เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ความแข็งแกร่งของผู้ใช้อสูรสายอาหาร

บทที่ 15 ความแข็งแกร่งของผู้ใช้อสูรสายอาหาร

บทที่ 15 ความแข็งแกร่งของผู้ใช้อสูรสายอาหาร


บทที่ 15 ความแข็งแกร่งของผู้ใช้อสูรสายอาหาร

พร้อมกับการปรากฏของแสงจ้า กลิ่นหอมอันน่าหลงใหลของอาหารก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว

วินาทีที่กลิ่นหอมและแสงสว่างปรากฏขึ้น ซูเมิ่งก็ตกอยู่ในภวังค์ทันที

ชั่วพริบตา ซูเมิ่งรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังอยู่ในสวรรค์แห่งอาหาร มีนางฟ้าตัวน้อยบินวนเวียนอยู่รอบกาย ทำให้เธอไม่อาจถอนตัวได้

ลู่หยวนมองซูเมิ่งที่เอามือปิดหน้าด้วยท่าทางเคลิบเคลิ้ม ในใจรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมาก

ขนาดซูเมิ่งที่เป็นผู้ใช้อสูรสายอาหารยังถูก ‘อาหารที่เปล่งแสงได้’ ของเขาพิชิตใจได้สำเร็จ ความสำเร็จนี้เต็มเปี่ยมจริง ๆ!

ด้วยความอยากรู้ ลู่หยวนก็หันไปมองผัดพริกหยวกหมูเส้นสูตรพิเศษที่เขาเพิ่งทำเสร็จ

[อาหาร: ผัดพริกหยวกหมูเส้นสูตรพิเศษ]

[ระดับ: ทองแดง]

[คุณภาพ: สมบูรณ์แบบ]

[สรรพคุณ: เมื่อรับประทาน สามารถเพิ่มพละกำลังและความอดทนให้กับสิ่งมีชีวิตระดับทองแดง 5 ดาวลงไป]

[ผลข้างเคียง: ไม่มี]

เมื่อเห็นคุณสมบัติของผัดพริกหยวกหมูเส้นสูตรพิเศษ ลู่หยวนก็ตกตะลึง

ต้องรู้ก่อนว่า อาหารที่สามารถปรับปรุงสมรรถภาพร่างกายแบบนี้ ลู่หยวนเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

วัตถุดิบจากสัตว์อสูร + เทคนิคการทำอาหารของเสี่ยวตางเจีย กลับสร้างผลลัพธ์ที่ทรงพลังขนาดนี้

นี่สินะ อาหารสัตว์อสูรของโลกใบนี้!

วินาทีนี้ ลู่หยวนเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ใช้อสูรสายคหกรรมถึงถูกแยกออกมาเป็นอาชีพเฉพาะในโลกนี้ได้

ในขณะเดียวกัน ซูเมิ่งที่เคลิบเคลิ้มอยู่ครู่หนึ่ง ก็แทบไม่ได้ถามอะไรลู่หยวนเลย

เธอใช้ตะเกียบคีบผัดพริกหยวกหมูเส้นสูตรพิเศษขึ้นมาทันที

เมื่อผัดพริกหยวกหมูเส้นเข้าปาก ดวงตาของซูเมิ่งก็เบิกกว้าง สีหน้าแดงระเรื่อ

‘อะ... อร่อยเกินไปแล้ว!’

ในฐานะผู้ใช้อสูรสายอาหาร ซูเมิ่งสาบานได้เลยว่า พลังวิญญาณในผัดพริกหยวกหมูเส้นจานนี้ แม้จะไม่ใช่ปริมาณที่มากที่สุดในบรรดาอาหารสัตว์อสูรที่เธอเคยกิน แต่รสชาติคือที่สุดเท่าที่เคยกินมาแน่นอน

เนื้อสัตว์อสูรผสมผสานกับพริกหยวกได้อย่างลงตัว ทำให้เธอไม่เพียงไม่รู้สึกถึงความฝาดของเนื้อสัตว์อสูร แต่กลับรู้สึกถึงความเด้งดึ๋งสู้ฟันแทน

ไม่เพียงแค่นั้น ซูเมิ่งยังสัมผัสได้ถึงความหวานหอม ความกรอบและความนุ่มของพริกหยวกหมูเส้นที่ถูกดึงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

‘สมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบจริง ๆ!’

ซูเมิ่งให้คะแนนเต็มกับผัดพริกหยวกหมูเส้นจานนี้โดยไม่ลังเล

ไม่รอช้า ซูเมิ่งยกจานขึ้นมา แล้วโซ้ยแหลกทันที

ไม่ถึงสองนาที ซูเมิ่งก็จัดการผัดพริกหยวกหมูเส้นทั้งจานจนเกลี้ยง

แถมเธอยังเลียจานด้วยความเสียดาย ท่าทางหิวโหยนั่น... ทำให้ลู่หยวนอดนึกถึงฉากในหนังผู้ใหญ่บางเรื่องที่เคยดูในชาติก่อนไม่ได้

กลางดึก ห้องครัว ครูนักเรียน สาวแว่นสุดเอ๋อ...

องค์ประกอบครบถ้วนเลยแฮะ!

“เธอทำได้ยังไง!”

“อะไรนะครับ?”

ขณะที่ลู่หยวนกำลังขำไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ จู่ ๆ ซูเมิ่งก็ถามขึ้น

“ฉันถามว่าเธอทำให้อาหารเปล่งแสงได้ยังไง?”

ลู่หยวนไม่คิดว่าซูเมิ่งจะถามคำถามนี้ หลังจากประมวลความทรงจำของเสี่ยวตางเจียในหัวกับความพิเศษของโลกผู้ใช้อสูรแล้ว

จึงตอบไปว่า “นั่นเป็นเพราะผมกักเก็บพลังวิญญาณของหมูป่าบรรพกาลไว้ในผัดพริกหยวกหมูเส้นได้ทั้งหมดครับ แสงนั่นเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากพลังวิญญาณในวัตถุดิบทำปฏิกิริยากับพลังวิญญาณรอบ ๆ ครับ”

ซูเมิ่งคิดตามแล้วก็รู้สึกว่าลู่หยวนพูดมีเหตุผล พยักหน้าแล้วพูดว่า “จริงด้วย พลังวิญญาณในอาหารกับตัวอาหารผสมผสานกันอย่างลงตัว จะดึงดูดพลังวิญญาณอิสระรอบ ๆ ก็ไม่แปลก แล้วซอสที่เธอใส่ตอนสุดท้าย ดูเหมือนจะเป็นมะเขือเทศสูตรพิเศษสินะ ไม่เพียงแต่ช่วยชูรสชาติอาหาร แต่ยังช่วยลดความบ้าคลั่งในเนื้อสัตว์อสูรได้ด้วย เป็นไม้ตายที่ยอดเยี่ยมมาก”

ได้ยินซูเมิ่งวิเคราะห์ซอสหวานสูตรพิเศษที่เขาใส่ตบท้ายได้จากการมองเพียงปราดเดียว ลู่หยวนก็นับถือมาก

มะเขือเทศสูตรพิเศษที่มีพลังวิญญาณธาตุน้ำนั้น ลู่หยวนต้องค้นหาในครัวอยู่นานกว่าจะเจอ

เป้าหมายก็เพื่อใช้ลดทอนความบ้าคลั่งของพลังวิญญาณธาตุดินในเนื้อหมูป่าบรรพกาลนั่นเอง

ซูเมิ่งที่ได้สติกลับคืนมา มองลู่หยวนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้ทันที

แม้ลู่หยวนจะเข้ามาอยู่ฝ่ายพลาธิการได้หนึ่งเดือนแล้ว แต่ซูเมิ่งเพิ่งตระหนักว่าเธอไม่เคยทำความรู้จักเขาจริง ๆ เลย

เวลาส่วนใหญ่เธอทุ่มเทให้กับการวิจัยอาหาร

เรื่องในครัวก็ยกให้สัตว์อสูรจัดการ

แต่ดูเหมือนว่าเธอจะพลาดอะไรไปเยอะเลย

ถ้าวันนี้เธอไม่นึกครึ้มอกครึ้มใจเดินมาที่ครัว เธอคงไม่รู้เลยว่าในฝ่ายพลาธิการของเธอ มีคนทำอาหารเรืองแสงได้ด้วย

“เธอคงไม่เคยกินอาหารระดับเงินสินะ?”

“เอ่อ... ไม่ครับ ไม่เคย”

ซูเมิ่งลุกขึ้นยืนด้วยความพึงพอใจ หยิบผ้ากันเปื้อนข้างครัวมาผูกเอวอย่างคล่องแคล่ว

จากนั้น เธอก็รวบผมที่ยุ่งเหยิงมัดเป็นหางม้าอย่างทะมัดทะแมง

“ในฐานะอาจารย์ การแย่งอาหารนักเรียนกินดูจะเสียมารยาทไปหน่อย ในเมื่อฉันแย่งอาหารเธอไปแล้ว ฉันก็ควรจะตอบแทนด้วยอาหารในระดับเดียวกัน”

“ฉันไม่มีเทคนิคแพรวพราวแบบเธอ ทำอาหารเรืองแสงไม่ได้ แต่อาจารย์อย่างฉันก็ไม่ใช่ไม้ประดับนะ วันนี้อาจารย์จะเปิดหูเปิดตาให้เธอเห็นว่าโลกของผู้ใช้อสูรสายอาหารจริง ๆ มันเป็นยังไง”

พูดจบ ซูเมิ่งก็สะบัดมือ ซากสัตว์อสูรประเภทนกขนาดประมาณสามเมตรถูกโยนออกมาจากพื้นที่ผู้ใช้อสูรของเธอ

พื้นที่ผู้ใช้อสูร นอกจากจะใส่สัตว์อสูรแล้ว ยังสามารถใส่ซากสัตว์อสูรได้ด้วย

ทันทีที่ซากนี้ปรากฏ ลู่หยวนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุอย่างรุนแรง

ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ซากสัตว์อสูร แต่เป็นก้อนไฟขนาดใหญ่

“เด็ก ๆ ออกมาทำงานได้แล้ว”

พร้อมกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ของซูเมิ่ง สัตว์อสูรทั้งสี่ตัวก็ปรากฏกายข้างกายเธอ

หมีพงไพร ลิงหลายกร หนอนขนมากขา หมึกยักษ์ศิลา

สี่สหายแห่งห้องครัวปรากฏตัวอีกครั้ง

พวกมันมองลู่หยวนด้วยความสงสัยก่อน แล้วหันไปมองซูเมิ่งรอคำสั่ง

“เอาล่ะทุกคน ลงมือได้ เรามาทำอาหารอร่อย ๆ ให้นักเรียนของฉันรู้หน่อยว่า อาจารย์คนนี้ไม่ได้มีดีแค่ชื่อ”

หมีพงไพร: “โฮก (จัดไป)!”

ลิงหลายกร: “เจี๊ยก (โอเค)!”

ชั่วพริบตา ห้องครัวยามดึกก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง

และนี่เป็นครั้งแรกที่ลู่หยวนได้เห็นพวกหมีพงไพรจัดการกับวัตถุดิบระดับเงิน

ก่อนหน้านี้วัตถุดิบในครัวส่วนใหญ่เป็นแค่ระดับเหล็กดำ แม้แต่ระดับทองแดงยังหาดูได้ยาก

ลู่หยวนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า วัตถุดิบสัตว์อสูรระดับเงิน ไม่เพียงแต่มีพลังวิญญาณที่น่ากลัวกว่า แต่ความแข็งแกร่งของร่างกายก็เหนือกว่าสัตว์อสูรระดับทองแดงไปไกล

