- หน้าแรก
- ฉันสามารถติดตั้งเทมเพลตสวมบทบาทให้กับสัตว์อสูรได้
- บทที่ 15 ความแข็งแกร่งของผู้ใช้อสูรสายอาหาร
บทที่ 15 ความแข็งแกร่งของผู้ใช้อสูรสายอาหาร
บทที่ 15 ความแข็งแกร่งของผู้ใช้อสูรสายอาหาร
บทที่ 15 ความแข็งแกร่งของผู้ใช้อสูรสายอาหาร
พร้อมกับการปรากฏของแสงจ้า กลิ่นหอมอันน่าหลงใหลของอาหารก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว
วินาทีที่กลิ่นหอมและแสงสว่างปรากฏขึ้น ซูเมิ่งก็ตกอยู่ในภวังค์ทันที
ชั่วพริบตา ซูเมิ่งรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังอยู่ในสวรรค์แห่งอาหาร มีนางฟ้าตัวน้อยบินวนเวียนอยู่รอบกาย ทำให้เธอไม่อาจถอนตัวได้
ลู่หยวนมองซูเมิ่งที่เอามือปิดหน้าด้วยท่าทางเคลิบเคลิ้ม ในใจรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมาก
ขนาดซูเมิ่งที่เป็นผู้ใช้อสูรสายอาหารยังถูก ‘อาหารที่เปล่งแสงได้’ ของเขาพิชิตใจได้สำเร็จ ความสำเร็จนี้เต็มเปี่ยมจริง ๆ!
ด้วยความอยากรู้ ลู่หยวนก็หันไปมองผัดพริกหยวกหมูเส้นสูตรพิเศษที่เขาเพิ่งทำเสร็จ
[อาหาร: ผัดพริกหยวกหมูเส้นสูตรพิเศษ]
[ระดับ: ทองแดง]
[คุณภาพ: สมบูรณ์แบบ]
[สรรพคุณ: เมื่อรับประทาน สามารถเพิ่มพละกำลังและความอดทนให้กับสิ่งมีชีวิตระดับทองแดง 5 ดาวลงไป]
[ผลข้างเคียง: ไม่มี]
เมื่อเห็นคุณสมบัติของผัดพริกหยวกหมูเส้นสูตรพิเศษ ลู่หยวนก็ตกตะลึง
ต้องรู้ก่อนว่า อาหารที่สามารถปรับปรุงสมรรถภาพร่างกายแบบนี้ ลู่หยวนเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
วัตถุดิบจากสัตว์อสูร + เทคนิคการทำอาหารของเสี่ยวตางเจีย กลับสร้างผลลัพธ์ที่ทรงพลังขนาดนี้
นี่สินะ อาหารสัตว์อสูรของโลกใบนี้!
วินาทีนี้ ลู่หยวนเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ใช้อสูรสายคหกรรมถึงถูกแยกออกมาเป็นอาชีพเฉพาะในโลกนี้ได้
ในขณะเดียวกัน ซูเมิ่งที่เคลิบเคลิ้มอยู่ครู่หนึ่ง ก็แทบไม่ได้ถามอะไรลู่หยวนเลย
เธอใช้ตะเกียบคีบผัดพริกหยวกหมูเส้นสูตรพิเศษขึ้นมาทันที
เมื่อผัดพริกหยวกหมูเส้นเข้าปาก ดวงตาของซูเมิ่งก็เบิกกว้าง สีหน้าแดงระเรื่อ
‘อะ... อร่อยเกินไปแล้ว!’
ในฐานะผู้ใช้อสูรสายอาหาร ซูเมิ่งสาบานได้เลยว่า พลังวิญญาณในผัดพริกหยวกหมูเส้นจานนี้ แม้จะไม่ใช่ปริมาณที่มากที่สุดในบรรดาอาหารสัตว์อสูรที่เธอเคยกิน แต่รสชาติคือที่สุดเท่าที่เคยกินมาแน่นอน
เนื้อสัตว์อสูรผสมผสานกับพริกหยวกได้อย่างลงตัว ทำให้เธอไม่เพียงไม่รู้สึกถึงความฝาดของเนื้อสัตว์อสูร แต่กลับรู้สึกถึงความเด้งดึ๋งสู้ฟันแทน
ไม่เพียงแค่นั้น ซูเมิ่งยังสัมผัสได้ถึงความหวานหอม ความกรอบและความนุ่มของพริกหยวกหมูเส้นที่ถูกดึงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
‘สมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบจริง ๆ!’
ซูเมิ่งให้คะแนนเต็มกับผัดพริกหยวกหมูเส้นจานนี้โดยไม่ลังเล
ไม่รอช้า ซูเมิ่งยกจานขึ้นมา แล้วโซ้ยแหลกทันที
ไม่ถึงสองนาที ซูเมิ่งก็จัดการผัดพริกหยวกหมูเส้นทั้งจานจนเกลี้ยง
แถมเธอยังเลียจานด้วยความเสียดาย ท่าทางหิวโหยนั่น... ทำให้ลู่หยวนอดนึกถึงฉากในหนังผู้ใหญ่บางเรื่องที่เคยดูในชาติก่อนไม่ได้
กลางดึก ห้องครัว ครูนักเรียน สาวแว่นสุดเอ๋อ...
องค์ประกอบครบถ้วนเลยแฮะ!
“เธอทำได้ยังไง!”
“อะไรนะครับ?”
ขณะที่ลู่หยวนกำลังขำไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ จู่ ๆ ซูเมิ่งก็ถามขึ้น
“ฉันถามว่าเธอทำให้อาหารเปล่งแสงได้ยังไง?”
ลู่หยวนไม่คิดว่าซูเมิ่งจะถามคำถามนี้ หลังจากประมวลความทรงจำของเสี่ยวตางเจียในหัวกับความพิเศษของโลกผู้ใช้อสูรแล้ว
จึงตอบไปว่า “นั่นเป็นเพราะผมกักเก็บพลังวิญญาณของหมูป่าบรรพกาลไว้ในผัดพริกหยวกหมูเส้นได้ทั้งหมดครับ แสงนั่นเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากพลังวิญญาณในวัตถุดิบทำปฏิกิริยากับพลังวิญญาณรอบ ๆ ครับ”
ซูเมิ่งคิดตามแล้วก็รู้สึกว่าลู่หยวนพูดมีเหตุผล พยักหน้าแล้วพูดว่า “จริงด้วย พลังวิญญาณในอาหารกับตัวอาหารผสมผสานกันอย่างลงตัว จะดึงดูดพลังวิญญาณอิสระรอบ ๆ ก็ไม่แปลก แล้วซอสที่เธอใส่ตอนสุดท้าย ดูเหมือนจะเป็นมะเขือเทศสูตรพิเศษสินะ ไม่เพียงแต่ช่วยชูรสชาติอาหาร แต่ยังช่วยลดความบ้าคลั่งในเนื้อสัตว์อสูรได้ด้วย เป็นไม้ตายที่ยอดเยี่ยมมาก”
ได้ยินซูเมิ่งวิเคราะห์ซอสหวานสูตรพิเศษที่เขาใส่ตบท้ายได้จากการมองเพียงปราดเดียว ลู่หยวนก็นับถือมาก
มะเขือเทศสูตรพิเศษที่มีพลังวิญญาณธาตุน้ำนั้น ลู่หยวนต้องค้นหาในครัวอยู่นานกว่าจะเจอ
เป้าหมายก็เพื่อใช้ลดทอนความบ้าคลั่งของพลังวิญญาณธาตุดินในเนื้อหมูป่าบรรพกาลนั่นเอง
ซูเมิ่งที่ได้สติกลับคืนมา มองลู่หยวนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้ทันที
แม้ลู่หยวนจะเข้ามาอยู่ฝ่ายพลาธิการได้หนึ่งเดือนแล้ว แต่ซูเมิ่งเพิ่งตระหนักว่าเธอไม่เคยทำความรู้จักเขาจริง ๆ เลย
เวลาส่วนใหญ่เธอทุ่มเทให้กับการวิจัยอาหาร
เรื่องในครัวก็ยกให้สัตว์อสูรจัดการ
แต่ดูเหมือนว่าเธอจะพลาดอะไรไปเยอะเลย
ถ้าวันนี้เธอไม่นึกครึ้มอกครึ้มใจเดินมาที่ครัว เธอคงไม่รู้เลยว่าในฝ่ายพลาธิการของเธอ มีคนทำอาหารเรืองแสงได้ด้วย
“เธอคงไม่เคยกินอาหารระดับเงินสินะ?”
“เอ่อ... ไม่ครับ ไม่เคย”
ซูเมิ่งลุกขึ้นยืนด้วยความพึงพอใจ หยิบผ้ากันเปื้อนข้างครัวมาผูกเอวอย่างคล่องแคล่ว
จากนั้น เธอก็รวบผมที่ยุ่งเหยิงมัดเป็นหางม้าอย่างทะมัดทะแมง
“ในฐานะอาจารย์ การแย่งอาหารนักเรียนกินดูจะเสียมารยาทไปหน่อย ในเมื่อฉันแย่งอาหารเธอไปแล้ว ฉันก็ควรจะตอบแทนด้วยอาหารในระดับเดียวกัน”
“ฉันไม่มีเทคนิคแพรวพราวแบบเธอ ทำอาหารเรืองแสงไม่ได้ แต่อาจารย์อย่างฉันก็ไม่ใช่ไม้ประดับนะ วันนี้อาจารย์จะเปิดหูเปิดตาให้เธอเห็นว่าโลกของผู้ใช้อสูรสายอาหารจริง ๆ มันเป็นยังไง”
พูดจบ ซูเมิ่งก็สะบัดมือ ซากสัตว์อสูรประเภทนกขนาดประมาณสามเมตรถูกโยนออกมาจากพื้นที่ผู้ใช้อสูรของเธอ
พื้นที่ผู้ใช้อสูร นอกจากจะใส่สัตว์อสูรแล้ว ยังสามารถใส่ซากสัตว์อสูรได้ด้วย
ทันทีที่ซากนี้ปรากฏ ลู่หยวนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุอย่างรุนแรง
ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ซากสัตว์อสูร แต่เป็นก้อนไฟขนาดใหญ่
“เด็ก ๆ ออกมาทำงานได้แล้ว”
พร้อมกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ของซูเมิ่ง สัตว์อสูรทั้งสี่ตัวก็ปรากฏกายข้างกายเธอ
หมีพงไพร ลิงหลายกร หนอนขนมากขา หมึกยักษ์ศิลา
สี่สหายแห่งห้องครัวปรากฏตัวอีกครั้ง
พวกมันมองลู่หยวนด้วยความสงสัยก่อน แล้วหันไปมองซูเมิ่งรอคำสั่ง
“เอาล่ะทุกคน ลงมือได้ เรามาทำอาหารอร่อย ๆ ให้นักเรียนของฉันรู้หน่อยว่า อาจารย์คนนี้ไม่ได้มีดีแค่ชื่อ”
หมีพงไพร: “โฮก (จัดไป)!”
ลิงหลายกร: “เจี๊ยก (โอเค)!”
