เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 เลเบียส · โลเวซ่า

บทที่ 11 เลเบียส · โลเวซ่า

บทที่ 11 เลเบียส · โลเวซ่า


ท่ามกลางความมืดมิดอันเงียบงันและลึกล้ำ เบรูโกและเจฟฟรีย์ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูบานใหญ่ที่สลักเสลาด้วยลวดลายโซ่ตรวนและคมดาบ แม้เป็นเพียงบทสนทนาที่เรียบง่าย ทว่ากลับให้ความรู้สึกหนักแน่นราวกับคำสัตย์ปฏิญาณของอัศวินในยุคโบราณ เบรูโกสัมผัสได้เลือนรางถึงพันธนาการบางอย่างที่ผูกมัดเขาไว้... บางทีสิ่งนั้นอาจเรียกว่า "หน้าที่"

หลังจากอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้เบรูโกฟัง เจฟฟรีย์ก็สอด 'กุญแจวิถีวน' เข้าไปในรูกุญแจตรงหน้าประตู

ภาพที่คุ้นตาปรากฏขึ้นอีกครั้ง แสงสีฟ้าจางพาดผ่านเป็นวงโค้งจากรูกุญแจแผ่ขยายไปยังบานประตู โลหะส่งเสียงก้องกังวานสอดประสานกัน ก่อเกิดเสียงฮัมแหลมสูงเสียดแก้วหู

การเปิดประตูครานี้ดูยากลำบากกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด เจฟฟรีย์ต้องออกแรงจนสุดตัวราวกับกำลังผลักหินผาหนักอึ้ง เสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังลอดออกมาจากรอยแยก ขณะที่ฝุ่นผงและเศษหินถูกบดขยี้จนกลายเป็นผงละเอียด

แสงสว่างสาดส่องผ่านรอยแตก ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกจนสุด

"ยินดีต้อนรับสู่... สำนักระเบียบการ"

เจฟฟรีย์หอบหายใจพลางผลักเบรูโกให้ก้าวเข้าไปในแสงสว่างนั้น

ความรู้สึกประหลาดขณะก้าวผ่าน 'ประตู' หวนกลับมาอีกครั้ง หลังผ่านอาการคลื่นไส้และวิงเวียนไปชั่วครู่ เบรูโกก็ตั้งสติได้ ทัศนวิสัยค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น พร้อมกับสรรพเสียงจอแจที่ทำลายความเงียบงันในโสตประสาท เสียงเหล่านั้นถาโถมเข้ามาดั่งเกลียวคลื่น กลืนกินเบรูโกไปจนหมดสิ้น

ลานกว้าง... เขามาโผล่ยังลานกว้างอันโอ่อ่าและกว้างใหญ่ไพศาล

สิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่ในครรลองสายตาก่อสร้างขึ้นจากหินสีขาวบริสุทธิ์ก้อนมหึมา แต่ละก้อนวางเรียงต่อกันอย่างแนบเนียนไร้รอยตัดเฉือน หากไม่สังเกตให้ดีก็ยากจะมองเห็นความผิดปกติที่ซ่อนอยู่

บันไดพับยืดหดได้ตั้งตระหง่านอยู่ทั้งสี่มุม ราวกับหอคอยเกลียวสว่านที่ทอดตัวสูงขึ้นไปยังสถานที่ที่เบรูโกไม่อาจมองเห็น ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาในลานกว้าง เครื่องแต่งกายของพวกเขาสามารถแบ่งแยกประเภทได้ชัดเจน ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องแบบที่ออกแบบตามสังกัดแผนกต่างๆ

ท่อส่งพัสดุลมตอกทำจากทองแดงพาดผ่านไขว้กันไปมาเหนือศีรษะอย่างหนาแน่น ทอดตัวจากลานกว้างเชื่อมต่อไปยังพื้นที่อื่น เป็นระยะๆ จะได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังลอดออกมา ยามเมื่อแคปซูลขนส่งที่ปิดผนึกแน่นหนาวิ่งผ่านท่อด้วยความเร็วสูงเพื่อไปยังแผนกต่างๆ