แต่สัตว์อสูรระดับเงินตัวนี้ กลับกลายเป็นเพียงซากศพวางอยู่ตรงหน้าซูเมิ่งและพรรคพวก

ซูเมิ่งและเหล่าสัตว์อสูรแบ่งงานกันชัดเจน สัตว์อสูรทั้งสี่รับผิดชอบจัดการวัตถุดิบ ส่วนซูเมิ่งรับผิดชอบการปรุงรส

ไม่นาน ไก่เปลวเพลิง สัตว์อสูรระดับเงิน ก็ถูกจัดการเรียบร้อยและวางอยู่บนเตาย่าง

ตอนที่พวกหมีพงไพรจัดการไก่เปลวเพลิง ลู่หยวนสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างสัตว์อสูรและผู้ใช้อสูรอีกครั้ง

สำหรับสัตว์อสูรพวกนี้ สัตว์อสูรระดับเงินก็ไม่ต่างจากวัตถุดิบทั่วไป จัดการได้อย่างง่ายดาย

ไก่เปลวเพลิงคงฝันไม่ถึงว่า ตัวมันที่เป็นสัตว์อสูรธาตุไฟ สุดท้ายจะต้องมาถูกย่างอยู่บนกองไฟกลายเป็นไก่ย่างเสียเอง

และเมื่อถึงขั้นตอนนี้ ซูเมิ่งก็แสดงคุณค่าของความเป็นผู้ใช้อสูรสายอาหารออกมาในที่สุด

ซูเมิ่งควบคุมไฟอย่างเชี่ยวชาญ และคอยโรยเครื่องเทศสูตรพิเศษลงไปเรื่อย ๆ

ไม่นาน กลิ่นหอมเย้ายวนก็ลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัว

หลังจากผ่านการย่างอย่างพิถีพิถันนานครึ่งชั่วโมง ไก่ย่างหอมฉุยก็ถูกยกขึ้นโต๊ะ

ซูเมิ่งเช็ดมือ ยิ้มแล้วพูดว่า “ไก่ย่างเปลวเพลิง เชิญชิมได้จ้ะ”

ลู่หยวนมองไก่ย่างเปลวเพลิงจานนั้น ไม่ได้รีบลงมือ แต่ตรวจสอบข้อมูลของมันดูก่อน

[ไก่ย่างเปลวเพลิง]

[ระดับ: เงิน]

[คุณภาพ: ชั้นเลิศ]

[สรรพคุณ: เมื่อรับประทาน สามารถเพิ่มความเข้ากันได้กับธาตุไฟ และเพิ่มความเร็วเล็กน้อย]

[ผลข้างเคียง: หากรับประทานมากเกินไป อาจติดพิษไฟอ่อน ๆ ต้องพักฟื้นสามวัน]

เป็นอาหารที่เพิ่มสเตตัสได้อีกแล้ว...

เมื่อเห็นว่าอาหารจานนี้เพิ่มความเข้ากันได้กับธาตุไฟ ลู่หยวนก็นึกอะไรขึ้นมาได้

วินาทีถัดมา ลู่หยวนก็ปล่อยทามออกมาจากพื้นที่ผู้ใช้อสูร

“อาจารย์ซูครับ ให้สัตว์อสูรของผมกินด้วยได้ไหมครับ?”

“ถ้าเธอไม่กลัวมันท้องแตกตาย ก็เอาสิ”

“ขอบคุณครับ”

มองดูทามที่ยังนอนหงายท้องหลับปุ๋ยอยู่ ลู่หยวนก็ตบพุงป่อง ๆ ของมันดังป้าบ

“ไอ้เจ้าทึ่ม ตื่นมากินมื้อดึกได้แล้ว!”

“อ๊บ!”

ทามสะดุ้งตื่นสุดตัว มองไปรอบ ๆ เห็นทุกคนกำลังจ้องมองตัวเอง เจ้าตัวเล็กก็ทำหน้างง

นี่มัน... สถานการณ์อะไรกันเนี่ย?!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 15 ความแข็งแกร่งของผู้ใช้อสูรสายอาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว