- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครั้งนี้ ผมดันมีทะเลเป็นสวนหลังบ้าน
- บทที่ 29 ผมเรียกพี่ว่าพ่อ พี่กล้ารับไหม?
บทที่ 29 ผมเรียกพี่ว่าพ่อ พี่กล้ารับไหม?
บทที่ 29 ผมเรียกพี่ว่าพ่อ พี่กล้ารับไหม?
ลุงเหลียงสมกับเป็นพรานทะเลรุ่นเก๋า
แกบังคับเรือประมงให้แล่นด้วยความเร็วคงที่ไปเรื่อยๆ
ทันใดนั้น พังงาเรือในมือก็สั่นสะเทือนเบาๆ
ของเข้าแล้ว!!
แกรีบเร่งเครื่องเต็มกำลัง เพิ่มความเร็วเรือขึ้นจนสุดขีดทันที
จากนั้นก็คว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมาตะโกนสั่ง
“เก็บอวน!”
หวังเหอที่รอรับคำสั่งอยู่แล้ว รีบลงมือเก็บอวนทันที
เมื่อปากอวนปิดสนิท ทุกอย่างก็เป็นอันจบ
ขอแค่ปลาเข้าไปอยู่ในอวน ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหนีไปไหนรอด
พอหวังเหอรวบปากอวนจนแน่นหนา ลุงเหลียงถึงค่อยผ่อนความเร็วเรือลง
หลิวเสี่ยวเอ้อร์และเด็กหนุ่มคนอื่นๆ ต่างพากันกระทืบเท้าด้วยความตื่นเต้น ชะเง้อคอมองลงไปในน้ำอย่างใจจดใจจ่อ
“ปลาอะไรอ่ะ?”
“ใครจะไปรู้เล่า”
“ลากขึ้นมาเลยสิ?”
“ไม่ได้ ต้องให้พี่ซื่อไห่เป็นคนลาก เขาเป็นหัวหน้า”
“เออ ก็ได้”
เรือประมงค่อยๆ จอดนิ่งบนผิวน้ำ
เย่ซื่อไห่โผล่หัวขึ้นมาพอดี
เขาถอดหน้ากากดำน้ำและท่อหายใจออก หัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง
อาโม่ทำหน้าที่ตากล้องผู้ซื่อสัตย์ บันทึกภาพเหตุการณ์นี้ไว้ไม่ให้พลาดแม้แต่วินาทีเดียว
เย่ซื่อไห่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รีบปีนขึ้นเรืออย่างคล่องแคล่ว แล้วเริ่มสาวอวนขึ้นมา
อวนที่หย่อนลงไปลึกกว่าหกสิบเมตร ค่อยๆ ถูกดึงขึ้นมา
ทันทีที่เห็นปลาจวดเหลืองตัวแรกสีทองอร่ามโผล่พ้นน้ำ ทุกคนบนเรือก็ร้องอุทานออกมาพร้อมกัน
“เชี่ย!”
“คุณพระช่วย!”
“เชี่ยๆๆ!”
“ปลาจวดเหลืองใหญ่! ตัวเบ้อเริ่มเลย?”
ปลาจวดเหลืองตัวนั้นยาวเกือบหนึ่งเมตร น้ำหนักอย่างน้อยแปดถึงเก้าจิน
ลำตัวเพรียวยาวต้องแสงแดดเป็นประกายสีทองเจิดจ้าบาดตา
คนบนเรือนอกจากเจ้าทึ่มหลิวแล้ว ทุกคนต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
แต่เย่ซื่อไห่กลับหยุดมือ แล้วปล่อยอวนกลับลงไปในน้ำ
เขากระแอมไอเสียงดัง เรียกสติทุกคนกลับมา
“เอาล่ะ ทุกคนเงียบเดี๋ยวนี้!”
“ลุงเหลียง แช่ปลาไว้ในน้ำแบบนี้แหละครับ”
ลุงเหลียงเข้าใจความหมายทันที
แม้จะอยู่กลางทะเลเวิ้งว้าง แต่อย่าคิดว่าจะไม่มีอันตราย
บนเรือมีแต่เด็กหนุ่มวัยรุ่น ถ้าเกิดมีเรือประมงลำอื่นผ่านมา แล้วเด็กพวกนี้ตะโกนอวดว่าจับปลาจวดเหลืองได้เต็มอวน ผลลัพธ์จะเป็นยังไง... แม้แต่ฟ้าก็คงตอบไม่ได้
มูลค่าของปลาในอวนนี้สูงนับสิบล้านหยวน ปล้นเรือลำนี้ง่ายกว่าปล้นธนาคารเป็นไหนๆ
ลุงเหลียงหน้าเครียด ตะโกนสั่งเสียงเข้ม
“เอาล่ะ พวกเอ็งฟังข้าให้ดี ห้ามใครส่งเสียงดังเด็ดขาด”
หลิวเสี่ยวเอ้อร์และเพื่อนๆ ได้ยินเสียงตวาดก็รีบสงบปากสงบคำ แต่สีหน้ายังคงเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
เย่ซื่อไห่เดินเข้าไปในเก๋งเรือ พอปลอดคนก็กำหมัดชกอากาศอย่างสะใจ
แล้วจะเอายังไงต่อ?
