เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 เกาะผู้หญิงกินนี่มันหอมหวานเสียจริง

บทที่ 41 เกาะผู้หญิงกินนี่มันหอมหวานเสียจริง

บทที่ 41 เกาะผู้หญิงกินนี่มันหอมหวานเสียจริง


บทที่ 41 เกาะผู้หญิงกินนี่มันหอมหวานเสียจริง

โจวเจียงยังคงมีสีหน้ายิ้มแต่ตาไม่ยิ้มเช่นเคย ดวงตาปลาตายคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่ผม “คุณชายน้อยตระกูลหลี่ ไม่เจอกันพักหนึ่ง ช่างดูลิงโลดเบิกบานใจขึ้นทุกวันเลยนะ”

คำพูดของเขามีความหมายแอบแฝง ทำให้คนฟังรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง

ฝั่งต่งติ้งกั๋วพากันประหลาดใจ และเอ่ยถามอย่างคาดไม่ถึง “อาจารย์หลี่ คุณรู้จักกับพวกคุณถังด้วยหรือครับ?”

ผมไม่ได้พูดอะไร เพียงขมวดคิ้วแน่น ตอนแรกที่ปฏิเสธคนตระกูลถังไปเพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายซับซ้อนของพวกเขา คิดว่าจะไม่ได้พบเจอหรือข้องเกี่ยวกันอีก ไม่นึกว่าจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือว่าพวกเขาตั้งใจกันแน่

“โอ้โห ความสามารถของตระกูลหลี่ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นอาจารย์หลี่ที่ใคร ๆ ต่างต้องเคารพนบนอบ น่าอิจฉาจริง ๆ” ไม่ว่าจะฟังอย่างไร คำพูดของโจวเจียงล้วนเป็นการเยาะเย้ยผมอย่างชัดเจน คนอื่น ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันงุนงง ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์เท่าไรนัก

ผมสูดหายใจเข้าลึก ไม่ใส่ใจท่าทีแดกดันของโจวเจียง วันนี้อย่างไรเสียต่งติ้งกั๋วเป็นคนเชิญผมกับหลิวเฉิงมา ผมต้องไว้หน้าเขาสักหน่อย หากสถานการณ์ตึงเครียดเกินไป ต่งติ้งกั๋วจะลำบากใจ

“การได้เจอพวกคุณสองคนที่นี่เหนือความคาดหมายของผมจริง ๆ” ผมพูดขึ้น

ถังอวี่ถงทำสีหน้าเรียบเฉย ตอบกลับว่า “บางทีนี่อาจจะเป็นวาสนาระหว่างฉันกับคุณชายหลี่ก็ได้ ว่าไหมคะ?”

ประโยคนี้ของเธอช่างคลุมเครือ ทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นแสดงสีหน้าแปลก ๆ ออกมา ผู้หญิงคนนี้ต้องตั้งใจทำแบบนี้แน่นอน

“ให้ตายสิ หลงหยวน พี่สาวคนสวยคนนี้เป็นใคร อย่าบอกนะว่าเป็นคนที่มาจีบแก?” หลิวเฉิงพอเห็นสาวสวยเข้าหน่อย ตื่นเต้นขึ้นมาทันที แล้วกระซิบถามผม

ผมยิ้มฝืด ๆ บอกเขาว่าอย่าคิดไปไกล เรื่องมันยาวเกินกว่าจะอธิบายได้ในไม่กี่ประโยค ไว้ค่อยเล่าให้ฟังอย่างละเอียดทีหลัง

แต่ดูเหมือนหลิวเฉิงจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไร เขาทำหน้าประมาณว่า ‘เชื่อก็โง่แล้ว’

“ฮะ ๆ ในเมื่อพวกคุณรู้จักกันอยู่แล้ว เช่นนั้นดีเลย ผมจะได้ไม่ต้องแนะนำ” บรรยากาศเริ่มกระอักกระอ่วน ต่งติ้งกั๋วจึงรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย “พวกเราอย่ามัวแต่ยืนกันอยู่เลยครับ นั่งลงคุยกันดีกว่า”

พวกเราจึงเดินไปที่โต๊ะกลมในห้องส่วนตัว แล้วต่างหาที่นั่งกัน

หลังจากนั่งลง ต่งติ้งกั๋วสั่งให้คนนำเหล้าขาวชั้นดีมาสองสามขวด แล้วรินใส่แก้วหลายใบ

“อาจารย์หลี่ ตอนที่พวกคุณถังมาคุยเรื่องความร่วมมือกับบริษัทเรา ผมบังเอิญพูดถึงเรื่องของคุณขึ้นมาพอดี พอพวกเขาได้ฟังเลยอยากจะพบหน้าคุณสักครั้ง ผมจึงจัดงานเลี้ยงเย็นนี้ขึ้นมา อย่างแรกเพื่อขอบคุณอาจารย์หลี่ที่ช่วยชีวิตลูกสาวผมไว้ อย่างที่สองคือเพื่อต้อนรับพวกคุณถังครับ”

ถังอวี่ถงยิ้มเล็กน้อยแล้วมองมาที่ผม “ตอนแรกนึกว่าคุณต่งพูดถึงแค่คนชื่อแซ่เดียวกัน ไม่คิดว่าจะเป็นคุณชายหลี่จริง ๆ สำหรับเหตุผลที่คุณปฏิเสธฉันในตอนนั้น ตอนนี้คุณชายหลี่ควรจะให้คำอธิบายที่เหมาะสมกับฉันได้แล้วหรือยังคะ”

คำพูดนี้ทำให้คนอื่นนิ่งอึ้งไปอีกครั้ง หลิวเฉิงที่นั่งอยู่ข้างผมถึงกับหูผึ่ง เอนตัวเข้ามาใกล้ผม ราวกับกลัวว่าจะได้ยินไม่ชัด

“ไม่จำเป็นต้องอธิบาย คุณถังน่าจะรู้แก่ใจดีอยู่แล้ว” ในเมื่อตอนนี้ถังอวี่ถงกับโจวเจียงรู้แล้วว่าผมสืบทอดวิชาของปู่มา เช่นนั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องพูดจาอ้อมค้อมอีกต่อไป

“ฉันไม่เข้าใจ บางทีคุณอาจจะเข้าใจฉันผิดไป” ถังอวี่ถงยังคงแกล้งโง่

ในเมื่อเธอจะแกล้งโง่ ผมก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกับเธอมาก ผมทำหน้าขรึมและไม่พูดอะไรอีก

ต่งติ้งกั๋วรีบทำลายความกระอักกระอ่วน “มาครับอาจารย์หลี่ ผมขอคารวะหนึ่งจอก ขอบคุณที่ลงมือช่วยลูกสาวผม”

เขาถือแก้วเหล้าขาวของตัวเอง แล้วยื่นให้ผมใบหนึ่ง

ผมรับแก้วเหล้ามาวางบนโต๊ะ แล้วรินน้ำเปล่าให้ตัวเองอีกแก้ว “อีกสักครู่ผมต้องขับรถกลับ ให้หลิวเฉิงดื่มเป็นเพื่อนพวกคุณแล้วกัน ส่วนผมดื่มน้ำเปล่าก็พอ”

หลิวเฉิงมองผมอย่างสงสัย จากนั้นเผยรอยยิ้มแล้วพูดกับทุกคนว่า “ใช่ครับ เขาคออ่อน ส่วนผมดื่มพันจอกไม่เมา ผมจะดื่มเป็นเพื่อนทุกคนเอง”

ต่งติ้งกั๋วไม่ได้ว่าอะไร ยกเหล้าขาวในมือขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ผมเองก็ดื่มน้ำในแก้วจนหมดเช่นกัน

ต่อมาเป็นต่งหลิงที่คารวะผม “อาจารย์หลี่ ฉันไม่ดื่มเหล้าเหมือนกันค่ะ จะดื่มน้ำเป็นเพื่อนคุณ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันจะจดจำไว้ในใจเสมอ”

“ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบกลับไป แล้วดื่มน้ำอีกแก้ว

จากนั้นต่งติ้งกั๋วก็คารวะถังอวี่ถงและโจวเจียง อวยพรให้ความร่วมมือระหว่างตระกูลต่งและตระกูลถังเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ

หลังจากดื่มกับต่งติ้งกั๋วหมดจอก ถังอวี่ถงไม่รู้ว่ากระซิบอะไรกับโจวเจียง โจวเจียงเหลือบมองผมแวบหนึ่ง แววตาของเขาอ่านไม่ออก

ต่อมาทั้งสองคนก็ลุกขึ้นยืน บอกว่าจู่ ๆ มีธุระด่วนต้องขอตัวกลับก่อน

“ทุกท่านต้องขอโทษจริง ๆ นะคะ พอดีพวกเรามีธุระต้องไปจัดการ ขอตัวก่อน พวกคุณทานกันตามสบายเลยค่ะ” พูดจบ เธอมองมาที่ผม “คุณชายหลี่ หลังจากนี้ฉันจะหาเวลาไปพบคุณที่บ้านด้วยตัวเองอีกครั้ง”

ผมเงียบไป ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

ถังอวี่ถงไม่ได้ใส่ใจ เธอเดินออกไปพร้อมกับโจวเจียง ต่งติ้งกั๋วกับซุนฮ่าวลุกขึ้นไปส่งพวกเขา ในห้องจึงเหลือเพียงหลิวเฉิง ต่งหลิง และผม รวมสามคน

“สองคนนั้นเป็นใครกัน ดูแล้วไม่น่าใช่คนธรรมดาเลยนะ?” หลิวเฉิงถามด้วยความสนใจใคร่รู้

