- หน้าแรก
- จากรัชทายาทตกอับ สู่จอมราชันไร้พ่าย
- บทที่ 20 ผู้สืบทอดรุ่นหลัง
บทที่ 20 ผู้สืบทอดรุ่นหลัง
บทที่ 20 ผู้สืบทอดรุ่นหลัง
มาลาไคโซเซเล็กน้อย ลมหายใจหนักและถี่ หัวใจของเขาเต้นระรัวราวกับจะระเบิดออกจากอก
เขายืนนิ่งจ้องมองไปที่ซากศพของอสูรตรงหน้า
‘เราทำได้’
ความคิดของเขาพุ่งพล่าน เขาจ้องมองซากศพนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ
เพราะจากภารกิจโหดร้ายขององค์ราชันโลหิต มาลาไคเคยสู้กับอสูรระดับหนึ่งมาหลายครั้ง และทุกครั้งเขาแทบเอาชีวิตไม่รอด ถูกทุบจนร่างแหลก เลือดโชก เกือบตายทุกครั้ง ต้องให้พวกอัศวินเลือดเข้ามาช่วยไว้
แต่ตอนนี้…เขาชนะ
มือของเขากำแน่น
นี่เป็นครั้งแรกที่เขา ชนะ
เขา ชนะโว้ย!!!
ความรู้สึกมีชัยพุ่งพล่านในอก รุนแรงและดิบเถื่อน เขาเคยถูกตราหน้าว่าไร้ประโยชน์ ล้มเหลว เป็นเครื่องมือที่หมดค่าไม่มีอนาคต
แต่นี่…ไอ้เศษสวะที่ใคร ๆ มองข้ามคนนี้...กลับล้มอสูรแห่งความมืดระดับหนึ่งได้!
มาลาไครู้สึกอยากตะโกนใส่ท้องฟ้า กู่ร้องให้โลกรู้ว่าเขา ไม่ใช่คนไร้ค่า ไม่ใช่ขยะ
แต่สติของเขายังอยู่
‘อาจจะมีตัวอื่นอยู่ในป่านี้อีก’
แววตาเขากลับมาคมกริบอีกครั้ง ความระแวดระวังท่วมท้น
เขาดึงใบเคียวออกจากหัวของอสูร เสียง “ฉึก” ดังชัด สัตว์อสูรตัวนี้ไม่ละลายหายไป มันยังคงอยู่ ร่างไร้วิญญาณ
จากนั้นพลังงานสีเขียวหม่น ๆ เริ่มลอยออกจากซากศพ มันคือวิญญาณแห่งวิตาที่พุ่งเข้าร่างมาลาไคทันที
ความรู้สึกอบอุ่นแล่นผ่านตัวเขา จากนั้น...จางหายไป
‘ก็ยังเหมือนเดิม’
อสูรระดับหนึ่งขึ้นไป เมื่อถูกสังหารจะปล่อยวิตาให้ผู้ฆ่าเพื่อเพิ่มพลังและยกระดับขั้น
แต่มาลาไคไม่สามารถกักเก็บวิตาได้
‘แกนพลัง…’
ทุกอสูรระดับหนึ่งขึ้นไปจะมี “แกนพลัง” อยู่ภายใน เป็นก้อนพลังงานวิตาที่จับต้องได้ แต่เขาไม่มีเวลาจะผ่ามันออกมา เขาเพียงเช็ดเลือดบนเคียวแล้วหันหลังเดินจากไป
‘ต้องออกจากลานนี้ให้เร็วที่สุด มันโล่งเกินไป’
แม้ร่างกายยังเจ็บอยู่ แต่เขาบังคับตัวเองให้ออกวิ่ง ตรงไปยังแนวป่าเพื่อหาที่กำบัง
แต่ยังไม่ทันได้ไปถึงไหน แผ่นดินก็เริ่มสั่นไหวเบา ๆ สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนทันที
แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น เงียบแต่ทรงพลัง
“ยืนยันผู้เข้าร่วมคนสุดท้าย การคัดเลือกผู้สืบทอดจะเริ่มต้นเดี๋ยวนี้”
ตาของมาลาไคเบิกกว้าง
‘เสียงนั้น…อีกแล้ว’
เสียงเดียวกับในทะเลทราย เสียงที่เคยสั่งให้เขา "เดิน" มันคือเสียงที่ไม่มีวันลืม
‘เกิดอะไรขึ้นอีก…’
เขาหันไปมองซากศพของอสูรมันหายไปแล้ว
จากนั้นแสงเจิดจ้าเกิดขึ้นหลายสาย พุ่งลงมาจากฟ้าล้อมรอบเขาไว้
มาลาไคกำเคียวแน่น สายตาเย็นเฉียบ
แสงจางลง แล้วแทนที่ด้วย…ผู้คน
วัยรุ่นหลายสิบคน ปรากฏขึ้นราวกับจากอากาศว่างเปล่า ทุกคนแต่งกายด้วยชุดรบที่หลากหลาย บางคนดูหรูหรา บางคนดูหยาบกระด้าง
แต่ทุกคน...เต็มไปด้วยความโกรธงุนงง
“ผู้เฒ่าไปไหนกันหมด?!”
“นี่มันเรื่องบ้าอะไร! ใครขโมยศพอสูรของข้าไป?!”
“ปล่อยข้าออกไปเดี๋ยวนี้! พ่อข้าจะไม่ปล่อยไว้แน่!”
“ข้าผ่านบททดสอบแล้ว! ข้ามีสิทธิ์ออกจากที่นี่!”
“ข้าเป็นคนฆ่ามัน! ใครมันแย่งความดีความชอบของข้าไป!?”
“ถ้านี่คือการทดสอบอีกครั้ง มีคนต้องเจ็บแน่!”
มาลาไคยืนนิ่ง ไม่พูดอะไร ขยับถอยอย่างระมัดระวังไปยังขอบลานเปิด ปล่อยให้พวกนั้นสับสนกันไปเอง
‘พวกเขาถูกส่งมาที่นี่…’
เขาสังเกต รวบรวมข้อมูล ฟังทุกคำพูด
‘พวกเขาก็ผ่านบททดสอบเหมือนกับเรา’
เขาวางตัวอยู่ตรงริมขอบลาน ไม่ยืนกลางวงฝูงชน พร้อมจะหนีเข้าป่าได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์พลิก
จากนั้นสายตาของเขาเปลี่ยนไปทันที
‘มีคนจับตามองเรา’
ไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่หลายสายตา เริ่มมองมาทางเขา มาลาไคหันไปมองกลับ เห็นว่าเป็นเด็กหนุ่มบางคนที่สังเกตเขาอยู่
แล้วเขาก็เข้าใจทันที
‘เสื้อผ้าของเรา…อุปกรณ์ของเรา…’
พวกเขาไม่ได้มองเพราะเขาแปลกหน้า แต่เพราะเขาแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ชุดของพวกนั้นยังดูโบราณ หนังสัตว์ เหล็กหยาบ เครื่องมือแบบยุคบุกเบิกหลังวันสิ้นโลก
ในขณะที่ชุดของมาลาไคเป็นเสื้อเกราะเสริมพิเศษ เข็มขัดอเนกประสงค์ อาวุธระดับสูง เขาเหมือนมาจากโลกอนาคต
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุด…คือเด็กพวกนี้
‘พวกนี้…คือทายาทที่หายไปเมื่อหลายศตวรรษก่อน…’
มันฟังเหมือนเรื่องนิยาย แต่ทุกอย่างมันตรงกันจนปฏิเสธไม่ได้
ทันใดนั้น…
“เจ้า”
เสียงหนึ่งดังขึ้น เฉียบคม ชัดเจน
มาลาไคหันขวับ มือแตะปืนที่เอวโดยอัตโนมัติ
เด็กหนุ่มผู้พูดจ้องเขาแน่วแน่
ชายหนุ่มผู้มีดวงตาแดงฉาน ผมสีแดงเพลิง ยืนผึ่งผายเต็มไปด้วยอำนาจ
“ข้าชื่อ เซโรนิส วอน แซงกวิน บุตรแห่งเจรานิส วอน แซงกวิน และเป็นผู้ครอบครองตำแหน่งเส้นโลหิตที่สามของตระกูลแซงกวิน
เฉพาะทายาทที่ได้รับเลือกเท่านั้นถึงจะเข้ามาในหลุมได้
ข้าจะถามอีกครั้ง…เจ้าเป็นใคร?”