ข่าวห้ามรั่วไหลเด็ดขาด
ปลาจะเอาขึ้นมาบนเรือตอนนี้ไม่ได้
ลากอวนกลับไปทั้งแบบนี้แหละ ช้าหน่อยแต่ชัวร์กว่า
รอจนถึงที่ที่ปลอดภัยจริงๆ ค่อยแจ้งเซียวเจี้ยนกั๋ว
ไม่สิ!
ต้องแจ้งน้าเหมยก่อน ให้แกแอบไปบอกเซียวเจี้ยนกั๋ว แล้วให้เตรียมการรับของที่ท่าเรือให้พร้อม
คนเคยผ่านความตายมาแล้วสองชาติ เย่ซื่อไห่รู้ดีว่า ในยามที่ตัวเองยังอ่อนแอ ระวังตัวไว้ก่อนไม่เคยเสียหาย
เด็กกำพร้าอายุสิบแปดที่บ้านยากจน จู่ๆ จับปลาได้มูลค่านับสิบล้าน ใครบ้างจะไม่โลภ?
ตอนนี้บ่ายสามโมง ถ้าลากอวนกลับช้าๆ ก็น่าจะถึงท่าเรือประมาณทุ่มนึง
เอาตามนี้แหละ
เมื่อไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว เย่ซื่อไห่ก็เดินออกจากเก๋งเรือ
ลุงเหลียงพยายามข่มความตื่นเต้นอย่างสุดความสามารถ ตอนที่เอ่ยปากถาม น้ำเสียงยังสั่นเครือ
“ซื่อไห่... ทั้งหมด... เลยเหรอ?”
“ทั้งหมดครับ น่าจะเกรดดีด้วย ตัวเล็กสุดก็น่าจะห้าหกจิน”
ใบหน้าดำกร้านของลุงเหลียงเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก
“เจ้าแม่มาจู่ช่วยลูกช้างด้วย!”
เย่ซื่อไห่รีบปลอบ
“ลุงเหลียง ใจเย็นๆ ครับ ผมไม่เอาเปรียบลุงแน่ งานนี้ผมให้ลุงเท่านี้”
เขากางนิ้วทั้งห้าออกมา
ลุงเหลียงเสียงแหบแห้ง
“ห้าพัน? เยอะขนาดนั้นเชียว?”
เย่ซื่อไห่มองหน้าแก แล้วตอบกลับไปว่า
“พูดอะไรครับ? ห้าหมื่นต่างหาก!”
เอือก!
ลุงเหลียงกลืนน้ำลายลงคอดังเอือก
“ห้า... ห้าหมื่น? ซื่อ... ซื่อไห่ เอ็ง... เอ็ง...!”
เย่ซื่อไห่ตบไหล่ลุงเหลียงเบาๆ
“รับไปเถอะครับ ต่อไปถ้าผมจะออกเรือ ผมก็จะจ้างลุงมาขับให้ตลอดนั่นแหละ”
จากนั้นเขาก็หันไปมองกลุ่มเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“จำไว้นะ เงียบไว้ถึงจะได้เงิน ขืนทำตัวเด่นจะมีภัย เข้าใจไหม?”
“เข้าใจครับ เข้าใจ”
อาโม่กลืนน้ำลาย พยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวเปลือก
“แม่งเอ๊ย พวกนายฟังให้ดีนะ เชื่อฟังพี่เขยฉันทุกอย่าง ใครกล้าปากโป้งหรือพล่ามไร้สาระ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”
หลิวเสี่ยวเอ้อร์และเพื่อนๆ พยักหน้ากันคอแทบหัก
พวกเขากำลังคำนวณส่วนแบ่งในใจกันอย่างบ้าคลั่ง
หนึ่งเปอร์เซ็นต์เชียวนะ
ถ้าขายได้หนึ่งล้าน พวกเขาก็ได้คนละหนึ่งหมื่น
แต่นี่มันปลาจวดเหลืองเต็มอวนนะเว้ย!
หนึ่งล้านมันจะไปพออะไร?
ทันใดนั้น บนผิวน้ำก็มีสายน้ำพุพุ่งฉีดขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นสายๆ แสงแดดตกกระทบละอองน้ำเกิดเป็นรุ้งกินน้ำเจ็ดสีสวยงามจับตา
ชัดเจนว่า ราชาวาฬพาเหล่าสมุนมาส่งแล้ว
เย่ซื่อไห่มองออกไป ภาพตรงหน้าทำเอาเขาตะลึงอีกครั้ง
วาฬเพชฌฆาตตัวเต็มวัยความยาวเฉลี่ยสิบเมตรกว่าเจ็ดแปดสิบตัว เรียงแถวเป็นรูปสามเหลี่ยม พ่นน้ำพุพร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ ภาพแบบนี้หาดูยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
ที่ด้านหน้าสุด ราชาวาฬกับแม่วาฬว่ายเคียงคู่กันเข้ามา โดยมีเจ้าตัวเล็กว่ายส่ายหางดุ๊กดิ๊กอยู่ตรงกลาง ส่งเสียงร้องอย่างร่าเริง
“กิ๊วๆ กิ๊วๆ!”
พอมองเห็นราชาวาฬตัวมหึมายาวสิบสองเมตร ลุงเหลียงก็ถึงกับขนลุกซู่ด้วยความหวาดหวั่น
วาฬเพชฌฆาตทั่วไปยาวประมาณแปดถึงสิบเมตร
ตัวไหนยาวเกินสิบเมตร ต้องเป็นระดับหัวหน้าฝูงแน่นอน
แต่ราชาวาฬตัวนี้ ยาวถึงสิบสองเมตร แถมตามตัวเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นดูน่าเกรงขาม
การที่มันปกครองฝูงที่มีสมาชิกเกือบร้อยตัวได้ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งระดับปีศาจ
ฝูงวาฬก็มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกัน ปกติจะอยู่กันฝูงละประมาณสี่สิบตัว
ยิ่งจ่าฝูงแข็งแกร่งเท่าไหร่ จำนวนสมาชิกในฝูงก็ยิ่งมากเท่านั้น
คราวนี้เย่ซื่อไห่ไม่ได้กระโดดลงไป แต่ยืนโบกมือให้เจ้าตัวเล็กอยู่ที่หัวเรือ
ราชาวาฬผงกหัวให้เย่ซื่อไห่อย่างไว้ตัว ก่อนจะชูหัวมหึมาขึ้นเหนือน้ำ ส่งเสียงคำรามก้อง
“อู๊ววว!!”
วาฬทุกตัวดำดิ่งลงใต้น้ำพร้อมกันทันที
แม่วาฬกับเจ้าตัวเล็กก็มุดหายตามลงไป
ราชาวาฬเป็นตัวสุดท้ายที่ค่อยๆ ดำหายไปต่อหน้าต่อตาเย่ซื่อไห่
ผิวน้ำกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
เย่ซื่อไห่ถอนสายตากลับมาด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์นิดๆ
บอกไม่ถูกเหมือนกันแฮะ
แต่เจ้าตัวเล็กต้องกลับมาแน่
ต่อหน้าจ่าฝูงที่มีไอคิวพอๆ กับมนุษย์ผู้ใหญ่ เย่ซื่อไห่ก็ไม่กล้าเล่นลูกไม้อะไรมากนัก
นายช่วยเมียเขา เขาเลยมาตอบแทนบุญคุณ
ส่วนเรื่องอื่น... เจ้ามนุษย์สองขา คิดให้ดีก่อนจะอ้าปากขอนะ
เห็นได้ชัดว่า ที่เย่ซื่อไห่ไม่ลงไปตีสนิท ก็เพราะสัมผัสได้ถึงรังสีความหึงหวงจากราชาวาฬนั่นเอง
เมียกับลูกตัวเอง ดันไปสนใจเจ้ามนุษย์สองขามากกว่าตัวเองซะงั้น
ถ้าเย่ซื่อไห่ไม่ใช่คน ราชาวาฬคงเริ่มระแวงแล้วว่าไอ้ตัวเล็กนี่ใช่ลูกตัวเองหรือเปล่า
เย่ซื่อไห่สงสัยด้วยซ้ำว่า ถ้าขืนใช้ 'หัวใจแห่งท้องทะเล' กับราชาวาฬ เจ้ายักษ์นั่นอาจจะของขึ้น แล้วฉีกเขาเป็นชิ้นๆ ก็ได้
บทจะต้องเจียมตัว ก็ต้องเจียมตัวให้สุด
“พี่เขย พวกมันไปกันหมดแล้วเหรอ?”
อาโม่ค่อยๆ ย่องเข้ามาถาม แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉา
“พี่เขย พี่ทำได้ไงเนี่ย?”
เย่ซื่อไห่ถลึงตาใส่
“ไอ้น้องชาย อย่ามาคิดแย่งวิชาทำมาหากินของฉันนะเว้ย นี่ฉันเก็บไว้ถ่ายทอดให้ลูกชายฉัน... กลับบ้านโว้ย กลับบ้าน!”
อาโม่เจ็บใจจี๊ด
“เย่ซื่อไห่ ผมเรียกพี่ว่าพ่อ พี่กล้ารับไหมล่ะ?”
เย่ซื่อไห่หัวเราะลั่น
ในใจคิดว่า นายเรียกพ่อฉันไม่กล้ารับหรอก
แต่ถ้าพี่สาวนายเรียกฉันว่า 'ป๋า' อันนี้ฉันสู้ตาย
กลับบ้าน!
จบบท