ชั่วพริบตา ห้องครัวยามดึกก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
และนี่เป็นครั้งแรกที่ลู่หยวนได้เห็นพวกหมีพงไพรจัดการกับวัตถุดิบระดับเงิน
ก่อนหน้านี้วัตถุดิบในครัวส่วนใหญ่เป็นแค่ระดับเหล็กดำ แม้แต่ระดับทองแดงยังหาดูได้ยาก
ลู่หยวนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า วัตถุดิบสัตว์อสูรระดับเงิน ไม่เพียงแต่มีพลังวิญญาณที่น่ากลัวกว่า แต่ความแข็งแกร่งของร่างกายก็เหนือกว่าสัตว์อสูรระดับทองแดงไปไกล
แต่สัตว์อสูรระดับเงินตัวนี้ กลับกลายเป็นเพียงซากศพวางอยู่ตรงหน้าซูเมิ่งและพรรคพวก
ซูเมิ่งและเหล่าสัตว์อสูรแบ่งงานกันชัดเจน สัตว์อสูรทั้งสี่รับผิดชอบจัดการวัตถุดิบ ส่วนซูเมิ่งรับผิดชอบการปรุงรส
ไม่นาน ไก่เปลวเพลิง สัตว์อสูรระดับเงิน ก็ถูกจัดการเรียบร้อยและวางอยู่บนเตาย่าง
ตอนที่พวกหมีพงไพรจัดการไก่เปลวเพลิง ลู่หยวนสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างสัตว์อสูรและผู้ใช้อสูรอีกครั้ง
สำหรับสัตว์อสูรพวกนี้ สัตว์อสูรระดับเงินก็ไม่ต่างจากวัตถุดิบทั่วไป จัดการได้อย่างง่ายดาย
ไก่เปลวเพลิงคงฝันไม่ถึงว่า ตัวมันที่เป็นสัตว์อสูรธาตุไฟ สุดท้ายจะต้องมาถูกย่างอยู่บนกองไฟกลายเป็นไก่ย่างเสียเอง
และเมื่อถึงขั้นตอนนี้ ซูเมิ่งก็แสดงคุณค่าของความเป็นผู้ใช้อสูรสายอาหารออกมาในที่สุด
ซูเมิ่งควบคุมไฟอย่างเชี่ยวชาญ และคอยโรยเครื่องเทศสูตรพิเศษลงไปเรื่อย ๆ
ไม่นาน กลิ่นหอมเย้ายวนก็ลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัว
หลังจากผ่านการย่างอย่างพิถีพิถันนานครึ่งชั่วโมง ไก่ย่างหอมฉุยก็ถูกยกขึ้นโต๊ะ
ซูเมิ่งเช็ดมือ ยิ้มแล้วพูดว่า “ไก่ย่างเปลวเพลิง เชิญชิมได้จ้ะ”
ลู่หยวนมองไก่ย่างเปลวเพลิงจานนั้น ไม่ได้รีบลงมือ แต่ตรวจสอบข้อมูลของมันดูก่อน
[ไก่ย่างเปลวเพลิง]
[ระดับ: เงิน]
[คุณภาพ: ชั้นเลิศ]
[สรรพคุณ: เมื่อรับประทาน สามารถเพิ่มความเข้ากันได้กับธาตุไฟ และเพิ่มความเร็วเล็กน้อย]
[ผลข้างเคียง: หากรับประทานมากเกินไป อาจติดพิษไฟอ่อน ๆ ต้องพักฟื้นสามวัน]
เป็นอาหารที่เพิ่มสเตตัสได้อีกแล้ว...
เมื่อเห็นว่าอาหารจานนี้เพิ่มความเข้ากันได้กับธาตุไฟ ลู่หยวนก็นึกอะไรขึ้นมาได้
วินาทีถัดมา ลู่หยวนก็ปล่อยทามออกมาจากพื้นที่ผู้ใช้อสูร
“อาจารย์ซูครับ ให้สัตว์อสูรของผมกินด้วยได้ไหมครับ?”
“ถ้าเธอไม่กลัวมันท้องแตกตาย ก็เอาสิ”
“ขอบคุณครับ”
มองดูทามที่ยังนอนหงายท้องหลับปุ๋ยอยู่ ลู่หยวนก็ตบพุงป่อง ๆ ของมันดังป้าบ
“ไอ้เจ้าทึ่ม ตื่นมากินมื้อดึกได้แล้ว!”
“อ๊บ!”
ทามสะดุ้งตื่นสุดตัว มองไปรอบ ๆ เห็นทุกคนกำลังจ้องมองตัวเอง เจ้าตัวเล็กก็ทำหน้างง
นี่มัน... สถานการณ์อะไรกันเนี่ย?!
(จบตอน)