เหนือขึ้นไปคือโดมที่โอบล้อมด้วยแสงสว่าง เบรูโกไม่อาจมองเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของมัน แสงนวลตาสีขาวสาดส่องลงมาราวกับดวงอาทิตย์ที่แขวนอยู่เหนือหัว ทว่าเมื่อแสงนั้นสัมผัสผิว เบรูโกกลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งที่ส่องสว่างอยู่นั้นเป็นเพียงแสงตะวันจอมปลอม

เบรูโกหันกลับไปมอง ประตูที่เขาเพิ่งก้าวผ่านเข้ามาปิดสนิทลงแล้ว ประตูบานนี้ตั้งอยู่บนแท่นยกพื้นในลานกว้าง ดูเหมือนว่าโซนนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อเป็น 'สถานีเชื่อมต่อ' โดยเฉพาะ ข้างๆ ประตูบานนั้นยังมีประตูตั้งตระหง่านอยู่อีกหลายบาน มุมห้องประดับด้วยพืชสีเขียวและมีม้านั่งสำหรับพักผ่อน

ผิดไปจากความลึกลับที่คาดหวังไว้ สำนักระเบียบการมีความทันสมัยกว่าจินตนาการของเบรูโกมากนัก หากลืมข้อมูลที่เคยรับรู้มาก่อนหน้านี้ เขาคงคิดว่าตัวเองหลงเข้ามาในสำนักงานใหญ่ของบริษัทยักษ์ใหญ่สักแห่ง

การมาถึงของพวกเขาไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก หรือพูดให้ถูกคือ ผู้คนเหล่านี้คุ้นชินกับภาพเช่นนี้เสียแล้ว

ทุกคนเดินกันอย่างกระฉับกระเฉง แบกเอกสารกองโต ถือแก้วกาแฟ และพูดคุยสัพเพเหระขณะเดินสวนกัน คนรู้จักบางคนโบกมือทักทายเจฟฟรีย์เมื่อเดินผ่าน

"ไง! เจฟฟรีย์ นั่นเด็กใหม่เหรอ?"

"เด็กใหม่ที่ทำให้ 'แอส' เสียเงินสามร้อยออร์บนั่นเหรอ?"

"หาคนที่จะทำให้หมอนั่นเสียท่าได้ยากนะเนี่ย"

เจฟฟรีย์ยิ้มรับและตอบกลับทุกคำทักทาย ก่อนจะโบกมือลา ดูเหมือนว่าเจฟฟรีย์จะเป็นที่รักของทุกคน ซึ่งเข้ากับบุคลิกใจดีของเขาได้อย่างลงตัว

"แล้วไงต่อ?"

เบรูโกเอ่ยถาม ภายนอกดูสงบนิ่งแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพียงไม่กี่นาที ความรับรู้ของเขาก็ถูกเปิดโลกใหม่ไปหลายตลบ

โลกใบใหม่ได้เปิดประตูต้อนรับเบรูโก เขาเปรียบเสมือนเด็กแรกเกิดที่กระหายใคร่รู้ กระตือรือร้นที่จะทำความเข้าใจทุกสิ่งและกอบโกยข้อมูลทั้งหมดอย่างตะกละตะกลาม

"เรื่องเอกสารเข้างานอะไรพวกนั้น เดี๋ยวถึงเวลาค่อยเซ็น สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องไปพบหัวหน้าของคุณก่อน"

เจฟฟรีย์หยิบตารางงานออกมา ขีดเขียนลงไปเพื่อยืนยันจุดหมายถัดไป

"เลเบียส · โลเวซ่า"

เจฟฟรีย์เลิกคิ้วมองเบรูโก "นั่นคือชื่อของเขา"

...

สำนักระเบียบการนั้นกว้างใหญ่ไพศาล สมกับเป็นอาคารที่ทำการขององค์กรเหนือมนุษย์ เบรูโกเชู้สึกราวกับตัวเองกำลังเดินชมสวนสัตว์ โดยมีเจฟฟรีย์ทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยวคอยอธิบายสิ่งต่างๆ

ตลอดทาง ผู้คนต่างทักทายเจฟฟรีย์และลอบมองเบรูโกด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น อาจเพราะเขาเป็นคนใหม่และไม่ได้สวมเครื่องแบบ จึงทำให้ดูแปลกแยกจากฝูงชน

เจฟฟรีย์แสดงความเป็นมืออาชีพอย่างยิ่ง เขาใช้เวลาทุกวินาทีระหว่างเดินเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสำนักระเบียบการให้เบรูโกฟังอย่างละเอียด

แม้จะเป็นองค์กรที่รับมือกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ แต่ต่างจากภาพลักษณ์ลึกลับและโบราณคร่ำครึที่เขาวาดภาพไว้ สำนักระเบียบการนั้นทันสมัยอย่างยิ่ง นอกเหนือจากภารกิจแปลกประหลาดเหล่านั้นแล้ว ที่นี่ก็แทบไม่ต่างจากบริษัททั่วไปเลย

สำนักงาน พื้นที่พักผ่อน โรงอาหาร... ทุกอย่างมีครบครัน

เดิมทีเบรูโกคิดว่าสำนักระเบียบการจะเป็นแหล่งรวมของพวกทำหน้าถมึงทึง นั่งจับเจ่าอยู่ตามมุมห้องด้วยสภาพสะบักสะบอม รอยแผลเป็นเต็มตัว นั่งแทะเนื้อตากแห้งผิงไฟ พลางแลกเปลี่ยนข้อมูลว่าปีศาจโผล่ที่ไหนและต้องใช้คนกี่คนไปล่ามัน

เมื่อเจฟฟรีย์ได้ยินเบรูโกพูดเช่นนั้น เขาก็หัวเราะร่าอยู่นาน บอกว่าเบรูโกอ่านนิยายแปลกๆ มากเกินไป และย้ำว่า "ขืนทำงานแบบนั้น ประสิทธิภาพต่ำตายชัก"

"เราไม่เพียงมีประกันสุขภาพ แต่ยังมีเงินอุดหนุนค่าที่พัก ค่าอาหาร และโบนัส แน่นอนว่ามีวันหยุดด้วย... ถ้าไม่มีเหตุฉุกเฉินนะ..."

พูดจบ เจฟฟรีย์ก็เสริมด้วยอารมณ์ขันร้ายๆ ว่า "อ้อ แล้วเรายังมีบริการจัดการศพด้วยนะ แล้วแต่ความต้องการเลย จะให้ส่งศพกลับบ้านเกิด หรือจะฝังไว้ในสุสานของสำนักระเบียบการก็ได้"

บริการนี้ช่างน่าประหลาดใจ แต่ก็สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

เบรูโกพยักหน้าพลางสังเกตสภาพแวดล้อม ต่างจากโรงงานนรกที่เขาจินตนาการไว้ สำนักระเบียบการดู... ดีเกินคาด

ถ้าทุกอย่างที่เจฟฟรีย์พูดเป็นความจริง การทำงานที่นี่จนตัวตายก็ดูไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนัก ครั้งนี้เบรูโกกลับรู้สึกชอบความคิดเรื่องการทำงานขึ้นมาจริงๆ

"สำนักระเบียบการนี่ใหญ่ชะมัด... ใหญ่จนน่าขนลุก"

