- หน้าแรก
- จากรัชทายาทตกอับ สู่จอมราชันไร้พ่าย
- บทที่ 3 เป้าหมาย
บทที่ 3 เป้าหมาย
บทที่ 3 เป้าหมาย
ดวงตาของมาลาไคพลันลืมขึ้นอย่างเฉียบพลัน แววตาสีเลือดของเขาสบเข้ากับเพดานที่คุ้นตา
เขาผุดลุกขึ้นนั่งทันที ลมหายใจขาดช่วง มือทั้งสองรีบยกขึ้นกุมศีรษะโดยไม่รู้ตัว
หัวใจเต้นแรงราวกับกำลังหลบหนีจากบางสิ่ง และ... มีของเหลวอุ่นๆ ไหลอาบแก้ม
น้ำตา…
เขากำลังกระสับกระส่าย ...และเขาร้องไห้
มาลาไคผ่อนลมหายใจยาว บทสวดแห่งแซงกวินถูกท่องซ้ำในใจ
ทีละวรรค ทีละคำ ทุกถ้อยคำทำให้จังหวะหัวใจช้าลง ความตึงเครียดในร่างค่อยๆ สลายหายไป
“อีกแล้วหรือ…”
มือของเขากำหมัดแน่น จนผิวที่ข้อกำปั้นซีดขาว
ฝันร้ายนั่น... ไม่เคยจากไป
มันไม่ได้เกิดขึ้นทุกคืน แต่ทุกครั้งที่เกิดมันคือภาพเดิม ภาพที่เขาสูญเสียทุกอย่าง
พ่อ แม่ อนาคต... และความเป็นตัวเอง
มาลาไคเกลียดฝันนั้น ...เพราะมันทำให้เขาระลึกถึง “ช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุด”
ช่วงเวลาที่เขา…ไร้พลัง
แต่ถึงอย่างนั้น...เขาก็ไม่อยากให้มันหายไป
เพราะมันคือสิ่งที่เตือนใจ
มันคือ “เปลวไฟ” ที่ผลักดันเขาให้เดินต่อ
ทุกครั้งที่ฝันนั้นกลับมา ไฟในอกของเขาก็ยิ่งลุกโชน
...
มาลาไคยกขาข้างหนึ่งพาดลงจากเตียง ก่อนจะลุกขึ้นยืน สายตากวาดมองไปรอบห้อง
ห้องพักขนาดกลางที่ตกแต่งอย่างดี เครื่องเรือนหรูหรา บ่งบอกชัดว่าเป็นที่สำหรับชนชั้นสูง
เขาขยับหัวไหล่สองข้าง ทดสอบสภาพร่างกาย
“หายดีแล้วสินะ...”
เมื่อสติกลับคืนมา ภาพจากสนามรบก่อนหน้านี้ก็หวนมาในความทรงจำ
สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือหมัดของอสูรมืดกระแทกร่างเขาจนปลิว ในโลกเก่าแผลเช่นนั้นคงทำให้คนตายหรือพิการแน่นอน
แต่ตอนนี้... เขาไม่รู้สึกแม้แต่ “ความปวดเมื่อย”
สายตาของเขาหยุดที่อุปกรณ์บนข้อมือซ้าย แสงสีเขียวเรืองวาบบนหน้าจอ
ไลฟ์การ์ด..อุปกรณ์ที่มนุษย์ทุกคนในโดมได้รับตั้งแต่แรกเกิด มันทำหน้าที่ติดตามชีพจร ตรวจสภาพร่างกาย และแจ้งเตือนเมื่อเกิดอันตราย
มาลาไคหมุนตัวไปยังมุมห้อง ที่ซึ่งกระจกเงาตั้งอยู่
ชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียวในกระจกจ้องกลับมา กล้ามเนื้อแน่นกระชับ บ่งบอกถึงพลังมหาศาลที่ซ่อนอยู่ใต้ผิว
ดวงตาสีแดงของเขาดูเย็นเยียบราวน้ำแข็ง ลำตัวเต็มไปด้วย “รอยแผลเป็น”
...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยตอบร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาเงียบๆ
นางโน้มศีรษะลงอย่างเคารพ
“ทายาทลำดับที่เก้า”
...สาวรับใช้ของมาลาไค
นางมีผมสีแดงเลือดและผิวขาวซีดเช่นเดียวกับแซงกวินทุกคน สวมชุดเมดเรียบร้อย มือถือถาดไม้ไว้แน่น สายตายังคงก้มต่ำ ไม่กล้าประสานตา
น้ำเสียงของมาลาไคเย็นชา ราบเรียบ
“ข้าหลับไปนานแค่ไหน?”
“แปดชั่วโมงกับอีกสองนาที ทายาทลำดับที่เก้า”
คำพูดของนางชัดถ้อยชัดคำ แม่นยำและเป๊ะจนแทบไร้อารมณ์
‘เวน’ (สายโลหิต) คือคำเรียกอย่างเป็นทางการของเหล่าทายาทสายตรงรุ่นใหม่แห่งตระกูลแซงกวิน หมายถึง “สายโลหิต” ของรุ่นปัจจุบัน
มาลาไคขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แปดชั่วโมง?”
