เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 แผนการ

บทที่ 25 แผนการ

บทที่ 25 แผนการ


หนึ่งชั่วโมง... ผ่านไปในพริบตา

ทันทีที่ครบเวลา มาลาไคก็ลุกขึ้น ก่อนจะกระโดดลงจากแท่นศิลา

‘เท่านี้... ก็น่าจะพอแล้ว’

เขาคาดเดาว่า ณ ตอนนี้ สองคนนั้นคงรับมือกับทุกอย่างที่เส้นทางเบื้องหน้าโยนใส่พวกเขาไปเรียบร้อยแล้ว

แต่แน่นอนนี่ไม่ใช่แผนที่ไร้ช่องโหว่ มันอาจย้อนกลับมาทำร้ายเขาได้เหมือนกัน

‘ข้าอาจต้องเจอกับทุกสิ่งที่พวกเขาเผชิญก็ได้’

บททดสอบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบ “ทุกคน” ไม่น่าจะปล่อยให้มีช่องให้โกงกันง่าย ๆ แบบนี้

แม้จะรู้เช่นนั้น แต่มือของเขาก็กระชับด้ามเคียวแน่น ท่าจับประจำตัว มือข้างถนัดอยู่ต่ำใกล้ฐานด้าม อีกข้างประคองใกล้ใบมีดที่โค้งงอนั้น

ใบเคียวเอนเฉียงไปด้านหลัง พร้อมจะสะบัดตวัดได้ทุกเมื่อ

นี่คือท่วงท่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้เคียว... เร็ว รุนแรง และพร้อมรับมือทันที

‘มีสติไว้’ มาลาไคเตือนตัวเอง

ตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา เขาใช้เวลานั้นวางแผน เตรียมรับสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้ การเผชิญหน้ากับ “พวกพ้องของตนเอง”

เพราะเขาเข้าใจสิ่งที่คำแนะนำในปริศนาบอกอย่างแนบเนียน

‘ปลอดจากสิ่งกีดขวางจากภายนอก’

คำๆ นี้ มันชัดเจนเกินไปที่จะมองข้าม หากพวกเขาเลือกประตูที่ถูกต้อง เส้นทางที่เดินควรจะปลอดภัยจากศัตรูภายนอก

แต่ “คนในกลุ่ม”... ก็ยังถือเป็น “ภัยคุกคาม” อยู่ดี

มาลาไคสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว แล้วเดินมองประตูที่เปิดอ้ารอเขาอยู่

ม่านความมืดกลืนสายตาของเขาในทันที เขามองไม่เห็นอะไรอยู่ครู่หนึ่ง... ก่อนภาพใหม่จะปรากฏเบื้องหน้า

‘...ถ้ำอีกแล้ว’

เขาคิดในใจ ดวงตาหรี่ลงอย่างระวัง

แต่ถ้ำนี้ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ แม้โครงสร้างยังดูเหมือนเดิมแต่ผนังและเพดานเรืองแสงจางๆ เป็นสีเขียวอ่อนราวกับแร่ลึกลับ ส่องแสงสลัวไปทั่ว

บรรยากาศชวนขนลุก... ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เห็น แต่เพราะสิ่งที่อาจจะ “แอบอยู่”

มาลาไคกวาดตามองรอบตัว

‘ยังไม่เจออันตรายโดยตรง’

แต่เขาก็ยังคงเดินต่อไป ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง

สายตากวาดซ้ายขวา กล้ามเนื้อเกร็งตึงพร้อมรับมือ เขาไม่รู้เลยว่าศัตรูจะโผล่มาจากทางไหน... แต่สัญชาตญาณของเขาเตือนว่ามันใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

ผ่านไปหลายนาที... ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

‘นี่คือทางที่ถูกหรือเปล่า?’

ความสงสัยเริ่มไหลเข้ามาในหัวของเขา

แต่แล้วมันก็จางหายไปทันทีเมื่อสายตาเขาไปสะดุดเข้ากับสิ่งหนึ่งที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น

ร่างไร้ชีวิต

‘พวกอสูรแห่งความมืด’

เขากระชับด้ามเคียวแน่นขึ้น ท่าทีเปลี่ยนเป็นตั้งรับทันที

‘แต่พวกนี้... เป็นแค่พวกไร้ระดับ’

แม้แต่ตัวเดียวก็สามารถสร้างหายนะให้มนุษย์ทั่วไปได้ แต่กับผู้วิวัฒน์แล้วมันก็ไม่ใช่ศัตรูที่น่ากลัวเท่าไร

ถึงอย่างนั้น มาลาไคก็ไม่ได้ประมาท

เขาเคยเผชิญหน้ากับพวกมันหลายตัวในสงครามที่แบล็กรีชและเอาชีวิตรอดมาได้

...แต่นั่นเป็นเพราะเขามีประสบการณ์มีการฝึกฝน

มันไม่เคยง่ายเลย... และครั้งนี้ก็เช่นกัน

‘เยอะเกินไป’

เขาเดินไปเรื่อย ๆ และพบซากศพเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอนเรียงรายระเกะระกะเป็นกองพะเนินจนกระทั่งพื้นใต้ฝ่าเท้าของเขา... กลายเป็นร่างเน่าเปื่อยแทนพื้นหิน

เขากำลังเดินอยู่บนกองศพ

‘พวกมันอันตรายจริง’

ถ้าเขาต้องเผชิญหน้ากับฝูงแบบนี้คนเดียว... เขาไม่มีทางรอดแน่

ความจริงที่ว่าสองคนนั้นสามารถจัดการพวกมันได้เองทั้งหมด ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างแรง