เบรูโกเดินตามเจฟฟรีย์ พลางมองไปรอบๆ และพึมพำกับตัวเอง

หลังจากออกจากลานกว้าง ก็เป็นทางเดินยาวเหยียดที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่โซนต่างๆ ตลอดทางเบรูโกมักจะเห็นก้อนหินสีขาวหนาทึบขนาดมหึมาเหล่านั้น เมื่อนึกถึงกระบวนการก่อสร้าง เขาก็รู้สึกว่าเป็นงานที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ยิ่งเดินลึกเข้าไป เบรูโกยิ่งตระหนักถึงความซับซ้อนลึกซึ้งของสถานที่แห่งนี้

มันไม่ใช่แค่อาคาร แต่เป็นป้อมปราการอันงดงาม เขาวงกตที่สร้างจากหินผาและคอนกรีตสีเทา แฝงร่องรอยของสถาปัตยกรรมแบบบรูทัลลิสต์ที่เน้นความดิบกระด้าง

"สำนักระเบียบการตั้งอยู่ที่ไหนกันแน่? ฉันหมายถึงตำแหน่งในเมืองโอโพลิส ฉันคงไม่ต้องใช้กุญแจวิถีวนมาทำงานทุกวันหรอกใช่ไหม? คุณบอกเองว่าฉันยังไม่มีสิทธิ์ใช้มัน"

เพราะเขาเดินทางมาที่นี่ผ่านกุญแจวิถีวน เบรูโกจึงไม่รู้ตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนของสำนักระเบียบการในเมืองโอโพลิส

"เขตลิงนา ๑๑๗"

เจฟฟรีย์ตอบสั้นๆ

เขตลิงนาตั้งอยู่ทางตอนเหนือของโอโพลิส เป็นหนึ่งในเขตเมืองหลัก ทำเลที่ตั้งยอดเยี่ยม มีรถรางวิ่งตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองและมีกระเช้าลอยฟ้าไปยัง 'เกรทริฟต์' (รอยแยกยักษ์) อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับเขตอุตสาหกรรม ทำให้มีเหล่าคนงานเดินกันขวักไขว่ทุกวัน

ตอนที่เดินเตร็ดเตร่ก่อนหน้านี้ เบรูโกเคยผ่านเขตลิงนาอยู่ไม่กี่ครั้ง แต่ในความทรงจำของเขา ไม่มีอาคารลักษณะเหมือนป้อมปราการแบบนี้อยู่ในเขตนั้นเลย ย่านนั้นไม่ได้เจริญรุ่งเรืองนัก และตึกสูงที่มีอยู่ก็เล็กเกินกว่าจะรองรับความมหึมาของสำนักระเบียบการได้

ใต้ดิน?

สำนักระเบียบการตั้งอยู่ใต้ดินงั้นหรือ?

ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของเบรูโก เมื่อพิจารณาจากความลึกลับขององค์กรเหนือมนุษย์ การซ่อนอาคารมหึมาไว้ใต้ดินก็ดูสมเหตุสมผล

เจฟฟรีย์ไม่ได้พูดอะไร แต่ดูเหมือนเขาจะล่วงรู้ความคิดของเบรูโก รอยยิ้มอย่างคนรู้ทันปรากฏบนใบหน้า ราวกับเตรียมเซอร์ไพรส์บางอย่างไว้

"เอาล่ะ ถึงแล้ว"

เจฟฟรีย์พาเบรูโกมาจนสุดทางเดิน ต่างจากส่วนที่เพิ่งเดินผ่านมา บริเวณนี้ดูเรียบง่ายไร้การตกแต่ง มีเพียงก้อนหินสีขาวสะอาดวางซ้อนกันเป็นทรงสี่เหลี่ยมเป๊ะๆ ไร้ฝุ่นจับ

สุดปลายทางเดินถูกปิดกั้นด้วยบล็อกหินทรงลูกบาศก์ที่วางซ้อนทับกัน เหลื่อมล้ำจนเกิดร่องลึก ภายในร่องนั้นมืดสนิทเป็นสีเทาเข้ม

