้อมมือไปกอบดินดำขึ้นมาหนึ่งกำมือ "ดูเหมือนว่า... การที่มันสามารถเพาะปลูกโอสถวิเศษและสิ่งของต่างๆ ขึ้นมาได้นั้น ย่อมต้องมีความเกี่ยวข้องกับดินดำปริศนานี้เป็นแน่!"

"ช่างดินดำนี่ไปก่อนเถอะ ลองมาดูดีกว่าว่าหากเพาะปลูก [กำไลต้นกำเนิด] แล้ว จะได้ผลลัพธ์เช่นไร!" เย่เทียนใช้มือขุดหลุมขนาดใหญ่ลงบนพื้นดินใต้ฝ่าเท้า แล้วนำ [กำไลต้นกำเนิด] ฝังกลบลงไป

ทว่าในครั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกลับผิดไปจากที่เขาคาดคิดไว้

รอคอยมานานกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

เย่เทียนถึงกับยกมือขึ้นเกาหัวด้วยความมึนงง "หรือว่าศัสตราลี้ลับ จะไม่สามารถนำมาเพาะปลูกได้?"

ทว่าขณะที่เขากำลังจะหมดความอดทน และเตรียมจะขุดเอา [กำไลต้นกำเนิด] ที่ฝังเอาไว้ขึ้นมานั้น ผืนดินดำใต้ฝ่าเท้าก็ค่อยๆ นูนปูดขึ้นมาอย่างช้าๆ จากนั้นต้นกล้าสีเขียวชอุ่มต้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา

แม้ว่าต้นกล้าต้นนี้จะกำลังเจริญเติบโต ทว่าหากไม่สังเกตให้ดี ก็แทบจะมองไม่เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย ความเร็วในการเจริญเติบโตของมัน เชื่องช้ากว่าเถาวัลย์ก่อนหน้านี้มากนัก

"ดูเหมือนว่า... ใช่ว่าศัสตราลี้ลับจะไม่สามารถเพาะปลูกได้ เพียงแต่ความเร็วในการเจริญเติบโตของมัน ค่อนข้างจะเชื่องช้าไปสักหน่อย!" เย่เทียนที่เฝ้ามองดูต้นกล้า ได้ข้อสรุปกฎเกณฑ์อย่างหนึ่งของมิติดินดำอันโกลาหลขึ้นมา

กฎเกณฑ์ที่ว่านั้นก็คือ...

วัชพืช, กระถางกระเบื้อง, ดอกส่าวเย่าดำ, องุ่นเหมันต์, โอสถคืนชีพใหญ่ และโอสถคืนชีพน้อย ที่เขาเพาะปลูกไปก่อนหน้านี้ ล้วนจัดอยู่ในประเภทของ 'สิ่งของธรรมดา' การจะเพาะปลูกพวกมันขึ้นมานั้น ย่อมเป็นเรื่องกล้วยๆ สำหรับมิติดินดำอันโกลาหล

ทว่า [กำไลต้นกำเนิด] นั้นไม่ใช่สิ่งของธรรมดาสามัญ

มันจัดเป็นศัสตราลี้ลับระดับสอง ยิ่งไปกว่านั้น วัสดุที่ใช้ในการหลอมสร้างมันขึ้นมา ก็คือหยกสีครามอันล้ำค่า ซึ่งหากเป็นชิ้นที่สมบูรณ์แบบ บนทวีปต้นกำเนิดจะมีมูลค่าสูงถึงหนึ่งพันกว่าหินวิญญาณเลยทีเดียว!

จบบทที่ บทที่ 5 [กำไลต้นกำเนิด]

คัดลอกลิงก์แล้ว