เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 หลิวกาง

บทที่ 12 หลิวกาง

บทที่ 12 หลิวกาง


“เย่ซื่อไห่ นายพาฉันมาที่นี่ทำไม?”

รถแท็กซี่แล่นเข้าสู่เขตชานเมืองเล่อเฉิง และเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าโรงงานแปรรูปไข่มุกและเครื่องประดับแห่งหนึ่ง

ทันทีที่ลงจากรถ หลินเฉี่ยวฮวาก็ทำท่าทางเหมือนเด็กน้อยจอมสงสัย หันซ้ายหันขวามองสำรวจไปทั่ว

ภายนอกนั้นอากาศร้อนระอุราวกับเตาอบสมกับเป็นเดือนกรกฎาคม แต่ภายในโรงงานกลับเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ลมเย็นปะทะหน้าจนรู้สึกสบายตัว

ชายชราวัยหกสิบกว่าเดินตรงเข้ามาหา พร้อมรอยยิ้มต้อนรับ

“เธอคือเย่ซื่อไห่ใช่ไหม?”

เย่ซื่อไห่รีบยิ้มทักทาย

“สวัสดีครับปู่หลิว ผมเย่ซื่อไห่ครับ อาเซียวแนะนำให้ผมมาที่นี่”

ปู่หลิวหัวเราะร่า

“รู้แล้ว ๆ เจี้ยนกั๋วบอกฉันหมดแล้ว พ่อหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเอาการนี่นา ส่วนแม่หนูนี่คงเป็นแฟนสาวของเธอล่ะสิ?”

หลินเฉี่ยวฮวาควงแขนเย่ซื่อไห่แน่น ยิ้มหวานหยดย้อย

“คุณปู่ตาถึงจังเลยค่ะ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ยัยหนู เธอนั่นแหละตาถึงที่เลือกเจ้าหนุ่มนี่”

หลินเฉี่ยวฮวาเอียงคอทำท่าน่ารัก

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”

เด็กสาวคงไม่รู้ตัวเลยว่า ในขณะที่เธอขยับตัวไปมา ส่วนที่ ‘ดุดัน’ ที่สุดของร่างกายเธอกำลังเบียดเสียดสีกับท่อนแขนของเย่ซื่อไห่อย่างแนบแน่น

เย่ซื่อไห่เริ่มรู้สึกว่าแอร์ในโรงงานชักจะสู้ความร้อนรุ่มในใจเขาไม่ไหวเสียแล้ว

น้องเฉี่ยวฮวา... ดุดันเกินไปแล้ว

ปู่หลิวพาพวกเขาเดินชมโรงงาน พลางแนะนำส่วนต่าง ๆ อย่างกระตือรือร้น

โรงงานแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวาง ดูมีศักยภาพทางการผลิตสูงทีเดียว

แถบหมิ่นไห่นอกจากจะโด่งดังเรื่องการประมงแล้ว อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งก็พัฒนาไปไกลมาก

โดยเฉพาะการเลี้ยงหอยมุก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึงหนึ่งในห้าของผลผลิตทั้งหมด

ฟาร์มเลี้ยงมุกส่วนใหญ่ในเมืองเล่อเฉิงจะส่งมุกมาขายให้โรงงานแห่งนี้

ไข่มุกดิบที่รับซื้อมาจะถูกนำมาคัดแยกเกรดและขนาด ก่อนจะส่งเข้ากระบวนการแปรรูปที่แตกต่างกันไป

ส่วนที่คุณภาพต่ำก็จะถูกนำไปบดเป็นผงไข่มุก ส่วนเม็ดที่สวยงามไร้ที่ติราคาก็จะพุ่งสูงลิบลิ่ว

โรงงานแบ่งออกเป็นหลายแผนก ทั้งแผนกคัดเลือกเบื้องต้น แผนกคัดแยกเกรด แผนกแปรรูป และยังมีห้องเวิร์กช็อปพิเศษสำหรับช่างฝีมือชั้นครูเพื่อผลิตเครื่องประดับระดับไฮเอนด์โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ยังมีโซนหนึ่งที่เต็มไปด้วยหอยมุกกองพะเนินเทินทึก ซึ่งเป็นผลผลิตจากฟาร์มของปู่หลิวเอง คนงานกว่าสิบคนกำลังง่วนอยู่กับการแกะหอยอย่างขะมักเขม้น

“กางไจ๋! กางไจ๋! เอ็งไปมุดหัวอู้งานอยู่ที่ไหนอีกแล้ว?”

หลังจากพาเดินชมรอบหนึ่ง ปู่หลิวก็พาเย่ซื่อไห่และหลินเฉี่ยวฮวากลับมาที่ตึกสำนักงาน พอเดินเข้ามาปุ๊บแกก็ตะโกนเสียงดังลั่น

ช่างเป็นคุณปู่ที่ดูนักเลงไม่เบา

ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องด้วยท่าทางงัวเงีย

“ผอ. หลิวครับ เบาเสียงหน่อยสิครับ มีคนกำลังนอนกลางวันอยู่นะ ไหนพ่อบอกให้รณรงค์พูดจาสุภาพสร้างค่านิยมใหม่ไงครับ?”

ปู่หลิวหัวเราะด่าไปหนึ่งดอก ก่อนจะหันมาแนะนำให้เย่ซื่อไห่รู้จัก

“นี่ลูกชายคนเล็กของฉันเอง ชื่อ หลิวกาง ปีนี้ยี่สิบเจ็ดแล้ว ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่องสักอย่าง”

เย่ซื่อไห่ยิ้มแห้ง ๆ

จะให้ตอบรับยังไงดีล่ะเนี่ย

หลิวกางเบ้ปากเล็กน้อย ปรายตามองเย่ซื่อไห่กับหลินเฉี่ยวฮวาแวบหนึ่ง ก่อนจะร้องทักด้วยความแปลกใจ

“อ้าว? นายนั่นเองเหรอ?”

เย่ซื่อไห่งงเป็นไก่ตาแตก

“เรารู้จักกันเหรอครับ?”

หลิวกางรีบเดินเข้ามาหา ยิ้มร่าอย่างเป็นกันเอง

“ฉันรู้จักนาย แต่นายไม่รู้จักฉันหรอก จำตอนที่นายขายปูมันเหลืองที่ท่าเรือได้ไหม? วันที่พี่เจี้ยนกั๋วเหมาไปหมื่นนึงน่ะ ฉันก็ยืนดูอยู่ข้าง ๆ นั่นแหละ”

เย่ซื่อไห่ถึงบางอ้อทันที

“สวัสดีครับพี่กาง ผมเย่ซื่อไห่ นี่แฟนผมหลินเฉี่ยวฮวาครับ”

ปู่หลิวเห็นลูกชายรู้จักแขกก็ดีใจ

“พวกแกรู้จักกันก็ดีแล้ว ซื่อไห่ บ่ายนี้ลุงมีธุระต้องออกไปข้างนอก ให้เจ้ากางไจ๋อยู่เป็นเพื่อนเธอนะ อย่าถือสากันล่ะ มีอะไรก็บอกมันได้เลย รับรองมันจัดการให้เรียบร้อย... กางไจ๋ มานี่หน่อยซิ”

ปู่หลิวส่งสายตาขอโทษขอโพยให้เย่ซื่อไห่ แล้วกวักมือเรียกหลิวกางไปกระซิบกระซาบที่มุมห้อง

เย่ซื่อไห่รู้มารยาทดี จึงจูงมือหลินเฉี่ยวฮวาเดินเลี่ยงไปอีกทาง แกล้งทำเป็นดูบอร์ดประชาสัมพันธ์ตรงทางเดิน

โรงงานแห่งนี้ ในอนาคตอาจจะเป็นประโยชน์กับเขาอย่างมาก

เพราะของดีที่เขาจะขุดขึ้นมาจากทะเล จำเป็นต้องมีช่องทางที่ถูกกฎหมายในการปล่อยของ

เรื่องผิดกฎหมายเขาไม่เอาด้วยเด็ดขาด

ชาติที่แล้วเขาใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายทางกฎหมายมามากพอแล้ว ความรู้สึกหวาดระแวงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับแบบนั้น ชาตินี้ขอลาขาด

ขอหาเงินแบบสุจริต แล้วใช้ชีวิตนอนตีพุงสบาย ๆ ดีกว่า

ทางด้านปู่หลิว กระซิบสั่งลูกชายเสียงเข้ม

“ดูแลพ่อหนุ่มคนนี้ให้ดี พยายามตีสนิทเป็นเพื่อนกับเขาให้ได้”

แม้หลิวกางจะรู้จักหน้าค่าตาเย่ซื่อไห่ แต่ในใจลึก ๆ เขาก็ไม่ได้ให้ราคาอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก

ถึงยังไงเขาก็เป็นลูกเศรษฐี บ้านมีสินทรัพย์เจ็ดแปดร้อยล้าน

“พ่อ เขาสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ปู่หลิวด่าลูกชายว่ามองตื้นเขิน แล้วอธิบายว่า

“แกรู้ไหมว่าเมื่อคืนเขาจับอะไรได้?”

“ก็ปูมันเหลืองไม่ใช่เหรอ? ได้ยินว่าพี่เจี้ยนกั๋วรับซื้อไปห้าสิบจินในราคาสูงลิบ”

“เมื่อคืน... เขาจับได้สามร้อยจิน!”

หลิวกางสูดหายใจเฮือกด้วยความตกตะลึง

สำหรับเขา เงินค่าปูสามร้อยจินอาจจะไม่เท่าไหร่

แต่ตัววีรกรรมนี่สิที่มันเป็นตำนาน

ไม่ใช่เรื่องของมูลค่าเงินทอง

แต่มันเหมือนกับการงมหอยมุกธรรมดาแล้วเจอไข่มุกดำล้ำค่า ไม่ใช่ใครที่ไหนจะทำได้ง่าย ๆ

“เด็กอายุสิบเจ็ดสิบแปดคนเดียว จะไปมีความสามารถขนาดนั้นได้ยังไง?”

หลิวกางถามอย่างงุนงง

“นั่นสิ เพราะอะไร?”

ปู่หลิวอยากจะเขกกะโหลกลูกชายสักที

“เมื่อวานเขาเจาะจงถามเจี้ยนกั๋วว่า ใครมีใบอนุญาตแปรรูปสัตว์ทะเลคุ้มครองพิเศษ นี่มันหมายความว่ายังไง?”

ดวงตาของหลิวกางเริ่มลุกวาว

“หมายความว่าเขา...!”

“ชู่ว!”

ปู่หลิวถลึงตาใส่ลูกชาย แล้วกำชับเสียงเบา

“อย่าได้ดูถูกคน พ่อหนุ่มคนนี้อนาคตไกล วันหน้าเราอาจจะต้องพึ่งพาเขา เข้าใจไหม?”

“เข้าใจครับ เข้าใจแล้ว”

สองพ่อลูกกระซิบกระซาบกันเสร็จ ปู่หลิวก็เดินมาลาเย่ซื่อไห่แล้วจากไป

หลิวกางเปลี่ยนท่าทีเป็นกระตือรือร้นสุดขีด เดินเข้ามาโอบไหล่เย่ซื่อไห่อย่างสนิทสนม

“น้องซื่อไห่ อยากได้อะไรบอกพี่ได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ”

แล้วหันไปยิ้มให้หลินเฉี่ยวฮวา

“น้องสะใภ้ ชอบเครื่องประดับชิ้นไหน เดินไปเลือกได้เลยนะ พี่ให้เป็นของขวัญวันแรกพบ”

เย่ซื่อไห่รีบปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

“พี่กางครับ ผมขอเดินดูโรงงานพี่อีกสักรอบได้ไหมครับ?”

หลิวกางคาดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำขอนี้

เขาลังเลอยู่เพียงวินาทีเดียว

“ไม่มีปัญหา ได้เลยตามสบาย อยากไปตรงไหนก็ได้ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเอง เดี๋ยวพี่ไปรอที่ห้องทำงานนะ”

เย่ซื่อไห่ไม่นึกว่าบารมีของเซียวเจี้ยนกั๋วจะศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ เลยรู้สึกเกรงใจขึ้นมานิดหน่อย

แต่หารู้ไม่ว่า ในสายตาของหลิวกาง การกระทำของเย่ซื่อไห่กลับดูดูลึกลับซับซ้อนน่าเกรงขามขึ้นไปอีก

น้องชายคนนี้อายุยังน้อย แต่สุขุมรอบคอบจริง ๆ

คงอยากจะตรวจสอบโรงงานของเราให้แน่ใจก่อน ถึงจะตัดสินใจร่วมมือด้วยสินะ?

อืม... ต้องใช่แน่ ๆ

เรื่องราวบนโลกมักจะบานปลายเพราะการ ‘มโน’ ไปเอง

ความจริงแล้ว เย่ซื่อไห่แค่ยังลังเลว่าจะเอาฟอสซิลหอยมือเสือมาให้โรงงานของตระกูลหลิวทำดีหรือไม่

ฟอสซิลหอยมือเสือที่กลายเป็นหยกเกรดพรีเมียมนั้น เนื้อจะใสกระจ่างราวกับหยกขาวมันแพะชั้นเลิศ เขาไม่แน่ใจว่าของสิ่งนี้... มันจะพาเขาไป ‘คุก’ หรือเปล่า

เย่ซื่อไห่จูงมือหลินเฉี่ยวฮวากลับเข้าไปในโซนโรงงาน

“หลินเฉี่ยวฮวา เธออยากไปดูตรงไหน?”

หลินเฉี่ยวฮวายิ้มแก้มปริ

“ฉันอยากไปแกะหอยมุก”

“หา?”

เย่ซื่อไห่ไม่คิดว่าเธอจะขออะไรแบบนี้

การแกะหอยมุกเป็นงานที่หนักใช่เล่น ทั้งเหม็นคาว ทั้งสกปรก

แต่ในเมื่อแฟนเด็กอยากเล่นสนุก มีหรือเย่ซื่อไห่จะขัดใจ

จบบท

จบบทที่ บทที่ 12 หลิวกาง

คัดลอกลิงก์แล้ว