พวกมันก่อตัวเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ดูน่าขนลุกเล็กน้อย เมื่อเบรูโกเดินเข้าไปใกล้ เขาได้ยินเสียงแผ่วเบาจากภายใน ราวกับก้อนหินเหล่านั้นกำลังเคลื่อนตัวและเสียดสีกันอย่างช้าๆ

"รอเดี๋ยว"

เจฟฟรีย์ล้วงกระเป๋าหยิบตราสัญลักษณ์ออกมา เขาไม่ได้ขยับตัวทำท่าทางพิเศษอะไร ทันทีที่ตราถูกหยิบออกมา บล็อกหินเรขาคณิตตรงหน้าก็เริ่มสั่นสะเทือน เคลื่อนตัวอย่างลื่นไหล พลิกแพลงและจัดเรียงตัวใหม่ไปทุกทิศทาง เปิดทางที่เคยตันให้โล่งออก

เบรูโกยืนนิ่งตะลึงงันไปชั่วครู่ ก่อนจะมองไปที่ตราในมือเจฟฟรีย์

"นั่นคือบัตรผ่านใช่ไหม?"

บัตรผ่าน คีย์การ์ด... หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่ ดูเหมือนว่าบล็อกหินที่เคลื่อนไหวได้นี้คือระบบรักษาความปลอดภัยภายในของสำนักระเบียบการ แต่เบรูโกก็นึกสงสัยว่าการเคลื่อนตัวของหินจะไม่กระทบต่อโครงสร้างอาคารหรืออย่างไร

เบรูโกหวนนึกถึงการประเมินก่อนหน้านี้ อาคารที่ปิดผนึกด้วยคอนกรีตสีเทา และนึกขึ้นได้ว่าทั่วทั้งสำนักระเบียบการดูเหมือนจะสร้างขึ้นจากบล็อกหินเหล่านี้ ความคิดอันน่าเหลือเชื่อผุดขึ้นในหัว

"ใช่ รับไปสิ ห้ามทำหายนะ ของสิ่งนี้ก็เหมือนกุญแจวิถีวนนั่นแหละ กว่าจะอนุมัติให้เบิกได้ยากมาก"

เจฟฟรีย์พูดพลางยื่นตราสัญลักษณ์ให้เบรูโก

ตราสัญลักษณ์รูปโล่ทรงกลม สลักนูนเป็นรูปดาวตก มุมที่บิดเบี้ยวดูเด่นชัด ทำให้มันดูคล้ายวังวนที่บิดเบี้ยว ดึงดูดสายตาของเบรูโกด้วยมนต์ขลังบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ในภวังค์นั้น วังวนดูเหมือนกำลังหมุนวนอย่างช้าๆ

บิดเบี้ยว กลืนกิน สูญสลาย...

เบรูโกฝืนละสายตาออกมา เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ตราสัญลักษณ์นั้นดูราวกับมีชีวิตและกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเขา แต่เมื่อตั้งสติได้ ทุกอย่างก็กลับสู่ปกติ ราวกับเป็นเพียงภาพหลอน

เมื่อพลิกดูด้านหลังตรา มีข้อความสั้นๆ สลักไว้

หน่วยปฏิบัติการพิเศษ, เบรูโก ลาซารัส

นี่คือของสำหรับเขา

พ้นจากทางเดินยาว คือลานกว้างอีกแห่ง ตามป้ายตั้งพื้นระบุว่าที่นี่คือ "แผนกปฏิบัติการภาคสนาม"

ผังของแผนกปฏิบัติการภาคสนามคล้ายคลึงกับลานกว้างที่เบรูโกเพิ่งจากมา แต่ยังมีรายละเอียดที่แตกต่างกันอยู่บ้าง เช่น จำนวนเจ้าหน้าที่ที่บางตากว่ามาก และบรรยากาศก็ไม่ได้ผ่อนคลาย แต่กลับแฝงความกดดันและความเคร่งขรึม กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลในอากาศ แว่วเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังมาจากส่วนลึกของทางเดินอีกฝั่ง

ครั้งนี้เจฟฟรีย์ไม่ได้พาเบรูโกเดินชม แต่พาตรงขึ้นไปที่ชั้นสอง หลังเลี้ยวลดคดเคี้ยวหลายตลบ แสงสว่างก็ค่อยๆ หรี่ลง ในมุมที่เงียบสงบ พวกเขาพบสำนักงานแห่งหนึ่งที่มีป้ายชื่อติดอยู่หน้าประตู

"เลเบียส · โลเวซ่า"

เบรูโกอ่านชื่อบนป้าย ในขณะเดียวกัน เจฟฟรีย์ก็ก้าวเข้าไปเคาะประตู และหมุนลูกบิดเปิดเข้าไปหลังจากรอเพียงไม่กี่วินาที

หลังบานประตูคือห้องทำงานธรรมดา โต๊ะไม้ฮอกกานีตั้งหันหน้าเข้าหาประตู มีเก้าอี้วางอยู่ข้างๆ สองสามตัว และกระถางต้นไม้เขียวขจีที่มุมห้อง สถานที่แห่งนี้ดูดาษดื่นทั่วไป ไร้ซึ่งร่องรอยบ่งบอกว่าภารกิจที่จัดการในห้องนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับปีศาจและสิ่งเหนือธรรมชาติ

เบรูโกสังเกตอย่างละเอียด ห้องนี้ไม่มีหน้าต่างเช่นกัน ตลอดทางที่เดินมา เขาไม่เห็นหน้าต่างเลยสักบานในสำนักระเบียบการ ราวกับที่นี่เป็นพื้นที่ปิดตายโดยสมบูรณ์

ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูอีกบานภายในห้องก็เปิดออก รถเข็นวีลแชร์คันหนึ่งค่อยๆ เลื่อนเข้ามาในห้อง

ชายวัยกลางคนผู้ดูแลตัวเองอย่างดีเยี่ยม ทั้งทรงผมและปกเสื้อเรียบกริบ แม้จะนั่งอยู่บนรถเข็น แต่แผ่นหลังของเขากลับเหยียดตรงประดุจดาบกล้าที่ทรหด ทว่าใบหน้าของเขากลับซีดเซียวเหมือนเบรูโก และมองเห็นเส้นเลือดสีฟ้าจางใต้ผิวแก้มได้อย่างเลือนราง

ความซีดเซียวของเบรูโกเกิดจากการถูกขังใน 'คุกทมิฬ' โดยไม่เห็นเดือนเห็นตะวันมานาน แต่ชายตรงหน้ากลับดูซีดเซียวเพราะโรคร้ายเรื้อรัง เบรูโกถึงกับกะอายุของเขาไม่ถูก

สายตาที่สบกันชั่ววูบนั้นฉายแววหม่นหมองและเยือกเย็น เบรูโกยู้สึกแสบวาบราวกับถูกทิ่มแทงด้วยใบมีดคมกริบ จนต้องรีบหลบสายตา

ชายคนนั้นประสานมือไว้ตรงหน้า เมื่อเขามองมาที่เบรูโก ความหม่นหมองบนใบหน้าก็จางลงไปมาก แทนที่ด้วยรอยยิ้มที่ดูอึดอัดชอบกล

เจฟฟรีย์ไม่จำเป็นต้องแนะนำตัว ทันทีที่เห็นชายคนนี้ เบรูโกก็ตระหนักถึงสถานะของเขาได้อย่างชัดเจน

"เลเบียส · โลเวซ่า หัวหน้าแผนกปฏิบัติการภาคสนาม หน่วยปฏิบัติการพิเศษแห่งสำนักระเบียบการ"

เสียงกังวานใสดังขึ้นขณะเลเบียสแนะนำตัว

"ในที่สุดก็ได้พบกันเสียที... ลาซารัส ผู้ฟื้นคืนจากความตาย"

จบบทที่ บทที่ 11 เลเบียส · โลเวซ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว