เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ฝากตัวเป็นศิษย์

บทที่ 16 ฝากตัวเป็นศิษย์

บทที่ 16 ฝากตัวเป็นศิษย์


บทที่ 16 ฝากตัวเป็นศิษย์

ทาม: Σ( ̄д ̄;)

ทามที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมากะทันหันมองไปรอบ ๆ เห็นลู่หยวนกับพวกหมีพงไพร ก็ทำหน้าเอ๋อ ๆ อย่างบอกไม่ถูก

แต่ไม่นาน ทามก็ถูกกลิ่นหอมเย้ายวนดึงดูดความสนใจไป

หันขวับไปมอง ทามเห็นไก่ย่างเปลวเพลิงวางอยู่บนโต๊ะ

ซู้ดดด...

ทามจ้องมองไก่ย่างเปลวเพลิงที่น่ากินจนน้ำลายไหลย้อยออกมาจากมุมปากอย่างห้ามไม่อยู่

ลู่หยวนมองมันยิ้ม ๆ แล้วพูดว่า “ปลุกให้มากินมื้อดึก ยังจะทำหน้าไม่พอใจอีกเหรอ?”

“อ๊บ!”

ทามร้องออกมาด้วยความดีใจ แล้วกระโดดไปที่ไก่ย่างเปลวเพลิง เริ่มลงมือสวาปามอย่างรวดเร็ว

ลู่หยวนเดินไปข้าง ๆ ฉีกเนื้อไก่ย่างออกมาหนึ่งชิ้น

พอเข้าปาก ลู่หยวนก็สัมผัสได้ถึงรสชาติเผ็ดร้อนที่รุนแรง

ความรู้สึกนั้นเหมือนตอนกินบาร์บีคิวรสจัดในชาติก่อนเลย

แต่ไม่นาน หลังจากความเผ็ดร้อนผ่านไป ลู่หยวนก็สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณธาตุไฟที่บริสุทธิ์ไหลเวียนเข้ามาในร่างกาย ราวกับแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อน สบายตัวสุด ๆ

แค่คำเดียว ก็เทียบเท่ากับการฝึกฝนของเขาหนึ่งชั่วโมงแล้ว

“รู้สึกแล้วใช่ไหม”

ลู่หยวนหันกลับไป อาจารย์ซูเมิ่งกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้ม

“เนื้อสัตว์อสูรระดับเงินมักจะมีพลังวิญญาณอัดแน่นอยู่มหาศาล แต่พลังพวกนี้มักจะบ้าคลั่ง คนทั่วไปดูดซับได้ยาก หน้าที่ของผู้ใช้อสูรสายอาหารอย่างเรา ก็คือใช้วิธีการจัดการวัตถุดิบเพื่อลดทอนความรุนแรงของพลังวิญญาณเหล่านั้น จนถึงระดับที่ร่างกายดูดซับได้ ตรงจุดนี้ก็คล้ายกับผัดพริกหยวกหมูเส้นสูตรพิเศษของเธอนั่นแหละ”

ซูเมิ่งพูดต่อว่า “และก็เพราะเหตุนี้ ระดับของผู้ใช้อสูรสายอาหารจึงแบ่งไม่เหมือนกับผู้ใช้อสูรทั่วไป การแบ่งระดับของเราจะดูว่าผู้ใช้อสูรคนนั้นสามารถจัดการวัตถุดิบระดับไหนได้ อย่างเช่นฉันตอนนี้ ทำได้แค่จัดการวัตถุดิบสัตว์อสูรระดับเงิน ฉันก็เลยเป็นแค่ผู้ใช้อสูรสายอาหารระดับเงิน”

“ถ้าวันไหนฉันจัดการวัตถุดิบสัตว์อสูรระดับทองคำได้ ฉันก็จะเป็นผู้ใช้อสูรสายอาหารระดับทองคำ”

“โดยทั่วไป ยิ่งสัตว์อสูรระดับสูง ร่างกายก็จะยิ่งแข็งแกร่ง ถ้าระดับของสัตว์อสูรของเราไม่ถึง แม้แต่ศพเราก็จัดการไม่ได้ นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงเป็นผู้ใช้อสูรสายอาหาร ไม่ใช่นักชิมอาหาร”

“สำหรับเรา สัตว์อสูรไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมรบ หรือคู่หู แต่พวกเขายังเป็นเครื่องครัวในมือเรา เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดที่จะช่วยเราจัดการวัตถุดิบสัตว์อสูร”

ลู่หยวนฟังไปกินไป พร้อมกับจดจำคำพูดเหล่านี้ไว้อย่างตั้งใจ

เขารู้ดีว่า ซูเมิ่งคงจะถูกชะตาและอยากปั้นเขา ไม่งั้นคงไม่บอกเรื่องพวกนี้ให้ฟังหรอก

เพราะผู้ใช้อสูรสายอาหารเป็นอาชีพที่เฉพาะทางมาก ถ้าซูเมิ่งไม่บอก เขาคงไม่รู้อะไรเลย

และทัศนคติของผู้ใช้อสูรสายอาหารที่มีต่อสัตว์อสูร ก็เห็นได้ชัดจากการที่ซูเมิ่งร่วมมือทำอาหารกับสัตว์อสูรเมื่อครู่นี้

ลำพังแค่ซูเมิ่งคนเดียว คงไม่มีทางจัดการวัตถุดิบสัตว์อสูรระดับเงินได้แน่

ต้องพึ่งพาพละกำลังของหมีพงไพรและลิงหลายกรเข้าช่วย

‘ยิ่งดูยิ่งเหมือนนักล่าอาหารเข้าไปทุกที...’

ลู่หยวนกินไป พลางคิดในใจ

พอลู่หยวนกินไปได้สักพัก ซูเมิ่งก็ยื่นมือมาขวางเขาไว้

“พอแล้ว เธอควรจะพอได้แล้ว อย่ากินเยอะกว่านี้”

ลู่หยวนหยุดทันที เขารู้ดีถึงผลข้างเคียงของไก่ย่างเปลวเพลิง

ที่ไก่ย่างเปลวเพลิงได้แค่ระดับ ‘ชั้นเลิศ’ ไม่ใช่ ‘สมบูรณ์แบบ’ ก็เพราะมันยังมีผลข้างเคียงอยู่

ไม่เหมือนผัดพริกหยวกหมูเส้นสูตรพิเศษของลู่หยวนที่สมบูรณ์แบบ

แค่กินไปครู่เดียว ลู่หยวนก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายแล้ว

มื้อเดียว เทียบเท่าการฝึกฝนหนึ่งเดือน

ประโยชน์ของผู้ใช้อสูรสายอาหาร มีมากกว่าที่เขาจินตนาการไว้เยอะเลย!

แม้ลู่หยวนจะหยุดกิน แต่ทามกลับไม่หยุด

เจ้ากบน้อยดูเหมือนจะกินไม่อิ่มสักที มันฟาดไก่ย่างเปลวเพลิงไปแล้วถึงหนึ่งในสี่ส่วน

ภาพนี้ทำเอาซูเมิ่งถึงกับพูดไม่ออก

แต่พอเห็นว่าทามไม่มีอาการผิดปกติอะไร ซูเมิ่งกลับรู้สึกสนใจในตัวทามขึ้นมาอย่างมาก

ตามหลักแล้ว สัตว์อสูรระดับเหล็กดำ ต่อให้กินอาหารระดับเงินได้มากขนาดนี้ ก็ยากที่จะย่อยสลายพลังวิญญาณระดับเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ดูท่าทางของทาม ร่างกายของมันเหมือนหลุมดำ กินไก่ย่างเปลวเพลิงเข้าไปตั้งเยอะ กลับไม่เป็นอะไรเลยสักนิด

เมื่อเวลาผ่านไป สายตาของซูเมิ่งก็เปลี่ยนจากความสงสัย เป็นความงุนงง และกลายเป็นความตกตะลึงในที่สุด

เพราะไก่ย่างเปลวเพลิงทั้งตัว ถูกทามฟาดเรียบวุธ!

“เอิ๊ก~”

ทามลูบพุงกลมป๊อกของตัวเอง แล้วนอนแผ่หราอยู่บนโต๊ะอย่างพอใจ

วินาทีต่อมา ความง่วงงุนก็ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง ทามหลับปุ๋ยไปอีกรอบ

ซูเมิ่งและพวกสัตว์อสูรมองดูทามที่กินอิ่มนอนหลับ พลางตกอยู่ในความเงียบอันน่าพิศวง

เธอหันมาถามลู่หยวนเสียงแห้งว่า “กบกระโดดน้ำตัวนี้เธอได้มาจากไหน? นี่มันวัตถุดิบระดับเงิน 3 ดาวเชียวนะ มันกินหมดแล้วไม่เป็นอะไรเลยเหรอเนี่ย”

ลู่หยวนเกาแก้มแก้เขิน ตอบแบบกึ่งจริงกึ่งเท็จว่า “ผมขอทามมาจากศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์อสูรครับ”

“ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์อสูรมีสัตว์อสูรยอดเยี่ยมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ไม่น่าเป็นไปได้นะ...”

ซูเมิ่งเดินวนดูรอบตัวทาม ยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

ยิ่งสังเกต เธอยิ่งพบความไม่ธรรมดาของทาม

ผิวสีฟ้าอ่อนของทามค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง มีลวดลายสีแดงจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนผิวหนัง และดูเหมือนจะลามไปทั่วตัว

เมื่อพิจารณาจากคุณสมบัติของไก่ย่างเปลวเพลิง ซูเมิ่งสงสัยว่ากบกระโดดน้ำตัวนี้ อาจจะกำลังกลายพันธุ์จนมีธาตุไฟที่ไม่ควรจะมีในเผ่าพันธุ์ของมัน

น้ำ ดิน ไฟ กบกระโดดน้ำที่มีศักยภาพเผ่าพันธุ์แค่ระดับทองแดง กลับมีธาตุถึงสามธาตุในตัวเดียวกัน

นี่เป็นสิ่งที่สัตว์อสูรระดับเงิน หรือแม้แต่ระดับทองคำหลายตัวยังทำไม่ได้เลย

คิดได้ดังนั้น ซูเมิ่งมองลู่หยวนด้วยสายตาที่ดูสนุกสนานยิ่งขึ้น

ถูกสาวสวยจ้องมองแบบนี้ แถมยังเป็นอาจารย์ของตัวเอง ลู่หยวนก็เริ่มประหม่า

หลังจากเงียบไปสองสามนาที ซูเมิ่งก็เอ่ยปากขึ้น

“ลู่หยวน... เธออยากเป็นศิษย์ของฉันไหม?”

“หา?” ลู่หยวนอึ้งไปนิดหนึ่ง แล้วถามด้วยความงุนงง “อาจารย์ครับ ผมก็เป็นนักเรียนของอาจารย์อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ”

ซูเมิ่งส่ายหน้า “ไม่เหมือนกัน ที่ฉันหมายถึงคือ ตัดสถานะในโรงเรียนออกไป พูดถึงแค่ฉันกับเธอเป็นการส่วนตัว เธอเต็มใจจะเป็นลูกศิษย์ฉันไหม”

นี่มันการรับศิษย์สินะ...

ลู่หยวนเข้าใจความหมายของซูเมิ่งทันที

“วางใจเถอะ ถ้าเธอเป็นศิษย์ของฉัน การสอนของฉันจะไม่ปล่อยปละละเลยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และพูดได้ไม่อายปากเลยนะว่า อาจารย์ของเธอน่ะ เป็นผู้ใช้อสูรสายอาหารที่อายุน้อยที่สุดในรอบห้าสิบปีเชียวนะ”

ได้ยินแบบนั้น ลู่หยวนเพิ่งสังเกตว่าซูเมิ่งดูจะอายุน้อยจริง ๆ ด้วย

“อาจารย์ครับ ขอถามเสียมารยาทหน่อย ปีนี้อาจารย์อายุ...”

โป๊ก!

หัวของลู่หยวนโดนเขกเข้าให้อย่างจัง

ซูเมิ่งค้อนใส่ลู่หยวน แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เธอไม่รู้รึไงว่าการถามอายุผู้หญิงมันเสียมารยาทมาก? เอาเป็นว่ารู้แค่ฉันยังสาวมากก็พอ”

ครับ ๆ ได้ครับ...

ลู่หยวนก้มหน้าลง เริ่มคิดทบทวนอย่างจริงจังว่าจะฝากตัวเป็นศิษย์ซูเมิ่งดีไหม

ระหว่างนั้น ซูเมิ่งไม่ได้พูดอะไรอีก ได้แต่รอคอยอย่างเงียบ ๆ

ในที่สุด ลู่หยวนก็ตัดสินใจได้

“อาจารย์ซูครับ ผมขฝากตัวเป็นศิษย์ครับ”

ได้ยินคำตอบ มุมปากของซูเมิ่งก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย กอดอกแล้วพูดว่า “ได้ งั้นคืนนี้เธอเตรียมตัวให้ดี การฝึกของอาจารย์... มันโหดนะจะบอกให้”

พูดจบ ซูเมิ่งก็พาสัตว์อสูรของเธอเดินออกจากห้องครัวไป

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 16 ฝากตัวเป็นศิษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว