- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครั้งนี้ ผมดันมีทะเลเป็นสวนหลังบ้าน
- บทที่ 14 มอเตอร์ไซค์คันนี้พี่ให้น้อง
บทที่ 14 มอเตอร์ไซค์คันนี้พี่ให้น้อง
บทที่ 14 มอเตอร์ไซค์คันนี้พี่ให้น้อง
เนื้อวัตถุดิบหอยมือเสือทั่วไปนั้นราคาไม่ได้แพงอะไร
สร้อยข้อมือธรรมดา ๆ เส้นหนึ่งก็ขายกันแค่ร้อยกว่าหยวน
แต่ถ้าเป็นฟอสซิลหอยมือเสือที่กลายเป็นหยกนั่นก็คนละเรื่องกันเลย
มูลค่าของมันขึ้นอยู่กับความโปร่งใสและสีสัน
ยิ่งใสยิ่งแพง
ยิ่งสีสดก็ยิ่งแพง
ในบรรดาทั้งหมด หอยมือเสือเลือด คือที่สุดของความแพง ราคาสูงกว่าทองคำถึงสามถึงห้าเท่าตัว
ถ้าสิ่งที่เย่ซื่อไห่เจอคือหอยมือเสือเลือดของจริง มูลค่าของมันต้องมหาศาลแน่นอน
เพราะหอยมือเสือนั้นตัวใหญ่มาก อย่างต่ำก็เส้นผ่านศูนย์กลางห้าสิบเซนติเมตร บางตัวใหญ่ได้ถึงเมตรครึ่งหรือสองเมตร
น้ำหนักของฟอสซิลก็ไม่ใช่น้อย ๆ ต่อให้สกัดออกมาได้เนื้อดีแค่ยี่สิบสามสิบกิโลกรัม คิดเป็นเงินเท่าไหร่กันล่ะ?
ราคาทองคำตอนนี้อยู่ที่เท่าไหร่? ลองคูณดูสิ
แต่นั่นยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ประเด็นคือวัตถุดิบหอยมือเสือเลือดในตลาดตอนนี้หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
ต่อให้ตั้งราคาขายแบบขูดเลือดขูดเนื้อ ก็ยังมีคนพร้อมจะแย่งกันซื้อในราคาสูงลิบลิ่ว
แถมความหมายมงคลของมันก็ดีเลิศ
หนึ่งในเจ็ดสมบัติแห่งพุทธศาสนา ขจัดภัยพิบัติ เสริมสิริมงคล แถมยังมีสรรพคุณช่วยสงบจิตใจ
ถ้ามีการปั่นกระแสสักหน่อย มูลค่าต้องพุ่งกระฉูดแน่นอน
หลิวกางมองหน้าเย่ซื่อไห่ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
เด็กคนนี้ดวงดีงั้นเหรอ?
ไม่ใช่หรอก
ที่พ่อพูดไว้ไม่ผิดเลย ไอ้หนุ่มนี่ต้องมีเคล็ดลับวิชาอะไรสักอย่างที่คนอื่นไม่มี
ชาวทะเลรุ่นเก๋ามักจะมีวิชาลับเฉพาะตัวที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น
นี่คือวิถีของลูกทะเล
เห็นได้ชัดว่าเย่ซื่อไห่คงได้รับสืบทอดวิชาบางอย่างมาแน่ ๆ
คิดได้ดังนั้น หลิวกางจึงถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ซื่อไห่ นายแน่ใจนะว่าเป็นหอยมือเสือเลือด?”
เย่ซื่อไห่ยิ้มตอบ
“แน่นอนครับ แถมยังเป็นเกรดพรีเมียมด้วย”
“นายนี่มันร้ายกาจจริง ๆ เอาล่ะ พี่ไม่อ้อมค้อมนะ วัตถุดิบหอยมือเสือเก่าในตลาดตอนนี้ราคาอยู่ที่กรัมละร้อยถึงสองพันหยวน ถ้าเป็นหอยมือเสือเลือดเกรดท็อป พี่รับซื้อที่กรัมละหนึ่งพันห้าร้อยหยวน นายว่าไง?”
หลิวกางเปิดราคารับซื้อทันทีอย่างเด็ดขาด
แต่เย่ซื่อไห่กลับส่ายหน้า ยิ้มบาง ๆ
“พี่กาง ผมไม่ขายครับ”
หลิวกางประหลาดใจ
“ทำไมล่ะ? นายไม่ต้องห่วงเรื่องกฎหมายนะ เรามีใบอนุญาตถูกต้อง ใครมาตรวจก็ไม่กลัว”
เย่ซื่อไห่งัดไม้ตายหน้าซื่อออกมาใช้ ยกมือเกาหัวแก้เขินแล้วพูดว่า
“พี่กาง ผมไม่ปิดบังพี่หรอกครับ ก้อนนี้เนื้อดีมีไม่เยอะ น่าจะได้สักสามถึงห้ากิโลกรัม ผมกะว่าจะเอามาให้พี่แปรรูป โดยจะยกให้พี่ฟรี ๆ หนึ่งในสาม อีกหนึ่งในสามผมเก็บไว้เอง ส่วนที่เหลือผมรบกวนพี่ช่วยเจียระไนเป็นสร้อยข้อมือให้สักสามเส้นครับ”
หลิวกางยืนอึ้ง มองหน้าเย่ซื่อไห่ราวกับเพิ่งเคยเห็นมนุษย์ต่างดาว
ห้ากิโลกรัมก็คือห้าพันกรัม กรัมละพันห้า... มูลค่ารวมเจ็ดล้านห้าแสนหยวน
แล้วหมอนี่บอกจะยกให้เขาฟรี ๆ หนึ่งในสาม?
สองล้านห้าแสนหยวน!
ไอ้หนูนี่มันบ้าไปแล้วหรือเปล่า?
เงินขนาดนี้ซื้อรถเบนท์ลีย์ได้คันหนึ่งเลยนะ
ถ้ามันเป็นลูกเศรษฐีคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดก็พอเข้าใจได้
แต่ได้ข่าวว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน มันเพิ่งจะกระโดดทะเลฆ่าตัวตายเพราะไม่มีเงินเรียนมหาลัยไม่ใช่เหรอ?
หรือข่าวลือที่ว่ามันได้เป็นลูกเขยพญามังกรจะเป็นเรื่องจริง?
คนทะเลมีความเชื่อเรื่องโชคลางกันทุกคน ไม่ว่าจะรวยล้นฟ้าแค่ไหนก็ยังเชื่อ
งานแห่เจ้าประจำปีของชาวหมิ่นไห่นี่จัดใหญ่โตอลังการจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับชาติไปแล้ว
แม้แต่เจ้าแม่มาจู่ (ทับทิม) ยังมีบัตรประชาชนเลยคิดดูสิ
ความจริงแล้ว ในใจเย่ซื่อไห่ก็เลือดซิบ ๆ เหมือนกัน
แต่ทำไงได้
ต่อให้ตระกูลหลิวมีใบอนุญาต เขาก็ไม่ขายขาด
กันไว้ดีกว่าแก้
อยากจะได้ลูกเสือ ก็ต้องยอมเข้าถ้ำเสือ นี่คือการลงทุนที่จำเป็น
ไม่อย่างนั้นคนระดับหลิวกางจะยอมมาร่วมหัวจมท้ายด้วยทำไม?
เย่ซื่อไห่มองการณ์ไกลไปยังอนาคต
ในทะเลยังมีสมบัติอีกมหาศาลรอให้เขาไปขุด
ค่อย ๆ ปั้นเซียวเจี้ยนกั๋วให้เป็นขาประจำรับซื้ออาหารทะเลเกรดพรีเมียม
แล้วปั้นหลิวกางให้เป็นนายหน้าจัดการสมบัติใต้ทะเล
ชีวิตนี้ถึงจะดูเหมือนเริ่มต้นจากศูนย์ แต่จิตวิญญาณข้างในคือมหาเศรษฐีหมื่นล้านจากชาติที่แล้ว
เงินแค่สองล้านห้า... จิ๊บจ๊อยน่า
ส่วนน้องเฉี่ยวฮวาที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ดวงตาเริ่มมีประกายวิบวับเป็นรูปเงินหยวนแล้ว
เงินจ๋า... เงินทั้งนั้นเลย
ของฉัน... ต้องเป็นของฉันทั้งหมด
หลิวกางเองก็เป็นคนใจนักเลง พอเห็นเย่ซื่อไห่ใจป้ำ เขาก็ตบต้นขาเย่ซื่อไห่ดังปึก
“น้องชาย ตามพี่มา”
พูดจบก็ลุกเดินนำออกจากห้องทำงาน
เฉี่ยวฮวาเดินตามต้อย ๆ อยู่ข้างหลังเย่ซื่อไห่ ลงลิฟต์ไปชั้นล่าง
หลิวกางพาพวกเขามาที่หน้าโรงจอดรถด้านหลังโรงงาน
เขากดรีโมตในมือ
ประตูม้วนไฟฟ้าค่อย ๆ เลื่อนขึ้น เผยให้เห็นโรงจอดรถขนาดกว่าสองร้อยตารางเมตร
ภายในมีรถสปอร์ตจอดเรียงรายอยู่หลายคัน และยังมีรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์จอดอยู่อีกแถวหนึ่ง
“รถสปอร์ตพี่คงให้ไม่ได้ นายคงยังไม่มีใบขับขี่”
“แต่มอเตอร์ไซค์ไม่มีปัญหา คันนี้... MV Agusta Rush 1000 นายเอาไปขี่เลย ไม่ต้องโอนให้ยุ่งยาก ขี่เบื่อเมื่อไหร่ค่อยเอามาเปลี่ยนคันใหม่”
เย่ซื่อไห่ตาลุกวาวทันที
MV Agusta Rush 1000 ราคาค่าตัวปาเข้าไปห้าแสนกว่าหยวน ถือเป็นตัวท็อปของวงการมอเตอร์ไซค์ หล่อ เท่ ดุดัน
วัยรุ่นคนไหนบ้างจะไม่ชอบ?
แต่ราคามันโหดเกินไป ครอบครัวธรรมดาไม่มีทางเอื้อมถึง
“งั้นผมไม่เกรงใจนะครับ”
หลิวกางโยนกุญแจให้ทันที
“เอาไปเลย แต่ระวังหน่อยนะ เจ้านี่มันพยศพอตัว ถ้านายขี่ไม่ไหว เดี๋ยวพี่ให้รถสไลด์ไปส่งที่บ้าน”
เย่ซื่อไห่คิดในใจ ดูถูกกันเกินไปแล้วพี่ชาย
ชาติที่แล้วเขาเป็นนักบิดตัวยงเลยนะ
เขาก้าวขาคร่อมมอเตอร์ไซค์ กดปุ่มสตาร์ต เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้อง
เย่ซื่อไห่ออกตัวด้วยการดีดคลัตช์พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนู แล้ววนกลับมาจอดตรงหน้าหลิวกางด้วยท่าดริฟต์สไลด์ท้ายสุดสวย
หลิวกางอ้าปากค้าง
“เชี่ย! สุดยอด! น้องชาย สอนพี่บ้างสิ!”
เย่ซื่อไห่ยิ้มมุมปาก ส่ายนิ้วชี้ไปมา
“พี่กาง ขอโทษทีครับ ของแบบนี้มันอยู่ที่พรสวรรค์”
หลิวกางรู้สึกเหมือนโดนหมัดฮุคเข้าที่ลิ้นปี่ เจ็บจี๊ด
ส่วนน้องเฉี่ยวฮวายืนมองตาค้างอย่างเหม่อลอย
ในความทรงจำของเธอ เย่ซื่อไห่ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็นด้วยซ้ำ
อีตานี่... ยังมีความลับอะไรปิดบังฉันอยู่อีกฮะ?
ฮึ่ม! น่าตีให้ตายนัก!
ในเมื่อตกลงกันเรียบร้อย เย่ซื่อไห่ก็เตรียมตัวกลับบ้าน
แลกเบอร์โทรและวีแชตกับหลิวกางเสร็จสรรพ หลิวกางก็เดินมาส่งถึงหน้าโรงงาน
“ซื่อไห่ งั้นเจอกันคืนนี้ พี่จะไปถึงที่นั่นตอนสามทุ่มตรง ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่พี่เอง”
เย่ซื่อไห่พยักหน้ายิ้ม แล้วตบเบาะหลังรถ เรียกหลินเฉี่ยวฮวา
“ขึ้นมาสิ”
เฉี่ยวฮวาหน้าแดงระเรื่อ
วันนี้เธอใส่กระโปรงสั้นจู๋ แม้จะมีกางเกงซับใน แต่การนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์ทรงสปอร์ตแบบนี้มัน... ล่อแหลมเกินไป
ทางเดียวคือนั่งหันข้าง
แต่ถ้านั่งแบบนั้น เธอต้องกอดเอวเย่ซื่อไห่ไว้แน่น ๆ
เธอตามจีบเย่ซื่อไห่มาสองปีกว่า แม้แต่จับมือกันจริงจังยังแทบไม่เคย
ปกติก็ได้แค่ทุบตีหยอกล้อกันไปวัน ๆ
หลิวกางยืนยิ้มกรุ้มกริ่มมองดูอยู่ข้าง ๆ หลินเฉี่ยวฮวาจึงต้องจำใจวางมือบนไหล่เย่ซื่อไห่ แล้วหย่อนก้นลงนั่งหันข้างบนเบาะท้าย
หัวใจเต้นโครมครามเหมือนกวางน้อยหลงทาง สองแขนโอบรวบเอวสอบของเย่ซื่อไห่ไว้แน่น
“พี่กาง ไปล่ะครับ”
บิดคันเร่งเบา ๆ เจ้าสัตว์ร้าย Agusta ก็พุ่งทะยานออกไป
เฉี่ยวฮวากรี้ดว้ายเสียงหลง รีบกระชับวงแขนรัดเย่ซื่อไห่แน่นจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
เย่ซื่อไห่สัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นมหาศาลที่กดทับแผ่นหลังเต็ม ๆ
ดุดัน... ดุดันจริง ๆ แม่คุณเอ๊ย
เย่ซื่อไห่ แกคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย?
ไอ้ลามก!
ระยะทางห้าสิบกิโลเมตร ด้วยความเร็วของซูเปอร์ไบค์ระดับพันซีซี ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึงที่หมาย
พอรถแล่นเข้าสู่เขตท่าเรือ ก็เรียกสายตาอิจฉาริษยาจากผู้คนได้ตลอดทาง
บนตึกสำนักงานบริษัทประมงตระกูลจ้าว จ้าวข่ายยืนมองลงมาจากหน้าต่าง เห็นภาพบาดตาบาดใจนั้นเข้าพอดี
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและริษยา แทบจะพ่นไฟออกมาได้
ไอ้เย่ซื่อไห่... มแกอก่อนเถอะ
ฉันจะเอาให้แกตายใต้เท้าฉัน!
จบบท