ระดับภัยคุกคามของพวกนั้น... เพิ่งพุ่งทะลุเพดาน

‘ข้าต้องเริ่มวางแผน... ตั้งแต่ตอนนี้’

ในที่สุด มาลาไคก็มาถึงพื้นที่เปิดโล่งภายในถ้ำ พื้นที่ที่เต็มไปด้วยศพมากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น

และที่ตรงกลาง... มีการสนทนาเกิดขึ้น

“ข้าบอกแล้วว่าให้ระวังหน่อย”

เจอรอมนั่งอยู่บนแผ่นหิน กำลังพันแผลให้เคนดัล แผลลึกพาดข้ามแขนของเขา

น้ำเสียงของเจอรอมเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย ราวกับเขาพูดเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก

“เจ้าก็เก่งกว่าพวกมันก็จริง แต่ก็ต้องใช้สมองหน่อยเวลาเข้าสู้”

“เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว” เคนดัลโบกมือไม่สนใจ “แค่รอยขีดนิดเดียวเอง”

เจอรอมกดแผลนั้นแรงขึ้น โดยไม่เตือนล่วงหน้า

“อ๊าก! พอ ๆ!” เคนดัลสะดุ้งสุดตัว พยายามดึงแขนกลับ

เจอรอมปล่อยมือ ช้อนคิ้วขึ้น

“อืม... แค่รอยขีดใช่ไหมล่ะ”

เคนดัลมองเขาตาขวาง เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ฮึดฮัดอยู่ครู่ ก่อนจะกระแอมแล้วพึมพำ

“เจ้ามันขี้กลัวชะมัดเลยว่ะ เจอรอม…”

เจอรอมแค่นหัวเราะเบา ๆ

“แล้วไหนล่ะความเคารพ? ข้าเป็นผู้สืบสายเลือดตรงจากตระกูลใหญ่เชียวนะ”

“โอ๊ย ไม่ต้องพูดเรื่องนั้นแล้วเพื่อน” เคนดัลหัวเราะ

“เราผ่านจุดนั้นมาตั้งนานแล้ว”

แต่คำพูดของเขาก็สะดุดกลางคัน เพราะเจอรอมที่กำลังพันแผลอยู่ หันศีรษะไปทางหนึ่งกะทันหัน สีหน้าเปลี่ยนไป

เคนดัลหันตามสายตานั้นแล้วเห็น “เงา” ก้าวออกจากมืดมิดของถ้ำ

เดินเข้ามาอย่างเงียบงัน

มาลาไค

สีหน้าเคนดัลเปลี่ยนทันที “ให้ตายสิ...” เขาพึมพำ แล้วลุกขึ้นยืนทันที

“ไม่มีทางที่เจ้าจะเดินเข้ามาชิว ๆ หลังจากเราทำงานทั้งหมด แล้วมาเก็บแต้มง่าย ๆ หรอกนะ!”

เขาเริ่มก้าวไปทางมาลาไค ฝีเท้าหนักแน่น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมือข้างหนึ่งคว้าจับแขนเขาไว้แน่น

“ข้าเพิ่งจะบอกให้เจ้า ‘คิดให้มากขึ้น’ แล้วเจ้ากำลังจะทำอะไร? โง่อีกรอบ?” เสียงของเจอรอมเฉียบคม

เคนดัลกัดฟันกรอด

“แต่…”

“อย่า” เจอรอมพูดตัดทันควัน สายตายังจับจ้องมาลาไค ที่ตอนนี้มือหนึ่งเกือบจะจับไปที่ปืน

ดวงตาเย็นเยียบประสานสายตากับพวกเขา... เงียบ นิ่ง จับตาทุกการเคลื่อนไหว

เจอรอมยกมือขึ้นเล็กน้อย ฝ่ามือแบออก แสดงสัญญาณสันติ

เขามองมาลาไคครู่หนึ่ง

“ดูเหมือนเจ้าจะตัดสินใจร่วมทางกับพวกเราสินะ หาเส้นทางอื่นไม่เจอใช่ไหม?”

“ใช่”

เจอรอมยิ้มบาง ๆ “ดูเหมือนเจ้าคิดถูกแล้วล่ะ นี่คือเส้นทางผิด”

มาลาไคไม่ตอบ

เจอรอมถอนหายใจ ดึงเคนดัลกลับมาก่อนจะก้าวไปใกล้มาลาไคอีกนิด

“ข้าคิดผิด... และเรากลับไปแก้อะไรไม่ได้แล้ว แต่ถ้าเจ้าจะร่วมเดินทางด้วยกัน ข้าก็ยินดี สามคนไปด้วยกัน จะรับมือกับมันได้ง่ายขึ้นมาก”

“ล้อกันเล่นรึไง…” เคนดัลพึมพำ ยังไม่ยอมแพ้

แต่เจอรอมไม่สนใจ เขายื่นมือออกไป

มาลาไคมองมือนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าสั้น ๆ แล้วจับมือเขา

เจอรอมพยักหน้าตอบ แล้วเริ่มอธิบาย

“จนถึงตอนนี้ พวกอสูรแห่งความมืดที่พวกเราสู้มา ทั้งหมดเป็นแค่พวกไร่ระดับ... แต่จำนวนมันมหาศาล เจ้าคงเห็นแล้ว ข้าคิดว่าเส้นทางข้างหน้า... ต้องอยู่เลยฝูงพวกนั้นไป แต่เรายังไม่แน่ใจว่ามันยาวแค่ไหน เราก็เลยพักตรงนี้ก่อนจะลุยต่อ”

จบบทที่ บทที่ 25 แผนการ

คัดลอกลิงก์แล้ว