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ คุณถังเป็นถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลถังแห่งถังกรุ๊ปเมืองเกาหลิง แถมยังเป็นหญิงแกร่งในแวดวงธุรกิจอีกด้วย ตอนนี้ธุรกิจส่วนใหญ่ของตระกูลถังก็อยู่ภายใต้การบริหารของเธอ ซึ่งทำให้ตระกูลถังที่แข็งแกร่งอยู่แล้วยิ่งเหมือนพยัคฆ์ติดปีก เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ” ต่งหลิงตอบ ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชมที่มีต่อถังอวี่ถง

ในฐานะลูกสาวของต่งติ้งกั๋วที่ในอนาคตต้องรับช่วงต่อจากตระกูลต่ง ไม่แปลกเลยที่ต่งหลิงจะมองถังอวี่ถงเป็นแบบอย่างของตัวเอง

พอได้ยินว่าถังอวี่ถงมีเบื้องหลังใหญ่โตขนาดนี้ หลิวเฉิงยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ เขาตบไหล่ผมอย่างดีใจสุดขีด “ไม่เบาเลยนี่หลงหยวน ไอ้เพื่อนยาก แอบไปรู้จักกับเศรษฐินีคนนี้ตั้งแต่เมื่อไร ดูเหมือนเขาจะให้ความสำคัญกับแกมากเลยนะ ทำไมแกทำท่าทีเย็นชาใส่เขาแบบนั้นล่ะ?”

ไอ้หลิวเฉิงนี่ พอได้เปิดปากพูดแล้ว ก็พูดไม่หยุดเลยทีเดียว “เชื่อพี่เถอะ การเกาะผู้หญิงกินน่ะมันหอมหวานสุด ๆ โดยเฉพาะกับสาวสวยระดับคุณถัง”

“อ๊ะ ความคิดของคุณทำไมเป็นแบบนี้ล่ะคะ” ต่งหลิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมองเขาด้วยท่าทีรังเกียจ

“ฮะ ๆ ผมแค่ล้อเล่นน่ะครับ ที่สำคัญที่สุดแน่นอนว่าต้องเป็นความรักของคนสองคน” เมื่อเห็นว่าตัวเองถูกรังเกียจ หลิวเฉิงรีบปรับท่าทีและหัวเราะแก้เก้อทันที

ขณะนั้น ต่งติ้งกั๋วกับซุนฮ่าวกลับมาพอดี หลังจากทั้งสองคนนั่งลง ต่งติ้งกั๋วก็รีบถามผมอย่างร้อนใจว่าไปรู้จักกับถังอวี่ถงได้อย่างไร และดูเหมือนว่าระหว่างพวกเราจะมีเรื่องขัดแย้งกัน

ผมส่ายหน้าบอกว่ายังไม่ถึงขั้นขัดแย้งกัน แค่ผมกับพวกเขาไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน

“ต้องขอโทษจริง ๆ ครับอาจารย์หลี่ ผมไม่ทราบเรื่องราวความเป็นมา คุณถังแค่บอกกับผมว่าอยากจะพบคุณ แต่ไม่ได้บอกว่าพวกคุณรู้จักกันมาก่อน” ต่งติ้งกั๋วอธิบายเพราะกลัวว่าผมจะโทษเขา

“ไม่เป็นไรครับ เรื่องระหว่างผมกับเธอคุณไม่ต้องใส่ใจ ส่วนเรื่องธุรกิจของคุณกับเธอผมก็ไม่สนใจเช่นกัน” ผมตอบ

ต่งติ้งกั๋วพยักหน้า “เช่นนั้นดีแล้วครับ เช่นนั้นดีแล้ว”

ระหว่างรับประทานอาหาร ต่งติ้งกั๋วถามผมว่าในการก่อสร้างห้างสรรพสินค้า สามารถนำความรู้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยมาใช้เพื่อส่งเสริมธุรกิจของห้างได้หรือไม่

“อิทธิพลของฮวงจุ้ยมีอยู่ทุกด้าน ในด้านการก่อสร้างอาคารก็เช่นกัน” หลายครั้งที่ยิ่งเป็นคนร่ำรวยมีอำนาจมากเท่าไร ยิ่งเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยมากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่นมหาเศรษฐีจำนวนมากในประเทศ

คำพูดของผมทำให้ต่งติ้งกั๋วดีใจมาก เขาบอกว่าช่วงนี้ตระกูลต่งกำลังจะสร้างห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ แล้วถามว่าถึงตอนนั้นผมพอจะให้คำแนะนำชี้แนะได้หรือไม่

“แน่นอนว่าเรื่องค่าตอบแทน ผมย่อมไม่ทำให้อาจารย์หลี่ต้องลำบากใจแน่นอน”

“ได้ครับ” ผมพยักหน้าตอบ

ตราบใดที่เป็นการใช้หลักฮวงจุ้ยอย่างถูกต้อง ผมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธโอกาสในการสร้างรายได้

จบบทที่ บทที่ 41 เกาะผู้หญิงกินนี่มันหอมหวานเสียจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว