เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 ฮวงจุ้ยภายใน

บทที่ 44 ฮวงจุ้ยภายใน

บทที่ 44 ฮวงจุ้ยภายใน


บทที่ 44 ฮวงจุ้ยภายใน

ผมไม่รอช้า เริ่มพูดคุยกับพวกเขาเรื่องการออกแบบภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้

“อย่างแรกเลย ตอนที่เข้ามาในห้าง จะต้องวาง ‘ค่ายกลใบมีด’ ดักลูกค้า” ผมบอกกับพวกเขา

หลิวเฉิงสงสัย จึงถามผมว่าค่ายกลใบมีดคืออะไร หรือว่าจะต้องวางใบมีดไว้ตรงทางเข้าห้าง?

“ใช่ค่ะ การวางใบมีดไว้ตรงทางเข้ามันน่ากลัวเกินไป” ต่งหลิงเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน

ผมยิ้มแล้วบอกพวกเขาว่า ที่เรียกว่าค่ายกลใบมีดไม่ใช่การให้วางใบมีดจริง ๆ แต่เป็นหลักฮวงจุ้ยอย่างหนึ่ง คือให้พวกเขาตกแต่งทางเข้าให้มีลักษณะพิเศษคล้ายกับใบมีด

“ตัวอย่างเช่น การออกแบบเพดานให้เป็นแผ่น ๆ คล้ายใบมีด หรือเสาแต่ละต้นมีรูปทรงเหมือนใบมีดก็ได้” ผมเสนอแนวคิดของตัวเอง

ส่วนต่งติ้งกั๋วถามว่า การวางค่ายกลใบมีดตามหลักฮวงจุ้ยนี้มีไว้เพื่ออะไร?

“ตามชื่อเลยครับ ใบมีดที่ว่านี้มีไว้สำหรับขูดรีดเงินจากลูกค้านั่นเอง พอลูกค้าก้าวเข้ามาในร้าน จะต้องตกตะลึงกับการออกแบบค่ายกลใบมีดตรงหน้า และจะได้รับอิทธิพลจากค่ายกลใบมีดโดยไม่รู้ตัว” ผมอธิบายให้เขาฟังอย่างใจเย็น

จากนั้นผมพูดต่อไปว่า “เส้นทางภายในห้างก็ต้องไม่เรียบง่ายเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องไม่เป็นเส้นทางที่สามารถเดินชมร้านค้าได้ทั้งหมดในคราวเดียว ทางที่ดีควรออกแบบให้วกวนเหมือนเขาวงกต นี่เรียกว่าฮวงจุ้ยวงกต แต่การออกแบบชัยภูมิฮวงจุ้ยจะแยกออกจากสภาพแวดล้อมโดยรอบไม่ได้ ทางที่ดีควรออกแบบลวดลายรูปตัว S บนเพดานให้สอดคล้องกับเส้นทางในวงกต ลวดลายรูปตัว S ในทางฮวงจุ้ยถือเป็นชัยภูมิแห่งไมตรีจิต หรือที่เรียกว่าเก้าโค้งสายน้ำนำพา ตำแหน่งสูงส่งถึงสามขุนนาง”

“การออกแบบทั้งสองอย่างนี้รวมกัน จะทำให้ลูกค้าสับสนหลงทิศทาง รู้สึกเหมือนเคยไปทุกที่แล้ว แต่ก็เหมือนยังไม่เคยไปไหนเลย ทำให้พวกเขาเดินเพลินจนลืมเวลากลับ ยิ่งอยู่ในห้างนานเท่าไร โอกาสในการจับจ่ายใช้สอยก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น”

แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวคิดการออกแบบที่ดีที่สุดที่ผมเสนอ ส่วนท้ายที่สุดจะออกแบบมาเป็นอย่างไรนั้นยังคงขึ้นอยู่กับนักออกแบบทั้งสามคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม

“สุดยอด!” ทันใดนั้น หลิวเฉิงก็ลุกพรวดขึ้นมา แล้วโค้งคำนับผมหลายครั้งติดกัน “หลงหยวน ตอนนี้ฉันนับถือแกจนต้องกราบคารวะเลยจริง ๆ มันเจ๋งโคตร ๆ!”

คนที่ตื่นเต้นไม่ใช่แค่หลิวเฉิงคนเดียว ต่งติ้งกั๋วเองก็ยิ้มหน้าบานและเอ่ยชมผมไม่ขาดปาก “ใช่แล้ว สมกับเป็นอาจารย์หลี่ ยอดเยี่ยมจริง ๆ”

ต่งหลิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็กล่าวอย่างชื่นชม “หลี่หลงหยวน ฉันอยากจะงัดหัวคุณออกมาดูจริง ๆ ว่าข้างในมีอะไรอยู่ ทำไมถึงรู้เรื่องเยอะขนาดนี้?”

ปฏิกิริยาของพวกเขาทำให้ผมเขินจนรู้สึกเก้อ ๆ “ผมก็แค่ให้คำแนะนำตามสถานการณ์และหลักความรู้ทางฮวงจุ้ย สุดท้ายแล้วก็ยังต้องพึ่งนักออกแบบมืออาชีพทั้งสามคนนี้อยู่ดี”

“อาจารย์หลี่ถ่อมตัวเกินไปแล้วครับ ถึงแม้ว่าเรื่องที่คุณพูดพวกเราจะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่แค่ฟังก็รู้สึกว่าทั้งมหัศจรรย์และล้ำลึก ไม่แปลกใจเลยที่เถ้าแก่ต่งจะเชื่อใจคุณขนาดนี้ วางใจเถอะครับ พวกเราสามคนจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อออกแบบตามแนวคิดของคุณ” ชายคนหนึ่งในสามคนพูดกับผม

“ฮ่า ๆ” ต่งติ้งกั๋วหัวเราะลั่น “อาจารย์หลี่ พวกเขาพูดถูกแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องถ่อมตัวเลย ความสามารถของคุณพวกเราทุกคนเห็นกันอยู่”

หลังจากที่กล่าวชมผมไม่หยุดอีกพักใหญ่ ต่งติ้งกั๋วจึงปล่อยให้นักออกแบบทั้งสามคนกลับไป

“อาจารย์หลี่ หลังจากที่พวกเขาออกแบบเสร็จแล้ว คงต้องรบกวนคุณช่วยตรวจสอบยืนยันอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาด” ต่งติ้งกั๋วพูดกับผม

ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว “ได้ครับ ถึงตอนนั้นคุณส่งแบบร่างมาให้ผมก็พอ”

“เช่นนั้นต้องขอบคุณอาจารย์หลี่มากครับ” พูดจบ เขาก็หันไปหาซุนฮ่าว บอกให้ซุนฮ่าวโอนเงินหนึ่งล้านเข้าบัญชีธนาคารที่เคยให้ผมไว้

ผมแอบตกใจในใจ ต่งติ้งกั๋วคนนี้ทั้งรวยและใจใหญ่จริง ๆ แค่เวลาสั้น ๆ ก็ให้ค่าตอบแทนผมมากมายขนาดนี้อีกแล้ว

เจ้าหลิวเฉิงเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน แอบยกนิ้วโป้งให้ผม

พอลองคิดดูตอนนี้ ที่หลิวเฉิงเคยพูดไว้ก็ถูกจริงๆ  ทำอาชีพแบบผมเงินมาเร็วเกินไป จนผมรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะชินชาแล้ว แต่อย่างไรเสีย ทั้งหมดนี้ก็ได้มาจากความสามารถของผมล้วน ๆ ก่อนหน้านี้ยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด คิด ๆ ดูแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น

ผมอยู่ในห้องทำงานของต่งติ้งกั๋วอีกสักพัก ให้คำแนะนำเรื่องการจัดวางของตามหลักฮวงจุ้ยแก่เขา ทำให้การจัดห้องทำงานของเขาสมเหตุสมผลยิ่งขึ้น

หลังจากจัดการเสร็จ ต่งติ้งกั๋วยังคงยิ้มไม่หุบ “วันนี้อาจารย์หลี่ลำบากแล้ว คืนนี้ผมเป็นเจ้ามือ พวกเราไปดื่มกันให้เมาไปข้างหนึ่งเลย”

ผมตั้งใจจะปฏิเสธ แต่พอเห็นท่าทางตื่นเต้นของหลิวเฉิงเลยไม่ได้พูดอะไรออกไป และตอบตกลง

มื้อนี้ก็เป็นอีกมื้อที่อุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ เดิมทีผมตั้งใจว่าจะไม่ดื่มเหมือนครั้งก่อน แต่เพราะพวกเขาคะยั้นคะยอไม่หยุดผมเลยดื่มไป อย่างไรเสียต่งติ้งกั๋วกบอกแล้วว่าจะให้คนไปส่งผมกับหลิวเฉิงกลับ

ในเมื่อทุกคนดีใจกันขนาดนี้ ผมก็ไม่อยากจะทำลายบรรยากาศ

“เถ้าแก่ต่งครับ คุณไม่รู้หรอกว่า พ่อผมหลิวอู่เคยรับเหมางานของตระกูลต่งอยู่ครั้งสองครั้ง แต่น่าเสียดายที่การแข่งขันงานของตระกูลต่งสูงเกินไป พ่อผมเลยไม่ค่อยมีโอกาสเท่าไร” หลิวเฉิงดื่มจนได้ที่ เริ่มคุยได้ทุกเรื่อง

ต่งติ้งกั๋วประหลาดใจเล็กน้อย “ที่แท้ผู้รับเหมาหลิวคือพ่อของคุณนี่เอง ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ล่ะ เอาอย่างนี้แล้วกัน ต่อไปถ้าตระกูลต่งมีงานไหนที่เหมาะสม จะยกให้คุณพ่อคุณทำทั้งหมด”

“จริงเหรอครับ?” หลิวเฉิงไม่อยากจะเชื่อ

“แน่นอนอยู่แล้ว คุณกับอาจารย์หลี่ช่วยผมไว้เยอะ ความจริงใจแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้”

“อย่างนั้นต้องขอบคุณเถ้าแก่ต่งมากครับ เหล้าแก้วนี้ผมขอดื่มรวดเดียว” พูดจบ หลิวเฉิงก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด

ต่งติ้งกั๋วก็ดื่มอย่างมีความสุข “คอแข็งดีนี่ คราวหน้าถ้ามีโอกาสนัดผู้รับเหมาหลิวออกมา พวกเรามากินข้าวด้วยกันสักมื้อ”

“ไม่มีปัญหาครับ”

พวกเราดื่มกันยาวไปจนถึงเกือบห้าทุ่ม ตอนที่ผมกับหลิวเฉิงกลับถึงห้องเช่าก็เมากันพอสมควรแล้ว

หลังจากกลับถึงห้อง ผมก็ล้มตัวลงนอนหลับไป

นอนครั้งนี้ยาวไปจนถึงบ่ายของอีกวัน ถ้าไม่มีคนมาเคาะประตูไม่หยุด คาดว่าทั้งผมและหลิวเฉิงคงยังไม่ตื่น

ผมเพิ่งจะลุกขึ้นคิดจะออกไปเปิดประตู ก็ได้ยินเสียงหลิวเฉิงเปิดประตูห้องของเขาแล้วเดินไปเปิดประตูพร้อมกับสบถไปด้วย

“ใครวะ เคาะอยู่ได้”

ไม่นานก็ได้ยินเสียงเขาวิ่งมาอย่างร้อนรน แล้วเปิดประตูห้องของผม

“หลงหยวน รีบลุกเร็ว เศรษฐินีคนสวยแซ่ถังของแกมาหาถึงที่แล้ว”

คำพูดของเขาทำให้หัวที่ยังมึน ๆ ของผมตื่นขึ้นมาทันที

“แกบอกว่าถังอวี่ถงมาหาเหรอ?” ผมตกใจมาก ถามอย่างคาดไม่ถึง

หลิวเฉิงตอบว่าใช่ แล้วก็วิ่งกลับห้องไป

ผมรีบลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาแล้วเดินไปที่ประตู ก็เห็นถังอวี่ถงกับโจวเจียงยืนรออยู่ที่หน้าประตูจริง ๆ

“ขอโทษนะคะคุณชายหลี่ ที่มารบกวน” เมื่อเห็นผม ถังอวี่ถงก็เอ่ยขึ้น

“พวกคุณมาทำอะไร ผมคิดว่าท่าทีของผมชัดเจนมากแล้วนะ”

ถังอวี่ถงไม่ได้โกรธ แต่เป็นโจวเจียงที่พูดอย่างไม่พอใจ “ไอ้หนู แกมีมารยาทบ้างไหม คิดจะให้พวกเรายืนคุยกับแกที่หน้าประตูแบบนี้รึไง?”

ผมขมวดคิ้ว ไม่ได้มีความคิดจะเชิญพวกเขาเข้าบ้าน “ในบ้านมีคนอื่นอยู่ พวกเราออกไปคุยข้างนอกดีกว่า”

“แก...” คำพูดของผมทำให้โจวเจียงโกรธขึ้นมาทันที

แต่ถังอวี่ถงกลับพยักหน้า “ได้ค่ะ”

ผมจึงปิดประตู แล้วพาพวกเขาทั้งสองคนออกไปข้างนอก

จบบทที่ บทที่ 44 ฮวงจุ้ยภายใน

คัดลอกลิงก์แล้ว