เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 สาวน้อยตระกูลหลิน

บทที่ 15 สาวน้อยตระกูลหลิน

บทที่ 15 สาวน้อยตระกูลหลิน


“นายจะขี่เร็วขนาดนี้ไปทำไม?”

“เร็วเหรอ? นี่แค่ร้อยเดียวเองนะ”

“ก็ฉันยังกอดไม่หนำใจเลยนี่นา”

“……!”

พอเห็นเย่ซื่อไห่ทำหน้าเหมือนคนจุกจนพูดไม่ออก หลินเฉี่ยวฮวาก็หัวเราะชอบใจ

เด็กสาวคนนี้ทั้งเจ้าเล่ห์และซุกซน เย่ซื่อไห่ไม่มีทางตามทัน

บทสนทนาของทั้งคู่เริ่มออกนอกลู่นอกทาง

“ของฉันใหญ่ไหม?”

“เธอเพิ่งสิบแปดเองนะ”

“ฉันไม่ได้หมายถึงอายุย่ะ!”

“หลินเฉี่ยวฮวา เธอ...!”

เย่ซื่อไห่ผู้ผ่านโลกมาสองภพถึงกับกระอักเลือดคำโต

ไม่ไหว หนีดีกว่า ยัยนี่อันตรายเกินไป

“วันนี้เธอเที่ยวพอหรือยัง? รีบกลับบ้านไปได้แล้ว ฉันต้องแวะไปตลาดซื้อของอีก”

พอเห็นเย่ซื่อไห่ทำท่าจะไล่ หลินเฉี่ยวฮวาก็ทุบเขาอักหนึ่งที

“ไปซื้อชานมไข่มุกให้ฉันกินเดี๋ยวนี้เลย เย็นนี้ฉันจะไป... กินข้าวที่บ้านนาย”

เย่ซื่อไห่กรอกตามองบน

“ว่าที่น้องเมียบอกว่าบ้านฉันสภาพแย่กว่าบ้านหมาบ้านเธออีกนะ เธอกล้าเหยียบเข้าไปเหรอ?”

หลินเฉี่ยวฮวาทำแก้มป่อง เท้าสะเอวด้วยท่าทางเอาเรื่อง

“คอยดูนะ กลับไปฉันจะสั่งให้มันไปนอนในบ้านหมาสักอาทิตย์หนึ่ง”

เย่ซื่อไห่รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด

สาวน้อยบ้านตระกูลหลินช่างน่ารักจริง ๆ รสชาติของรักแรกมันหวานแบบนี้นี่เอง

หัวใจคนแก่ดวงนี้... ชุ่มชื่นเหลือเกิน

เย่ซื่อไห่จอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้หน้าตลาด แล้วพาหลินเฉี่ยวฮวาเดินเข้าไปข้างใน

เฉี่ยวฮวาอยากกินอะไร เขาก็ควักเงินจ่ายให้ไม่อั้น

ไม่นานนัก ในมือเขาก็เต็มไปด้วยถุงขนมจุกจิก

“จะซื้อพวกเป็ดย่างหมูแดงไปหน่อยไหม? ที่บ้านคงไม่มีกับข้าว น้าเหมยกว่าจะกลับก็ดึก ฉันไม่อยากทำกับข้าวเองด้วย”

หลินเฉี่ยวฮวาดูดชานมไข่มุก พยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย โดยไม่สนสายตาชาวบ้านที่มองมา เธอเดินเคียงข้างเย่ซื่อไห่อย่างเปิดเผยและภาคภูมิใจ

หลังจากแวะซื้อห่านย่างครึ่งตัวและกับข้าวสำเร็จรูปจากร้านลุงหลิว เย่ซื่อไห่ก็แวะไปที่แผงรับซื้อของเซียวเจี้ยนกั๋ว

ตอนเดินออกมา ในมือของเฉี่ยวฮวาก็มีถุงเพิ่มมาอีกใบ ข้างในมีปูมันเหลืองหนักจินครึ่งอยู่ห้าตัว

นั่นเป็นของฝากจากเซียวเจี้ยนกั๋ว

“อาเซียว รบกวนด้วยนะครับ”

เซียวเจี้ยนกั๋วทำเสียงดุ

“พูดอะไรแบบนั้น? ซื่อไห่ เรื่องของหลานก็คือเรื่องของอา วางใจเถอะ เดี๋ยวอาจะรีบโทรเช็กให้”

ออกจากตลาด เย่ซื่อไห่ก็ผูกถุงกับข้าวทั้งหมดแขวนไว้ที่ถังน้ำมันของรถ Agusta แล้วให้หลินเฉี่ยวฮวาซ้อนท้าย

พวกเขากลับถึงบ้านด้วยท่าทางเท่ระเบิด ปรากฏว่าน้าเหมยยังไม่กลับ

“บ้านฉันอาจจะดูโทรมไปหน่อยนะ เธออย่าถือสาล่ะ”

หลินเฉี่ยวฮวาเคยมาที่บ้านเย่ซื่อไห่มาก่อน แต่ตอนนั้นเด็กหนุ่มยังมีความน้อยเนื้อต่ำใจและพยายามผลักไสความหวังดีของเธอ

นี่จึงนับเป็นครั้งแรกที่เธอได้ก้าวเข้ามาในบ้านของเขาอย่างเป็นทางการ

บ้านหลังนี้ผ่านการจัดระเบียบใหม่โดยเย่ซื่อไห่ จนดูสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบขึ้นมาก

แม้จะเทียบไม่ได้กับตึกหรูของตระกูลหลิน แต่ก็ดูโปร่งโล่งสบายตา

โซฟา ทีวี และโต๊ะน้ำชาล้วนเป็นของใหม่ ผนังเพิ่งทาสีขาวสะอาด จะติดก็แค่พื้นบ้านที่ยังเป็นแผ่นหินสีเขียวแบบโบราณ

ดูเรียบง่ายและสมถะ

แต่เฉี่ยวฮวาไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด

เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่บูชาวัตถุ

ตู้เย็นใบใหม่ที่เพิ่งซื้อมา อัดแน่นไปด้วยของสด ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และเกี๊ยวแช่แข็ง รวมถึงเบียร์และเครื่องดื่มสารพัดชนิด

“เมื่อกี้คุยอะไรกับอาเซียวเหรอ?”

“ฉันวานให้เขาช่วยหานักออกแบบสวนจากฝูเฉิงให้น่ะ”

“หา? นายจะสร้างบ้านใหม่เหรอ?”

“เปล่า บ้านหลังนี้ฉันจะไม่ทุบทิ้ง แค่จะปรับปรุงใหม่ ฉันจะสร้างกระท่อมริมทะเลในฝันด้วยมือของฉันเอง”

“จริงเหรอ?”

“จะโกหกเธอทำไม?”

“งั้น... ฉันจะได้เป็นนายหญิงของกระท่อมน้อยหลังนั้นไหม?”

เย่ซื่อไห่... พูดไม่ออก

“เธอเล่นไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันโทรตามน้าเหมยให้รีบกลับมาก่อน”

เย่ซื่อไห่หยิบมือถือโทรหาน้าเหมย บอกว่าเฉี่ยวฮวามาที่บ้าน ให้รีบกลับมาหน่อย

น้าเหมยรับปากด้วยความดีใจ ถามว่าจะให้แวะซื้ออะไรที่ตลาดไหม

เย่ซื่อไห่บอกว่าที่บ้านมีครบแล้ว แล้ววางสายไป

เขามองดูกองวัตถุดิบตรงหน้าด้วยความหนักใจ

สกิลการทำอาหารของเขา ทั้งชาติก่อนและชาตินี้ อยู่ในระดับที่เรียกว่า ‘ห่วยแตก’ พอ ๆ กัน

นิยามได้แค่คำว่า... กินกันตาย

โชคดีที่น้าเหมยกลับมาไว

ห้าโมงครึ่ง น้าเหมยก็มาถึงหน้าบ้าน

ปกติกว่าจะได้กินข้าวเย็นก็ปาเข้าไปสองสามทุ่ม เพราะต้องรอกลับจากงานแกะหอย

ในมือน้าเหมยมีถุงผลไม้อยู่สองถุง เห็นได้ชัดว่าแวะซื้อมาเพื่อต้อนรับเฉี่ยวฮวาโดยเฉพาะ

“น้องเฉี่ยวฮวา!”

“น้าเหมย!”

น้าเหมยรีบเข้าไปจับมือหลินเฉี่ยวฮวาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“วันนี้มีแขกคนสำคัญมาบ้าน น้องเฉี่ยวฮวายิ่งโตยิ่งสวยนะลูก”

“แหม ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ น้าเหมยชมเกินไปแล้ว หนูเขินแย่เลย”

เย่ซื่อไห่โผล่หน้าออกมาจากในครัวด้วยท่าทางโล่งอก

“น้าครับ น้ากลับมาซะที ผมทำเป็นแค่ปูนึ่งอย่างเดียวเองเนี่ย”

น้าเหมยหัวเราะ หยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกเอว

“ถอยไป ๆ เดี๋ยวที่เหลือน้าจัดการเอง เธอไปล้างผลไม้ให้น้องเฉี่ยวฮวากินไป”

เย่ซื่อไห่แกล้งบ่น

“โธ่ เขาเป็นคุณหนูลูกเศรษฐี ไม่ขาดแคลนของกินหรอกครับ ผมกินเองดีกว่ามั้ง”

น้าเหมยตวัดสายตาดุใส่ เย่ซื่อไห่รีบหดคอ คว้าถุงผลไม้หนีไปล้างที่บ่อโยกหลังบ้านแทบไม่ทัน

หลินเฉี่ยวฮวาหัวเราะคิกคัก

“น้าเหมยคะ เย่ซื่อไห่นิสัยไม่ดี ชอบแกล้งหนู น้าต้องจัดการเขาหนัก ๆ นะคะ”

น้าเหมยพยักหน้าเห็นด้วยทันที

“เดี๋ยวน้าตีให้”

แล้วเธอก็ทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะถามขึ้นว่า

“หนูเฉี่ยวฮวา วันนี้หนูอยู่กับซื่อไห่ทั้งวันเลยเหรอจ๊ะ?”

“ใช่ค่ะ เขาพาหนูไปเที่ยวเมืองเล่อเฉิง เราไปแกะหอยมุกกัน ได้ไข่มุกสีดำเม็ดใหญ่มาด้วยนะ เขาบอกว่าจะทำสร้อยข้อมือให้หนูด้วยแหละ”

“แล้วมอเตอร์ไซค์คันใหญ่หน้าบ้านนั่นล่ะ รถใคร?”

น้าเหมยเห็นรถ MV Agusta สีแดงเพลิงจอดเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าบ้านตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว

ถึงเธอจะไม่รู้จักยี่ห้อรถ แต่ดูจากทรงแล้ว ราคาต้องไม่ใช่ถูก ๆ แน่

แม้เย่ซื่อไห่จะเพิ่งหาเงินได้สี่แสน แต่ถ้าเอาเงินก้อนนั้นมาผลาญกับของเล่นแบบนี้ เธอคงต้องอบรมกันยกใหญ่

แต่พอเห็นเฉี่ยวฮวา เธอก็ชักไม่แน่ใจ หรือจะเป็นของขวัญที่เฉี่ยวฮวาซื้อให้?

ถ้าเป็นอย่างหลัง ยิ่งต้องอบรมหนักเข้าไปใหญ่

ในสายตาคนทั่วไป การที่ตระกูลหลินไม่กีดกันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็นับว่าใจกว้างมากแล้ว

ขืนเย่ซื่อไห่ยังไปเกาะผู้หญิงกินอีก ตระกูลหลินจะมองเขายังไง?

เฉี่ยวฮวาเป็นเด็กฉลาด เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่าน้าเหมยคิดอะไร จึงรีบขยับเข้าไปกระซิบอธิบาย

“น้าเหมยไม่ต้องห่วงนะคะ รถคันนั้นไม่ใช่หนูซื้อให้หรอกค่ะ เขาหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง ไม่เสียเงินสักบาท”

น้าเหมยตาโตด้วยความประหลาดใจ

“รถคันนั้นแพงนะ น้าดูออก ซื่อไห่เพิ่งจะหาเงินจากการเก็บของทะเลได้ไม่กี่วัน นี่เขาไปทำอะไรมาถึงได้รถคันนี้?”

หลินเฉี่ยวฮวาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ฟังคร่าว ๆ น้าเหมยฟังแล้วมือไม้อ่อน มีดทำครัวแทบจะหลุดมือหล่นใส่เท้า

จังหวะพอดีที่เย่ซื่อไห่ถือจานผลไม้เข้ามา

“น้าเหมย เป็นอะไรครับ?”

เสียงน้าเหมยสั่นเครือ

“ซื่อไห่ ที่น้องเฉี่ยวฮวาเล่ามาเป็นเรื่องจริงเหรอ? เธอไปเจอสมบัติจากทะเลมาจริง ๆ เหรอ? มูลค่าหลายล้านเลยเหรอ?”

เย่ซื่อไห่แอบถลึงตาใส่เฉี่ยวฮวา ยัยตัวแสบแลบลิ้นปลิ้นตาแล้วรีบไปหลบหลังน้าเหมย

เขาไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังน้าเหมย

แต่บางเรื่อง มันก็เกินกว่าที่คนธรรมดาอย่างน้าเหมยจะรับไหว

ขืนบอกไปตรง ๆ กลัวแกจะช็อกเอาได้

จบบท

จบบทที่ บทที่ 15 สาวน้อยตระกูลหลิน

คัดลอกลิงก์แล้ว