- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครั้งนี้ ผมดันมีทะเลเป็นสวนหลังบ้าน
- บทที่ 13 ขุดเจอไข่มุกดำ
บทที่ 13 ขุดเจอไข่มุกดำ
บทที่ 13 ขุดเจอไข่มุกดำ
เมื่อเห็นกองเปลือกหอยมุกพะเนินเทินทึกตรงหน้า หลินเฉี่ยวฮวาก็ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่
เธอไม่เคยเล่นแกะหอยมุกมาก่อนในชีวิต
“เย่ซื่อไห่ ฉันจะเลือกอันไหนดี? ฉันอยากแกะเจอไข่มุกเม็ดโต ๆ ด้วยมือตัวเองจัง”
“ชอบอันไหนก็หยิบอันนั้นสิ”
“แต่ฉันชอบไปหมดเลยนี่นา ทำไงดี?”
“งั้นก็เหมาหมดนี่เลย ซื้อไปนั่งแกะเล่นให้หนำใจ”
น้องเฉี่ยวฮวาทำแก้มป่อง ทุบไหล่เย่ซื่อไห่เบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้
ที่บ้านตระกูลหลิน เธอคือเจ้าหญิงน้อยที่มีพี่ชายแปดคนคอยประคบประหงม
ถึงจะมีน้องชายตัวแสบชอบกวนประสาทอยู่คนหนึ่ง แต่เธอก็เป็นฝ่ายไล่ตบกบาลน้องอยู่ฝ่ายเดียว
ชีวิตของเธอจึงค่อนข้างอิสระและเอาแต่ใจพอสมควร
คติของบ้านตระกูลหลินคือ... ลูกสาวเลี้ยงอย่างคุณหนู ลูกชายเลี้ยงอย่างยาจก
อาโม่ผู้น่าสงสารต้องออกไปตากแดดตากลมเก็บของทะเลเพื่อหาค่าขนม
แต่กับน้องเฉี่ยวฮวา เงินค่าขนมของเธอนั้นใช้ให้ตายก็ไม่หมด จัดเป็นเศรษฐีนีตัวน้อยอย่างแท้จริง
เย่ซื่อไห่แกล้งแซวเธอไปพลาง ขอถุงมือยางหนา ๆ จากคนงานมาสองคู่ สวมใส่เสร็จก็เริ่มลงมือคุ้ยเขี่ยในกองเปลือกหอย
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว
หัวใจแห่งท้องทะเล... ใช้บนบกได้หรือเปล่านะ?
เขาตัดสินใจลองดู
ปรากฏว่า... ใช้ได้!
จิตสัมผัสของเขาแทรกซึมเข้าไปในเปลือกหอยมุกเหล่านั้นอย่างง่ายดาย ภายในเปลือกหอยมีไข่มุกซ่อนอยู่หรือไม่ สวยงามเพียงใด เขาเห็นมันทะลุปรุโปร่ง
นี่มันตาทิพย์ชัด ๆ!
เย่ซื่อไห่เริ่มสนุกขึ้นมาแล้ว
ในเมื่อใช้บนบกได้ แสดงว่ามันมีผลเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตจากทะเลเท่านั้นสินะ?
หรือว่าจะใช้กับสิ่งมีชีวิตอื่นได้ด้วย?
เขาคว้ามือหลินเฉี่ยวฮวาหมับ
“อยู่นิ่ง ๆ นะ”
เฉี่ยวฮวาสะดุ้งโหยง
“นายจะทำอะไร?”
เย่ซื่อไห่ปล่อยมือเธอทันที แล้วส่ายหน้า
“ไม่มีอะไร แค่อยากจับมือเธอน่ะ”
“เชอะ!”
การทดลองล้มเหลว
ดูเหมือนว่าหัวใจแห่งท้องทะเลจะมีผลเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตในทะเลเท่านั้น
แต่เย่ซื่อไห่ก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรมากนัก เขาหันกลับไปก้มหน้าก้มตาคุ้ยหอยต่ออย่างเพลิดเพลิน
เฉี่ยวฮวาเห็นเขาสนุก ก็รีบสวมถุงมือแล้วก้มลงไปช่วยคุ้ยบ้าง ก้นงอน ๆ ของเธอโด่งขึ้นมาอย่างน่าเอ็นดู
“ยัยบื้อเอ๊ย เลือกจากข้างบนสิ”
เย่ซื่อไห่หันไปมองแล้วหัวเราะ
“ไปดึงจากข้างล่างแบบนั้น นอกจากจะเปลืองแรงแล้ว กองหอยอาจจะถล่มลงมาทับได้นะ อันตราย”
ขอบเปลือกหอยพวกนี้คมกริบ ถ้าไม่ระวังอาจบาดมือเลือดสาดได้ง่าย ๆ
เฉี่ยวฮวาแค่เห่อของใหม่ รื้อค้นได้ไม่ถึงนาทีก็เริ่มย่นจมูก
“เหม็นจัง เย่ซื่อไห่ ฉันไม่อยากหาแล้ว”
เย่ซื่อไห่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ชี้มือไปทางคนงาน
“งั้นเธอไปดูเขาแกะหอยตรงโน้นเถอะ เดี๋ยวฉันจะเลือกหอยสวย ๆ ไปทำสร้อยข้อมือให้”
พอได้ยินแบบนั้น เฉี่ยวฮวาก็ยิ้มหวานหยดย้อย
“งั้นฉันก็จะเลือกสักอัน แกะออกมาทำสร้อยคอให้นายใส่เหมือนกัน”
ทั้งสองคนกระหนุงกระหนิงกันไปมา ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาเลือกหอยของตัวเอง
แม้เย่ซื่อไห่จะไม่มีความรู้เรื่องไข่มุก แต่หลักการง่าย ๆ คือ ยิ่งใหญ่ยิ่งดี ยิ่งกลมยิ่งแพง
และถ้ามีสีสัน ย่อมดีกว่าสีขาวธรรมดา
จะเจอหรือไม่ไม่ใช่ประเด็น สำคัญที่ความตั้งใจ
แต่ดูจากคุณภาพของหอยกองนี้ มีไข่มุกเม็ดใหญ่อยู่ไม่น้อย การจะหาของดีสักเม็ดคงไม่ใช่เรื่องยาก
ทางด้านหลิวกาง หลังจากส่งแขกเสร็จ เขาก็กลับมาที่ห้องทำงานแล้วเปิดจอมอนิเตอร์ดูกล้องวงจรปิดทันที
เขาอยากรู้ว่าเย่ซื่อไห่จะทำอะไร
พอเห็นเย่ซื่อไห่พาแฟนสาวไปขุดหาสมบัติในกองเปลือกหอยเหม็นเน่า เขาก็อดขำไม่ได้
ทั้งพ่อและเซียวเจี้ยนกั๋วต่างให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้มาก หลิวกางจึงสนใจในตัวเขาเป็นพิเศษ
เขานั่งดูอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งกำลังจะปิดจอ...
“ไอ้หนูนี่มัน...! ของจริงแฮะ!”
ในจอภาพ เย่ซื่อไห่หยิบหอยขนาดเท่ากำปั้นขึ้นมาตัวหนึ่ง แล้วขอยืมเครื่องมือจากคนงาน
เขาค่อย ๆ แงะเปลือกหอยออกอย่างระมัดระวัง แล้วนำไปล้างผ่านน้ำก๊อก ทันใดนั้น... ไข่มุกสีดำขลับเม็ดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา
คนงานแถวนั้นต่างพากันมุงเข้ามาดู พร้อมส่งเสียงฮือฮาด้วยความทึ่ง
หลิวกางถึงกับยืนอึ้งอยู่หน้าจอ ตอนนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไมพ่อของเขาถึงได้กระตือรือร้นกับเย่ซื่อไห่นัก
เด็กคนนี้ทำได้ยังไง? ท่ามกลางกองเปลือกหอยพะเนินเทินทึก เขาเจาะจงหยิบตัวที่มีไข่มุกดำออกมาได้อย่างแม่นยำ?
ไข่มุกดำนั้นมีราคาแพงกว่าไข่มุกทั่วไปมาก ราคาเหวี่ยงได้ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักแสน
และถ้าเป็นไข่มุกดำเกรดท็อป ราคาก็อาจพุ่งทะลุหลักล้านหยวนได้เลย
นี่มัน... เชี่ย ของจริง!
“โห เม็ดเบ้อเริ่มเลย”
“พ่อหนุ่ม ขอลุงดูหน่อยซิ”
“ดวงเฮงสุด ๆ ไปเลยนะเนี่ย”
ไข่มุกดำเม็ดกลมเกลี้ยง เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณหนึ่งเซนติเมตร ถูกส่งต่อกันไปในมือคนงาน ก่อนจะวนกลับมาวางบนฝ่ามือของหลินเฉี่ยวฮวา
“เย่ซื่อไห่ นายเก่งที่สุดเลย ฉันชอบมันมาก ๆ”
หลินเฉี่ยวฮวานำไข่มุกสีดำสนิทมาทาบกับข้อมือขาวผ่องดุจหิมะของเธอ พลางกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
แต่เย่ซื่อไห่กลับยิ้มเจื่อน ๆ
ความสุขจากการ ‘เก็บสมบัติ’ มันไม่สุด เพราะสมบัติชิ้นนี้มีเจ้าของอยู่แล้ว
ไข่มุกดำเม็ดนี้ อย่างต่ำ ๆ ก็ขายได้หนึ่งแสนหยวน
คำถามคือ... เขาต้องควักเงินแสนซื้อต่อไหม?
จังหวะนั้นเอง หลิวกางก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามา
“ซื่อไห่ ได้ข่าวว่านายแกะเจอไข่มุกดำเหรอ? ไหนเอามาดูหน่อยซิ”
หลินเฉี่ยวฮวายื่นส่งให้หลิวกางอย่างเสียดาย
หลิวกางรับไปพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยิ้มร่า
“สวยดีนี่ แต่ราคาก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย ถือซะว่าเป็นของขวัญให้น้องสะใภ้เอาไปเล่นก็แล้วกัน”
เย่ซื่อไห่ลอบประเมินหลิวกางใหม่ในใจ
ไข่มุกเม็ดนี้มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาแพงระยับ แต่หลิวกางกลับบอกว่าไม่แพง เจตนาชัดเจนว่าอยากจะมอบให้เป็นสินน้ำใจเพื่อผูกมิตร
ถ้าเอาไปทำเป็นเครื่องประดับ ราคาขายหน้าร้านต้องไม่ต่ำกว่าสองแสนหยวนแน่นอน
แล้วเขาควรจะให้เงินหลิวกางไหม?
เย่ซื่อไห่ลังเลเล็กน้อย
ถึงตอนนี้เขาจะมีเงินเก็บสี่แสนหยวน แต่เงินก้อนนี้เขามีแผนต้องใช้
ทว่าเมื่อเห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของหลินเฉี่ยวฮวา เขาก็ตัดสินใจได้ทันที
“พี่กาง ไข่มุกเม็ดนี้ราคาตลาดอย่างต่ำต้องหนึ่งแสนหยวน ผมขอซื้อต่อครับ”
“ซื้ออะไรกัน? นายเป็นคนหามันเจอเองนะ พี่ขอยกให้น้องสะใภ้เป็นของขวัญวันเจอกันครั้งแรก”
เย่ซื่อไห่ส่ายหน้ายืนกราน
“ไม่ได้ครับ ถ้าพี่ไม่เก็บเงิน พวกเราก็รับไว้ไม่ได้”
พูดจบเขาก็หยิบไข่มุกคืนมาจากมือหลินเฉี่ยวฮวา แล้วยัดใส่มือหลิวกาง
ดวงตาของน้องเฉี่ยวฮวาแทบจะติดหนึบไปกับไข่มุกเม็ดนั้น
แต่เธอก็รู้ความพอที่จะไม่โวยวาย
เธอรู้ดีว่าเงินหนึ่งแสนหยวนมีความหมายขนาดไหน
คลังสมบัติน้อย ๆ ของเธอที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาตั้งแต่อายุสามขวบจนถึงสิบแปดปี ก็มีอยู่แค่ห้าล้านกว่าหยวนเอง
การเก็บเงินมันเหนื่อยยากจะตายไป
“เอาล่ะ ๆ งั้นเรากลับไปคุยกันที่ห้องทำงานดีกว่า”
หลิวกางพาเย่ซื่อไห่และหลินเฉี่ยวฮวากลับมาที่ห้องทำงาน หยิบชากล่องหรูออกมาต้อนรับ
“ลองชิมชาต้าหงเผาเกรดพรีเมียมของพ่อพี่ดูหน่อย”
หลิวกางรินน้ำร้อนลวกใบชา พลางเอ่ยข้อเสนอ
“ของเป็นของพี่ แต่นายหาเจอ งั้นเอาแบบนี้... คนละครึ่ง นายจ่ายให้พี่ห้าหมื่น แล้วเอาของไป ตกลงไหม? พี่ถูกชะตากับนายนะซื่อไห่ อย่าให้เรื่องเงินไม่กี่ตังค์มาทำให้เสียน้ำใจกันเลย”
เย่ซื่อไห่ไม่ปฏิเสธอีก เขาหยิบมือถือขึ้นมาทันที
“งั้นขอบคุณมากครับพี่กาง ผมโอนให้เดี๋ยวนี้เลย”
“ไม่ต้องรีบ”
หลิวกางลุกไปหยิบสำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากโต๊ะทำงานมายื่นให้เย่ซื่อไห่
“น้องชาย ลองดูนี่สิ”
เย่ซื่อไห่รับมาดูด้วยความประหลาดใจ
ในรายการขอบเขตการประกอบธุรกิจ มีระบุไว้ชัดเจนว่าครอบคลุมถึง ‘การผลิต แปรรูป และจำหน่ายสัตว์น้ำเปลือกแข็งชนิดพิเศษ’ ซึ่งนั่นรวมถึงฟอสซิลหอยมือเสือด้วย
“พี่เจี้ยนกั๋วแนะนำนายให้มาหาพ่อพี่ แสดงว่านายต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้”
หลิวกางดึงสำเนาใบอนุญาตกลับไปวาง แล้วยิ้มอย่างรู้ทัน
“ดังนั้น นายต้องไปเจอของดีอะไรสักอย่างในทะเลมา แล้วต้องการช่องทางที่ถูกกฎหมายในการจัดการมัน ใช่ไหม?”
เย่ซื่อไห่ยิ้มบาง ๆ โดยไม่ตอบรับ
หลินเฉี่ยวฮวานั่งตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองเย่ซื่อไห่ด้วยสายตาคาดหวัง
“บอกไม่ได้เหรอ น้องชาย?”
หลิวกางเริ่มสงสัย
“พี่กางครับ ผมแค่ไม่อยากให้พวกพี่เดือดร้อน”
หลิวกางหัวเราะลั่น
“มันคืออะไรล่ะ? เว้นแต่จะเป็นของผิดกฎหมายร้ายแรงที่เราห้ามทำ”
เย่ซื่อไห่ตีหน้าซื่อตาใสตอบกลับไป
“ฟอสซิลหอยมือเสือครับ”
หลิวกางถึงกับถอนหายใจด้วยความผิดหวัง
“โธ่เอ๊ย นึกว่าอะไร ที่แท้ก็หอยมือเสือ จะไปกลัวอะไร? ต่อให้ไม่มีใบอนุญาต เขาก็แอบซื้อขายกันให้เกลื่อน อีกอย่างเรามีใบอนุญาตถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์”
เย่ซื่อไห่พูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่ที่ผมเจอ... ผมคาดว่ามันคือ ฟอสซิลหอยมือเสือเลือด ครับ”
“อะไรนะ!?”
หลิวกางกระเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ด้วยความตกตะลึง
จบบท