- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 40 พบกันอีกครั้ง
บทที่ 40 พบกันอีกครั้ง
บทที่ 40 พบกันอีกครั้ง
บทที่ 40 พบกันอีกครั้ง
ผมรีบวิ่งไปที่ขอบศาลาเพื่อดูสถานการณ์ในทะเลสาบ นอกจากระลอกคลื่นบนผิวน้ำแล้ว ก็ไม่เห็นร่องรอยของหลิ่วชิ่งซานอีก
“เสียงอะไรน่ะ?”
“เหมือนเสียงของตกลงไปในทะเลสาบ”
เสียงของพวกต่งติ้งกั๋วและหลิวเฉิงดังมาจากข้างหลัง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งที่วิ่งเข้ามาในศาลา
“ทำไมมีแต่อาจารย์หลี่คนเดียวล่ะ?” ต่งติ้งกั๋วมองไปรอบ ๆ ศาลาอย่างสงสัย
หลิวเฉิงเองก็เดินเข้ามาถามผมด้วยสีหน้างุนงง “หลงหยวน นักไสยเวทที่ทำร้ายเทพธิดาต่งล่ะ?”
ผมโกรธขึ้นมาเล็กน้อย พวกเขาไม่ฟังคำพูดของผม กลับพาคนมามากมายเพื่อมาจับคนที่นี่ตามอำเภอใจ
“ใครให้พวกคุณมา?” ผมทำหน้าขรึม พูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างหนัก
ทุกคนต่างตกใจ มองมาที่ผมอย่างประหม่า เพราะผมไม่เคยแสดงอารมณ์โกรธใส่พวกเขามาก่อน
โดยเฉพาะต่งติ้งกั๋วที่กลัวว่าจะทำให้ผมไม่พอใจ จึงส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้หลิวเฉิง
หลิวเฉิงเข้าใจความหมาย จึงฉีกยิ้ม “หลงหยวน พวกเราก็แค่กลัวว่าแกมาคนเดียวแล้วจะเป็นอันตราย เลยพาคนมาดูหน่อยน่ะ แกอย่าโกรธเลยนะ”
“ช่างเถอะ ยังไงเรื่องก็เกิดไปแล้ว” ผมถอนหายใจ กล่าวอย่างจนใจ
ต้องโทษผมด้วย ผมน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วว่าต่งติ้งกั๋วคงไม่ยอมปล่อยคนที่ทำร้ายลูกสาวตัวเองไปง่าย ๆ ควรจะใช้เวลาเกลี้ยกล่อมเขาให้มากกว่านี้
เมื่อเห็นผมระงับความโกรธลง บรรยากาศจึงผ่อนคลายขึ้น
“อาจารย์หลี่ นักไสยเวทคนนั้น เขา...” ต่งติ้งกั๋วเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“ในตอนที่พวกคุณปรากฏตัว เขาก็กระโดดลงทะเลสาบหนีไปแล้วครับ”
ต่งติ้งกั๋วร้อนใจขึ้นมา ถามผมว่าต้องส่งคนไปค้นหาตอนนี้เลยไหม
“ไม่ต้องเสียแรงเปล่าหรอกครับ พวกคุณจับเขาไม่ได้หรอก” ผมส่ายหน้า
“อาจารย์หลี่ เขาว่ายังไงบ้างครับ เขาจะยังลงมือกับเสี่ยวหลิงอีกไหม?” นี่คือคำถามที่ต่งติ้งกั๋วเป็นห่วงที่สุด
ผมยิ้มอย่างขมขื่น หลังจากนี้เขาจะลงมือกับคุณต่งหลิงอีกหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่ที่แน่ ๆ เขาจะต้องมาหาผมแน่ ความบาดหมางระหว่างผมกับเขาได้ก่อตัวขึ้นแล้ว ต่อไปผมคงต้องระวังการแก้แค้นของหลิ่วชิ่งซานอยู่เสมอ
การถูกนักไสยเวทที่ใช้วิชามารหมายหัว นับว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากจริง ๆ
เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ผมจะมากลัดกลุ้มไปก็ไม่มีประโยชน์ เอาเป็นว่าคอยแก้ปัญหาไปตามสถานการณ์แล้วกัน
“อาจารย์หลี่?” เมื่อเห็นผมเงียบไปนาน ต่งติ้งกั๋วจึงเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“เขาโดนพลังสะท้อนกลับอย่างรุนแรง คงไม่มีใจจะมาหมายเอาชีวิตคุณหนูต่งแล้วล่ะครับ” ผมกล่าว แล้วหันหลังเดินออกจากศาลากลางน้ำ “ไปเถอะครับ กลับกัน”
หลิวเฉิงวิ่งตามผมมา ต่งติ้งกั๋วก็มีสีหน้ายินดี พาคนเดินตามออกมาจากศาลากลางน้ำ
เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ตระกูลต่ง ต่งติ้งกั๋วยิ้มไม่หุบ กล่าวขอบคุณผมไม่หยุด บอกว่าผมเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลต่ง
“จริงสิครับอาจารย์หลี่ รูปสลักเสือขาวต้องวางไว้ที่ตำแหน่งประตูผีตลอดไปเลยหรือเปล่าครับ?” จู่ ๆ ต่งติ้งกั๋วก็เอ่ยถามขึ้น
ผมบอกว่าเรื่องคลี่คลายแล้ว จะเก็บรูปสลักเสือขาวไว้หรือจะย้ายก็แล้วแต่เขา
“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นก็วางไว้ที่เดิม ให้มันคอยคุ้มครองตระกูลต่งของเราต่อไป” ต่งติ้งกั๋วพยักหน้า
จากนั้น ต่งติ้งกั๋วก็รับบัตรธนาคารใบหนึ่งมาจากมือของซุนฮ่าวแล้วยื่นให้ผม “อาจารย์หลี่ ครั้งนี้ลำบากคุณจริง ๆ ในบัตรมีเงินสองล้าน รหัสคือศูนย์หกตัว ถือเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อยๆ จากผม หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจและโปรดรับไว้ด้วยครับ”
ผมประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าต่งติ้งกั๋วจะเพิ่มเงินจากหนึ่งล้านที่เคยบอกไว้เป็นสองล้าน สำหรับผมในตอนนี้ นี่เป็นจำนวนเงินที่ไม่อาจจะจินตนาการถึงได้เลย
หลิวเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ” ผมไม่ปฏิเสธ รับบัตรธนาคารมา
เงินก้อนนี้ผมเอาชีวิตเข้าแลกมา จะไม่รับได้อย่างไร อีกอย่างผมยังต้องมาบาดหมางกับนักไสยเวทคนหนึ่งเพราะเรื่องนี้ ถ้าจะให้พูดจริง ๆ ต่อให้ต่งติ้งกั๋วให้ผมเพิ่มอีกสักสองสามล้านก็ยังถือว่าสมควร
แต่คุณปู่เคยบอกผมไว้ว่า ทำอาชีพอย่างเรา เจ้าของเรื่องจะให้เท่าไหร่ถือเป็นน้ำใจของเขา ผมจะเรียกรับเงินทองตามอำเภอใจเพราะความโลภไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อเห็นผมรับบัตรธนาคารไปโดยไม่อิดเอื้อน ต่งติ้งกั๋วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“อาจารย์หลี่ พูดตามตรงนะครับ ตอนที่เจอคุณครั้งแรกผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก เพราะคุณยังหนุ่มขนาดนี้ ในใจผมก็คิดว่าจะมีความสามารถสักแค่ไหนกันเชียว แต่เป็นเพราะอาการของเสี่ยวหลิงอยู่ในขั้นวิกฤต ผมไม่มีทางเลือกอื่น เลยลองเสี่ยงดูสักตั้ง” ต่งติ้งกั๋วพูดความจริงออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจ
“แล้วตอนนี้ล่ะครับ?” ผมยิ้ม ก็พอจะเข้าใจที่เขาคิดแบบนั้น เพราะอายุของผมก็เห็น ๆ กันอยู่ ใครก็คงไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ
ต่งติ้งกั๋วตอบกลับด้วยสีหน้าเลื่อมใส “ตอนนี้ผมนับถือคุณจนสุดหัวใจเลยครับ อาจารย์หลี่วีรบุรุษสร้างได้ตั้งแต่วัยเยาว์ อนาคตของคุณไกลเกินจะหยั่งถึงจริง ๆ”
“แน่นอนสิ เพื่อนของผมจะเป็นคนธรรมดาสามัญได้ยังไง” เจ้าหลิวเฉิงพูดเสริมขึ้นมาอย่างหน้าไม่อาย
ต่งติ้งกั๋วกับซุนฮ่าวได้แต่ยิ้มโดยไม่พูดอะไร ผมเองก็ขี้เกียจจะไปสนใจเขา
“ดึกมากแล้ว พวกเราสมควรจะกลับกันได้แล้ว” เรื่องราวได้จบลงแล้ว พวกเราไม่มีความจำเป็นต้องอยู่บ้านตระกูลต่งต่อ
ต่งติ้งกั๋วพยายามรั้งไว้ อยากให้พวกเราอยู่ต่ออีกสองสามวัน แต่ผมก็ปฏิเสธไปอย่างสุภาพ
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ผมจะให้ซุนฮ่าวไปส่งทั้งสองคน ต่อไปหากเจอเรื่องอะไรในเมือง หรือมีเรื่องอะไรต้องการความช่วยเหลือ คุณทั้งสองมาหาผมได้ทุกเมื่อ ต่งคนนี้ยินดีต้อนรับเสมอ” ต่งติ้งกั๋วไม่รั้งต่อแล้วกล่าวขึ้น
ผมพยักหน้า “ได้ครับ”
“เดี๋ยวก่อน ฉันขอขึ้นไปบอกลาเทพธิดาต่งก่อน” เจ้าหลิวเฉิงนี่หน้าหนาไม่เบา ยังไม่ลืมเทพธิดาต่งของตัวเอง
ตอนนั้นเอง สาวใช้ที่ลงมาจากชั้นบนก็พูดขึ้น “คุณหนูหลับไปแล้วค่ะ”
“หา!” ความหวังของหลิวเฉิงพังทลาย รู้สึกผิดหวังขึ้นมาทันที
“ลูกคนนี้นี่จริง ๆ เลย บอกให้ลงมาส่งอาจารย์หลี่กับพวกเขาสักหน่อย” ต่งติ้งกั๋วขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น
ผมรีบห้าม “ไม่ต้องหรอกครับ ร่างกายคุณหนูต่งยังไม่ฟื้นตัวดี ให้เธอพักผ่อนเถอะครับ”
“ใช่ ๆ ๆ ร่างกายสำคัญที่สุด” หลิวเฉิงก็รีบพยักหน้าเห็นด้วย
พวกเราหลายคนถูกเขาทำให้หัวเราะออกมาทันที
หลังจากออกจากบ้านตระกูลต่ง ซุนฮ่าวก็มาส่งพวกเราถึงหน้าห้องเช่าในย่านมหาวิทยาลัยแล้วจึงจากไป
หลังจากซุนฮ่าวไปแล้ว หลิวเฉิงก็แสดงสีหน้าตื่นเต้น ยกนิ้วโป้งให้ผมอย่างดีใจ “ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ เราสองคนก็หาเงินได้ตั้งสองล้านกว่า หลงหยวน สุดยอด!”
ผมยิ้มแต่ไม่พูดอะไร เปิดประตูเข้าห้องไป หลังจากแก้ปัญหาเรื่องคุณต่งหลิงได้แล้ว ก็จะได้นอนหลับฝันดีเสียที
ครั้งนี้ผมนอนยาวไปจนถึงเที่ยงของอีกวัน หลิวเฉิงที่อยู่ห้องข้าง ๆ ยังไม่ตื่น ผมไปเคาะประตูปลุกเขา หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เราสองคนก็ไปมหาวิทยาลัย
หลังเลิกเรียน ผมกับหลิวเฉิงก็ไปเยี่ยมหลิวอู่ที่โรงพยาบาล ผ่านไปหลายวัน หลิวอู่ฟื้นตัวได้ดีมาก คาดว่าอีกไม่กี่วันก็คงจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว
หลังจากกลับจากโรงพยาบาล ผมก็เปิดอ่าน ‘คัมภีร์เคล็ดวิชาเร้นลับอู๋ซ่างต้งเสวียน’ ในห้องของผม และหาเวลาฝึกฝนเนื้อหาในคัมภีร์เป็นครั้งคราว
บ่ายของสามวันให้หลัง หลิวเฉิงมาบอกผมว่าต่งติ้งกั๋วนัดพวกเราไปทานข้าวที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ให้ผมเตรียมตัวให้พร้อม
“ทำไมจู่ ๆ เขาถึงนึกอยากจะชวนพวกเราไปทานข้าวล่ะ?” ผมไม่เข้าใจ ถามอย่างสงสัย
หลิวเฉิงฮัมเพลงไปพลางโกนหนวดไปพลาง “จะเป็นอะไรไป เราเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเทพธิดาต่งนะ เลี้ยงข้าวพวกเราก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว”
ตอนที่ผมกับหลิวเฉิงไปถึงร้านอาหาร ต่งหลิงกับซุนฮ่าวก็ยืนรอพวกเราอยู่ที่หน้าร้านแล้ว
“พวกคุณมาแล้ว คุณพ่อรออยู่ในห้องส่วนตัวแล้วค่ะ พวกเราเข้าไปกันเถอะ” ต่งหลิงพูดจบ ก็พาพวกเราเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวของร้านอาหารพร้อมกับซุนฮ่าว
ในห้องส่วนตัว ต่งติ้งกั๋วกำลังคุยอะไรบางอย่างอยู่กับชายหญิงคู่หนึ่ง เมื่อเห็นพวกเรามาถึง เขาก็รีบลุกขึ้นต้อนรับทันที
“อาจารย์หลี่ พวกคุณมาแล้ว เชิญนั่งครับ”
ตอนนั้นเอง ชายหญิงคู่นั้นก็เดินเข้ามา
“คุณชายน้อยหลี่ ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้” หญิงสาวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ผมตกใจในทันที ชายหญิงที่อยู่ตรงหน้าคือถังอวี่ถงและโจวเจียง สองคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?