เขารู้ว่าบาดเจ็บหนัก แต่ไม่คิดว่าร่างกายจะใช้เวลาฟื้นตัวนานถึงเพียงนี้
“แล้วหัวหน้าหน่วยล่ะ?” น้ำเสียงยังคงเรียบ “เขากลับไปแล้วหรือยัง?”
“เขารอท่านฟื้นอยู่เจ้าค่ะ ทายาทลำดับที่เก้า ต้องให้ข้าแจ้งเขาหรือไม่?”
คำตอบนั้น... ทำให้มาลาไคหยุดคิด
เขานึกว่าหัวหน้าหน่วยคงจะทิ้งเขาไว้ในแดนทมิฬไปแล้ว ใช้ข้ออ้างใดข้ออ้างหนึ่งแล้วปล่อยให้เขาตายไปตามยถากรรม
เพราะเขารู้ดีทุกคนในกองทัพมองเขาอย่างไร
"ล้มเหลว"
"ไร้ค่า"
"ทายาทสายตรงที่ไม่สามารถวิวัฒน์ได้"
และหัวหน้าหน่วย... ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
แต่เขาไม่คิดถึงเรื่องนั้นอีก
“นิกซ์ แจ้งเขาว่าข้าจะออกไปภายในสิบนาที”
“ตามรับสั่ง”
นางโน้มศีรษะอีกครั้ง ก่อนยื่นถาดในมือออกไป
มาลาไครับถาดมาโดยไม่พูดอะไร และนางก็จากไปอย่างเงียบงัน
บนถาดนั้นมีผลไม้รูปร่างคล้ายแอปเปิลสีเข้มอยู่ไม่กี่ลูก
เขาหยิบขึ้นมาหนึ่งลูก กัดเข้าไปคำหนึ่ง
พลังงานบางอย่างพลุ่งพล่านผ่านร่างเขาในพริบตา... แล้วจางหายไปแทบในทันที
มาลาไคมองผลไม้ในมือ
“ยังเหมือนเดิม...”
เขาโยนผลไม้อีกลูกกลับลงถาด
ผลปีศาจ
ผลไม้ที่เกิดจากพลังงานของอสูรมืดที่ตายแล้ว..วิตา
วิตา คือหัวใจของวิวัฒนาการมนุษย์ มันเสริมความแข็งแกร่ง เปิดทางสู่การกลายพันธุ์และเติมเชื้อเพลิงให้กับผู้ที่มีพลัง
สำหรับเยาวชนทั่วไป แค่กัดคำเดียวก็เพียงพอให้เริ่มกระบวนการวิวัฒน์
แต่สำหรับมาลาไค... มันคือ “ฝันร้ายซ้ำซาก”
กินมันมาหลายปี แต่ร่างกายของเขา... ยังไม่เปลี่ยนแปลง
เขาขบฟันแน่น
เพราะเขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น
เพราะสิ่งที่แม่ของเขาทำในคืนนั้น
และถึงอย่างนั้น... เขาไม่เคยโทษนางเลย ไม่แม้แต่ครั้งเดียว
สายตาของมาลาไคหันกลับไปที่กระจก มองดูแผลเป็นบนร่างกายตนเอง
เพราะเขาไม่สามารถวิวัฒน์ได้... ชีวิตของเขา คือขุมนรก
ผ่านบททดสอบนับไม่ถ้วน ผ่านการทรยศซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผ่านความเจ็บปวดเกินรับไหว แต่ความเจ็บเหล่านั้น... ไม่มีความหมายอีกต่อไป
สิ่งเดียวที่สำคัญคือเป้าหมาย…
เปลวไฟเพียงหนึ่งเดียว ที่ทำให้เขายังยืนหยัดอยู่จนถึงวันนี้
การล้างแค้น
...
ในอดีต มี “คนทรยศ” แฝงตัวอยู่ในตระกูลแซงกวิน และพวกมัน... ทรยศพ่อแม่ของเขา
ส่วนที่เหลือ... ความมืดเป็นผู้จัดการ
มาลาไค จะตามล่าพวกมัน
เขาจะ “ค้นหา” และ “ทำลาย” พวกมันให้หมดสิ้น ไม่ให้เหลือแม้แต่ “เศษซาก” บนผืนแผ่นดินนี้
ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นกลางอก หัวใจเต้นกระหน่ำ ร้อนดั่งเปลวเพลิง
เขาหลับตาลงแน่น ท่องบทสวดแซงกวินในใจ กดเปลวไฟให้สงบ คุมสติตนเองกลับมา
สิ่งนี้คือเครื่องยึดเหนี่ยวเขามาตลอดชีวิต คือบทเพลงที่มารดาร้องกล่อมเขาในยามค่ำคืน ตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ
หัวใจของเขาเต้นช้าลง จิตใจสงบ มาลาไคถอนหายใจเบาๆ
จากนั้นเขาก็หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาแต่งตัว ติดตะขอ กระชับชุด แล้วเดินมุ่งตรงไปยังประตู
...
ถึงเวลากลับสู่ตระกูลแซงกวิน