- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 43 สลายพลังพิฆาตให้กลายเป็นโชคลาภ
บทที่ 43 สลายพลังพิฆาตให้กลายเป็นโชคลาภ
บทที่ 43 สลายพลังพิฆาตให้กลายเป็นโชคลาภ
บทที่ 43 สลายพลังพิฆาตให้กลายเป็นโชคลาภ
คำพูดของผมทำให้ต่งติ้งกั๋วกลับมามีความหวังในทันที สีหน้าที่ห่อเหี่ยวในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความคาดหวัง “อาจารย์หลี่ ที่คุณพูดเป็นเรื่องจริงหรือครับ?”
“หลงหยวน จริงเหรอ พลังพิฆาตเปลี่ยนเป็นพลังโชคลาภได้ด้วยเหรอ?” หลิวเฉิงเองก็ไม่ค่อยเชื่อนัก เขารู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเกินไป
ผมไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธ แต่เริ่มอธิบายให้พวกเขาฟัง “ในทางฮวงจุ้ย หากต้องการร่ำรวยจะต้องต่อกรกับสามพิฆาต! ถ้าสู้ชนะ ทุกอย่างจะรุ่งโรจน์ ถ้าสู้แพ้ ก็ต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน”
“สามพิฆาต” ทุกคนต่างทำหน้างุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก
“สามพิฆาตมีที่มาจากหลักซานเหอจวี๋และการพิฆาตกันของห้าธาตุ โดยสามพิฆาตประกอบด้วย ‘เจี๋ยซา’ ‘ไจซา’ และ ‘ซุ่ยซา’ ตำแหน่งของสามพิฆาตคือทิศที่ชงกับหลักซานเหอของธาตุทั้งห้าในแต่ละปี การจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ต้องมีความรู้ด้านฮวงจุ้ยที่ลึกซึ้งพอสมควร ผมคงไม่อธิบายให้พวกคุณฟังโดยละเอียด” ผมพูดออกไป เพราะถึงพูดต่อไปพวกเขาก็คงไม่เข้าใจอยู่ดี
จากนั้น ผมชี้ไปที่ตึกที่สูงและโดดเด่นที่สุดในบริเวณนั้นซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “ที่ผมบอกว่าถึงเวลาแล้วห้างของตระกูลต่งจะรุ่งเรืองได้ เป็นเพราะเล็งเห็นถึงพลังพิฆาตพุ่งตรงที่มาจากตึกหลังนั้น ในทางฮวงจุ้ย วิธีรับมือกับพลังพิฆาตที่ใช้กันบ่อย ๆ มีทั้งบัง กั้น สลาย ต่อกร และหลีกเลี่ยง แต่พลังพิฆาตพุ่งตรงจากตึกฝั่งตรงข้ามนั้นรุนแรงเกินไป จึงมีเพียงวิธีสลายและดูดซับมันเท่านั้นที่จะได้ผล”
ทุกคนยังคงมีสีหน้างุนงง ไม่ค่อยเข้าใจนัก ต่งติ้งกั๋วจึงได้แต่เอ่ยว่า “อาจารย์หลี่ คุณบอกพวกเรามาโดยตรงเลยดีกว่าครับว่าต้องทำอย่างไร”
ผมยิ้มแล้วพยักหน้าถามเขาว่ามีแผนที่ย่อของอาคารในบริเวณนี้ทั้งหมดหรือไม่ หากมีจะช่วยให้พวกเขาเข้าใจได้ง่ายและเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
ซุนฮ่าวที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นมาว่ามี แผนที่ที่เขาถืออยู่ในมือคือสิ่งที่ว่า จากนั้นจึงยื่นให้ต่งติ้งกั๋ว
ต่งติ้งกั๋วรับแผนที่มาและกำลังจะกางให้พวกเราดู ผมก็ถามขึ้นอีกครั้ง “เถ้าแก่ต่งครับ นักออกแบบของห้างตระกูลต่งอยู่ที่ไหนเหรอครับ?”
“พวกเขากำลังยุ่งอยู่ที่บริษัท ไม่ได้มาด้วย หรือจะให้ผมเรียกพวกเขามาตอนนี้เลยดีไหมครับ?”
“ไม่ต้องครับ ที่นี่ไม่มีอะไรต้องดูแล้ว พวกเรากลับไปที่บริษัทเพื่อคุยแนวคิดของผมกับพวกเขา ให้พวกเขาออกแบบแผนที่เหมาะสมตามแนวคิดและคำแนะนำของผมก็พอ” ผมตอบ
ตอนนี้ข้างนอกแดดแรงขนาดนี้ การกลับไปนั่งคุยสบาย ๆ ในห้องแอร์ที่บริษัทเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ต่งติ้งกั๋วไม่มีความเห็นอะไร พวกเราจึงขึ้นรถกลับไปยังบริษัทของตระกูลต่ง
เมื่อถึงบริษัท ต่งติ้งกั๋วพาพวกเรามาที่ห้องทำงานของเขา ห้องทำงานกว้างขวางโอ่อ่า มีทั้งโต๊ะและโซฟาสำหรับพักผ่อน
“ซุนฮ่าว นายไปเรียกพวกเขาสามคนมา กำชับพวกเขาด้วยว่าอีกสักครู่ให้ตั้งใจจดทุกถ้อยคำที่อาจารย์หลี่พูด” ต่งติ้งกั๋วให้พวกเรานั่งลงบนโซฟา แล้วหันไปพูดกับซุนฮ่าว
“เข้าใจแล้วครับ!” ซุนฮ่าวพยักหน้าแล้วเดินออกไป
ขณะนั้น ผมกางแผนที่ที่ต่งติ้งกั๋วมอบให้แล้ววางลงบนโต๊ะเพื่อพิจารณา ไม่นานนัก ซุนฮ่าวก็พาชายสองหญิงหนึ่งเดินเข้ามา พวกเขาสามคนคือนักออกแบบที่รับผิดชอบการออกแบบห้างสรรพสินค้าของตระกูลต่งในครั้งนี้
คาดว่าซุนฮ่าวกำชับพวกเขามาแล้ว พอทั้งสามคนเข้ามาจึงทักทายผมทันที ผมพยักหน้าแล้วให้พวกเขานั่งลง
ทั้งสามคนมองสำรวจผม คงไม่คิดว่าผมจะเด็กขนาดนี้ ผมไม่ได้ใส่ใจแล้วชี้ไปที่แผนที่บนโต๊ะเพื่อเริ่มอธิบาย
“พวกคุณดูนะครับ ในอนาคตห้างจะสร้างตรงนี้ ซึ่งทั้งสี่ทิศมีอาคารสูงล้อมรอบอยู่ โดยอาคารที่สูงและโดดเด่นที่สุดก็คือตึกใหญ่ที่หันหน้าตรงมายังตำแหน่งของห้างและส่งพลังพิฆาตพุ่งตรงออกมา หลักการเดียวกับสุสานและบ้านคนเป็น ฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดต้องมีภูผาโอบล้อม สายน้ำโอบอุ้ม”
ทันใดนั้น หลิวเฉิงก็พูดขึ้น “ที่นี่มองไปไกลก็ไม่เห็นภูเขา มองใกล้ ๆ ก็ไม่เห็นแม่น้ำ จะมีภูผาโอบล้อมสายน้ำโอบอุ้มได้ยังไง”
คนอื่น ๆ ก็มองมาที่ผม เห็นได้ชัดว่าคิดแบบเดียวกัน
ผมยิ้มแล้วตอบไปว่า “ในเมืองยุคใหม่ การจะหาภูเขาจริง ๆ หรือแม่น้ำจริง ๆ ย่อมเป็นไปได้ยาก ดังนั้นโดยทั่วไปแล้วเราสามารถใช้อาคารสูงในบริเวณใกล้เคียงแทนภูเขา และใช้ถนนที่ตัดผ่านแทนสายน้ำได้”
“สุดยอดไปเลย ที่แท้ก็ทำแบบนี้ได้ด้วย” หลิวเฉิงตบมือฉาดเหมือนเพิ่งจะเข้าใจ
จากนั้น ผมชี้ไปที่ตึกสองหลังที่ค่อนข้างสูงกว่าตึกอื่นทางซ้ายและขวาของตำแหน่งห้างบนแผนที่แล้วพูดว่า “ตึกสองหลังทางซ้ายและขวานี้ที่สูงกว่าอาคารอื่นเล็กน้อย สามารถใช้เป็นภูเขามังกรเขียวและเสือขาวเพื่อคุ้มครองห้างได้พอดี ส่วนภูเขาหนุนหลังในตำแหน่งเต่าดำ เดิมทีการใช้ตึกที่สูงที่สุดหลังนั้นจะดีที่สุด แต่น่าเสียดายที่หากใช้ตึกนั้นเป็นภูเขาหนุนหลัง ปัญหาพลังพิฆาตพุ่งตรงที่มาจากมันจะแก้ไขไม่ได้ ดังนั้นถึงตอนนั้นตัวห้างจึงทำได้เพียงหันหน้าเข้าหาตึกใหญ่ และหันหลังให้กับกลุ่มอาคารที่พักอาศัยที่อยู่ตรงข้ามตึกใหญ่นั้น โดยใช้อาคารที่พักอาศัยเหล่านั้นเป็นภูเขาหนุนหลัง และห้างจะต้องสร้างไม่ให้สูงกว่าอาคารที่พักอาศัยด้านหลัง เพราะถ้าสูงกว่า อาคารเหล่านั้นจะทำหน้าที่เป็นภูเขาหนุนหลังไม่ได้”
“เข้าใจไหมครับ?” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ผมเงยหน้าขึ้นมองนักออกแบบทั้งสามคน
ทั้งสามคนพยักหน้า แสดงว่าเข้าใจ
ผมจึงเริ่มพูดต่อไป “หลังจากใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมของอาคารรอบ ๆ ห้างแล้ว ปัญหาการสลายพลังพิฆาตจะต้องอาศัยโครงสร้างของตัวห้างเอง นับจากนี้ไป ทุกจุดจะมีความสำคัญอย่างยิ่งและขาดไม่ได้ พวกคุณสามคนต้องตั้งใจฟังให้ดี”
ซุนฮ่าวได้กำชับพวกเขาสามคนไว้แล้ว พวกเขาจึงไม่กล้าไม่ฟังผม และไม่มีใครคัดค้าน
ผมหยิบปากกาขึ้นมา แล้วเริ่มวาดลงบนตำแหน่งที่จะสร้างห้างในแผนที่ “รูปลักษณ์โดยรวมของห้างควรเป็นรูปทรงโค้งหรือครึ่งวงกลมในลักษณะโอบอุ้มโดยหันหน้าเข้าหาตึกใหญ่ ที่ลานหน้าห้างจะต้องออกแบบให้มีทางเดินลักษณะวนโอบล้อมหลายสายสำหรับให้คนเดิน และบริเวณรอบนอกสุดของลานใกล้กับทิศที่มาจากตึกใหญ่ จะต้องสร้างสัญลักษณ์ทรงกลมเตี้ย ๆ ขึ้นมาหนึ่งอัน”
นักออกแบบสามคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามผมมองหน้ากัน ชายคนหนึ่งในนั้นอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย “ที่คุณพูดมาทั้งหมด พวกเราลองออกแบบได้ครับ แต่ทำไมคุณถึงต้องการให้เป็นแบบนั้นล่ะครับ?”
“การออกแบบเช่นนี้ก็เพื่อสลายพลังพิฆาตให้กลายเป็นโชคลาภ” ผมตอบ แล้วชี้ไปที่รูปที่ผมวาดบนแผนที่เพื่ออธิบาย “พวกคุณดูนะครับ พลังพิฆาตพุ่งตรงจากตึกใหญ่มุ่งตรงมายังหน้าห้าง เมื่อผ่านสัญลักษณ์ทรงกลมเตี้ย ๆ พลังพิฆาตจะถูกสลายและกระจายออก แบ่งเป็นพลังสองสายพุ่งตรงมายังห้างต่อ เนื่องจากรูปลักษณ์โดยรวมของห้างที่เป็นทรงโอบอุ้ม จะสามารถรวบรวมและกักเก็บพลังทั้งสองสายนี้ไว้ได้โดยไม่รั่วไหล ทำให้เกิดเป็นชัยภูมิฮวงจุ้ยที่ดีในลักษณะกักเก็บลมรวบรวมพลังปราณ”
ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างตั้งใจฟัง ตั้งใจดู และพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
ผมอธิบายต่อไป “แน่นอนว่าแค่รวบรวมพลังไว้ตรงนี้ยังไม่พอ การออกแบบทางเดินลักษณะวนโอบล้อมหลายสายที่ลานหน้าห้างก็เปรียบเสมือนน้ำวน เพื่อให้พลังที่มารวมตัวกันอยู่ตรงนี้เกิดการหมุนเวียน เปลี่ยนน้ำนิ่งให้กลายเป็นน้ำที่เคลื่อนไหว น้ำที่เคลื่อนไหวจึงจะสามารถก่อเกิดพลังชีวิตได้อย่างไม่สิ้นสุดและต่อเนื่อง”
“เป็นอย่างนี้นี่เอง” นักออกแบบทั้งสามคนดูเหมือนจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว จึงพยักหน้า
ส่วนต่งติ้งกั๋วที่อยู่ข้าง ๆ ยิ่งดีใจจนออกนอกหน้า “สมแล้วที่เป็นอาจารย์หลี่ ช่างมีวิธีการออกแบบที่แยบยลเช่นนี้”
“นอกจากการออกแบบโครงสร้างภายนอกของห้างแล้ว การออกแบบภายในก็สำคัญมากเช่นกัน” ผมจิบน้ำแล้วพูดต่อ
เพียงแค่การออกแบบภายนอกยังไม่สามารถทำให้ห้างของตระกูลต่งรุ่งเรืองได้ การออกแบบภายในก็ขาดไม่ได้เช่นกัน
ตอนนี้นักออกแบบทั้งสามคนไม่มีความสงสัยในตัวผมอีกแล้ว พวกเขาทั้งหมดมองมาที่ผม “ช่วยชี้แนะด้วยครับ”